คำสั่ง Long , Short คืออะไร?

อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

Long คือการเปิดสถานะซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น และ Short คือการเปิดสถานะขาย/ขายชอร์ตเมื่อคาดว่าราคาจะลง โดยการขายชอร์ตในตลาดหุ้นจะมีขั้นตอนการยืมหุ้นและส่งมอบหลักทรัพย์จริงเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่การเทรดในตลาดอนุพันธ์หรือ CFD จะเป็นการทำสัญญาอ้างอิงราคา ขับเคลื่อนด้วยระบบมาร์จิ้น (Margin) และเงื่อนไขข้อตกลงของแต่ละแพลตฟอร์ม

คำสั่ง Long, Short คืออะไรในการเทรด Forex

คำสั่ง Long และ Short ไม่ได้มีไว้ใช้ให้สำหรับเครื่องมือทุกประเภท แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีให้ใช้ในเครื่องมือประเภทอนุพันธ์ (Derivatives) คำสั่งนี้ทำหน้าที่บอกว่าเรากำลังจะทำอะไรกับสินค้าที่เรากำลังจะซื้อขาย เช่น Forex, สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และ CFD โดยคำสั่งนี้ทำหน้าที่ระบุอย่างชัดเจนว่าเรากำลังคาดการณ์ทิศทางตลาดอย่างไร และส่งคำสั่งเพื่อทำกำไรจากทิศทางนั้นๆ


คำสั่งเปิดสถานะ Long


สรุปตารางเปรียบเทียบคำสั่ง Long vs Short แบบเข้าใจง่าย


สถานะคาดการณ์ราคาวิธีเกิดกำไรหรือขาดทุนวิธีปิดสถานะความเสี่ยงสำคัญ
Long (ซื้อ / Buy)มองว่าราคาจะปรับตัวขึ้นซื้อที่ราคาต่ำ แล้วรอขายที่ราคาสูง (ซื้อถูก-ขายแพง)
• ราคาขึ้น = กำไร
• ราคาลง = ขาดทุน
ส่งคำสั่งขาย (Sell / Close Long)ขาดทุนจำกัดสูงสุดไม่เกินมูลค่าที่ซื้อมา (กรณีราคาสินทรัพย์ร่วงลงเหลือ 0)
Short (ขาย / Short Sell)มองว่าราคาจะปรับตัวลงเปิดขายที่ราคาสูง แล้วรอซื้อกลับคืนที่ราคาต่ำ (ขายแพง-ซื้อคืนถูก)
• ราคาลง = กำไร
• ราคาขึ้น = ขาดทุน
ส่งคำสั่งซื้อคืน (Buy to Cover / Close Short)ในทางทฤษฎีเสี่ยงขาดทุนไม่จำกัด (Unlimited Loss) หากราคาพุ่งขึ้นเรื่อยๆ และเสี่ยงต่อการถูกบังคับปิดสถานะ (Force Close) เมื่อมาร์จิ้นไม่พอ


คำสั่งเปิดสถานะ Long (Long Position) หมายถึง เทรดเดอร์กำลังส่ง “คำสั่งซื้อ” สินค้านั้น ๆ โดยคาดหวังว่าราคากำลังจะถีบตัวสูงขึ้นไปอีก และจะทำการปิดสถานะนี้เพื่อขายสินค้าและได้กำไรจากส่วนต่างของราคาที่สูงขึ้น


การใช้คำสั่งเปิดสถานะ Long จึงต้องใช้ในแนวโน้มราคาขาขึ้นเพื่อที่จะ ซื้อถูก-ขายแพง จึงจะสามารถทำกำไรได้


เช่น เทรดเดอร์เปิดสถานะ Long สินค้าหนึ่งที่ราคา 41 บาท หมายความว่าเทรดเดอร์ได้ซื้อสินค้านั้นที่ราคา 41 บาทโดยคาดว่าราคาจะปรับขึ้นไปอีก และเมื่อราคาปรับขึ้นเป็น 42 บาทก็จะทำการปิดสถานะซึ่งเป็นการสั่งขายทำกำไร โดยได้กำไรเป็นส่วนต่างราคาที่ 1 บาท


แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เทรดเดอร์คาดไว้ เช่น มีการเปิดสถานะ Long (ซื้อ) สินค้าตัวเดิมที่ราคา 41 บาทโดยคาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นและทำกำไรได้ แต่ราคากลับปรับตัวลงเรื่อย ๆ เทรดเดอร์จึงปิดสถานะ (ขาย) สินค้านั้นไปที่ราคา 40 บาท จะกลายเป็นว่าเทรดเดอร์ซื้อแพง-ขายถูก ทำให้ต้องรับผลขาดทุนเป็นจำนวน 1 บาทที่ได้ทำการปิดสถานะไป


คำสั่งเปิดสถานะ Short


คำสั่งเปิดสถานะ Short (Short Position) หมายถึง เทรดเดอร์กำลังส่ง “คำสั่งขาย” สินค้านั้น ๆ ไปก่อน โดยคาดหวังว่าราคาสินค้านั้นจะปรับตัวลง และจะทำการปิดสถานะเพื่อซื้อคืนสินค้าที่ได้ทำการขายไปก่อนหน้าและทำกำไรจากส่วนต่างของช่วงราคาที่ปรับตัวลง


การใช้คำสั่งเปิดสถานะ Short จึงต้องใช้ในแนวโน้มราคาขาลง เพื่อที่จะให้ได้ ขายแพงไปก่อน แล้วกลับไปซื้อคืนถูก ๆ ทีหลัง จึงจะสามารถทำกำไรได้


คำสั่ง Short ไม่ได้สามารถใช้ได้กับเครื่องมือทุกประเภท แต่จะใช้ได้กับเครื่องมืออย่างสัญญาอนุพันธ์, Tfex, BlockTrade, CFD นักลงทุนจึงควรตรวจสอบก่อนว่าอนุญาตให้ทำกำไรจากราคาขาลงได้หรือไม่


ตัวอย่างเช่น นักลงทุนเปิดสถานะ Short สินค้าตัวเดิมที่ราคา 41 บาท เป็นการสั่งขายสินค้านั้นไปก่อนที่ราคา 41 บาท และเมื่อราคาปรับลงไปที่ 40 บาท เทรดเดอร์ก็จะปิดสถานะซึ่งเป็นการซื้อคืนที่ราคา 40 บาท และได้กำไรจากส่วนต่างราคาขาลงที่ 1 บาท


ในทางตรงข้าม ถ้าเทรดเดอร์เปิดสถานะ Short สินค้าที่ราคา 41 บาท เปิดการขายสินค้าไปก่อนที่ราคา 41 บาทโดยคาดหวังว่าราคาจะปรับลงและจะซื้อคืนเพื่อปิดสถานะทำกำไร แต่ราคาสินค้ากลับพุ่งพรวดขึ้นจนต้องปิดสถานะไปที่ราคา 42 บาท ทำให้ต้องขาดทุนจากการขายถูก (41 บาท) และต้องกลับมาซื้อคืนในราคาที่แพงกว่า (42 บาท) ทำให้ต้องขาดทุนจากสถานะนี้ไปทั้งสิ้น 1 บาท เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้คำสั่งเปิดสถานะ Long, Short

ตัวอย่างการเปิดสถานะ Long ในหุ้น: การทำกำไรจากการ ซื้อถูก-ขายแพง

ตัวอย่างการเปิดสถานะ Long ในหุ้น


สมมติว่าคุณวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัท ABC แล้วมองว่าแนวโน้มธุรกิจกำลังเติบโตต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้น จึงตัดสินใจเปิดสถานะ Long โดยซื้อหุ้น ABC จำนวน 100 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ $35 (มูลค่าเงินลงทุนเริ่มต้น $3,500)


ต่อมาเมื่อผลประกอบการออกมาดีจริง ราคาหุ้น ABC ปรับตัวขึ้นแตะระดับ $40 คุณจึงทำการปิดสถานะด้วยการส่งคำสั่งขาย ได้รับเงินกลับมา $4,000 ทำให้คุณได้กำไรส่วนต่างราคาสุทธิ $500 (100 หุ้น x $5 ส่วนต่าง) โดยที่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการซื้อขาย


ตัวอย่างการเปิดสถานะ Short ในหุ้น: ยืมหุ้น → ขายในตลาด → ซื้อคืน

ตัวอย่างการเปิดสถานะ Short ในหุ้น


สมมติว่าคุณประเมินว่าบริษัท XYZ กำลังเผชิญปัญหาห่วงโซ่อุปทานและมีแนวโน้มที่ผลการดำเนินงานจะชะลอตัวลง จึงคาดการณ์ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวร่วงลง คุณจึงทำรายการขายชอร์ต (Short Selling) ตามขั้นตอนดังนี้:


  1. ยืมหุ้น: ขอยืมหุ้น XYZ จากโบรกเกอร์จำนวน 100 หุ้น

  2. ขายในตลาด: นำหุ้นที่ยืมมาไปขายทันทีในตลาดที่ราคาหุ้นละ $35 ได้รับเงินค่าขายเข้าพอร์ต $3,500

  3. ซื้อคืนเพื่อส่งมอบ: ต่อมาราคาหุ้น XYZ ร่วงลงเหลือ $30 ตามที่คาดการณ์ไว้ คุณจึงใช้เงิน $3,000 ซื้อหุ้น XYZ จำนวน 100 หุ้นจากตลาดเพื่อนำไปส่งมอบคืนโบรกเกอร์และปิดสถานะการยืม (Short Cover)


ผลลัพธ์กรณีราคาลง (ได้กำไร): คุณขายได้เงินมา $3,500 แต่ใช้เงินซื้อคืนเพียง $3,000 ทำให้ได้รับกำไรส่วนต่าง $500 (กำไรสุทธิขึ้นอยู่กับการหักค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยการยืมหุ้น


ผลลัพธ์กรณีราคาพุ่งขึ้น (ขาดทุน): หากราคาหุ้น XYZ กลับพุ่งขึ้นสวนทางไปที่ราคา $45 คุณจะต้องใช้เงินถึง $4,500 ในการซื้อหุ้นกลับมาคืนโบรกเกอร์ ส่งผลให้คุณขาดทุนทันที $1,000


อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงเทรดเดอร์จะไม่สามารถส่งคำสั่ง Short หุ้นที่เทรดอยู่ทั่วไปในกระดานหุ้นได้ เพราะต้องไปผ่านขั้นตอนการยืมหุ้นก่อนซึ่งจะมีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ปัจจุบันเครื่องมืออย่าง CFD ทำให้การส่งคำสั่ง Short หุ้น กลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยขั้นตอนซื้อขายที่สะดวกรวดเร็วทำให้เทรดเดอร์ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง ใช้เงินทุนน้อย อาศัย Leverage เพื่อคาดหวังกำไรที่สูงกว่าได้


mitrade
💸 ห้ามพลาด!!! 💸
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน
คำถามที่พบบ่อย

คำสั่ง Long กับ Buy เหมือนกันหรือไม่?

ในทางปฏิบัติมีความหมายเดียวกัน นั่นคือการส่งคำสั่ง 'ซื้อ' เพื่อคาดหวังกำไรเมื่อราคาปรับตัวขึ้น แต่ในภาษาการลงทุน 'Long' มักหมายถึงสถานะการถือครอง (Position) เช่น ถือสถานะ Long ในขณะที่ 'Buy' มักเป็นชื่อปุ่มคำสั่งส่งออเดอร์ในแพลตฟอร์มการเทรด

Short กับ Sell แตกต่างกันอย่างไร?

หากคุณถือครองสินทรัพย์นั้นอยู่แล้ว การกด 'Sell' คือการขายเพื่อปิดทำกำไรหรือตัดขาดทุน แต่หากคุณ 'ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์นั้นอยู่เลย' แล้วกดส่งคำสั่งขายในตลาดอนุพันธ์หรือ CFD จะหมายถึง 'การเปิดสถานะ Short' เพื่อเก็งกำไรจากทิศทางราคาขาลง

หากเปิดสถานะ Short แล้วราคาสินทรัพย์พุ่งขึ้นไม่หยุด จะเกิดความเสี่ยงอะไรบ้าง?

คุณจะเผชิญกับผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามส่วนต่างราคา และหากมูลค่าเงินในบัญชีลดลงต่ำกว่าเกณฑ์หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) โบรกเกอร์จะส่งสัญญาณเตือน (Margin Call) หรือดำเนินการบังคับปิดสถานะ (Forced Liquidation) ทันที ดังนั้นการตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) จึงเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของการเทรดฝั่ง Short

ข้อควรระวังและข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer):

  1. การซื้อขายโดยใช้เลเวอเรจ (Leverage) และมาร์จิ้น (Margin) เป็นการขยายทั้งอัตราผลกำไรและผลขาดทุนในคราวเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนสูญเสียเงินทุนมากกว่าที่เริ่มต้นได้

  2. หากเงินทุนในบัญชีของท่านลดต่ำลงจนไม่เพียงพอตามเกณฑ์มาร์จิ้นขั้นต่ำ อาจส่งผลให้ระบบทำการบังคับปิดสถานะ (Forced Liquidation) โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันยอดเงินติดลบ

  3. ผู้ลงทุนควรตรวจสอบและศึกษาข้อกำหนด สัญญาผลิตภัณฑ์ และนโยบายของแพลตฟอร์มอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนเริ่มต้นการซื้อขายจริงเสมอ

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

goTop
quote
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
วิธีดูกราฟราคาทองสำหรับมือใหม่ อ่านแท่งเทียน แนวรับแนวต้าน และจุดซื้อขายบทความนี้จะแนะนำวิธีดูกราฟราคาทองสำหรับมือใหม่ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจแนวโน้มตลาด และระบุจังหวะการซื้อขายที่เหมาะสม
ผู้เขียน  MitradeInsights
7 เดือน 29 วัน พุธ
บทความนี้จะแนะนำวิธีดูกราฟราคาทองสำหรับมือใหม่ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจแนวโน้มตลาด และระบุจังหวะการซื้อขายที่เหมาะสม
placeholder
หาเงินออนไลน์ ถูกกฎหมาย! แนะนำ 9 วิธีหาเงินออนไลน์การหาเงินหลักล้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปในยุคที่ไร้พรมแดนและทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียได้อย่างเท่าเทียมกัน ห้ามพลาดกับวิธีหาเงินออนไลน์ทั้ง 9 แบบที่เรานำมาฝาก
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 11 ก.ย. 2024
การหาเงินหลักล้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปในยุคที่ไร้พรมแดนและทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียได้อย่างเท่าเทียมกัน ห้ามพลาดกับวิธีหาเงินออนไลน์ทั้ง 9 แบบที่เรานำมาฝาก
placeholder
ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และ ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คืออะไร และ มีอะไรบ้างต้นทุนในธุรกิจ ทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ บทความนี้ เรามาทำความรู้จักกันว่า ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และ ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คืออะไร และมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย
ผู้เขียน  MitradeInsights
9 เดือน 28 วัน จันทร์
ต้นทุนในธุรกิจ ทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ บทความนี้ เรามาทำความรู้จักกันว่า ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และ ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คืออะไร และมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย
placeholder
10 อันดับแอพหาเงินสร้างรายได้เสริมปี 2026ยังจำเป็นอยู่ไหมกับการทำงานกินเงินเดือนที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ปัจจุบันที่ใคร ๆ ต่างก็นั่งทำงานหารายได้จากหลายช่องทางต้องบอกว่าหมดยุคแล้วกับตอกบัตรเข้าออฟฟิศ และนี่คือทั้งหมดของแอพหาเงินที่เรารวบรวมมาเป็นตัวเลือกสำหรับการสร้างรายได้แบบง่าย ๆ ที่บ้านสำหรับปีนี้ที่เรานำมาฝากกัน
ผู้เขียน  MitradeInsights
5 เดือน 19 วัน อังคาร
ยังจำเป็นอยู่ไหมกับการทำงานกินเงินเดือนที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ปัจจุบันที่ใคร ๆ ต่างก็นั่งทำงานหารายได้จากหลายช่องทางต้องบอกว่าหมดยุคแล้วกับตอกบัตรเข้าออฟฟิศ และนี่คือทั้งหมดของแอพหาเงินที่เรารวบรวมมาเป็นตัวเลือกสำหรับการสร้างรายได้แบบง่าย ๆ ที่บ้านสำหรับปีนี้ที่เรานำมาฝากกัน
placeholder
อุปสงค์ อุปทาน คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไรต่อการลงทุนท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์โลกและวิกฤตการณ์ในอิหร่าน หลักการอุปสงค์ อุปทาน ยังคงเป็นฟันเฟืองพื้นฐานที่สุดที่ขับเคลื่อนราคาสินทรัพย์ทุกชนิด ตั้งแต่หุ้น พลังงาน ทองคำ ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ อุปสงค์ อุปทานคืออะไร? และสำหรับนักลงทุน จะสามารนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ผู้เขียน  MitradeInsights
4 เดือน 09 วัน พฤหัส
ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์โลกและวิกฤตการณ์ในอิหร่าน หลักการอุปสงค์ อุปทาน ยังคงเป็นฟันเฟืองพื้นฐานที่สุดที่ขับเคลื่อนราคาสินทรัพย์ทุกชนิด ตั้งแต่หุ้น พลังงาน ทองคำ ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ อุปสงค์ อุปทานคืออะไร? และสำหรับนักลงทุน จะสามารนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์