หุ้นน้ำมัน 10 อันดับแรกที่มาแรงและน่าลงทุนในปี 2026 มีหุ้นอะไรบ้าง

อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

ณ นาทีนี้ ในปี 2026  "น้ำมัน" คือสินทรัพย์ที่ร้อนแรงและน่าจับตามองที่สุด ท่ามกลางวิกฤตสงครามอิหร่านที่กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานโลก และดันราคาน้ำมันให้ผันผวนอย่างหนัก


วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึก 10 หุ้นน้ำมันทั้งไทยและต่างประเทศที่มาแรงที่สุดในปี 2026 เพื่อให้คุณพร้อมคว้าโอกาสทำกำไรจากวิกฤตพลังงานรอบนี้!

ตารางเปรียบเทียบ 10 หุ้นน้ำมัน

ชื่อบริษัท (สัญลักษณ์)สัญชาติการเติบโต (Growth)เงินปันผล (Dividends)ความเสี่ยงหลัก (Risk)เหมาะกับใคร?
PTTไทยขยายเข้าสู่ธุรกิจ Non-Oil และ EV5-7% สม่ำเสมอนโยบายตรึงราคาจากรัฐสายถือยาว รับปันผลมั่นคง
PTTGCไทยรุกเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง

ผันผวนตามรอบวัฏจักร

ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีผู้ที่เข้าใจหุ้นวัฏจักร (Cyclical)
TOPไทยโปรเจกต์พลังงานสะอาด (CFP)ปานกลาง-สูงค่าการกลั่นผันผวนผู้ติดตามเทรนด์น้ำมันโลก
BCPไทยผนึกกำลัง (Synergy) หลังควบรวมสม่ำเสมอ น่าพอใจภาระหนี้จากการขยายกิจการสายเน้น Growth Story
PTGไทยโตเร็วจากธุรกิจ Non-Oil (กาแฟ)ปานกลางการแข่งขันในตลาดค้าปลีกสูงผู้ชอบหุ้นค้าปลีกและบริการ
Saudi Aramcoซาอุฯต้นทุนผลิตต่ำ ขยายปิโตรเคมี

สูงและมั่นคงที่สุด

ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง

เน้นปลอดภัย ปันผลมหาศาล

ExxonMobil

สหรัฐฯ

ผูกขาดแหล่ง Permian Basinสูง (เติบโตต่อเนื่อง)นโยบายพลังงานสหรัฐฯสาย VI เน้นหุ้น Blue-chip
Chevronสหรัฐฯซื้อหุ้นคืนหนัก ขยายแหล่งใหม่สูงและสม่ำเสมออุปสรรคทางกฎหมาย/ควบรวมสายเน้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง
PetroChinaจีนผูกขาดพลังงานในจีนสูงมาก (เทียบในเอเชีย)นโยบายพรรคคอมมิวนิสต์จีนผู้ต้องการกระจายพอร์ตมาเอเชีย
Shellยุโรปผู้นำโลกด้านก๊าซ LNGสูง (เน้นซื้อหุ้นคืนด้วย)แรงกดดันด้านคาร์บอน/ภาษีผู้เชื่อมั่นในพลังงานเปลี่ยนผ่าน

หุ้นน้ำมัน 10 อันดับแรกที่ต้องสนใจในปี 2026

5 อันดับหุ้นน้ำมันของไทย


1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติของประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ก่อตั้งขึ้นในปี 1978 โดยรัฐบาลไทย และได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ปัจจุบัน ปตท. ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทุกกิจกรรมของพลังงานธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมัน การกลั่น การจัดจำหน่ายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานต่างๆ


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา 34.50 บาทต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 999 พันล้านบาท

  • การเติบโต (Growth): เติบโตจากการขยายธุรกิจ Non-Oil, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานหมุนเวียน เพื่อชดเชยธุรกิจน้ำมันดั้งเดิม

  • เงินปันผล (Dividends): โดดเด่นและสม่ำเสมอ อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) มักจะอยู่ในระดับ 5-7% ต่อปี

  • ความเสี่ยง (Risk): นโยบายแทรกแซงราคาพลังงานจากภาครัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งอาจกระทบต่อกำไร

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนระยะยาวที่ต้องการหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความมั่นคงสูง และเน้นรับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ


2. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC หนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ของประเทศไทย และเป็นบริษัทในเครือของ ปตท. (PTT) ซึ่งดำเนินธุรกิจในด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และพลาสติกที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดย PTTGC ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลก ที่มีความหลากหลายและมีความยั่งยืนในกระบวนการผลิต


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา 28.25 บาทต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 127.38 พันล้านบาท

  • การเติบโต (Growth): ฟื้นตัวตามวัฏจักรปิโตรเคมีโลก และการขยายพอร์ตเข้าสู่ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Business)

  • เงินปันผล (Dividends): มีการจ่ายปันผล แต่มีความผันผวนตามผลกำไรในแต่ละรอบวัฏจักรเศรษฐกิจ

  • ความเสี่ยง (Risk): อ่อนไหวสูงต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และภาวะเศรษฐกิจโลก

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่เข้าใจรอบวัฏจักร และสามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นได้สูง


3. บริษัท ไทยออยล์

บริษัท ไทยออยล์

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ Thai Oil ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 โดยเป็นบริษัทในเครือของ PTT Group (ปตท. กรุ๊ป) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันและการผลิตพลังงานในประเทศไทย รวมถึงการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานอื่นๆ เพื่อสนับสนุนความต้องการพลังงานในประเทศและภูมิภาค โดยบริษัทมีการดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา 48.25 บาทต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 110.57 พันล้านบาท

  • การเติบโต (Growth): โครงการพลังงานสะอาดที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกลั่นและลดต้นทุนในระยะยาว

  • เงินปันผล (Dividends): จ่ายปันผลในระดับปานกลางถึงสูง

  • ความเสี่ยง (Risk): ค่าการกลั่น (GRM) ที่ผันผวนตามตลาดโลก และความเสี่ยงจากกำไร/ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain/Loss)

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่ติดตามทิศทางราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นในระดับภูมิภาคอย่างใกล้ชิด


4. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ Bangchak Corporation เป็นบริษัทพลังงานที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 โดยมีการดำเนินธุรกิจในด้านการกลั่นน้ำมัน การจำหน่ายน้ำมัน และการผลิตพลังงานทดแทน รวมถึงการพัฒนาโครงการด้านพลังงานที่ยั่งยืน


บางจากมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันมากมายทั่วประเทศ ภายใต้แบรนด์ Bangchak ซึ่งจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น เบนซิน ดีเซล และแก๊สโซฮอล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำมันหล่อลื่นและก๊าซธรรมชาติ (CNG) สำหรับยานยนต์ บางจากยังดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ เช่น สารเคมีสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ และการผลิตพลาสติก เป็นต้น


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา 36.50 บาทต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 55.59 พันล้านบาท

  • การเติบโต (Growth): โตกระโดดจากการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย) ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • เงินปันผล (Dividends): จ่ายปันผลสม่ำเสมอในระดับที่น่าพอใจ

  • ความเสี่ยง (Risk): ภาระหนี้สินจากการลงทุนขนาดใหญ่ และการบริหารจัดการหลังการควบรวมกิจการ

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่ชอบหุ้นที่มี Growth Story ชัดเจน และมีการขยายฐานธุรกิจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำครบวงจร


5. บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG Energy เป็นบริษัทพลังงานที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการจัดจำหน่ายน้ำมันและพลังงาน ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดยมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและได้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำในตลาดน้ำมันและพลังงาน โดยมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่มีจำนวนมากและครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการดำเนินธุรกิจในด้านพลังงานทดแทนและการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน


PTG Energy ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและลงทุนในพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีโครงการพลังงานหมุนเวียนหลายโครงการที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในอนาคต


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา 8.00 บาทต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 13.61 พันล้านบาท

  • การเติบโต (Growth): ขยายเครือข่ายปั๊มน้ำมันและเติบโตอย่างรวดเร็วจากกลุ่มธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทย

  • เงินปันผล (Dividends): อยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากบริษัทยังเน้นนำกำไรไปขยายสาขา

  • ความเสี่ยง (Risk): ค่าการตลาดน้ำมันที่ผันผวน และการแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่ชอบหุ้นกลุ่มค้าปลีก (Retail) ที่มีธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นตัวช่วยหนุนกำไร

5 อันดับหุ้นน้ำมันของสหรัฐฯ


6.Saudi Aramco from Saudi Arabia

Saudi Aramco from Saudi Arabia


Saudi Aramco เป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย และถือเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ธุรกิจของ Saudi Aramco ครอบคลุมทุกส่วนของอุตสาหกรรมน้ำมัน ตั้งแต่ "ต้นน้ำ" เช่น การสำรวจและขุดเจาะ ไปจนถึง "ปลายน้ำ" อย่างการกลั่นน้ำมันดิบและผลิตสินค้าแปรรูป เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงและปิโตรเคมีชนิดต่างๆ อาทิ เอทิลีน เบนซีน และดีเซล


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา 26.86 SAR ต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 6.5T

  • การเติบโต (Growth): รักษากำลังการผลิตมหาศาล และขยายการลงทุนไปสู่พลังงานทางเลือกและปิโตรเคมี

  • เงินปันผล (Dividends): จ่ายปันผลสูงมากและมีความมั่นคงสูงที่สุดในกลุ่มพลังงาน

  • ความเสี่ยง (Risk): ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และนโยบายการลดกำลังการผลิตของ OPEC+

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่ต้องการหุ้นระดับซูเปอร์บลูชิพที่เน้นเงินปันผลมหาศาลและความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำมาก


7. Exxon Mobil Corporation (XOM)

Exxon Mobil Corporation (XOM)


Exxon Mobil Corporation (ExxonMobil) เป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซครบวงจรชั้นนำของโลกที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายด้าน ตั้งแต่การสำรวจและผลิตน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และก๊าซธรรมชาติเหลว ไปจนถึงการกลั่นน้ำมันดิบ การผลิต การขนส่ง การค้าขาย และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม นอกจากนี้ บริษัทยังผลิตน้ำมันพื้นฐาน น้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์พิเศษหลากหลายประเภท ExxonMobil มีการดำเนินงานในหลายภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา $156.12 ต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ $650.52 B

  • การเติบโต (Growth): การเข้าครอบครองพื้นที่ขุดเจาะ Permian Basin ทำให้เพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ได้มหาศาล

  • เงินปันผล (Dividends): เป็นหุ้นปันผลระดับตำนาน (Dividend Aristocrat) ที่เพิ่มปันผลต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ

  • ความเสี่ยง (Risk): นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของรัฐบาลสหรัฐฯ และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ WTI

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนสายเน้นคุณค่า (VI) ที่ต้องการหุ้นพลังงานอเมริกันที่มีประวัติการจ่ายปันผลยาวนานและเชื่อถือได้


8.Chevron Corp (CVX)

Chevron Corp (CVX)


Chevron Corporation หรือที่รู้จักในชื่อย่อ CVX เป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซานรามอน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา Chevron มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ครอบคลุมทั้งธุรกิจต้นน้ำ (upstream) และปลายน้ำ (downstream) กิดจากการควบรวมกิจการของสแตนดาร์ดออยล์แห่งแคลิฟอร์เนีย (SoCal) กับกัลฟ์ออยล์ จากพิตสเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ในปี ค.ศ. 1984 ชื่อบริษัทมาจากชื่อเครื่องหมายการค้า "Chevron"


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา $196.82 ต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ $392.73 B

  • การเติบโต (Growth): การขยายแหล่งขุดเจาะใหม่ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และโครงการซื้อหุ้นคืนขนาดใหญ่

  • เงินปันผล (Dividends): จ่ายปันผลสม่ำเสมอในระดับที่สูง

  • ความเสี่ยง (Risk): ข้อพิพาททางกฎหมายในการเข้าซื้อกิจการบริษัทอื่น และข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่ชื่นชอบบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีนโยบายคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจน


9.PetroChina Co. Ltd.  

PetroChina Co. Ltd.


PetroChina Co. Ltd. ดำเนินธุรกิจสำรวจ พัฒนา ผลิตและจำหน่ายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ บริษัทยังมีส่วนร่วมในการกลั่นน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม บริษัท PetroChina ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน


ก่อตั้งขึ้นในฐานะบริษัทร่วมหุ้นที่มีหนี้สินจำกัดภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้าง CNPC อัดฉีดสินทรัพย์และหนี้สินส่วนใหญ่ของ CNPC ให้กับ PetroChina ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสำรวจและผลิต การกลั่นและการตลาด เคมีภัณฑ์ และธุรกิจก๊าซธรรมชาติ แม้ว่า PetroChina จะเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้มากที่สุดในเอเชีย แต่ความสำเร็จนี้อาจเป็นผลมาจากการจัดการขององค์กร แต่ก็อาจเป็นผลมาจากการผูกขาดในธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกของผลิตภัณฑ์น้ำมันที่แบ่งปันกับซิโนเปกในจีน


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา 12.05 CNY ต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ $2.18 T

  • การเติบโต (Growth): ได้รับอานิสงส์จากการผูกขาดตลาดพลังงานในจีน และความต้องการพลังงานที่ฟื้นตัวในเอเชีย

  • เงินปันผล (Dividends): จ่ายปันผลในอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทพลังงานอื่นๆ ในเอเชีย

  • ความเสี่ยง (Risk): นโยบายแทรกแซงจากรัฐบาลจีน และความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาคในประเทศ

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตไปยังฝั่งเอเชีย และรับได้กับความเสี่ยงด้านนโยบายทางการเมืองของจีน


10.Royal Dutch Shell  

Royal Dutch Shell


หรือ เชลล์ เป็นบริษัทพลังงานข้ามชาติสัญชาติดัตช์และอังกฤษ ประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันปิโตรเลียม รวมไปถึงธุรกิจพลังงานทดแทน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1907 จากการควบรวมกิจการของบริษัท รอยัลดัตช์ปิโตรเลียม สัญชาติเนเธอร์แลนด์ และบริษัท "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง สัญชาติอังกฤษ รอยัลดัตช์เชลล์ เป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกเมื่อวัดจากขนาดรายได้และนับว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป


  • ข้อมูลอัปเดต (ณ 14 มี.ค. 2026): ราคา $44.67 ต่อหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ $190.91 B

  • การเติบโต (Growth): การเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นพลังงานหลักในช่วงรอยต่อแห่งอนาคต

  • เงินปันผล (Dividends): มุ่งเน้นการจ่ายปันผลควบคู่ไปกับการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่อง

  • ความเสี่ยง (Risk): แรงกดดันจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม และภาษีลาภลอย (Windfall Tax) ในยุโรป

  • เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่เชื่อมั่นในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และต้องการหุ้นยุโรปที่มีพื้นฐานแกร่ง

หลายช่องทางในการลงทุนในหุ้นน้ำมัน

1.กองทุนน้ำมัน 

กองทุนกลุ่มนี้จะเข้าไปลงทุนผ่าน “กองทุนหลัก” ที่มีนโยบายลงทุนใน “สัญญาฟิวเจอร์สของน้ำมันดิบโลก” ซึ่งส่วนใหญ่จะอ้างอิง WTI เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันมากที่สุด แม้จะไม่เป๊ะๆ 100% ก็ตาม แต่ถือเป็นทางเลือกที่ตรงเป้า ตรงจุดที่สุด


2.หุ้นกลุ่มพลังงาน เป็นการเข้าไปลงทุนใน “หุ้นรายตัว” 

ในกลุ่มพลังงานซึ่งมีทั้งต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากราคาน้ำมันขาขึ้นก็อาจจะมากน้อยแตกต่างกันไป ก็สามารถเข้าไปเลือกลงทุนกันได้ แทนที่จะไปลงทั้ง “ตะกร้าหุ้นพลังงาน” เราก็มาเลือกเอาเองเป็นตัวๆ ไป ก็มีให้เลือกมากมายให้ลงทุน


3.ลงทุนในโบรกเกอร์ต่างประเทศในรูปแบบของซื้อขายแบบ CFD

CFD (Contract For Difference) หรือซื้อขายสัญญาส่วนต่าง ซึ่งอิงจากราคาหุ้นแม่ โดยการซื้อขายในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยมีจุดเด่นในเรื่องดังต่อไปนี้


🔸  เปิดบัญชีสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงสามารถสมัครได้ทั้งผ่านหน้าเว็ปไซต์และแอพพลิเคชั่นของโบรกเกอร์

🔸  ใช้เงินลงทุนที่น้อยกว่าการซื้อในรูปแบบอื่น เนื่องจากโบรกเกอร์จะมีอัตราทดหรือ Leverage ให้ทางลูกค้าที่ลงทุน เพื่อทำให้สามารถได้กำไรมากขึ้นโดยใช้เงินทุนน้อยลง 

🔸  สามารถเทรดได้ทั้งสองฝั่ง คือ ในขาขึ้น มองหน้า Buy และขาลง มองหน้า Sell ทำให้ไม่พลาดทุกสถานการณ์สำคัญ ปรับเปลี่ยนหน้าเทรดตามช่วงจังหวะ


ตัวอย่างสินค้าเทรดน้ำมันจากแอพพลิเคชั่นโบรกเกอร์ Mitrade


เทรดหุ้นน้ำมันดิบกับ Mitrade เดี๋ยวนี้


Mitrade ช่วยให้คุณลงทุนและสร้างกำไรจากน้ำมันได้โดยตรง ซึ่งข้อดีของการลงทุนในน้ำมันโดยตรงคือผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่น้อยกว่า และสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันได้ง่ายขึ้น หากคุณเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาหุ้นของบริษัทอาจไม่เพิ่มขึ้นตาม เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทมีผลโดยตรงต่อราคาหุ้นนั้นเอง ดังนั้นการลงทุนในน้ำมันโดยตรงจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการลดความซับซ้อนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในบริษัทน้ำมัน 


mitrade    
💸 ห้ามพลาด!!! 💸    
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁    

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑    
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน


ข้อดีของการลงทุนในหุ้นน้ำมันมีอะไรบ้าง?

การลงทุนในหุ้นน้ำมันสามารถมีข้อดีจำนวนมาก แต่ข้อดีเหล่านี้อาจมีความเหมาะสมต่อสถานการณ์และวัตถุประสงค์การลงทุนของแต่ละบุคคล ดังนี้:


🔸  ความเสถียรภาพในราคาและความต้านทานต่อความผันผวน

ราคาน้ำมันมีความผันผวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในระยะยาว ตลาดน้ำมันมักมีความเสถียรและต้านทานต่อความผันผวน การลงทุนในหุ้นน้ำมันอาจช่วยให้ลดความเสี่ยงที่เกิดจากการผันผวนของราคา


🔸  ความต่อเนื่องของอุตสาหกรรม

น้ำมันเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่ใช้ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง อุตสาหกรรมการผลิต การใช้เป็นเชื้อเพลิง และอื่นๆ การต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างความเสถียรให้กับกลุ่มหุ้นน้ำมัน


🔸  อัตรากำไรสูง 

บางบริษัทหุ้นน้ำมันมีอัตรากำไรสูงจากการขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจสร้างรายได้ที่น่าพอใจสำหรับผู้ลงทุน


🔸  ผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผล (Dividend) 

บางบริษัทหุ้นน้ำมันมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น เมื่อบริษัทมีผลกำไร การได้รับเงินปันผลอาจเป็นที่มาของรายได้สำรองและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า


🔸  การคุ้มครองและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางการเงิน 

การลงทุนในหุ้นน้ำมันสามารถเป็นการคุ้มครองตัวเองจากความเสี่ยงในการเงิน เนื่องจากหุ้นน้ำมันมักเป็นหลักทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพื่อความมั่นคงและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการลงทุน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มหุ้นน้ำมัน

สภาพเศรษฐกิจโลก

ประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ถือเป็นตัวแปรที่ทรงอิทธิพลและสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันรุนแรงที่สุดในปี 2026 โดยเฉพาะเหตุการณ์สงครามอิหร่าน ที่ลุกลามและตึงเครียดขึ้นอย่างมาก การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของตลาดพลังงานโลกเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องถูกขนส่งผ่านช่องแคบนี้


ะทำให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของน้ำมันดิบโลกชะงักงันในทันที ภาวะขาดแคลนน้ำมันฉับพลัน (Supply Shock) จะกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อตื่นตระหนก (Panic Buy) และดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงไร้เพดาน สถานการณ์นี้ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานและสัญญาน้ำมันล่วงหน้า กลายเป็นทั้งสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากสงคราม และเครื่องมือเก็งกำไรที่ทรงพลังที่สุดในเวลานี้


กำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันและโรงกลั่น

ถ้าผู้ผลิตไม่สามารถผลิตน้ำมันได้เพียงพอกับความต้องการก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากความต้องการน้ำมันดิบลดลงเหลือน้อยกว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ผลิตได้ ก็จะทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หรือหากประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มอัตราการผลิต ทำให้มีปริมาณน้ำมันดิบในตลาดเพิ่มขึ้น ก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงได้เช่นกัน ซึ่งกลุ่มผู้ใหญ่น้ำมันรายใหญ่อย่าง โอเปก หรือ รัสเซีย สหรัฐ จีน จะมีบทบาทมากในการกำหนดทิศทางราคา


ฤดูกาลกับสภาพภูมิอากาศ

เมื่อฤดูเปลี่ยน ทำให้อุปสงค์หรือความต้องการใช้น้ำมันปรับเปลี่ยนตามไปด้วย เช่น ในฤดูหนาว ประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นเพื่อทำความอบอุ่น (Heating Oil) เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้ 


ภูมิรัฐศาสตร์มีผลต่อราคาน้ำมัน 

แถบตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เป็นภูมิภาคหลักของผู้ผลิตน้ำมันดิบในตลาดโลก หากบริเวณดังกล่าวเกิดความไม่สงบ หรือความขัดแย้งทางการเมือง การทหาร ก็จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ (Supply) ในช่วงเวลานั้น ๆ ได้ รวมไปถึงอุปสรรคการขนส่งในบางภูมิภาคของบางช่วงเวลา ก็ทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดลดลงได้


ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน 

น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดหลักของโลกนั้นซื้อขายกันด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนเกิดขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินท้องถิ่นกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีผลต่อต้นทุนไปด้วย

สรุป

น้ำมัน ถือว่าเป็นอีกสินทรัพย์ที่มีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหุ้นน้ำมัน กองทุน หรือแม้แต่เทรดแบบสัญญาส่วนต่างหรือ CFD ดังนั้นการเข้าใจในที่มาของรายได้และลักษณะธุรกิจที่เกี่ยวข้องของหุ้นน้ำมันต่างๆที่ต่างกันนั้น ทำให้เกิดจุดแข็งและจุดที่แตกต่างกัน ที่จะเลือกลงทุนในหุ้นน้ำมันที่โดดเด่น ดังนั้นลองเข้ามาศึกษาแนวทางการเทรดและพฤติกรรมของหุ้นน้ำมันไม่ว่าจะ EXXON CHEVRON SHELL ที่คุ้นเคยกัน เชื่อเลยว่าถ้านักลงทุนเข้าใจแล้ว น้ำมันจะเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่ทำกำไรให้คุณอย่างน่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องใช้เงินทุนมากแค่ไหนถึงจะลงทุนในหุ้นน้ำมันได้

มีวิธีการซื้อหุ้นน้ำมันหลายช่องทาง ซึ่งถ้าซื้อกองทุนหรือ ETF จะเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 บาท แต่ถ้าซื้อลงทุนแบบซื้อหุ้นผ่านโบรกเกอร์คิดคำนวณตามราคาหุ้นจริงนั้นๆ แต่รูปแบบที่นิยมปัจจุบันคือ CFD ซึ่งที่โบรกเกอร์ Mitrade สามารถเริ่มต้นฝากเงินเพียง 50 USD หรือประมาณ 1,800 บาท และเทรดได้ทั้งฝั่งขาขึ้นละขาลง

ข้อควรระวังในการลงทุนหุ้นน้ำมัน

การลงทุนในหุ้นน้ำมันเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นควรระวังและพิจารณาข้อควรระวังต่อไปนี้: ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงและมีผลกระทบจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น การขุดเจาะ, ปัจจัยทางเศรษฐกิจ, สภาวะภูมิอากาศ, และการแข่งขันระหว่างประเทศผู้ผลิต ควรรับรู้ถึงความผันผวนนี้และเตรียมตัวให้พร้อมในกรณีของการเปลี่ยนแปลงราคาที่ขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว. รวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการลงทุนในหุ้นน้ำมันอาจมีผลกระทบต่อผลตอบแทนของคุณ ควรรับรู้ถึงค่าธรรมเนียมการซื้อขาย, ภาษี, และค่าบริการที่เกี่ยวข้อง

ความแตกต่างระหว่างการซื้อหุ้นน้ำมันกับการเทรด CFD น้ำมันคืออะไร?

การซื้อหุ้นน้ำมัน (Stock) คือการที่คุณเป็นเจ้าของหุ้นของบริษัทนั้นๆ จริงๆ และมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล แต่จะทำกำไรได้เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเท่านั้น ในขณะที่การเทรด CFD จะเป็นการเก็งกำไรจากทิศทางราคา (ไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริง) ซึ่งข้อดีคือสามารถใช้ Leverage เพื่อเพิ่มอำนาจการซื้อได้ และสามารถเปิดสถานะขาย (Sell) เพื่อทำกำไรในตลาดขาลงได้ด้วย

มือใหม่ควรเริ่มต้นลงทุนในหุ้นน้ำมันกลุ่มไหนดี?

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มต้นศึกษาจากหุ้นที่มีความมั่นคงและคุ้นเคย เช่น หุ้นกลุ่มค้าปลีกหรือสถานีบริการน้ำมัน (ปลายน้ำ) เพราะเข้าใจโมเดลธุรกิจได้ง่าย หรือหากต้องการลดความเสี่ยงจากการเลือกหุ้นผิดตัว การเริ่มต้นด้วย ETF กลุ่มพลังงาน หรือการเทรด CFD ที่อิงราคาน้ำมันดิบโลกโดยตรง ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความซับซ้อนในการวิเคราะห์งบการเงินของแต่ละบริษัทได้ดี

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

goTop
quote
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
วิธีเทรดหุ้น 2025: 6 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับมือใหม่การ “เทรดหุ้น” เป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ แต่ก็กลัวพอๆ กัน เพราะได้ยินแต่เรื่องเสียเงิน หรือเรื่องยุ่งยากซับซ้อน แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง การเทรดหุ้นก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด วันนี้เราจะมาเรียนรู้ วิธีเทรดหุ้น พร้อมเทคนิคการบริหารความเสี่ยงที่จะช่วยให้คุณเทรดอย่างปลอดภัย
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 27 มิ.ย. 2025
การ “เทรดหุ้น” เป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ แต่ก็กลัวพอๆ กัน เพราะได้ยินแต่เรื่องเสียเงิน หรือเรื่องยุ่งยากซับซ้อน แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง การเทรดหุ้นก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด วันนี้เราจะมาเรียนรู้ วิธีเทรดหุ้น พร้อมเทคนิคการบริหารความเสี่ยงที่จะช่วยให้คุณเทรดอย่างปลอดภัย
placeholder
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2569การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2569 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
1 เดือน 23 วัน ศุกร์
การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2569 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
placeholder
โบรกเกอร์หุ้นที่ดีที่สุดในไทย ปี 2026 เลือกยังไงให้เทรดง่าย ได้กำไรเบื่อไหมครับ? กับการเห็นคนรอบข้างรวยเอาๆ จากการเทรด แต่พอเราจะเริ่มเองกลับเจอแต่ศัพท์เทคนิคประหลาดๆ และแอปที่ใช้งานยาก! เอาล่ะครับ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกการเลือก โบรกเกอร์หุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 แบบม้วนเดียวจบ อ่านจบเปิดพอร์ตเป็นทันที!
ผู้เขียน  MitradeInsights
2 เดือน 06 วัน ศุกร์
เบื่อไหมครับ? กับการเห็นคนรอบข้างรวยเอาๆ จากการเทรด แต่พอเราจะเริ่มเองกลับเจอแต่ศัพท์เทคนิคประหลาดๆ และแอปที่ใช้งานยาก! เอาล่ะครับ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกการเลือก โบรกเกอร์หุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 แบบม้วนเดียวจบ อ่านจบเปิดพอร์ตเป็นทันที!
placeholder
แนะนำ 12 หุ้นน่าลงทุน! หุ้นตัวไหนน่าลงทุนที่สุดในปี 2568ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 12 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 20 ก.พ. 2025
ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 12 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้
placeholder
ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 29 ก.ย. 2024
การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์