DCA คืออะไร? วิธีเริ่มออมหุ้นและเลือกช่องทาง DCA ที่ไหนดี

อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

DCA คืออะไร? DCA (Dollar-Cost Averaging) คือการทยอยลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่า ๆ กันตามช่วงเวลาที่กำหนด เช่น ทุกเดือน โดยไม่ต้องพยายามจับจังหวะราคา เมื่อราคาลดลง เงินจำนวนเดิมจะซื้อได้มากขึ้น และเมื่อราคาสูงขึ้นจะซื้อได้น้อยลง วิธีนี้ช่วยสร้างวินัยและลดความกังวลจากการลงทุนครั้งเดียว แต่ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนหรือป้องกันการขาดทุน จึงควรเลือกสินทรัพย์ ระยะเวลาลงทุน และระดับความเสี่ยงให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง

DCA คืออะไร

DCA ย่อมาจาก Dollar-Cost- Averaging คืออีกรูปแบบหนึ่งของการลงทุน ซึ่งจะลงทุนออมหุ้นอย่างสม่ำเสมอในสินทรัพย์ที่เราเลือกเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือกองทุนก็ตาม เป็นจำนวนเงินเท่า ๆ กันทุกครั้ง ในระยะเวลาหนึ่งอย่างต่อเนื่อง


เช่น ลงทุนทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน หรือ ลงทุนในช่วงต้นเดือนหลังจากเงินเดือนออก โดยให้ระบบหักเงินไปซื้อหุ้นหรือกองทุนจำนวน 1,000 บาท โดยไม่สนใจว่าราคาจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเดือนไหน ราคาหุ้นสูงขึ้นเราก็ซื้อได้จำนวนน้อยลง ถ้าราคาหุ้นลดลงเราก็ซื้อได้จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยสร้างวินัยในการออม และการลงทุนโดยไม่คำนึงถึงราคาของสินทรัพย์ลงทุนที่เลือกไว้ว่าราคาเท่าไหร่


โดยปกติแล้วความถี่ของการ DCA ของหลาย ๆ คนมักจะอยู่ที่รายเดือน เป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยมที่ใช้สร้างวินัยการลงทุนกัน โดยไม่มีการจับจังหวะตลาดและราคาของสินทรัพย์ จึงเป็นวิธีการลงทุนที่ทำได้ง่าย


การ DCA ส่วนมากจะเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน เหตุผลคือ มนุษย์เงินเดือนจะมีรายได้ประจำทำให้สามารถจัดการเงินออมได้ดีกว่าอาชีพอิสระ จึงสามารถนำเงินส่วนหนึ่ง อาจเดือนละ 1,000-5,000 บาท มาสะสมในทรัยพ์สินเพื่อเป็นทุนในอนคตข้างหน้า


DCA อาจจะไม่ใช่วิธีที่ทำให้เราได้ผลตอบแทนดีที่สุดแต่เป็นวิธีที่ทำให้เราสามารถใช้วินัยและความอดทนเพื่อสะสมทรัพย์สินได้ โดยได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาว

ข้อดีข้อเสียของการทำ DCA

ข้อดีของ “DCA” 

ออมหุ้นเดือนละ 1000 ในระบบ DCA เป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะผู้ไม่มีประสบการณ์ แต่เดิมมีโบรกเกอร์และธนาคารเพียงไม่กี่แห่งที่ให้บริการนี้ นักลงทุนหลายท่านจึงเลือกลงทุนหุ้นถัวเฉลี่ยด้วยตนเอง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกทุบราคา


การลงทุนในกองทุนรวมแบบไม่มีเงื่อนไขการลงทุนประจำ อาจทำให้ขาดสภาพคล่องในการสะสมทุน ต่างจากระบบ DCA ที่ธนาคารจะตัดเงินเป็นประจำทุกเดือนตามที่กำหนด เพื่อลงทุนในหุ้นพื้นฐานมั่นคงอย่าง SET 50, SET 100 หรือ MAI


1️⃣ ทุนน้อยก็ลงทุนได้

เริ่มต้นด้วยการแบ่งรายได้แต่ละเดือนมาลงทุนโดยไม่กระทบเงินใช้จำเป็น เหมาะกับผู้มีทุนน้อยแต่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน ไม่ต้องติดตามข่าวสารมาก ช่วงหุ้นขาลงจะได้จำนวนหุ้นมากขึ้นด้วยเงินลงทุนเท่าเดิม แต่ถึงแม้การ DCA จะช่วยลดความเสี่ยงด้านจังหวะเวลาไม่ให้เราเผลอทุ่มเงินก้อนใหญ่ที่ยอดดอย แต่ต้องเข้าใจว่า DCA ไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงตลาด หรือป้องกันการขาดทุนได้


2️⃣ เริ่มต้นศึกษาการลงทุนไปในตัว

ช่วยให้ผู้ลังเลได้เรียนรู้การลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อต่อยอดสู่การลงทุนด้วยตนเองในอนาคต เป็นกลยุทธ์ไม่ซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการวิเคราะห์ตลาดก็ใช้ได้


3️⃣ สร้างโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาวและพลังดอกเบี้ยทบต้น

การลงทุน DCA ไม่ได้การันตีว่าต้นทุนเฉลี่ยของหุ้นจะลดลงเรื่อย ๆ ตลอดเวลา แต่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การสะสมจำนวนหน่วยของสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว เมื่อธุรกิจเติบโตและจ่ายเงินปันผล เราสามารถนำเงินปันผลนั้นกลับมาลงทุนทบต้น (Reinvesting) เพื่อเร่งการเติบโตของพอร์ต


4️⃣ เหมาะสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่และผู้ไม่มีเวลาดูกระดานหุ้น

นักลงทุนใหม่มักกลัวการขาดทุนสูง DCA ช่วยให้เข้าสู่โลกการลงทุนอย่างสบายใจ มีผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับจังหวะซื้อขาย


ข้อจำกัดของ “DCA”

แม้จะเป็นกลยุทธ์ที่ดี แต่หากเลือกหุ้นที่ไม่มีอนาคตและราคาลงต่ำต่อเนื่อง แม้ใช้ DCA ก็ยังขาดทุนได้


1️⃣ ต้นทุนที่ได้เป็นต้นทุนเฉลี่ย

รวมทั้งช่วงราคาสูงและต่ำ ในระยะสั้นอาจมีต้นทุนเฉลี่ยสูงกว่าราคาตลาด การเฉลี่ยต้นทุนอย่างเดียวอาจไม่พอช่วยลดความเสี่ยงและบรรลุเป้าหมายได้


2️⃣ ไม่ได้ลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม

หากเน้นลงทุนในสินทรัพย์ผันผวนสูง พอร์ตยังคงได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาด หากไม่เพิ่มการลงทุนรายเดือนต่อเนื่อง อาจได้หุ้นน้อยลงตามไปด้วย


3️⃣ ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ชอบจับจังหวะตลาด

แนวทางการลงทุนอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด สภาพเศรษฐกิจ และสถานะการเงินส่วนบุคคล อาจทำให้พอร์ตไม่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการ

หุ้น DCA ตัวไหนน่าลงทุน ดูจากอะไร

กฎเหล็กของการคัดเลือกสินทรัพย์ทำ DCA ต้องเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เพราะ DCA ไม่สามารถช่วยชีวิตหุ้นที่พื้นฐานพังได้ โดย 6 เกณฑ์สำคัญที่ต้องตรวจเช็กมีดังนี้


  • ธุรกิจต้องมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพราะจะช่วยให้เลือกหุ้นที่มีความแข็งแกร่งแลสามารถดำเนินการอยู่ในอุตสาหกรรมได้ในระยะยาว


  • กิจการเติบโตต่อเนื่อง หุ้นต้องสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในเทรนด์อนาคต ไม่มีแนวโน้มที่จะถูก Disrupt ไปง่าย ๆ เช่น ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่าง ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า โรงพยาบาลหรือธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ


  • มีกำไรอย่างสม่ำเสมอในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน กำไรของบริษัทเปรียบเป็นเครื่องสะท้อนความสามารถในการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทที่มีพื้นฐานดีควรมีกำไรที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง


  • หนี้สินไม่เยอะ เป็นสิ่งที่ควรระวัง การมีหนี้ระยะยาวมากเกินไป อาจทำให้บริษัทมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ และเกิดปัญหาต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น หากวันใดขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะเกิดปัญหาทันที


  • กำไรสะสมเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทและอนาคตที่มีความมั่นคง


  • ควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดี ต้นทุนจะส่งผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ แสดงให้เห็นถึงความสามารถและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดี

ทยอยลงทุนทุก ๆ เดือน (DCA) ดียังไง

DCA

ราคาหุ้น

เงินซื้อเฉลี่ยทุกเดือน  

จำนวนหุ้นที่ได้

เดือนที่ 1

10

3,000

300

เดือนที่ 2

8

3,000

375

เดือนที่ 3

12

3,000

250

เดือนที่ 4

7

3,000

428.57

เดือนที่ 5

6

3,000

500

เดือนที่ 6

8

3,000

375

เดือนที่ 7

9

3,000

333.33

เดือนที่ 8

11

3,000

272.73

เดือนที่ 9

11

3,000

272.73

เดือนที่ 10

10

3,000

300

เดือนที่ 11

9

3,000

333.33

เดือนที่ 12

15

3,000

200

ราคาเฉลี่ย

9.67

36,000

3,940.69


จากตารางจะเห็นว่าหากราคาหุ้นที่เราต้องการซื้อเฉลี่ยแกว่งตัวอยู่ในช่วง 6-15 บาท ถ้าเราตัดซื้อเฉลี่ยทุกเดือน เดือนละ 3,000 บาท เราจะได้ต้นทุน 9.67 บาทต่อหุ้น ต่ำกว่าราคาหุ้นในเดือน 12 ที่ปิดไป 15 บาทต่อหุ้น โดยเราจะได้จำนวนหุ้น 3,900 หุ้น และใช้เงินไป 36,000 บาท หากเราซื้อหุ้นทีเดียวเมื่อสิ้นปีที่ราคา 15 บาทต่อหุ้น ด้วยเงินจำนวน 36,000 บาทเช่นกัน เราจะได้หุ้นเพียง 2,400 หุ้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่าน้อยกว่าวิธีที่เราซื้อเฉลี่ยด้วยแนวทาง DCA


ข้อสังเกต: ตารางนี้สะท้อนชัดเจนว่า DCA ให้ประโยชน์สูงสุดในช่วงตลาดผันผวน (Sideway) หรือช่วงที่ราคาย่อตัวลง เพราะเราจะได้สะสมจำนวนหุ้นมากขึ้นในราคาถูกลง เมื่อตลาดกลับตัวเป็นขาขึ้น พอร์ตจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนที่รอซื้อตอนราคาแพง

เลือกช่องทาง DCA อย่างไรให้เหมาะกับคุณ

DCA ที่ไหนดี ไม่มีคำตอบเดียว เพราะช่องทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ เป้าหมาย ระยะเวลาลงทุน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หากต้องการลงทุนกองทุนรวม หุ้นไทยหรือ ETF และหุ้นต่างประเทศ ควรเปรียบเทียบเงื่อนไขการลงทุนอัตโนมัติ เงินลงทุนขั้นต่ำ ค่าธรรมเนียมทั้งหมด รวมถึงการดูแลทรัพย์สินก่อนเปิดบัญชี


ช่องทางเหมาะกับใครสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเริ่ม
กองทุนรวมผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนผ่านกองทุนนโยบายกองทุน, ระดับความเสี่ยง, ค่าธรรมเนียมกองทุน, เงื่อนไขซื้อขายและภาษี
หุ้นไทยและ ETF ผ่านโบรกเกอร์ผู้ที่ต้องการเลือกหุ้นหรือ ETF ในตลาดไทยด้วยตนเองหุ้นหรือ ETF ที่รองรับ, ความถี่ในการส่งคำสั่ง, เงินลงทุนขั้นต่ำหรือจำนวนหุ้นขั้นต่ำ, ค่าคอมมิชชันและ VAT
หุ้นต่างประเทศและ ETFผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตไปต่างประเทศและรับความเสี่ยงค่าเงินได้ตลาดที่รองรับ, ค่าธรรมเนียมซื้อขาย, ค่าแลกเปลี่ยนเงินตรา, การซื้อหุ้นเศษส่วน, การดูแลทรัพย์สินและภาษี


ตารางเปรียบเทียบ 9 โบรกเกอร์ออมหุ้น DCA ยอดนิยมในไทย


โบรกเกอร์ / สถาบันเงินลงทุนขั้นต่ำสินทรัพย์ที่รองรับค่าธรรมเนียม (Cash Balance)ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน
InnovestX (บล. อินโนเวสท์ เอกซ์)2,000 บ./เดือน (หรือ 1 หุ้นผ่าน Streaming DCA)SET100, ETF (TDEX, BMSCITH), หุ้นตปท., กองทุนรวม0.157%ไม่มี (เมื่อตัดผ่าน ATS)
PhillipCapital (บล. ฟิลลิป)1,000 บ./เดือน (Phillip Pocket เริ่ม 500 บ.)หุ้นไทย 30+ ตัวแนะนำ, หุ้นสหรัฐฯ, กองทุนรวม0.257%30 บ./รอบการลงทุน
Krungsri Securities (บล. กรุงศรี พัฒนสิน)1,000 บ./เดือนหุ้นใน SET100, SETHD ผ่าน Stock DCA0.150%ฟรีขั้นต่ำ (เมื่อสมัคร e-Document)
Kasikorn Securities (บล. กสิกรไทย - KS)5,000 บ./ตัว/ครั้งหุ้นใน SET100, ETF ผ่าน Streaming / K-Cyber0.157%50 บ./วัน (ไม่รวม VAT)
KGI Securities (บล. เคจีไอ - รวม CNS โนมูระ)1,000 บ./เดือนหุ้นกลุ่ม SETHD, SET100 และหุ้นแนะนำ0.15% - 0.25%ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี
DAOL Thailand (บล. ดาโอ - อดีต KTBST)1,000 บ./เดือนSET, mai และ ETF ผ่าน DAOL Smart DCA0.15% - 0.25%ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ
Bualuang Securities (บล. บัวหลวง)5,000 บ./เดือนหุ้นพื้นฐาน, ETF (BMSCITH, BSET100), DR0.20% - 0.30%ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจกลยุทธ์
Maybank Securities (บล. เมย์แบงก์ ประเทศไทย)5,000 บ./เดือนSET50, SET100 ผ่านระบบออนไลน์0.150%50 บ./วัน (ยกเว้นบางเงื่อนไข)
SBITO (บล. เอสบีไอ ไทย ออนไลน์)1,000 บ./เดือนหุ้นใน SET100 ผ่าน Settrade DCA Order0.075%ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ


1. บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX - อดีต SCBS)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 2,000 บาท/เดือน สำหรับหุ้นไทย (หรือเริ่มต้นเพียง 1 หุ้นผ่านฟังก์ชัน Settrade DCA Order) และเศษหุ้นต่างประเทศเริ่มต้นเพียง 1 ดอลลาร์

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นในกลุ่ม SET100, กองทุนดัชนี ETF (TDEX, BMSCITH), หุ้นต่างประเทศ และกองทุนรวม / รองรับความถี่ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน

  • ค่าธรรมเนียม: 0.157% สำหรับบัญชี Cash Balance (ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวันเมื่อตัดบัญชีอัตโนมัติ ATS)


2. บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (PhillipCapital)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 1,000 บาท/เดือน สำหรับบริการ Share DCA (และเริ่มต้นเพียง 500 บาทผ่านแอปพลิเคชัน Phillip Pocket)

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นไทยกว่า 30 ตัวที่คัดสรรโดยฝ่ายวิเคราะห์, หุ้นสหรัฐฯ และกองทุนรวม / กำหนดวันตัดรอบลงทุนทุกวันที่ 5, 20 และ 28 ของเดือน

  • ค่าธรรมเนียม: 0.257% ของมูลค่าซื้อขาย (ขั้นต่ำ 30 บาทต่อรอบการลงทุน สำหรับหุ้นไทย ไม่รวม VAT)


3. บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) (Krungsri Securities - KSS)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 1,000 บาท/เดือน (โครงการ Krungsri Stock DCA)

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นในกลุ่ม SET100 และ SETHD / รองรับคำสั่งรายเดือนและรายสัปดาห์ผ่านระบบ Settrade Streaming

  • ค่าธรรมเนียม: 0.150% (Cash Balance) ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาท/วัน เมื่อสมัครรับเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document)


4. บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KS - Kasikorn Securities)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 5,000 บาท / หลักทรัพย์ / ครั้ง

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นในกลุ่ม SET100 และ ETF ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย / รองรับความถี่ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือนผ่าน Streaming และ K-Cyber Trade

  • ค่าธรรมเนียม: 0.157% สำหรับบัญชี Cash Balance (มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาทต่อวัน ไม่รวมค่าธรรมเนียมตลาดฯ และ VAT 7%)


5. บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI - รวมพอร์ต CNS โนมูระเดิม)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 1,000 บาท/เดือน

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นในกลุ่ม SETHD, SET100 และหุ้นแนะนำตามบทวิเคราะห์ / ส่งคำสั่งอัตโนมัติทุกวันทำการแรกของเดือน

  • ค่าธรรมเนียม: 0.15% - 0.25% ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและช่องทางการส่งคำสั่ง (ไม่รวมค่าธรรมเนียมตลาดฯ และ VAT 7%)


6. บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DAOL Thailand - อดีต KTBST)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 1,000 บาท/เดือน ผ่านบริการ DAOL Smart DCA

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นในกลุ่ม SET, mai และ ETF ที่ผ่านเกณฑ์คัดสรร / เลือกลงทุนเฉลี่ยเป็นรายเดือน

  • ค่าธรรมเนียม: 0.15% - 0.25% ตามประเภทบัญชี (ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน)


7. บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) (Bualuang Securities - BLS)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 5,000 บาท/เดือน สำหรับบริการออมหุ้นอัตโนมัติ

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นพื้นฐานดี, ETF (BMSCITH, BSET100), DR ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ และกองทุนรวม / เลือกลงทุนเฉลี่ยรายเดือน

  • ค่าธรรมเนียม: 0.20% - 0.30% ตามแพ็กเกจกลยุทธ์การออมและค่าบริการที่ปรึกษา (ไม่รวมค่าธรรมเนียมตลาดฯ และ VAT 7%)


8. บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Maybank Securities - เดิม Maybank Kim Eng)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 5,000 บาท/เดือน

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นในกลุ่ม SET50 และ SET100 / ตั้งคำสั่งซื้อเฉลี่ยอัตโนมัติรายเดือนผ่านแอป Streaming

  • ค่าธรรมเนียม: 0.150% สำหรับบัญชี Cash Balance ส่งคำสั่งผ่านระบบออนไลน์


9. บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด (SBITO)


  • เงินลงทุนขั้นต่ำ: 1,000 บาท/เดือน

  • สินทรัพย์ที่รองรับ: หุ้นในกลุ่ม SET100 ผ่านคำสั่ง Settrade DCA Order บนระบบ Streaming / รองรับทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน

  • ค่าธรรมเนียม: ค่าคอมมิชชันเริ่มต้นต่ำเพียง 0.075% (Cash Balance) ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินก้อนเล็ก

6 หุ้น DCA แนะนำสำหรับมือใหม่หัดออม

1. หุ้น PTT

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติและเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของไทย ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่นน้ำมัน และการจัดจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมี และพลังงานทดแทน ด้วยความเป็นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ที่มีความมั่นคงสูง PTT จึงเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวแบบ DCA


2. หุ้น CPALL

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ซึ่งมีสาขากว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจอื่นๆ เช่น ศูนย์กระจายสินค้า ธุรกิจค้าส่ง ธุรกิจการศึกษา และธุรกิจอื่นๆ ที่สนับสนุนธุรกิจหลัก CPALL เป็นหุ้นที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความสามารถในการทำกำไรที่ดี รวมถึงมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นหุ้นอีกตัวที่นักลงทุนนิยมเลือกสำหรับการลงทุนแบบ DCA


3. หุ้น SCC

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ที่ดำเนินธุรกิจหลักๆ 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง ด้วยประวัติการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 100 ปี SCC จึงเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูง มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และยังมีการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดได้อย่างดี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนระยะยาวแบบ DCA


4. หุ้น INTUCH

บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม ไอที และธุรกิจดิจิทัล ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของประเทศ นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วยกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากบริษัทในเครือ INTUCH จึงเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนแบบ DCA เพื่อรับเงินปันผลในระยะยาว


5. หุ้น BBL

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของประเทศไทย ที่มีเครือข่ายสาขากว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน BBL มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ มีฐานลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ ธนาคารมีความมั่นคงสูงและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารแบบ DCA


6. หุ้น CPN

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศไทย มีศูนย์การค้าในเครือกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย และสวนน้ำ เป็นต้น CPN มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแผนขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยรายได้ที่มั่นคงจากค่าเช่าพื้นที่และความสามารถในการปรับตัวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป CPN จึงเป็นหุ้นอีกตัวที่เหมาะสำหรับการลงทุนแบบ DCA ในระยะยาว

เทรดหุ้นด้วย CFD ที่ช่วยขยายกำไรด้วยเงินทุนต่ำ

CFD ย่อมาจากสัญญาส่วนต่าง (Contract for Difference) ซึ่งเป็นตราสารการเทรดประเภทหนึ่งและเป็นวิธียอดนิยมที่นักลงทุนใช้เข้าเทรดในตลาดเงิน เหมาะกับสำหรับผู้ที่มีความคาดหวังว่าจะเก็งกำในระยะสั้นด้วยเงินทุนไม่มากและรับความเสี่ยงที่สูงได้ และถ้าหากคิดจะทำกำไรจากการออมหุ้น DCA ก็มีวิธีการง่าย ๆ คือการซื้อให้ถูกและขายให้แพง ด้วยเครื่องมืออย่าง CFD เป็นหนึ่งในเครื่องมือการซื้อขายที่ยืดหยุ่นที่สุด ที่จะมาช่วยในการขยายขอบเขตการทำกำไรให้กับเทรดเดอร์นั่นเอง สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน และตลอด 5 วันทำการต่อสัปดาห์


ตัวอย่างเช่นการเทรดหุ้นกับโบรกเกอร์ MiTrade

เพื่อให้เห็นภาพของ CFD ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูตัวอย่างการเทรดหุ้น Apple (AAPL) สมมติราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ระดับ $230.00 ต่อหุ้น และต้องการเข้าทำรายการจำนวน 10 หุ้น:


รายการเปรียบเทียบซื้อหุ้นจริง (ไม่มีเลเวอเรจ)เทรด CFD เลเวอเรจ 1:20 (Long ขาขึ้น)เทรด CFD เลเวอเรจ 1:20 (Short ขาลง)
ราคาเปิดสถานะ$230.00$230.00$230.00
ราคาปิดสถานะ$240.00 (+4.35%)$240.00 (+4.35%)$220.00 (-4.35%)
ขนาดสัญญา10 หุ้น10 หุ้น (10 Lots)10 หุ้น (10 Lots)
เงินทุนเริ่มต้นที่ต้องใช้$2,300.00$115.00 (Margin 5%)$115.00 (Margin 5%)
กำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคา+$100.00+$100.00+$100.00
อัตราผลตอบแทนต่อเงินทุน+4.35%+86.96% (ขยายผลกำไร)+86.96% (กำไรจากตลาดขาลง)


จะเห็นได้ว่าด้วยราคาหุ้น Apple (AAPL) ที่ $230.00 หากซื้อหุ้นจริง 10 หุ้นจะต้องใช้เงินเต็มจำนวนถึง $2,300.00 แต่หากใช้ CFD เลเวอเรจ 1:20 จะใช้เงินวางหลักประกัน (Margin 5%) เพียง $115.00 เท่านั้น เมื่อราคาหุ้นขยับขึ้นไป $240.00 (+4.35%) กำไร $100.00 จะคิดเป็นผลตอบแทนสูงถึง +86.96% ของเงินประกัน และในทางกลับกัน หากตลาดเข้าสู่ขาลง เราสามารถเปิดสถานะ Short ที่ $230.00 เพื่อทำกำไรเมื่อราคาลดลงสู่ $220.00 ได้เช่นกัน


คำเตือน: เลเวอเรจเป็นดาบสองคมที่ขยายทั้งผลกำไรและผลขาดทุน หากเปิดสถานะ Long แล้วราคาหุ้น AAPL กลับลดลงจาก $230.00 สู่ 220.00(-4.35%)การซื้อหุ้นจริงจะขาดทุน-100 (คิดเป็น -4.35% และยังถือหุ้นต่อไปได้) แต่การเทรด CFD จะขาดทุน -$100 หรือคิดเป็น -86.96% ของเงินหลักประกัน ซึ่งอาจทำให้ถูกบังคับปิดสถานะ (Stop Out) ได้ทันทีหากไม่ได้ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) หรือไม่มีเงินสำรองในพอร์ต


mitrade    
💸 ห้ามพลาด!!! 💸    
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁    

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑    
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน
คำถามที่พบบ่อย

DCA หุ้น วันไหนของเดือนให้ผลตอบแทนดีที่สุด?

จากผลการศึกษาสถิติย้อนหลังระยะยาวในตลาดหุ้นไทยและตลาดโลก วันที่เลือกซื้อในแต่ละเดือน (เช่น วันที่ 1, วันที่ 15 หรือสิ้นเดือน) แทบไม่มีผลแตกต่างต่อผลตอบแทนรวมระยะยาว 5-10 ปีอย่างมีนัยสำคัญ วันที่ดีที่สุดคือ 'วันที่สะดวกและสม่ำเสมอที่สุด' เช่น วันถัดจากวันที่เงินเดือนออก เพื่อให้ระบบตัดเงินอัตโนมัติก่อนที่เราจะนำไปใช้จ่าย

หากตลาดหุ้นตกหนัก หรือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ควรหยุด DCA ชั่วคราวหรือไม่?

หากหุ้นหรือกองทุนนั้นยังมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งไม่ควรหยุด DCA เด็ดขาด เพราะช่วงเวลาที่ตลาดปรับฐานลงแรงคือช่วงเวลาทองที่เงินลงทุนก้อนเดิมจะได้สะสมจำนวนหุ้นมากที่สุด ซึ่งจะช่วยดึงต้นทุนเฉลี่ยให้ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากพบว่าธุรกิจนั้นสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างถาวร จึงควรหยุดและเปลี่ยนไปออมในสินทรัพย์อื่นที่มีอนาคตดีกว่า

มือใหม่ควร DCA หุ้นรายตัว หรือ DCA กองทุนดัชนี (ETF) ดีกว่ากัน?

สำหรับมือใหม่ที่ไม่มีเวลาแกะงบการเงินและติดตามข่าวสารธุรกิจอย่างใกล้ชิด การ DCA ในกองทุนดัชนีหรือ ETF (เช่น ETF SET50, S&P 500) ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะช่วยกระจายความเสี่ยงไปในหลายสิบบริษัททันที ไม่มีปัญหาความเสี่ยงบริษัทล้มละลาย ส่วนผู้ที่มีความรู้ด้านการวิเคราะห์งบการเงิน สามารถเลือก DCA หุ้นรายตัวที่มี Moat แข็งแกร่งเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดได้

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

goTop
quote
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
วิธีเทรดหุ้น 2026: 6 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับมือใหม่การ “เทรดหุ้น” เป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ แต่ก็กลัวพอๆ กัน เพราะได้ยินแต่เรื่องเสียเงิน หรือเรื่องยุ่งยากซับซ้อน แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง การเทรดหุ้นก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด วันนี้เราจะมาเรียนรู้ วิธีเทรดหุ้น พร้อมเทคนิคการบริหารความเสี่ยงที่จะช่วยให้คุณเทรดอย่างปลอดภัย
ผู้เขียน  MitradeInsights
6 เดือน 18 วัน พฤหัส
การ “เทรดหุ้น” เป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ แต่ก็กลัวพอๆ กัน เพราะได้ยินแต่เรื่องเสียเงิน หรือเรื่องยุ่งยากซับซ้อน แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง การเทรดหุ้นก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด วันนี้เราจะมาเรียนรู้ วิธีเทรดหุ้น พร้อมเทคนิคการบริหารความเสี่ยงที่จะช่วยให้คุณเทรดอย่างปลอดภัย
placeholder
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2569การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2569 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
7 เดือน 10 วัน ศุกร์
การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2569 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
placeholder
โบรกเกอร์หุ้นที่ดีที่สุดในไทย ปี 2026 เลือกยังไงให้เทรดง่าย ได้กำไรเบื่อไหมครับ? กับการเห็นคนรอบข้างรวยเอาๆ จากการเทรด แต่พอเราจะเริ่มเองกลับเจอแต่ศัพท์เทคนิคประหลาดๆ และแอปที่ใช้งานยาก! เอาล่ะครับ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกการเลือก โบรกเกอร์หุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 แบบม้วนเดียวจบ อ่านจบเปิดพอร์ตเป็นทันที!
ผู้เขียน  MitradeInsights
2 เดือน 06 วัน ศุกร์
เบื่อไหมครับ? กับการเห็นคนรอบข้างรวยเอาๆ จากการเทรด แต่พอเราจะเริ่มเองกลับเจอแต่ศัพท์เทคนิคประหลาดๆ และแอปที่ใช้งานยาก! เอาล่ะครับ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกการเลือก โบรกเกอร์หุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 แบบม้วนเดียวจบ อ่านจบเปิดพอร์ตเป็นทันที!
placeholder
หุ้นตัวไหนน่าซื้อ แนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุนปี2026 สำหรับระยะสั้นและระยะยาวโลกการลงทุนปี 2569 เต็มไปด้วยความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี AI การเลือกหุ้นน่าลงทุนในปีนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมองหาหุ้นที่ขึ้นแรงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจัดสรรพอร์ตให้สมดุลระหว่าง “หุ้นเติบโตระยะยาว” และ “หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น” ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้แล้วในบทความนี้
ผู้เขียน  MitradeInsights
8 เดือน 24 วัน จันทร์
โลกการลงทุนปี 2569 เต็มไปด้วยความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี AI การเลือกหุ้นน่าลงทุนในปีนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมองหาหุ้นที่ขึ้นแรงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจัดสรรพอร์ตให้สมดุลระหว่าง “หุ้นเติบโตระยะยาว” และ “หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น” ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้แล้วในบทความนี้
placeholder
ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ผู้เขียน  เมธิณี วสุมดีInsights
7 เดือน 03 วัน ศุกร์
การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์