DCA คือ อะไร? เปิดบัญชีออมหุ้น DCA ที่ไหนดี 2567

8 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด 11 ก.ค. 2567 06:22 น.
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

สร้างรายได้ทางอ้อมด้วยการลงทุนออมสม่ำเสมอ ทยอยลงทุนเรื่อย ๆ แบบ DCA หรือ Dollar-Cost- Averaging ถัวเฉลี่ยต้นทุนยังไงให้ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการลงทุนที่ง่าย เงินลงทุนตั้งต้นไม่มาก ไม่มีความซับซ้อน เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่เป็นอย่างมาก

DCA คืออะไร

DCA ย่อมาจาก Dollar-Cost- Averaging คืออีกรูปแบบหนึ่งของการลงทุน ซึ่งจะลงทุนออมหุ้นอย่างสม่ำเสมอในสินทรัพย์ที่เราเลือกเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือกองทุนก็ตาม เป็นจำนวนเงินเท่า ๆ กันทุกครั้ง ในระยะเวลาหนึ่งอย่างต่อเนื่อง


เช่น ลงทุนทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน หรือ ลงทุนในช่วงต้นเดือนหลังจากเงินเดือนออก โดยให้ระบบหักเงินไปซื้อหุ้นหรือกองทุนจำนวน 1,000 บาท โดยไม่สนใจว่าราคาจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเดือนไหน ราคาหุ้นสูงขึ้นเราก็ซื้อได้จำนวนน้อยลง ถ้าราคาหุ้นลดลงเราก็ซื้อได้จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยสร้างวินัยในการออม และการลงทุนโดยไม่คำนึงถึงราคาของสินทรัพย์ลงทุนที่เลือกไว้ว่าราคาเท่าไหร่


โดยปกติแล้วความถี่ของการ DCA ของหลาย ๆ คนมักจะอยู่ที่รายเดือน เป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยมที่ใช้สร้างวินัยการลงทุนกัน โดยไม่มีการจับจังหวะตลาดและราคาของสินทรัพย์ จึงเป็นวิธีการลงทุนที่ทำได้ง่าย


การ DCA ส่วนมากจะเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน เหตุผลคือ มนุษย์เงินเดือนจะมีรายได้ประจำทำให้สามารถจัดการเงินออมได้ดีกว่าอาชีพอิสระ จึงสามารถนำเงินส่วนหนึ่ง อาจเดือนละ 1,000-5,000 บาท มาสะสมในทรัยพ์สินเพื่อเป็นทุนในอนคตข้างหน้า


DCA อาจจะไม่ใช่วิธีที่ทำให้เราได้ผลตอบแทนดีที่สุดแต่เป็นวิธีที่ทำให้เราสามารถใช้วินัยและความอดทนเพื่อสะสมทรัพย์สินได้ โดยได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาว


ข้อดีข้อเสียของการทำ DCA

ข้อดีของ “DCA” 

ออมหุ้นเดือนละ 1000 ในระบบ DCA ถือเป็นเรื่องใหม่ และทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านการลงทุน และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นลงทุนยังไง 


แต่เดิม เรามีโบรกเกอร์ หรือ ธนาคารเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เปิดให้บริการออมหุ้นในระบบ DCA ซึ่งแต่เดิม นักลงุทนหลายท่านเลือกที่จะทำการลงทุนหุ้นถัวเฉลี่ยในแบบตัวของท่านเอง ซึ่งเป็นการลงทุนซื้อหุ้นถัวเฉลี่ยในหุ้นสามัญโดยตรงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการถูกทุบราคาอย่างสูง ดั่งวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่ทุบราคาหุ้นจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อาจส่งผลให้หลายท่านที่เคยออมหุ้นในระหว่างที่หุ้นสามัญตัวนั้นมีราคาที่สูง พลอยขาดทุนติดลบไปด้วย 


เช่นเดียวกันกับธนาคาร ที่เปิดให้บริการฝากเงินเพื่อลงทุนในกองทุนรวม SET 50 หรือ SET 100 แต่ไม่ได้มีเงื่อนไขที่ให้นักลงทุนต้องนำเงินมาลงทุนเป็นประจำทุกเดือน อาจทำให้เกิดภาวะขาดสภาพคล่องด้านการสะสมทุน จึงทำให้เมื่อต้องการขาย กลับมีหุ้นกองทุนรวมอยู่ในมือเพียงนิดเดียว ซึ่งต่างจากรูปแบบการลงทุน ออมหุ้นเดือนละ 1000 ในระบบ DCA ที่ธนาคารจะทำการตัดยอดเงินจากท่านเป็นประจำทุกเดือน  ตามที่ท่านกำหนดไว้ตั้งแต่เปิดพอร์ตลงทุน แล้วนำไปลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET 50 , SET 100 หรือ MAI ที่มีพื้นฐานมั่นคงสูง ซึ่งเป็นข้อดีของการลงทุน ออมหุ้นเดือนละ 1000


ข้อดีของ DCA มีอะไรน่าสนใจบ้างมาดูกันต่อเลย


1️⃣ ทุนน้อยก็สามารถลงทุนได้ 

สามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยการแบ่งรายได้ในแต่ละเดือนมาใช้ลงทุนเป็นประจำโดยไม่กระทบต่อเงินที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่อาจจะมีทุนเริ่มต้นไม่มากแต่ต้องออมเงินเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินไว้เฉย ๆ ด้วยการสะสมหุ้นเพื่อให้เงินทำงาน ไม่ต้องใช้เวลาติดตามข่าวสารการลงทุนมากนัก หากลงทุนนานวันเข้าก็จะได้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วงราคาหุ้นขาลง เพราะใช้เงินลงทุนเท่าเดิม แต่ได้จำนวนหุ้นมากขึ้น และช่วยลดการขาดทุนหนัก ๆ ได้หากราคาหุ้นปรับตัวลงอย่างรุนแรงได้


2️⃣ เป็นการเริ่มต้นศึกษาการลงทุนไปในตัว 

หลายท่าน กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้าสู่โลกการลงทุน เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ออมหุ้นเดือนละ 1000 ในระบบ DCA ช่วยให้ท่านได้ศึกษาเรียนรู้ รูปแบบการลงทุนในตลาดหุ้น เมื่อท่านต้องการพัฒนาตัวต่อยอด โดยการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอง ก็สามารถทำได้ โดยที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้ว ต่างกับการกระโจนเข้าสู่ตลาดหุ้นในทันที ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียสูงกว่า ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ซับซ้อน ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการลงทุนหรือวิเคราะห์ตลาดก็สามารถนำไปใช้ได้


3️⃣ เป็นการออมเงินด้วยการลงทุน ที่ให้ผลประโยชน์มากกว่าดอกเบี้ยประจำ

ออมหุ้นเดือนละ 1000 ในระบบ DCA ไม่ได้ให้ผลประโยชน์กับท่านรูปแบบดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ให้ผลตอบแทนท่านในรูปแบบมูลค่าหุ้นที่ท่านถือในมือ ยิ่งท่านลงทุนไว้นานเท่าไหร่ และอัตราถัวเฉลี่ยรวมของหุ้นที่ท่านมีในพอร์ตการลงทุนยิ่งถูกลง 


ยกตัวอย่างตอนเริ่มต้นออม ท่านลงทุนในอัตรา 10 บาทต่อหุ้น แต่เมื่อท่านถือนานไป ต้นทุนของท่านลดลงเหลือหุ้นละ 9 บาท แล้วมูลค่าหุ้นที่ท่านถือในมือปรับเป็น 13 บาท หมายความว่า ท่านทำกำไรได้ถึง 4 บาทต่อหุ้น โดยที่หุ้นในมือของท่านมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  โอกาสที่ท่านจะได้รับกำไรสูงขึ้นเพิ่มตามไปด้วย และที่สำคัญ ทั้งการฝากประจำและมีรายได้จากดอกเบี้ย และ การออมหุ้นเดือนละ 1000 ในระบบ DCA ยังคงต้องมีการจ่ายภาษีเงินได้ ท่านคิดว่า การลงทุนแบบใดที่ช่วยท่านทำกำไรได้อย่างสมน้ำสมเนื้อกันละครับ


4 เป็นการลงทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ และไม่มีเวลาดูกระดานหุ้นด้วยตัวเอง 

สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ เชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนกลัวมากที่สุดคือ เงินต้นฉันจะหายไหม นักลงทุนหน้าใหม่กลัวการขาดทุนครับ และยิ่งการขาดทุนในอัตราสูง ยิ่งทำก่อให้เกิดความกลัว ไม่กล้าพัฒนาตัวสู่โลกการลงทุนอีก การลงทุน ออมหุ้นเดือนละ 1000 ในระบบ DCA ช่วยให้ท่านเข้าสู่โลกการลงทุนด้วยความสบายใจ เพราะจะมีผู้มีประสบการณ์ในการลงทุนคอยช่วยเหลือท่าน และการลงทุนระบบนี้ เน้นการลงทุนในหุ้นสามัญ ที่เน้นปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ท่านหมดกังวลได้ที่จะต้องนั่งเฝ้าดูกระดาน ว่าฉันต้องซื้อ หรือต้องขายตอนไหนดี


ข้อจำกัดของ “DCA”

กลยุทธ์หุ้น DCA ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างที่ทำให้นักลงทุนต้องจบลงด้วยผลขาดทุน หากนักลงทุนเลือก DCA ในหุ้นที่ไม่มีอนาคตและแนวโน้มราคาปรับลงทำจุดต่ำสุดใหม่ตลอด แม้จะใช้กลยุทธ์การเฉลี่ยต้นทุนแบบ DCA ก็ยังทำให้นักลงทุนต้องเผชิญผลขาดทุนได้เหมือนกัน


มาดูกันว่าข้อเสียของ DCA มีอะไรบ้าง


1️⃣ ต้นทุนที่ได้จะเป็น ต้นทุนเฉลี่ย 

คำว่าต้นทุนเฉลี่ย หมายถึงต้นทุนทั้งจากช่วงที่ราคาสูงและราคาต่ำ ในระยะสั้นอาจมีต้นทุนเฉลี่ยที่สูงกว่าราคาตลาดของสินทรัพย์ลงทุนนั้น ๆ ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การเฉลี่ยต้นทุนเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยให้คุณลดความเสี่ยงและบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้


2️⃣ DCA ไม่ได้ลดความผันผวนของมูลค่าพอร์ตลงทุนโดยรวม 

ถ้าจัดพอร์ตลงทุนเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เช่น หุ้น ทองคำ พอร์ตลงทุนโดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดอยู่ เพราะแม้ว่าตลาดจะประสบกับความผันผวนในระยะสั้นมากมาย แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หากคุณไม่เพิ่มการลงทุนรายเดือนไปเรื่อย ๆ  คุณก็อาจได้หุ้นโดยเฉลี่ยน้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน


3️⃣ DCA ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ชอบลงทุนแบบจับจังหวะเวลา

แนวทางการลงทุนของคุณอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากภาวะของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ทางการเงินส่วนบุคคลอาจไม่เหมือนเดิมเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น รูปแบบการลงทุนแบบนี้อาจไม่ตรงตามเป้าหมายของนักลงทุนที่ชอบลงทุนแบบจับจังหวะเวลา จึงอาจส่งผลให้พอร์ตโฟลิโอของคุณอาจไม่มีประสิทธิภาพตามที่คุณต้องการเมื่อเวลาผ่านไปได้

หุ้น DCA ตัวไหนน่าลงทุน ดูจากอะไร

ก่อนอื่นต้องดูกันก่อนว่าหุ้นลักษณะแบบไหนที่ควรพิจารณามาลงทุนแบบ DCA เพราะโดยส่วนมากการลงทุนแบบ DCA ผู้ลงทุนต้องตั้งเป้าหมายการออมหุ้นรายเดือน รายสัปดาห์ หรือราย Quater หากเลือกหุ้นผิด ก็จะทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายหรืออาจขาดทุนได้ เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อหุ้นมา DCA จึงต้องเป็นหุ้นพื้นฐานดี ซึ่งควรมีลักษณะดังต่อไปนี้


  • ธุรกิจต้องมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพราะจะช่วยให้เลือกหุ้นที่มีความแข็งแกร่งแลสามารถดำเนินการอยู่ในอุตสาหกรรมได้ในระยะยาว


  • กิจการเติบโตต่อเนื่อ หุ้นต้องสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในเทรนด์อนาคต ไม่มีแนวโน้มที่จะถูก Disrupt ไปง่าย ๆ เช่น ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่าง ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า โรงพยาบาลหรือธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ


  • มีกำไรอย่างสม่ำเสมอในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน กำไรของบริษัทเปรียบเป็นเครื่องสะท้อนความสามารถในการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทที่มีพื้นฐานดีควรมีกำไรที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง


  • หนี้สินไม่เยอะ เป็นสิ่งที่ควรระวัง การมีหนี้ระยะยาวมากเกินไป อาจทำให้บริษัทมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ และเกิดปัญหาต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น หากวันใดขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะเกิดปัญหาทันที


  • กำไรสะสมเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทและอนาคตที่มีความมั่นคง


  • ควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดี ต้นทุนจะส่งผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ แสดงให้เห็นถึงความสามารถและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดี

ทยอยลงทุนทุก ๆ เดือน (DCA) ดียังไง

DCA

ราคาหุ้น

เงินซื้อเฉลี่ยทุกเดือน  

จำนวนหุ้นที่ได้

เดือนที่ 1

10

3,000

300

เดือนที่ 2

8

3,000

375

เดือนที่ 3

12

3,000

250

เดือนที่ 4

7

3,000

428.57

เดือนที่ 5

6

3,000

500

เดือนที่ 6

8

3,000

375

เดือนที่ 7

9

3,000

333.33

เดือนที่ 8

11

3,000

272.73

เดือนที่ 9

11

3,000

272.73

เดือนที่ 10

10

3,000

300

เดือนที่ 11

9

3,000

333.33

เดือนที่ 12

15

3,000

200

ราคาเฉลี่ย

9.67

36,000

3,940.69


จากตารางจะเห็นว่าหากราคาหุ้นที่เราต้องการซื้อเฉลี่ยแกว่งตัวอยู่ในช่วง 6-15 บาท ถ้าเราตัดซื้อเฉลี่ยทุกเดือน เดือนละ 3,000 บาท เราจะได้ต้นทุน 9.67 บาทต่อหุ้น ต่ำกว่าราคาหุ้นในเดือน 12 ที่ปิดไป 15 บาทต่อหุ้น โดยเราจะได้จำนวนหุ้น 3,900 หุ้น และใช้เงินไป 36,000 บาท หากเราซื้อหุ้นทีเดียวเมื่อสิ้นปีที่ราคา 15 บาทต่อหุ้น ด้วยเงินจำนวน 36,000 บาทเช่นกัน เราจะได้หุ้นเพียง 2,400 หุ้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่าน้อยกว่าวิธีที่เราซื้อเฉลี่ยด้วยแนวทาง DCA

ทำไม”ซื้อหุ้นแบบ DCA” ทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ

1. ต้องเข้าใจก่อนว่าการ DCA ซื้อหุ้นทุกเดือนคืออะไร

การ DCA ซื้อหุ้นทุก ๆ เดือน คือ การที่นักลงทุนทยอยซื้อหุ้นตัวเดียวกันทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน แต่แนะนำว่าให้ลงทุนในทุกเดือนจะดีกว่า เพราะผลตอบแทนออกมาไม่ต่างกัน เพื่อลดความวุ่นวายที่นักลงทุนต้องมาซื้อหุ้นในทุกวัน


โดยวิธีการ คือ จะแบ่งเป็นงวด ๆ เท่ากัน ไม่สนใจราคาว่าจะเป็นเท่าไหร่ เช่น ออมเดือนละ 100 หุ้น หรือจะกำหนดตามวงเงิน 3,000-5,000 บาท ตามที่เราวางแผนไว้


2. ทำการศึกษาให้เข้าใจ เพื่อเลือกว่าเราจะซื้อหุ้นตัวไหน

กฎเหล็กของการซื้อหุ้นแบบ DCA คือ เราต้องมั่นใจว่าเราต้องซื้อหุ้นระยะยาวที่เป็นแนวโน้มเป็นขาขึ้น ห้าม DCA หุ้นเป็นขาลงเด็ดขาด อย่างที่เรารู้กันเป็นอย่างดีว่าหุ้นระยะสั้น มีความผันผวนสูง แล้วพอเวลาผ่านไประยะยาว หุ้นจะสามารถเติบโตได้ดี


3. เปิดบัญชีให้เหมาะสมกับความต้องการของเรา

แท้จริงแล้วบัญชีหุ้นไม่ได้มีความแตกต่างกันเท่าไหร่ สำหรับนักลงทุนมือใหม่แนะนำ ให้เน้นดูว่า ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ก็ใช้ได้แล้ว


4. ต้องมีวินัยในการลงทุน

การซื้อหุ้นด้วยการ DCA สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ วินัยในการลงทุน ในเวลาที่เราเห็นตลาดขึ้น บางคนอาจไม่กล้าซื้อ คิดว่าเดี๋ยวต้นทุนของเราจะสูงขึ้น หรือบางคนมีความคิดว่ารอหุ้นลงอีกหน่อยค่อยซื้อแล้วกัน จริง ๆ แล้วถ้าเราตัดเรื่องอารมณ์ออกไป จะทำให้เรากล้าซื้อหุ้นไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง ทำให้เราไม่เสียโอกาส เพราะในระยะสั้นหุ้นจะวิ่งตามแรงซื้อและแรงขายอยู่แล้ว แต่ในระยะยาวหุ้นจะวิ่งตามมูลค่า


5. ต้องตรวจสอบหุ้นที่เราออมเมื่อประกาศงบทุกไตรมาส

ทุก 3 เดือน (ไตรมาส) เราต้องดูว่าหุ้นที่เราซื้อไป ผลประกอบการเป็นไปตามคาดหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามที่คาดไว้ก็สามารถ DCA ได้สบาย แต่ถ้าแย่ก็ต้องดูว่าเป็นเพราะผลกระทบระยะสั้นหรือระยะยาว ถ้าระยะสั้นไม่เป็นไร แต่ถ้าระยะยาวอาจจะต้องเปลี่ยนหุ้นที่เรา DCA


ในระยะแรกอาจจะดูงบแล้วงง ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าจะเปรียบเทียบ ต้องเปรียบเทียบกับงบไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว ห้ามเปรียบเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เพราะเป็นธรรมชาติของธุรกิจ บางเดือนยอดขายดีบางเดือนยอดขายแย่เป็นธรรมดา

เปิดบัญชีออมหุ้น DCA ที่ไหนดี 2567

โบรกเกอร์

เงินลงทุนขั้นต่ำ(บาท)

นโยบายการลงทุน

ค่าธรรมเนียม*

SCBS

2,000

SET100

0.25%

SBI

1,000

SET100

0.075%

Phillip

1,000

หุ้น 30 ตัวจากนักวิเคราะห์

0.25%

KS

5,000

SET100

0.15%

Nomura

1,000

SETHD, SET100

0.15-0.25%

KTBS

1,000

SET, mai

0.25%

Bualuang

10,000

SET100, BMSCITH, BSET100

0.30%

Maybank Kim Eng

5,000

SET50, SET100

0.15%

KSS

2,000

SET100

0.15%


*ค่าธรรมเนียมยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่นของตลาดหลักทรัพย์และ 7%VAT


1. บริษัทหลักทรัพย์  ไทยพาณิชย์ (SCBS)

  • ออมหุ้นขั้นต่ำ 2,000 บาท

  • ช่องทางการลงทุน Settrade Streaming เมนู Settrade DCA Order

  • เงื่อนไขการออม มีทั้งรายเดือน / รายสัปดาห์

  • นโยบายการลงทุน SET 100 ,TDEX และ BMSCITH

  • ค่าธรรมเนียม หากส่งคำสั่งเองผ่านอินเตอร์เน็ต 0.157% ของมูลค่าการซื้อขาย แต่หากส่งคำสั่งผ่านผู้ดูแลบัญชี 0.257% ของมูลค่าการซื้อขาย

  • ลงทุนเริ่มต้น 2,000 บาท ลงทุนแบบรายเดือน เลือกหุ้นได้จาก SET100, TDEX, BMSCITH ซื้อหุ้น 100 ตัว (Board Lot) ค่าธรรมเนียม 0.157% หากซื้อผ่านอินเทอร์เนต หรือ 0.257% เมื่อซื้อผ่านโบรกเกอร์


2. บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด (SBI)

  • โดยเริ่มออมหุ้นด้วยเงินเพียง 1,000 บาทขึ้นไป

  • หุ้นในกลุ่ม SET 100 เท่านั้น สำหรับการออมหุ้นแบบ DCA

  • ค่าคอมมิชชั่นยังคงอยู่ที่อัตราปกติ คือ 0.075% สำหรับบัญชี Cash Balance และ 0.010% สำหรับบัญชี Cash


3. บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (Phillip)

  • จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท/เดือน

  • นโยบายการลงทุน เลือกหุ้นที่ต้องการลงทุน โดยเลือกจากลิสต์รายชื่อ 36 หุ้นแนะนำ (ฝ่ายวิเคราะห์จะ Review ทุก 6 เดือน) เลือกได้สูงสุด 20 ตัว

  • กำหนดวันลงทุน ทุกวันที่ 5,20 และ 28 ของเดือน

  • ค่าธรรมเนียม 0.257% ของจำนวนเงินที่ลงทุน ขั้นต่ำ 30 บาทต่อรอบการลงทุน (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)


4. บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KS)

  • จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท / Symbol/ครั้ง

  • ช่องทางการลงทุน K-Cyber Trade, Settrade Streaming

  • นโยบายการลงทุน ซื้อหุ้นที่อยู่ใน SET 100 หรือ ETF

  • เงื่อนไขการลงทุน มีทั้งรายเดือน / รายสัปดาห์

  • ค่าธรรมเนียม สำหรับบัญชี Cash Balance 0.157% และบัญชี Cash Account 0.207% ไม่รวมค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ (ขั้นต่ำ 50 บาทต่อวัน)


5. บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) (Nomura)

  • จำนวนเงินลงทุน 1,000 บาท

  • นโยบายการลงทุน SETHD และ หุ้นที่ CNS ประกาศ (AOT, BDMS, BH, BTS, BJC, CPALL, CPN, GLOBAL, BEM, CPF, HMPRO, KTC)

  • เงื่อนไขการลงทุน ออมทุกเดือน วันทำการแรกของเดือน

  • ค่าธรรเมนียม 0.25% ไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่นและ VAT


6. บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBS)

  • ออมหุ้น เริ่มต้น 1,000 บาท KTBST smart DCA

  • ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

  • นโยบายการลงทุน SET, mai

  • ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย 0.25%


7. บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (Bualuang)

  • จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท/เดือน

  • นโยบายการรลงทุนใน BMSCITH* ซึ่งเสมือนเป็นการถือครองหลักทรัพย์ทุกตัวในดัชนี MSCI Thailand และ BSET100* ซึ่งเสมือนการถือครองบริษัทขนาดใหญ่ 100 บริษัท, E1VFVN3001* ซึ่งเสมือนลงทุนในหลักทรัพย์เวียดนาม ด้วยระบบตัดเงินเป็นรายเดือน

  • ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Commission Rate) อยู่ที่ 0.30%

  • ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการลงทุน ราย 2 ปี โดยชำระเดือนแรกของรอบการลงทุน (เงินลงทุนต่อเดือน + 1,070 บาท)


8. Maybank Kim Eng

  • ออมหุ้น DCA กับ บล. Maybank Kimeng

  • ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท

  • นโยบายการลงทุน SET50 / SET 100

  • ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย 0.15%


9. บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS)

  • จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 2,000 บาท

  • นโยบายการลงทุน หุ้นใน SET 100

  • เงื่อนไขการลงทุน รายเดือน / รายสัปดาห์

  • สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการรับเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document)  จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาทต่อบัญชีต่อวัน

6 หุ้น DCA แนะนำสำหรับมือใหม่หัดออม

1. หุ้น EGCO

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในบริษัทที่น่าเลือกหุ้นมาลงทุน โดยประกอบธุรกิจด้านการลงทุน โดยการถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ที่ประกอบธุรกิจ อาทิเช่น ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งในฐานะรายใหญ่ (IPP) และรายเล็ก (SPP) รวมถึงธุรกิจการให้บริการด้านเทคนิคการจัดการแก่โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ หุ้น EGCO ถือเป็นหุ้นที่นักลงทุนหลายคนนำมาใส่ไว้ในรายชื่อบัญชีออมหุ้น เพราะธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน โรงไฟฟ้า มีความสามารถในการเติบโตได้สูง


2. หุ้น MEGA

หุ้น MEGA หรือ บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภค ชั้นนำระดับโลก ใครที่ทานวิตามินหรืออาหารเสริมน่าจะรู้จักบริษัทนี้ดี ปัจจุบันยังได้ จำหน่ายสินค้าไปยังประเทศพม่า เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว


3. หุ้น AOT

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT หุ้นในกลุ่มบริการขนส่งและโลจิสติกส์ AOT หรือ ทอท. ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย ประกอบธุรกิจหลัก ได้แก่ การจัดการ การดำเนินงาน และการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ท่าอากาศยานหลักของประเทศ) ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งนี้ ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ


4. หุ้น ADVANC

หุ้นในหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างมากในอนาคต บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมต่าง ๆ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ได้แก่ เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และธุรกิจดิจิทัล เซอร์วิส


5. หุ้น KBANK

ไม่มีใครไม่รู้จักหุ้นธนาคารยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามที่ได้รับอนุญาต ซึ่ง ธนาคาร กสิกรไทย เป็นหนึ่งในธนาคารที่ลงทุนและพัฒนาระบบ เทคโนโลยีทางการเงินและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ทันยุคสมัยและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปและเติบโตอย่างต่อเนื่องไปในอนาคต


6. หุ้น BDMS

ธุรกิจในเทรนด์สุขภาพ ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต หุ้น BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ของประเทศไทย และยังมีโรงพยาบาลเครือข่ายอยู่ในประเทศกัมพูชาด้วย โรงพยาบาลในเครือ BDMS ที่ทุกคนรู้จักกันดีเช่น กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ  กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบี เอ็น เอช เป็นต้น นอกจากนี้ยังประกอบธุรกิจอื่น ๆ ที่สนับสนุนทางด้านการแพทย์ ได้แก่  ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์  ธุรกิจผลิตยาและธุรกิจผลิตน้ำเกลือ เป็นต้น


ดังนั้น หากเราเลือกลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลเป็นประจำ การทยอยสะสมหุ้นนั้น ไปเรื่อย ๆ     จะทำให้ได้รับกระแสเงินสดจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นรายได้ส่วนเพิ่ม (Passive Income) ซึ่งสามารถนำไปสร้างประโยชน์และความสุขให้กับชีวิตได้ นั่นเอง

เทรดหุ้นด้วย CFD ที่ช่วยขยายกำไรด้วยเงินทุนต่ำ

CFD ย่อมาจากสัญญาส่วนต่าง (Contract for Difference) ซึ่งเป็นตราสารการเทรดประเภทหนึ่งและเป็นวิธียอดนิยมที่นักลงทุนใช้เข้าเทรดในตลาดเงิน เหมาะกับสำหรับผู้ที่มีความคาดหวังว่าจะเก็งกำในระยะสั้นด้วยเงินทุนไม่มากและรับความเสี่ยงที่สูงได้ และถ้าหากคิดจะทำกำไรจากการออมหุ้น DCA ก็มีวิธีการง่าย ๆ คือการซื้อให้ถูกและขายให้แพง ด้วยเครื่องมืออย่าง CFD เป็นหนึ่งในเครื่องมือการซื้อขายที่ยืดหยุ่นที่สุด ที่จะมาช่วยในการขยายขอบเขตการทำกำไรให้กับเทรดเดอร์นั่นเอง สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน และตลอด 5 วันทำการต่อสัปดาห์


ตัวอย่างเช่นการเทรดหุ้นกับโบรกเกอร์ MiTrade

การเทรดหุ้น APPL ด้วย CFD จากโบรกเกอร์ MiTrade มีวิธีซื้อขายง่าย ๆ คือ เมื่อราคา APPL $136.63 ดอลลาร์ หากมองว่าราคาหุ้นกำลังจะปรับตัวขึ้นไปอีกให้เปิดสถานะ Long เพื่อคาดหวังผลกำไรจากส่วนต่างราคาขาขึ้น และวางเงินลงทุนขั้นต่ำ $68.32 บนขนาดสัญญาขั้นต่ำ 10 Lots (ตัว) เมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปก็ปิดสัญญาเพื่อรับรู้กำไร โดยหากปิดสถานะได้ที่ราคา $140.00 ก็จะได้กำไร $33.7 หรือกว่า 50% ด้วยการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเพียง 0.02% เท่านั้น


ในทางตรงกันข้าม เรายังสามารถใช้ CFD ทำกำไรในทิศทางราคาขาลงได้ด้วย เช่น หาก APPL ราคา $136.63 และเรามองว่าราคายังปรับตัวลงไปได้อีก ให้เปิดสถานะ Short ด้วยขั้นต่ำของสัญญา 10 Lots และวางเงินลงทุน $68.32 หลังจากนั้นเมื่อราคาปรับลงไปตามที่ต้องการก็ปิดสถานะเพื่อรับรู้กำไรได้ด้วยวิธีเดียวกัน



เทรดแบบไม่มีเลเวอเรจ

เทรดด้วยเลเวอเรจ


สถานะ Long

สถานะ Long

สถานะ Short

ราคาเปิด

$136.63

$136.63

$136.63

ราคาปิด

$140.00

$140.00

$133.00

ขนาดสัญญา

1 ตัว

1 ตัว

1 ตัว

ขนาดสัญญาต่ำสุด

10 Lot

10 Lot

10 Lot

เลเวอเรจ

0

20

20

เงินทุนเริ่มต้น

$1366.3

$68.32

$68.32

กำไรที่ได้

$33.70

$33.70

$36.30

อัตราผลตอบเทน

2%

50%

50%


ตอนนี้ใคร ๆ ก็ให้ความสนใจเรื่องการออมเงินมากขึ้น และที่น่าสนใจคือมีการแชร์เทคนิคการออมเงินมาหลายรูปแบบ หนึ่งในการลงทุนที่กำลังอินเทรนด์ก็คือ DCA หรือ Dollar-Cost- Averaging ที่จะเป็นการหยอดเงินลงทุนในหุ้นที่เราสนใจและมีการศึกษาประสิทธิภาพการทำงานมาอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนประเภทนี้ก็จะสามารถเลือกลงทุนในหุ้นใหญ่ ๆ ในประเทศไทยที่เปิดให้เลือกหลายแห่ง 


อย่างไรก็ตาม หนึ่งในวิธีการออมเงินกับ DCA ที่ง่ายที่สุดก็คือการเทรด CFD กับโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ให้เราสามารถเปิดสถานะ Long หรือ Short จากการศึกษาข้อมูลหุ้นของเรามาแล้วได้


mitrade    
💸 ห้ามพลาด!!! 💸    
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁    

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑    
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
DCA หรือ Dollar-Cost- Averagin น่าลงทุนสำหรับมือใหม่หรือไม่?
การลงทุนแบบ DCA คือการออมหุ้นอย่างสม่ำเสมอโดยไม่คำนึงถึงราคาหุ้นจึงเป็นแบบอย่างปฏิบัติที่ดีสำหรับการฝึกนิสัยการลงทุนและการออมเงิน
หากอยากเริ่มลงทุนแบบ DCA ต้องทำอย่างไรบ้าง?
คุณสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการสำรวจวงเงินที่ต้องการลงทุน จากนั้นดูว่าตนเองต้องการลงทุนอย่างสม่ำเสมอมากเท่าไหร่ สุดท้ายคือการตั้งค่าช่วงเวลาการลงทุนของคุณ
DCA เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ดีหรือไม่?
ใช่ เราอาจบอกได้ว่า DCA เป็นการเริ่มต้นขั้นพื้นฐานที่ใช้เงินลงทุนน้อย เพราะนักลงทุนไม่จำเป็นต้องใส่เงินทุนก้อนใหญ่ทั้งหมดในคราวเดียว

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2024‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
ผู้เขียน  MitradeInsights
‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
placeholder
เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี? 6 โบรกเกอร์หุ้นที่น่าเปิดพอร์ตหุ้นในปี 2024ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
ผู้เขียน  MitradeInsights
ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
placeholder
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
placeholder
ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ผู้เขียน  MitradeInsights
การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
placeholder
แนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุน! หุ้นตัวไหนน่าลงทุนที่สุดในปี 2567ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้
ผู้เขียน  MitradeInsights
ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์