8 หุ้นหุ้นโรงไฟฟ้า 2026 แถวหน้าในประเทศไทย

หุ้นโรงไฟฟ้าเป็นหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทำกำไรจากธุรกิจพลังงาน โดยการเป็นสถานที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อให้บริการกับผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ ทำให้ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวตามสถานะการผลิตไฟฟ้าและสภาพอุตสาหกรรมพลังงานในประเทศ โดยหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงจากนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่า หน้าใหม่ เพราะว่าถือเป็น" หุ้นปลอดภัย " หรือ Defensive Stocks มาทำความรู้จักเสน่ห์ของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าให้มากขึ้นกัน
หุ้นโรงไฟฟ้า : ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องรู้
กลยุทธ์และนโยบายการบริหารงาน นักลงทุนควรนำกลยุทธ์ขยายการเติบโตของหุ้นโรงไฟฟ้ามาพิจารณาร่วมด้วยว่าในรูปแบบใด เช่น การหาพันธมิตรร่วมลงทุน การเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้า การขยายการลงทุนในต่างประเทศ เป็นต้น
แนวโน้มของอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งมักแปรผันตามสภาพเศรษฐกิจ เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้ามีมากขึ้นก็จะกลายเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดการลงทุนโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ ๆ มากขึ้น
ทิศทางนโยบายภาครัฐ ภาคการไฟฟ้าของไทย กำกับดูแลโดยภาครัฐผ่านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP) ซึ่งทั้ง PDP และ AEDP นี้เองจะเป็นตัวกำหนดทิศทางอนาคตการผลิตไฟฟ้าในไทย
สัญญาซื้อขายไฟฟ้า สัญญาซื้อขายไฟฟ้าจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถประเมินอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น การศึกษาข้อมูลสัญญาต่างเพิ่มเติมให้มากขึ้นนี้จะช่วยให้ทราบว่าหุ้นที่ต้องการลงทุนโรงไฟฟ้ามีสัญญาซื้อขายกับใครบ้าง มีระยะเวลานานเท่าไร มีอัตราการรับรู้รายได้ กำลังการผลิตและรูปแบบรายได้ สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1) โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) กำลังการผลิตมากกว่า 90 เมกะวัตต์ขึ้นไป
2) โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก (SPP) กำลังการผลิต 10-90 เมกะวัตต์
3) โรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (VSPP) กำลังการผลิตน้อยกว่า 10 เมกะวัตต์
ประเภทของหุ้นโรงไฟฟ้า
สามารถจำแนกออกไปตามประเภทของแหล่งกำเนิดพลังงานได้ดังนี้
หุ้นโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (Solar Power Stocks): หุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจในการสร้างและให้บริการโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้า นับเป็นตัวแทนของพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดกำไรในอนาคต
หุ้นโรงไฟฟ้าน้ำ (Hydropower Stocks): หุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจในการสร้างและให้บริการโรงไฟฟ้าน้ำ ซึ่งใช้พลังงานจากน้ำไหลเพื่อผลิตไฟฟ้า หุ้นแบบนี้มักจะมีความนิยมในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงพอและเหมาะสมในการสร้างพลังงาน
หุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Power Stocks): หุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจในการผลิตไฟฟ้าด้วยการใช้ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติถูกพิจารณาว่าเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูงในการผลิตไฟฟ้า
หุ้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (Nuclear Power Stocks): หุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจในการสร้างและให้บริการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งใช้พลังงานจากการประกอบประจุนิวเคลียร์เพื่อผลิตไฟฟ้า การลงทุนในหุ้นนิวเคลียร์อาจมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยและการกำหนดนโยบายของรัฐบาล
หุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ (Renewable Energy Stocks): หุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนอื่น ๆ เช่น ลม, ไบโอมาสส์,และคลื่นทะเล เพื่อลดการใช้พลังงานที่เป็นแหล่งอนุรักษ์ไม่ได้
8 หุ้นหุ้นโรงไฟฟ้า 2026 แถวหน้าในประเทศไทย
ตารางเปรียบเทียบหุ้นโรงไฟฟ้าที่น่าลงทุน
จาก investing.com โดยหุ้นทั้ง 8 ตัวนี้จัดอันดับจากมูลค่าตลาด (บาท) ด้วยข้อมูลอัปเดตล่าสุด 2026
1.GULF บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์
Gulf เป็นบริษัทผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของประเทศไทย อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ธุรกิจก๊าซ Renewables Hydropower Infrastructure & utilities business มุ่งมั่นที่จะเป็นแบบอย่างของบริษัทที่ยั่งยืน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทั้งในและนอกองค์กร โดยในปีที่ผ่านมา กัลฟ์มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมกว่า 100 โครงการ
มูลค่าตลาด: 795.55 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): 8.4x - 32.1x
อัตราส่วน PEG: 0.04
ราคาปิดล่าสุด: 54.00 บาท
การเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน (%): +1.4%
2.GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
GPSC เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าชั้นนําด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนในระดับสากล ซึ่งนำร่องด้วยแผนกลยุทธ์ 4S ดำเนินธุรกิจหลักในในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำอุตสาหกรรม และสาธารณูปโภคอื่นๆ เพื่อการผลิตสาธารณูปโภคอย่างมีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพในระดับสากล
มูลค่าตลาด: 109.26 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): 18.7 เท่า
อัตราส่วน PEG: 0.27
ราคาปิดล่าสุด: 38.75 บาท
การเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน (%): 0%
3.RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในแกนนำด้านพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2543 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 14,500 ล้านบาท และได้เพิ่มทุนชำระแล้วเป็น 21,749.99 ล้านบาท ในปี 2565
โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลักคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถือหุ้นประมาณ 45% สะท้อนความมั่นคงด้านโครงสร้างและบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในระบบไฟฟ้าของประเทศ ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้สัญลักษณ์ RATCH และมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่สร้างกระแสเงินสดระยะยาวและมีเสถียรภาพ
มูลค่าตลาด: 67.97 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): 11.2 เท่า
อัตราส่วน PEG: 3.25
ราคาปิดล่าสุด: 31.25 บาท
การเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน (%): +0.8%
4.EGCO บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป (EGCO) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่รายแรกของประเทศไทย และพัฒนาเติบโตสู่การเป็นผู้ลงทุนด้านพลังงานระดับสากล ครอบคลุมภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกและอเมริกาเหนือ ปัจจุบัน EGCO ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องจากแหล่งเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ทั้งฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน
กลยุทธ์ของบริษัทมุ่งสร้าง ความมั่นคงทางพลังงานควบคู่การลดคาร์บอน ผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโอที่สมดุล พร้อมให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน EGCO เชื่อในการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการเติบโตที่มีความรับผิดชอบในระยะยาว
มูลค่าตลาด: 63.44 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): 12.4 เท่า
อัตราส่วน PEG: 0.08
ราคาปิดล่าสุด: 120.50 บาท
การเปลี่ยนแปลงรายวัน (%): 0%
5.BGRIM บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
บี.กริม เพาเวอร์ เป็นบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมและพลังงานหมุนเวียน บี.กริม เพาเวอร์ พวกเขามุ่งมั่นในการจัดหาโซลูชันพลังงานและบริการที่มีคุณภาพสูงสุด โดยปัจจุบันได้ขยายขอบเขตของธุรกิจไปยังรอบด้านไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจสุขภาพ, ธุรกิจไลฟ์สไตล์, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจเทคโนโลยีดิจิตอล
มูลค่าตลาด: 35.71 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): 37.4 เท่า
อัตราส่วน PEG: 0.16
ราคาปิดล่าสุด: 13.70 บาท
การเปลี่ยนแปลงรายวัน (%): +1.5%
6.BANPU บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

บ้านปู เพาเวอร์ หรือ BANPU คือ บริษัทผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล ด้วยหลักในการบริหารแบบ Powering Society with Quality Megawatts ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยโรงไฟฟ้าและโครงการโรงไฟฟ้าของบ้านปู เพาเวอร์ มีทั้งหมด 41 แห่ง/โครงการ ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
มูลค่าตลาด: 34.74 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): 17.7 เท่า
อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อมูลค่าตลาด (PEG): -0.74
ราคาปิดล่าสุด: 11.40 บาท
7.BCPG บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
BCPG เป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาดที่มุ่งเน้นการเติบโตผ่าน การลงทุนอย่างมีวินัยและชาญฉลาด โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจาก และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนควบคู่การขยายสู่ธุรกิจ Energy as a Service (EaaS)
BCPG เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการเป็น ผู้นำด้านพลังงานสะอาด ที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินงาน พร้อมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
มูลค่าตลาด: 24.12 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): 81.5 เท่า
อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อมูลค่าตลาด (PEG): -0.96
ราคาปิดล่าสุด: 8.05 บาท
การเปลี่ยนแปลงรายวัน (%): +3.9%
8.EA บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA ดำเนินงานภายใต้คอนเซ็ปท์ Energy Absolute Energy for The Future เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาพัฒนาพลังงานสะอาด ทั้งในเชิงพลังงานทดเเทน พลังงานหมุนเวียน ด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า เป็นบริษัทที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เช่น รถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์, เรือไฟฟ้า, สถานีชาร์จรถไฟฟ้า, แบตเตอร์รี่ Li-ion ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
มูลค่าตลาด: 22.58 พันล้านบาท
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E): -3.0 เท่า
อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อมูลค่าตลาด (PEG): 0.01
ราคาปิดล่าสุด: 3.02 บาท
การเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน (%): +5.6%
ทำไมหุ้นโรงไฟฟ้าน่าลงทุน?
นี่คือเหตุผลที่ควรพิจารณาในการลงทุนในหุ้นโรงไฟฟ้า ทั้งในเชิงของผลตอบแทนที่เกิดขึ้นและยังมีโอกาสเติบโตในด้านของกำไรในอนาคต
รายได้มั่นคง: ธุรกิจโรงไฟฟ้ามักเป็นธุรกิจที่สามารถผลิตกำไรได้ต่อเนื่องส่งผลให้ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีโอกาสในการกำไรในระยะยาวสูง
สินทรัพย์ปลอดภัย: มองว่าเป็นหุ้นปลอดภัย หรือ Defensive Stocks ทำให้แม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยก็ยังมีรายได้และผลประกอบการค่อนข้างมั่นคง จึงถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ปลอดภัยในพอร์ตลงทุนยามตลาดผันผวน
จ่ายเงินปันผลสูง: มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ เพราะธุรกิจมีรายได้และกระแสเงินสดที่มั่นคง ด้วยเหตุนี้เองบริษัทมักแจกกำไรให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างรายได้แบบ passive income ให้กับนักลงทุนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการรายได้ประจำจากพอร์ต
อุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล: ถือได้ว่าเป็นส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนอย่างยาวนาน ผ่านงบประมาณรัฐและสัญญางานระยะยาว ทำให้หุ้นกลุ่มนี้มีรายได้เชื่อถือได้ในระยะยาวเช่นกัน
เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว: เพราะพื้นฐานธุรกิจแข็งแรง ผลประกอบการสม่ำเสมอ และการจ่ายเงินปันผลที่ต่อเนื่อง จึงช่วยให้พอร์ตทนต่อความผันผวนของตลาดได้ดี
แนวโน้มพลังงานสีเขียว: แนวโน้มพลังงานสีเขียวทั่วโลกยังคงเติบโต แม้บางประเทศจะปรับนโยบาย แต่ภาคพลังงานสะอาดยังได้รับการสนับสนุนผ่าน เงินอุดหนุน รัฐช่วยลงทุน และมาตรการด้านนโยบายที่ชัดเจน
ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าได้อย่างไร?
การซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าสามารถทำได้ 2 วิธีดังนี้
1.สำหรับหุ้นโรงไฟฟ้าของตลาดหุ้นไทยอย่าง GULF BGRIM เป็นต้น เลือกเปิดกับโบรกเกอร์หุ้นไทย เช่น บลจ.หลักทรัพย์บัวหลวง บลจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย หรือ บลจ.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เป็นต้น ซึ่งเงื่อนไขเปิดบัญชีเทรดและค่าธรรมเนียมจะแตกกต่างกันออกไป เลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมสำหรับความต้องการของนักเทรด โดยโปรแกรมเทรดที่นิยมใช้เป็นจะเป็น STREAMINGPRO และ ASPEN เป็นสองค่ายที่นักเทรดนิยมใช้งาน


(ตัวอย่างโปรแกรมเทรด STREAMING PRO และหุ้น GULF)
ขั้นต่ำในการซื้อหุ้นของตลาดหุ้นอยู่ที่ 100 หุ้น เช่น ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าอย่าง GULF 100 หุ้น ราคาหุ้นละ 50 บาท ดังนั้นนักเทรดต้องมีเงินในพอร์ตขั้นต่ำ 100 หุ้น x 50 บาท เท่ากับ 5,000 บาท ถ้าราคาขยับขึ้นจาก 50 บาทเป็น 55 บาท จะได้กำไรเท่ากับ 100 หุ้น x ส่วนต่าง (55-50 บาท) ดังนั้น กำไร 500 บาท
2.ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ให้บริการซื้อขายหุ้น ซึ่งสามารถซื้อขายได้ในรูปแบบของ CFD หรือ (Contract for Difference) ทำกำไรจากส่วนต่างของราคาสินค้าอ้างอิง ข้อดีของการเทรดหุ้นในรูปแบบของ CFD คือ
สามารถเทรดได้ทั้งสองฝั่ง
มีเลเวอเรจหรืออัตราทด ช่วยให้ใช้เงินทุนน้อยกว่า สามารถทำกำไรได้มากกว่า
สามารถเลือกเทรดสินค้าได้หลากหลาย ไม่ว่า หุ้น ทองคำ ค่าเงิน หรือดัชนี
ราคา AEP แบบเรียลไทม์
ตัวอย่างกราฟของโบรกเกอร์ MiTrade ที่ให้บริการซื้อขายหุ้นรูปแบบของ CFD ที่สามารถใช้บริการผ่านหน้าเว็ปไซต์ หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Mitrade ผ่านทั้ง เว็บ มือถือ และเดสก์ท็อป เริ่มต้นเทรดด้วยเงินลงทุนเพียง 50$ และเปิดบัญชีรวดเร็วเพียง 3 นาที

สรุป
จากข้อมูลหุ้นต่างๆที่ผ่านมา จะเห็นว่าหุ้นโรงไฟฟ้า สมกับที่กล่าวว่าเป็น"หุ้นปลอดภัย " หรือ Defensive Stocks เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการใช้งานทั้งภาคการผลิตและการบริโภคครัวเรือน ดังนั้นความมีสเถียรภาพของพลังงานจึงสำคัญอย่างยิ่ง ลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้จึงเสมือนการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนหรือนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้จำกัด
ความเสี่ยงในการลงทุนหุ้นโรงไฟฟ้า มีอะไรบ้าง
ปัจจัยในการเลือกลงทุนหุ้นโรงไฟฟ้า มีอะไรบ้าง
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน








