วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2024

8 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด 25 มี.ค. 2567 02:53 น.
สารบัญ
วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่ในปี 2024 เป็นยังไง การเล่นหุ้นต้องรู้อะไรบ้างหุ้นคืออะไรและการเทรดหุ้นคืออะไรหุ้นมีกี่ประเภทเล่นหุ้นแบบไหนดี แบบระยะยาวหรือเก็งกำไรเล่นหุ้นครั้งแรกมีขั้นตอนการซื้อหุ้นยังไงมือใหม่เล่นหุ้นตัวไหนดี มีวิธีการเลือกหุ้นยังไง มีวิธีการวิเคราะห์หุ้นยังไงเคล็ดลับในการเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่

‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’  ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’  ‘เล่นหุ้นต้องรู้อะไรบ้าง พื้นฐานการเล่นหุ้นคืออะไร’  ‘เล่นหุ้นแบบไหนดี’  ‘มือใหม่เล่นหุ้นตัวไหนดี’  ‘เล่นหุ้นครั้งแรกมีขั้นตอนการซื้อหุ้นยังไง’  ‘เทคนิคการเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่มีอะไรบ้าง’......


คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดปี 2024 มาฝากกัน ตามมาดูกันเลย

วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่ในปี 2024 เป็นยังไง การเล่นหุ้นต้องรู้อะไรบ้าง

หุ้นเป็นวิธีการลงทุนที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เพราะมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงินในธนาคาร แต่การเล่นหุ้นก็มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ในการเริ่มต้นการเล่นหุ้น จำเป็นต้องรู้พื้นฐานการเล่นหุ้นด้วย เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น


ซึ่งบทความที่สอนวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่นี้จะควบคลุมเนื้อหาดังนี้


  • หุ้นคืออะไรและการเทรดหุ้นคืออะไร

  • หุ้นมีกี่ประเภท 

  • ควรเลือกเล่นหุ้นแบบไหนดี แบบระยะยาวหรือเก็งกำไรดี

  • เล่นหุ้นครั้งแรกมีขั้นตอนการซื้อหุ้นยังไง

  • มือใหม่เล่นหุ้นตัวไหนดี มีวิธีการเลือกหุ้นยังไง 

  • วิเคราะห์และศึกษาหุ้นยังไง 

  • เทคนิคการเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่มีอะไรบ้าง

หุ้นคืออะไรและการเทรดหุ้นคืออะไร

หุ้นคือหลักทรัพย์ประเภทหนึ่งที่แทนส่วนหนึ่งของสิทธิการเป็นเจ้าของของบริษัทนั้น ๆ ในการที่นักลงทุนจะซื้อหุ้นจริง ๆ แล้วเป็นการซื้อส่วนแบ่งของบริษัทนั้น ๆ และมีสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของบริษัทและในการแบ่งปันผลกำไรของบริษัท รวมถึงการได้รับเงินปันผลจากการถือหุ้นและการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินหุ้น หุ้นมักถูกซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และราคาของหุ้นขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพตลาด แต่การลงทุนในหุ้นเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงและมีโอกาสในการได้รับผลตอบแทนอย่างมากๆ ในเวลาเดียวกัน


การเทรดหุ้นหมายถึงกิจกรรมการซื้อขายหุ้น นักลงทุนสามารถซื้อหรือขายหุ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินหรือรับรายได้ผ่านการซื้อขายหุ้น การซื้อขายหุ้นสามารถทำได้ทั้งในตลาดหลักทรัพย์หรือตลาด OTC (ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายนอกบริเวณตลาดหลักทรัพย์) ได้


การเทรดหุ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้หรือกำไรจากการซื้อขายหุ้น โดยนักลงทุนสามารถเป็นเจ้าของหุ้นและเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งสามารถแบ่งปันผลประโยชน์ของบริษัทได้ รวมถึงได้รับผลประโยชน์จากการจ่ายเงินปันผลและการเพิ่มมูลค่าของหุ้น หากบริษัทมีประสิทธิภาพการทำงานดี ราคาหุ้นอาจขึ้น นักลงทุนสามารถขายหุ้นเพื่อได้รับกำไรจากการลงทุน นอกจากนี้ บางนักลงทุนอาจเลือกที่จะซื้อหุ้นเพื่อรับรายได้จากเงินปันผลที่มีความมั่นคง

หุ้นมีกี่ประเภท

หุ้นมักถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่อไปนี้:


1. หุ้นสามัญ 

หุ้นสามัญเป็นประเภทหุ้นที่พื้นฐานที่สุด แทนสิทธิ์ที่มีอยู่ในบริษัท นักลงทุนที่ถือหุ้นสามัญจะมีส่วนร่วมในการบริหารและตัดสินใจของบริษัท และมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลและผลประโยชน์จากการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงและผลตอบแทนของหุ้นสามัญจะสูงกว่าอย่างอื่น


2. หุ้นกู้สิทธิ์

หุ้นกู้สิทธิ์เป็นประเภทหุ้นที่มีลักษณะเฉพาะ ในการแบ่งปันผลประโยชน์และการปิดการทำธุรกรรมเมื่อบริษัทล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้สิทธิ์จะได้รับสิทธิพิเศษในการแบ่งปันผลประโยชน์ก่อนหุ้นสามัญ แต่เมื่อบริษัทล้มละลายผู้ถือหุ้นกู้สิทธิ์จะได้รับการชดเชยก่อนหนี้สินและผู้ถือหุ้นสามัญ ความเสี่ยงของหุ้นกู้สิทธิ์จะต่ำกว่า แต่ผลตอบแทนก็ต่ำกว่า


3. IPO (Initial Public Offering) 

หรือ การเปิดตัวหุ้นครั้งแรกเป็นกระบวนการที่บริษัทเริ่มต้นขายหุ้นและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นครั้งแรก การ IPO เป็นวิธีหนึ่งในการจัดหาเงินทุนสำหรับบริษัทใหม่ และเป็นโอกาสในการลงทุนที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง แต่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน


เราควรทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของหุ้นแต่ละประเภทและความเสี่ยงและผลตอบแทนของหุ้นแต่ละประเภทและเลือกประเภทหุ้นที่เหมาะสมกับตนเอง ทำการศึกษาตลาดและศึกษาข้อมูลบริษัทอย่างเต็มที่ จะได้ช่วยให้เราสามารถได้รับผลตอบแทนที่ดีๆ ในการลงทุนในหุ้นได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว นักลงทุนส่วนใหญ่จะเลือกเล่นหุ้นสามัญมากกว่า

เล่นหุ้นแบบไหนดี แบบระยะยาวหรือเก็งกำไร

โดยทั่วไปแล้ว สไตล์การเล่นหุ้นมีแบ่งออกเป็นสองแบบ เล่นหุ้นแบบระยะยาวและเล่นหุ้นแบบเก็งกำไร(หรือระยะสั้น)


การลงทุนในระยะยาวและระยะสั้นมีข้อดีและข้อเสียของตัวเลือกแต่ละแบบ การเลือกว่าควรเล่นแบบใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การลงทุน ความเสี่ยงที่ยอมรับและระยะเวลาในการลงทุน


การลงทุนในระยะยาวหมายถึงการถือหุ้นในระยะเวลานาน โดยปกติจะใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีเพื่อคาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในอนาคต วิธีการนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความอดทน ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคงและมีเป้าหมายการเงินระยะยาว ข้อดีของการลงทุนระยะยาวคือสามารถลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น และลดค่าธรรมเนียมการซื้อขายได้ นอกจากนี้การลงทุนระยะยาวยังสนใจในพื้นฐานและการเติบโตระยะยาวของบริษัท สามารถตอบโจทย์เพื่อนำไปสู่การลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในอนาคตได้ดี


การลงทุนในระยะสั้นมีข้อดีคือสามารถทำกำไรได้ในเวลาสั้นๆ และสามารถเปลี่ยนแปลงการลงทุนได้รวดเร็วตามสภาพตลาด นักลงทุนสามารถใช้วิเคราะห์เทคนิคเพื่อตัดสินใจเข้า-ออกจากตลาดได้ด้วยความแม่นยำสูง ข้อเสียของการลงทุนระยะสั้นคือมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนระยะยาว และมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายสูงกว่าการลงทุนระยะยาว


การเลือกลงทุนแบบใดดีขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และสถานการณ์ของนักลงทุน หากนักลงทุนมีเป้าหมายการเงินระยะยาวและสามารถรอรับผลตอบแทนได้ในอนาคต การลงทุนในระยะยาวจะเหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของพวกเขา แต่ถ้านักลงทุนมีสมาธิและความเสี่ยงต่อการลงทุนสูง การลงทุนระยะสั้นอาจเป็นตัวเลือกที่ดีในการซื้อขายในระยะสั้นๆ

เล่นหุ้นครั้งแรกมีขั้นตอนการซื้อหุ้นยังไง

1. เปิดบัญชีหุ้น

สำหรับการเริ่มเล่นหุ้น อย่างแรกที่ต้องมีเลยก็คือบัญชีหุ้น เดี๋ยวนี้การเปิดบัญชีหุ้นจะง่ายและสะดวกกว่าเดิมมาก เพียงแค่กรอกเอกสารต่างๆ และยืนยันตัวเอง หลังจากได้รับอนุมัติจากโบรกเกอร์แล้วก็สามารถฝากเงินเข้าบัญชีและเริ่มซื้อหุ้นได้เลย  โดยทำได้หลายช่องทาง เช่น


1. เดินทางไปที่สาขาของโบรกเกอร์และทำที่เคาเตอร์

2. ติดต่อกับพนักงานที่สาขาให้เข้ามาหาที่ที่เรา เราจะได้ไม่ต้องเดินทางไปเอง

3. ทำผ่านเว็บไซต์หรือแอปของโบรกเกอร์ 


เอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีหุ้น คือ 


1. สำเนาบัตรประชาชน 

2. สำเนาทะเบียนบ้าน 

3. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร 


อาจจะยังต้องมีเอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ ของแต่ละโบรกเกอร์ เราเสนอให้ติดต่อไปถามพนักงานที่สาขาก่อนเปิดบัญชี จะได้เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนในครั้งเดียว


แต่ก็ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์ก็สนับสนุนการเปิดพอร์ตได้ทุกช่องทาง เช่นบางรายก็ยังต้องให้เราไปทำที่สาขาของโบรกเกอร์อย่างเดียว หรือบางรายให้กรอกเอกสารต่างๆ ผ่านเว็บไซต์หรือแอปของโบรกเกอร์ได้ แต่ก็ยังต้องยืนยันตัวเองที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven 


อีกอย่างคือ เวลาในการรอรับอนุมัติจากโบรกเกอร์ก็แตกต่างออกไป บางโบรกเกอร์จะใช้ระบบทันสมัยซึ่งจะอนุมัติแบบอัตโนมัติโดยทันที แต่บางโบรกเกอร์ยังต้องใช้เวลามากถึงหลายวัน


2. ฝากเงินเข้าบัญชี

เลือกช่องทางการฝากเงินที่เราสะดวกและฝากเงินเข้าบัญชี โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีข้อกำหนดการฝากขั้นต่ำ


3. เปิดคำสั่งซื้อขาย

1)หาชื่อของหุ้นที่เราต้องการซื้อในหน้าซื้อขายหุ้นโดยกรอกสัญลักษณ์ (symbol) ของหุ้นตัวนั้น เช่น สัญลักษณ์ของหุ้น Tesla(TSLA) คือ TSLA, สัญลักษณ์ของหุ้น APPLE(AAPL) คือ AAPL ซึ่งวิธีง่ายๆ ในการหาสัญลักษณ์ของหุ้นก็คือค้นหาด้วยกูเกิ้ลเลย 


2)ตั้งค่าคำสั่งซื้อขายโดยรอกราคาหุ้นที่คุณต้องการซื้อ คุณสามารถเลือกคำสั่งซื้อที่เป็นคำสั่งตลาดซึ่งจะดำเนินการซื้อขายในราคาตลาดปัจจุบันหรือเลือกคำสั่งซื้อที่กำหนดราคาซื้อสูงสุดของหุ้นที่คุณต้องการซื้อและยืนยันส่งคำสั่ง เมื่อคำสั่งซื้อของคุณถูกดำเนินการ คุณจะได้รับหุ้นที่คุณซื้อและจะถูกหักเงินจากบัญชีธนาคารของคุณ


4. เฝ้ารอและปิดสถานะรับกำไร/ขาดทุน

เมื่อเปิดคำสั่งแล้ว เราก็ติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของหุ้นนั้นๆ ว่ามีปัจจัยที่อาจได้รับผลบวกหรือผลกระทบอย่างไร และเมื่อราคาไปถึงระดับที่เราพอใจหรือระดับที่เรารับไม่ไหว เราก็ปิดคำสั่งรับกำไร/ขาดทุนไปเลย


อย่างไราก็ตาม ขั้นตอนการซื้อขายหุ้นแต่ละแอปพลิเคชันอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชันหรือเว็บใซต์ที่คุณใช้ ก่อนการซื้อขายคุณควรอ่านกฎการซื้อขายและค่าธรรมเนียมของแอปพลิเคชันอย่างละเอียดและระมัดระวังเสมอเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน


เพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพได้ชัด ต่อไปเราขอตัวอย่างของขั้นตอนการซื้อหุ้นกับโบรกเกอร์ MiTrade ซึ่ง MiTrade เป็นโบรกเกอร์ CFD ที่มีความน่าเชื่อถือสูง โดยได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของออสเตรเลีย ASIC(ใบอนุญาต AFSL เลขที่ 398528), เกาะเคย์แมน CIMA (ใบอนุญาต SIB เลขที่ 1612446) และมอริเชียส FSC (เลขที่ใบอนุญาต GB20025791) 


ทำการเทรดหุ้นกับ MiTrade คือเทรดหุ้นแบบ CFD (ชื่อเต็ม Contract for Difference สัญญาซื้อขายส่วนต่าง)  ซึ่งนักลงทุนสามารถสร้างกำไรจากส่วนต่างราคาของหุ้นได้ไม่ต่างจากการซื้อขายหุ้น เพียงแต่ไม่ได้มีสิทธิในการเป็นเจ้าของหุ้นและรับเงินปันผล


นักลงทุนที่ลงทุนหุ้นด้วย CFD จะเป็นสายเก็งกำไรมากกว่า โดยจะเน้นผลตอบแทนที่เป็น'ส่วนต่าง' ที่เรียกว่า Capital Gain ซึ่งเป็นการซื้อหุ้นที่ราคาถูกก่อนแล้วขายในช่วงที่ราคาสูงกว่าที่ซื้อมาในภายหลัง(buy long) หรือยืมหุ้นมาขายในราคาสูงก่อนแล้วซื้อกลับในช่วงที่ราคาต่ำลงในภายหลัง(sell short)


 1 เปิดบัญชี  

เมื่อคุณเปิดบัญชีหุ้นกับโบรกเกอร์ MiTrade คุณสามารถทำทุกอย่างผ่านเว็บไซต์และแอปทางออนไลน์ได้ ไม่ต้องเดินทางไปที่ไหนเลยและจะได้รับอนุมัติแบบอัตโนมัติอย่างทันที ใช้เวลาไม่กี่นาทีเอง


เอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีหุ้นกับ MiTrade ก็มีเพียงบัตรประชาชนอย่างเดียว ซึ่งได้อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนอย่างมากเลย


การเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ MiTrade ทำได้เร็วและง่ายมาก นักลงทุนสามารถสมัครบัญชีด้วยอีเมล เบอร์โทรศัพท์ หรือเชื่อมโยมกับบัญชี FB/Google/Apple ที่มีอยู่ก็สะดวกดี หลังจากการกรอกข้อมูล ทำแบบประเมินความเหมาะสมและยืนยันตัวตน ถ้าทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อย บัญชีจะได้รับอนุมัติแบบอัตโนมัติโดยทันทีและเริ่มใช้งานได้เลย ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่กี่นาทีเอง 


สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่ยังไม่พร้อมเทรดจริงกับ MiTrade สามารถเปิดบัญชีเทรดทดลองไว้ก่อนเพื่อทำการคุ้นเคยกับ MiTrade หรือฝึกฝนทักษะการเทรดอย่างไม่มีความเสี่ยงใดๆ ด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ดอลลาร์ในบัญชี


การเปิดบัญชีหุ้นกับ MiTrade



 2 ฝากเงินเข้าบัญชี  

นักลงทุนสามารถทำการฝากถอนเงินผ่านช่องทางหลากหลาย เช่น Mobile Banking (โมบายแบงค์กิ้ง) , Internet Banking(อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง), Truemoney, Visa/Mastercard และ Skrill ฯลฯ


การฝากเงินเข้าบัญชีกับ Mitrade



 3 เปิดคำสั่งซื้อขาย 

พิมพ์ชื่อหรือสัญลักษณ์ของหุ้นที่เราอยากซื้อหรือขายแล้วเข้าไปที่หน้าซื้อขาย คุณสามารถเปิดคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายตามความคาดการณ์ต่อราคาหุ้นนั้น 


โดยหากคาดการณ์ว่าราคาหุ้นจะมีแนวโน้มสูงขึ้นไป ก็เปิดออเดอร์ซื้อ(buy long) ในตรงกันข้าม หากคาดการณ์ว่าราคาหุ้น จะมีแนวโน้มต่ำลงไป ก็เปิดออเดอร์ขาย(sell short)


ตัดสินใจทิศทางการซื้อขาย


หลังจากตัดสินใจทิศทางการซื้อขายแล้ว ก็กรอกปริมาณที่จะซื้อหรือขายและปรับค่าเลเวอเรจ(อัตราทด) ที่ต้องการใช้ แล้วมาร์จิ้น (หลักประกัน) ที่ต้องการจะปรับตามไปแบบอัตโนมัติ


กรอกปริมาณและเลเวอเรจ


นอกจากนี้แล้ว หากต้องการล็อคกำไรไว้ สามารถตั้งจุด Take Profit ได้ และสามารถตั้งจุด Stop Loss/ Trailing Stop เพื่อที่จะจัดการความเสี่ยงได้ โดยเครื่องมือพวกนี้ Mitrade จะเสนอให้ใช้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 


ตั้งจุด Take Profit / Stop Loss / Trailing Stop


หรือสร้าง Limit Order (Buy Limit ซื้อจำกัด / Sell Limit ขายจำกัด) โดยตั้งค่าจุดซื้อหรือขายก็ได้ 


สร้าง Limit Order


หลังจากนั้นก็คลิกปุ่มซื้อหรือขายที่ด้านล่างสุดก็สามารถสร้างออเดอร์ได้เรียบร้อยแล้ว 


 4 เฝ้ารอและปิดสถานะรับกำไร/ขาดทุน 

เฝ้ารอความเคลื่อนไหวของราคา หากราคาขึ้นหรือลดไปถึงระดับที่เราพอใจหรือระดับที่เรารับไม่ไหว เราก็กดปุ่ม 'ปิด' เพื่อปิดคำสั่งและรับกำไร/ขาดทุนได้


เฝ้ารอและปิดสถานะรับกำไร/ขาดทุน


ทั้งหมดนี้ก็เป็นขั้นตอนการซื้อหุ้นและขายหุ้นกับแพลตฟอร์มการเทรด MiTrade ซึ่งทำได้ง่ายและสะดวกมาก แม้นักลงทุนมือใหม่ก็สามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว


ฝึกฝนการเทรดหุ้น CFD กับ Mitrade ด้วยเงินเสมือนจริงฟรี $50, 000 ดอลลาร์และรับโบนัสต้อนรับ $100 ดอลลาร์การเทรดจริง↓↓↓


💸 ห้ามพลาด!!! 💸

โบนัสต้อนรับ $100 ดอลลาร์!💰💰💰

เพียงแค่สร้างบัญชีง่ายๆ ก็จะได้ $10 เรียบร้อย! 

ยังรออะไรอีกเหรอ?! 🤑🤑🤑


illustration

มือใหม่เล่นหุ้นตัวไหนดี มีวิธีการเลือกหุ้นยังไง

การเล่นหุ้นแบบระยะยาวและเล่นหุ้นแบบเก็งกำไร(หรือระยะสั้น) จะมีวิธีการเลือกหุ้นแต่ต่างกัน ดังนี้


การเล่นหุ้นแบบระยะยาว

โดยการเล่นแบบระยะยาวควรเลือกบริษัทที่มีการเงินเสถียรและเติบโตอย่างมั่นคง มีนโยบายเรียบร้อยเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม เมื่อเลือกหุ้นควรให้ความสำคัญกับมูลค่าของบริษัทเนื่องจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้นไม่มีผลต่อมูลค่าของบริษัท


นักลงทุนแบบระยะยาวควรเลือกหุ้นที่มั่นคง โดยปกติบริษัทเหล่านี้จะมีการเงินที่แข็งแกร่ง มีการ成เติบโตที่ดี และเป็นผู้นำในกลุ่มของอุตสาหกรรม ต่อไปนี้คือประเภทของหุ้นที่นักลงทุนระยะยาวควรเลือก:


1. หุ้นบริษัทที่มีความเป็นผู้นำในตลาด

บริษัทเหล่านี้มักเป็นผู้นำในกลุ่มของอุตสาหกรรม มีการเติบโตและกำไรที่สูง และมีโอกาสในการเติบโตและความสำเร็จในอนาคต นักลงทุนระยะยาวสามารถเลือกลงทุนในหุ้นบริษัทเหล่านี้เพื่อรับผลตอบแทนในระยะยาว


2. หุ้นมูลค่า (Value Stock) 

หุ้นเหล่านี้มักจะเป็นของบริษัทที่ถูกประเมินต่ำเป็นปกติ ราคาหุ้นอาจต่ำกว่ามูลค่าจริงของบริษัทนั้น ๆ นักลงทุนระยะยาวสามารถค้นหาโอกาสดังกล่าวโดยศึกษาหลักการพื้นฐานของบริษัทและวิธีการประเมินมูลค่า เพื่อเก็บรายได้ในระยะยาวๆ


3. หุ้นชนิดที่จ่ายเงินปันผล

บริษัทเหล่านี้มักเป็นบริษัทที่มั่งคั่ง มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่เสถียร นักลงทุนระยะยาวสามารถถือหุ้นเหล่านี้เพื่อรับรายได้จากการจ่ายเงินปันผลที่เสถียร และได้รับผลตอบแทนจากการเพิ่มมูลค่าของหุ้นในระยะยาว


การเล่นหุ้นแบบเก็งกำไร(ระยะสั้น)

นักลงทุนระยะสั้นมักจะเลือกหุ้นที่มีความแปรผันสูง เพื่อที่จะได้รับกำไรจากการลงทุนในระยะสั้น ต่อไปนี้คือประเภทหุ้นที่เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะสั้น:


1. หุ้นยอดนิยม 

หุ้นเหล่านี้มักเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่นิยมสูงสุดในตลาด ด้วยความแปรผันของอารมณ์ของตลาด เขามักจะประสบการณ์การแปลงราคาอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ


2. หุ้นเทคโนโลยี

หุ้นเหล่านี้มักเป็นหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีสูง โดยเหตุผลที่พวกเขามักจะประสบการณ์การแปลงราคาอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมักเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว


3. หุ้นที่มีการเติบโตต่อเนื่อง

หุ้นเหล่านี้มักเป็นหุ้นของบริษัทที่ทำผลงานได้ดีและมีศักยภาพในการเติบโตต่อไป เหล่านี้มักจะมีการประเมินค่าสูงและมีความแปรผันสูง แต่ในช่วงระยะสั้นพวกเขามักจะมีโอกาสในการเพิ่มขึ้นของราคา


4. หุ้นที่มีการขับเคลื่อนจากเหตุการณ์

หุ้นเหล่านี้มักเป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง (เช่นการซื้อกิจการ การรวมกิจการ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ การพยากรณ์กำไร เป็นต้น) โดยผู้ลงทุนระยะสั้นสามารถนำเอาโอกาสเหล่านี้มาใช้เพื่อได้รับผลประโยชน์จากเงินลงทุนในระยะสั้น


ควรระวังว่าการลงทุนระยะสั้นมีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ตลาดและเทคนิคอย่างละเอียด นอกจากนี้ การลงทุนระยะสั้นมักต้องตัดสินใจซื้อขายทันที จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในเรื่องความตั้งใจและสมองกระเทือนที่เต็มพิกัดทุกเวลา


★ เคล็บลับการเลือกหุ้น: เร่ิมจากหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เราคุ้นเคยหรืออยู่ใกล้ชิวิตเรา


สำหรับนักลงทุนมือใหม่แล้ว เราสามารถเริ่มจากหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เราคุ้นเคย ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเข้าใจและวิเคราะห์บริษัทและตลาดที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น


1. อุตสาหกรรมเทคโนโลยี

หากคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี คุณอาจรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และบริษัทซอฟต์แวร์มากมาย คุณสามารถติดตามบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียง เช่น Apple, Microsoft, Amazon, Google เป็นต้น เพื่อทำความเข้าใจธุรกิจและสถานะทางการเงินของพวกเขา


2. อุตสาหกรรมการแพทย์

หากคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ คุณสามารถติดตามบริษัทยาหรือผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์บางแห่ง เช่น Johnson & Johnson, Pfizer, Medtronic เป็นต้น คุณสามารถติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขาย และรายได้ของบริษัทเหล่านี้ได้


3. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

หากคุณคุ้นเคยกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม คุณสามารถให้ความสนใจกับเครือข่ายร้านอาหารหรือบริษัทเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงบางแห่ง เช่น McDonald's, KFC, Coca-Cola, Pepsi เป็นต้น


4. อุตสาหกรรมพลังงาน 

หากคุณรู้จักอุตสาหกรรมพลังงานมากขึ้น คุณสามารถให้ความสนใจกับบริษัทน้ำมันและก๊าซบางแห่ง เช่น Exxon Mobil, Chevron, Shell เป็นต้น คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับปริมาณการผลิต สินค้าคงคลัง ราคา และส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทเหล่านี้


แต่บางคนยังเกิดข้อสงสัยว่า เราไม่ได้มีความรู้กับอุตสาหกรรมใดๆ เลย แบบนี้ต้องเลือกยังไงละ ไม่ต้องกังวลเลย ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็เลือกหุ้นที่ในอุสาหกรรมที่ยู่ใกล้ชิวิตเรา ที่ใช้หรือเจกบ่อยในประจำชิวิตเรา เช่น 


●  Apple (AAPL) , XIAOMI (HKG:1810) โดยเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งที่เราใช้อยู่ทุกวัน 

●  Meta Platforms (META), Line (LN) ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่คนส่วนใหญ่ใช้กันทุกวัน

●  Youtube(YOU) , Netflix(NFLX) ซึ่งเป็นเว็บไซต์คลังคลิปวิดีโอที่คนส่วนใหญ่ใช้กันทุกวัน

......


ด้วยวิธีแบบง่ายๆ แบบนี้ เราคงสามารกเลือกหุ้นในขั้นแรกได้แล้วก่อนที่จะลงมือทำการวิเคราะห์หุ้น


นอกจากการลงทุนในหุ้นรายตัวโดยตรง การซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ลงทุนในดัชนีหุ้น (Index) ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี  เช่น


S&P 500 Index (SPX500) คือดัชนีตลาดหุ้นที่ติดตามหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ จำนวน 500 แห่ง การลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ลงทุนในดัชนี S&P 500 จึงหมายความว่าคุณได้ลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ 500 แห่งนี้  


Nikkei 225 Index (JPN225) คือ ดัชนีที่คำนวณรายวันซึ่งวัดผลประกอบการของ 225 บริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว การลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ลงทุนในดัชนีนิเคอิ 225(JPN225) จึงหมายความว่าคุณได้ลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ 225 แห่งนี้ 


ดังนั้น การลงทุนผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ลงทุนในดัชนีหุ้นจะสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ ทำให้ความเสี่ยงจะน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นรายตัว ดัชนีสำคัญที่นิยมในโลกอื่นยังมีอีกมากมาย เช่น Dow Jones Index(US30), NASDAQ 100 Index(NAS100)Hang Seng Index(HK50), FTSE 100 Index(UK100), Dax 30 Index, AUS200 Index, GER40 Index, EU50 Index, ES35 Index


มีวิธีการวิเคราะห์หุ้นยังไง

เมื่อคุณระบุบริษัทที่จะลงทุนได้แล้ว ก็ถึงเวลาทำการวิจัยเล็กน้อยแล้ว


การวิจัยบริษัทให้ตอบโจทย์นั้นสามารถทำได้สองวิธี นั่นคือ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis) และ การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) 


การวิเคราะห์พื้นฐาน เป็นการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการเติบโตของมูลค่ากิจการที่ควรจะมีศักยภาพในการเติบโตสูงบนราคาที่สมเหตุสมผล โดยการประเมินมูลค่าของกิจการและคาดการณ์แนวโน้มสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ทั้งในมุมของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนมักใช้การวิเคราะห์ทางพื้นฐานสำหรับการลงทุนในระยะยาว โดยใช้สัดส่วนทางการเงินช่วยในการตัดสินใจ เช่น PEG, PE หรือ ROE


การวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นการมองข้ามปัจจัยพื้นฐานไปยังข้อมูล ตัวเลข สถิติ ที่บ่งบอกถึงแรงซื้อขายหุ้นที่เกิดขึ้นในตลาด โดยมองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนักลงทุนที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงไม่จำเป็นต้องแกะงบการเงิน หรือ คำนวณสัดส่วนทางการเงิน แต่จะมุ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากราคา ปริมาณการซื้อขาย รวมถึงตัวบ่งชี้ต่าง ๆ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของราคาในอนาคต ซึ่งเครื่องมือตัวนี้เหมาะสำหรับการเทรดในระยะสั้นเป็นหลัก


แต่สำหรับใครที่กำลังชั่งน้ำหนักว่าควรจะใช้เครื่องมือตัวไหน เราต้องบอกก่อนว่ามันขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละคน ซึ่งการวิเคราะห์แต่ละแบบก็มีจุดแข็งของตัวเอง และจะดียิ่งขึ้นหากคุณสามารถผสานเครื่องมือทั้งสองตัวมาใช้สำหรับการเทรด โดยใช้การวิเคราะห์พื้นฐานสำหรับการเลือกหุ้น และใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อกำหนดจุดซื้อขาย ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น

เคล็ดลับในการเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่

●  ศึกษาด้วยตนเอง

ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดหุ้น สิ่งสำคัญคือความเข้าใจพื้นฐานของตลาดหุ้น วิธีการทำงาน และวิธีอ่านกราฟหุ้น คุณสามารถเรียนออนไลน์ อ่านหนังสือ หรือติดตามแหล่งข่าวทางการเงินที่เชื่อถือได้ได้


●  เริ่มต้นด้วยการลงทุนเล็กน้อย

อย่าลงทุนเงินออมทั้งหมดในตลาดหุ้น เริ่มด้วยจำนวนเงินเล็กน้อยที่คุณสามารถเสียได้ และเพิ่มการลงทุนของคุณเมื่อคุณมีประสบการณ์มากขึ้น


●  กระจายพอร์ตการลงทุน 

อย่าใส่ไข่ในตะกร้าเดียวกัน ลงทุนในภาคและบริษัทต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยง ดังนั้นหากบริษัทหรือภาคมีผลงานไม่ดีคุณจะไม่สูญเสียเงินทั้งหมด


●  กำหนดแผนและยึดตาม

ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด กำหนดเป้าหมายการลงทุนและกลยุทธ์ กำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับและประเภทของหุ้นที่คุณต้องการลงทุน ยึดตามแผนของคุณและหลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยสะดวก


●  ติดตามการลงทุนของคุณ

ตรวจสอบการลงทุนของคุณอย่างเป็นประจำและระวังการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดหรือบริษัทที่คุณลงทุนอยู่ อย่าตื่นตัวและขายหุ้นของคุณทั้งหมดเมื่อตลาดลดลง แต่อย่าก็ประสบความสำเร็จในการซื้อขายหุ้นเกินไป


●  ใช้ stop-loss order

stop-loss order เป็นเครื่องมือที่ขายหุ้นของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อมีการตกลงของราคาหุ้น ช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ราคาหุ้นลดต่ำกว่าที่คุณคาดหวัง


●  หลีกเลี่ยงการตามแนวโน้ม 

อย่าลงทุนในหุ้นเพียงเพราะมันได้รับความนิยมหรือเพราะทุกคนกำลังลงทุนในมัน ทำการวิจัยของคุณเองและตัดสินใจที่มีข้อมูลที่มีเหตุผลจากพื้นฐานของบริษัทไม่ใช่เพียงแค่การฮายป์ปัจจุบัน


จำไว้ว่าการซื้อขายหุ้นเป็นการเสี่ยงโดยไม่มีการรับประกันว่าคุณจะทำกำไร ให้เป็นอดีตอดทน มีวินัย และมีความรู้ และตลอดเวลาให้ปรึกษาที่ที่ปรึกษาทางการเงินก่อนตัดสินใจลงทุนที่สำคัญ

นับตั้งแต่ต้นที่เราพาไปทำความรู้จักกับวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่ในปี 2024 รวมไปถึงหุ้นคืออะไร เล่นหุ้นแบบไหนดี เล่นหุ้นครั้งแรกมีขั้นตอนการซื้อหุ้นยังไง มือใหม่เล่นหุ้นตัวไหนดี มีวิธีการเลือกหุ้นยังไง วิเคราะห์และศึกษาหุ้นยังไงและเทคนิคการเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่มีอะไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้นับว่าครบถ้วนและเพียงพอสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเข้ามาในวงการนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญนอกเหนือไปจากการหาความรู้ก็คือการเข้าสู่สนามจริงและทดลองทำการเทรดด้วยตัวเอง เพราะประสบการณ์ก็สำคัญสำหรับนักเล่นหุ้นไม่แพ้กัน

คำถามที่พบบ่อย
1.อยากเล่นหุ้น แต่เงินน้อย เล่นหุ้นเริ่มต้นกี่บาท?
เงินขั้นต่ำในการเริ่มเล่นหุ้นขึ้นอยู่กับราคาของหุ้น ปริมาณซื้อขายขั้นต่ำ ค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายหุ้นและเงื่อนไขอื่นๆ เช่น สามารถใช้อัตราทดในการเทรดหรือไม่ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละโบรกเกอร์ ตัวอย่างเช่น การซื้อหุ้นที่ NIO(NIO) ในเมื่อราคาที่ $40 ดอลล่าร์ที่ MiTrade ด้วยปริมาณซื้อขายขั้นต่ำ 1 ล็อต อัตราทด 10 เท่าและค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายหุ้น 0 จะใช้เงินต้น $0.74 ดอลลาร์(เท่ากับราวๆ 25 บาท)
2.ค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายหุ้นเท่าไร?
ค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายหุ้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละโบรกเกอร์ โดยที่ MiTrade จะมีค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายหุ้น 0 แต่จะเก็บค่าใช้จ่ายเป็นสเปรดแทนโดย MiTrade มีสเปรดอยู่ในระดับต่ำมาก
3. อายุเท่าไหร่เล่นหุ้นได้?
ต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปีถึงเล่นหุ้นได้ ส่วนคนที่อายุยังไม่ถึง ก็สามารถฝึกฝนซื้อขายหุ้นด้วยบัญชีเทรดทดลองไปก่อนเพื่อค่อยๆ สะสมประสบการณ์ไว้ได้

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี? 6 โบรกเกอร์หุ้นที่น่าเปิดพอร์ตหุ้นในปี 2024ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
ผู้เขียน  MitradeInsights
ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
placeholder
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
placeholder
ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ผู้เขียน  MitradeInsights
การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
placeholder
DCA คือ อะไร? เปิดบัญชีออมหุ้น DCA ที่ไหนดี 2024สร้างรายได้ทางอ้อมด้วยการลงทุนออมสม่ำเสมอ ทยอยลงทุนเรื่อย ๆ แบบ DCAหรือ Dollar-Cost- Averaging ถัวเฉลี่ยต้นทุนยังไงให้ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการลงทุนที่ง่าย เงินลงทุนตั้งต้นไม่มาก ไม่มีความซับซ้อน เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่เป็นอย่างมาก
ผู้เขียน  MitradeInsights
สร้างรายได้ทางอ้อมด้วยการลงทุนออมสม่ำเสมอ ทยอยลงทุนเรื่อย ๆ แบบ DCAหรือ Dollar-Cost- Averaging ถัวเฉลี่ยต้นทุนยังไงให้ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการลงทุนที่ง่าย เงินลงทุนตั้งต้นไม่มาก ไม่มีความซับซ้อน เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่เป็นอย่างมาก
placeholder
เทรดหุ้นแอพไหนดี?แอปเทรดหุ้นที่ยอดนิยมสำหรับปี 2567 จะเลือกแอพเทรดหุ้นที่เหมาะกับเราอย่างไร และจะเลือกเทรดหุ้นกับแอพไหนดี ในเมื่อปัจจุบันก็มีแอพเทรดหุ้นให้เลือกอยู่มากมาย แถมแต่ละแอพยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน คราวนี้เราจึงได้รวบรวม 10 แอปเทรดหุ้นที่ยอดนิยมสำหรับปี 2567 มาเล่าถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละแอพ
ผู้เขียน  MitradeInsights
จะเลือกแอพเทรดหุ้นที่เหมาะกับเราอย่างไร และจะเลือกเทรดหุ้นกับแอพไหนดี ในเมื่อปัจจุบันก็มีแอพเทรดหุ้นให้เลือกอยู่มากมาย แถมแต่ละแอพยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน คราวนี้เราจึงได้รวบรวม 10 แอปเทรดหุ้นที่ยอดนิยมสำหรับปี 2567 มาเล่าถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละแอพ
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์