การวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินดอลล่าร์ ค่าเงินดอลล่าร์จะขึ้นหรือไม่ในปี 2567

6 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด 26 ก.พ. 2567 08:48 น.

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่เสื่อมความนิยมลง ปัจจุบันเงินดอลลาร์สหรัฐก็ยังคงมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกด้วยสถานะคงค้างในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่สูงกว่า$26.3 ล้านล้าน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดใสโลก และหากมองในมุมเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเงินดอลลาร์สหรัฐยังโดดเด่นด้วยการเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศอันดับหนึ่งที่ส่วนแบ่ง 59.15% ของเงินสำรองระหว่างประเทศทั่วโลก แล้วค่าเงินดอลลาร์จะขึ้นหรือไม่ในปี 2567 คราวนี้เราจะมาวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ในปี 2567 กัน

ทำไมเงินดอลลาร์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

จากยุคสงครามโลกเป็นต้นมา ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์ Bretton Woods หรือวิกฤตซับไพรม์ สกุลเงินดอลลาร์ก็ยังเป็นสกุลเงินหลักที่ทรงอิทธิพลของโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเงินดอลลาร์จึงมีความสำคัญนักต่อเศรษฐกิจโลก


  • เป็นสกุลเงินที่มีการเทรดสูงสุดในตลาดปริวรรตเงินตรา 

    จากรายงานเดือนเมษา 2022 ของ BIS พบว่าในปีดังกล่าวมีการเทรดเงินต่างประเทศแบบ OTC พุ่งแตะ $7.5 ล้านล้านต่อวัน และใน 88% ของการเทรดนั้นจะมีค่าเงินดอลลาร์เป็นข้างหนึ่งของการเทรดเสมอ จนเรียกได้ว่าเทรดเดอร์ใช้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักสำหรับการเทียบค่าสกุลเงินอื่น ๆ ของโลกก็ว่าได้


  • เป็นหน่วยราคาซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ 

    ตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญของโลกตั้งอยู่ที่ชิคาโก (Chicago Mercantile Exchange: CME), โตเกียว (Tokyo Commodity Exchange: TOCOM), และลอนดอน (London Metal Exchange: LME) ซึ่งทั้งสามตลาดใช้สกุลเงินดอลลาร์สำหรับการซื้อขาย การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์จึงมีผลต่อราคาอ้างอิงสินค้าโภคภัฑณ์ในตลาดโลกไปด้วยโดยปริยาย


  •  เป็นสกุลเงินหลักที่ใช้เป็นทุนสำรองของธนาคากลางของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 

    ในปี 2022 จากรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศรายงานว่าปัจจุบันเงินดอลลาร์ยังเป็นสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศที่ธนาคารต่าง ๆ ถือไว้มากที่สุด คือราว 58.4% มากกว่าสกุลเงินลำดับสองที่เป็นยูโรที่ถืออยู่ราว 20.5% และเยน ปอนด์ หยวน ที่ถือเพียง 5.5%, 5% และ 2.7% ตามลำดับ


ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าสกุลเงินดอลลาร์เป็นเหมือนฟันเฟืองที่ช่วยหล่อลื่นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนทั่วโลกอยู่ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มค่าเงินดอลล่าร์

ค่าเงินดอลลาร์ไม่ต่างจากราคาสินค้าอื่น ๆ คือถูกกำหนดด้วยความต้องการซื้อ (Demand) และความต้องการขาย (Supply) ที่มีต่อตัวสกุลเงินดอลลาร์เอง ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อทั้งสองส่วนนี้ที่จะส่งต่อไปยังการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์จึงได้แก่ 3 ปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้


  • ทิศทางนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐ

    ซึ่งมีเครื่องมือที่สำคัญที่นำมาใช้คือ อัตราดอกเบี้ย สิ่งนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าเงินดอลลาร์โดยตรงเพราะดอกเบี้ยคือผลตอบแทนของการถือเงินดอลลาร์ หากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นมีแนวโน้มที่ดอลลาร์จะแข็งค่า ในทางตรงกันข้ามหากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงก็มีแนวโน้มที่ดอลลาร์จะอ่อนค่าลง


  • บรรยากาศความเสี่ยงของเศรษฐกิจการเงินโลก

    ด้านหนึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐมีฐานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในเวลาที่เกิดความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจ การเงิน หรือสงคราม นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้นมีผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ในทางตรงกันข้ามที่ความเสี่ยงในระบบลดลงก็มีแนวโน้มที่เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง


  • ปัจจัยทางมหภาคอื่น ๆ

    เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัด ที่หากบ่งบอความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มไปในทางการแข็งค่า ในทางตรงกันข้ามหากตัวเลขปัจจัยทางมหภาคของสหรัฐอ่อนแอลงก็มีแนวโน้มที่ค่าเงินดอลลาร์จะเคลื่อนไหวไปในทางอ่อนค่า


  • การดำเนินนโยบายและปัจจัยทางมหภาของประเทศเศรษฐกิจใหญ่อื่น ๆ ในโลก

    นอกจากเงินดอลลาร์จะมีราคาของตัวเองแล้ว ยังมีราคาที่คิดโดยเปรียบเทียบกับค่าเงินอื่น ๆ ในโลก การดำเนินนโยบายทางการเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป ส่งผลต่อแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ไปในทิศทางตรงกันข้ามได้เช่นกัน

ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์ในปี 2566

ตลอดปี 2566 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์คือการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐที่เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 จาก 0.25% มาเป็น 4.50% ณ สิ้นปี และปรับขึ้นต่อเนื่องในปี 2566 จาก 4.50% เป็น 5.50% ในการประชุมช่วงปลายเดือนกรกฎา 2566 นับเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี เช่นเดียวกับทิศทางเงินดอลลาร์ที่กลับมาอยู่ในแนวโน้มของการแข็งค่า หลังจากทำจุดสูงสุดไว้ที่ 114.687 ในเดือนกันยายน 2565 ปี 2566 ค่าเงินดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวในโซนแข็งค่ากรอบ 100 – 107 


เมื่อเทียบการเปลี่ยนแปลงกับสกุลเงินอื่น ๆ ปี 2566 มีคู่เงินที่น่าจับตามอง เช่น ค่าเงินเยน (USDJPY) ที่ปรับตัวอ่อนค่าสูงสุดที่ 152 อันเนื่องมาจากความต่างของนโยบายการเงินของทั้งสองธนาคารกลางที่ FED ยังคงเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ขณะที่ BOJ หรือธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงดอกเบี้ยในระดับต่ำมากต่อไป 


แตกต่างจากค่าเงินเยน ค่าเงินฟรังก์สวิส (USDCHF) ตลอดทั้งปี 2566 แกว่งตัวในทางแข็งค่ามาตลอดนับตั้งแต่กันยายนปี 2565 โดยค่าเงินฟรังก์ขึ้นชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและมักเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับราคาทองคำ ซึ่งแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไปตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา


สำหรับค่าเงินยูโร (EURUSD) ค่อนข้างแกว่งตัวในกรอบและเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินดอลลาร์จากในปีที่ผ่านมาทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรปดำเนินนโยบายทางการเงินไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน ทำให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงของคู่เงินนี้มีค่าไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก


ค่าเงินดอลลาร์ในปี 2566

การวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินดอลล่าร์ ค่าเงินดอลล่าร์จะขึ้นหรือไม่ในปี 2567

ปี 2567 เป็นอีกหนึ่งปีที่เป็นจุดเปลี่ยนของค่าเงินดอลลาร์จากการคาดการณ์นโยบายการเงินกลับทิศของธนาคารกลางสหรัฐ รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เหล่านี้คือปัจจัยกำหนดทิศทางค่าเงินดอลลาร์ที่ควรติดตาม


1. ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินดอลลาร์ที่ต้องจับตามมองในปี 2567 

การกลับทิศนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หลังจากที่ปลายปี 2565 อัตราเงินเฟ้อสหรัฐปรับขึ้นไปยืนเหนือ 8% ปี 2566 ที่ผ่านมาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มปรับลดลงและยืนอยู่ในกรอบ 3 – 4% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปีอยู่ที่ 5.5% ทำให้เกิดการชะลอตัวของการบริโภคและการลงทุนซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงในอนาคต ซึ่งจะกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567


การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ Soft landing? แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในปี 2567 ยังเป็นไปได้หลายแนวทางอันเนื่องมาจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง แต่ส่วนวิจัยส่วนใหญ่เช่น UBS, IMF และ World Gold Council ให้น้ำหนักค่อนไปทาง Soft landing โดย IMF คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐปี 2567 ไว้ที่ 2.1% ลดลงจากปี 2566 ที่ 2.5% และจะยังลดลงในปี 2568 ที่จะเติบโตในอัตรา 1.7%


ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นตามจุดต่าง ๆ จากการรุกรานยูเครนของรัสเซียส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงกระทบต่อไปยังอัตราเงินเฟ้อ ในปี 2567 ความขัดแย้งในพื้นที่เดิมยังไม่คลี่คลายลง แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในอิสราเอล ซึ่งเกี่ยวพันถึงอิหร่านและตะวันออกกลางที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันแหล่งใหญ่ของโลก ความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การปรับขึ้นของราคาน้ำมันที่จะส่งผลไปถึงอัตราเงินเฟ้อจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรจับตามองสำหรับการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ในปี 2567 นี้


โดยรวมแล้วปัจจัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังให้นำหนักกับการกลับทิศของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐซึ่งจะส่งผลโดยตรงให้ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลง โดยมีอัปไซด์ของการแข็งค่าน้อยกว่า


2. มุมมองค่าเงินดอลลาร์เทียบค่าเงินอื่น ๆ ในโลก

  • EUR/USD

    ปี 2567 เป็นปีที่ทั้งสหรัฐและประเทศสมาชิกกลุ่มยูโรโซนหลายประเทศมีการเลือกตั้ง นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างเข้มงวดขึ้น แต่เนื่องจากทิศทางของนโยบายไปในทางเดียวกัน ทำให้ EURUSD ในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในกรอบ และ โดย J.P. Morgan มอง EURUSD ณ สิ้นปีที่ 1.13 ขณะที่ BoA มองที่ 1.15 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกัน


  • GBP/USD

    อังกฤษเป็นอีกหนึ่งประเทศที่จะจัดการเลือกตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2568 ขณะที่นโยบายการคลังยังมีไม่ชัดเจนแต่คาดว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งแนวนโยบายของทั้งอังกฤษและอเมริกาในปีนี้จะยังมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน J.P. Morgan ยังให้แนวโน้ม GBP/USD เคลื่อนไหวในกรอบและปิดสิ้นปี 2567 ที่1.26


  • USD/JPY

    ต้นปีที่ผ่านมาธนาคารกลางญี่ปุ่นยังยืนยันที่จะใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปแม้จะทำให้ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าใกล้แตะ 150 อีกครั้ง แต่จากภาวะเศรษฐกิจอเมริกาที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง (soft landing) ทำให้ส่วนต่างของดอกเบี้ยทั้งสองค่าเงินลดลงและส่งผลให้ค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ในปีนี้ โดย J.P. Morgan ให้แนวโน้ม USD/JPY สิ้นปี 2567 ที่ 146 


  • USD/THB

    จาก SCB EIC มองแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ในเชิงอ่อนค่า (บาทแข็งค่า) และมองอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้ที่ 32.00 - 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2567


สรุป

ค่าเงินดอลลาร์กลับมาเป็นที่จับตามองของนักลงทุนอีกครั้งกับแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ 2567 ด้วยแนวนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะ FED มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนอีกครั้ง และมีผลโดยตรงต่อสินทรัพย์ตัวนี้ รวมถึงสินทรัพย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้ม EUR/USD, GBP/UDS, USD/JPY หรือแม้แต่ USD/THB รวมทั้งความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นและเป็นความเสียงที่ตลาดอาจยังไม่ได้คำนวณรวมไว้ ทำให้เหล่านี้เป็นปัจจัยที่นักลงทุนในตลาดโลกจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับสินทรัพย์ที่ทรงอิทธิพลต่อตลาดการเงินโลกในปัจจุบันอย่างแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ 2567 นี้


*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
10 โปรแกรมขุด Bitcoin ฟรีที่ดีที่สุดสำหรับปี 2023มีโปรแกรมขุด Bitcoin ฟรีมากมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะเหตุนี้จึงเป็นเรื่องยากที่จะเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง ดังนั้น ทางเราจะช่วยคุณค้นหาโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ดีที่สุดที่เหมาะกับคุณที่สุดโดยการตรวจสอบโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ได้รับคะแนนสูงที่สุดนะครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
มีโปรแกรมขุด Bitcoin ฟรีมากมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะเหตุนี้จึงเป็นเรื่องยากที่จะเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง ดังนั้น ทางเราจะช่วยคุณค้นหาโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ดีที่สุดที่เหมาะกับคุณที่สุดโดยการตรวจสอบโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ได้รับคะแนนสูงที่สุดนะครับ
placeholder
วิธีอ่านกราฟแท่งเทียนในการเทรด Forex สำหรับมือใหม่หากคุณต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex การอ่านกราฟแท่งเทียนให้แตกฉานถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกราฟแท่งเทียนเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่คุณสามารถพบได้บนทุกแพลตฟอร์ม และเทรดเดอร์หลายคนสามารถทำกำไรก้อนโตจากฟอเร็กซ์โดยอาศัยเพียงการอ่านกราฟแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว บทความนี้จะสอนวิธีการอ่านกราฟแท่งเทียนในการเทรด Forex หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์มือใหม่ทุกท่านนะครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
หากคุณต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex การอ่านกราฟแท่งเทียนให้แตกฉานถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกราฟแท่งเทียนเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่คุณสามารถพบได้บนทุกแพลตฟอร์ม และเทรดเดอร์หลายคนสามารถทำกำไรก้อนโตจากฟอเร็กซ์โดยอาศัยเพียงการอ่านกราฟแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว บทความนี้จะสอนวิธีการอ่านกราฟแท่งเทียนในการเทรด Forex หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์มือใหม่ทุกท่านนะครับ
placeholder
3 อันดับ Indicator Forex ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในบทความนี้ เราขอแนะนำให้คุณอย่าตัดสินหนังสือด้วยหน้าปก เพราะเราจะหาคำอธิบายของ 3 อันดับ Indicator Forex ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เรารับรองว่าคุณจะเข้าใจวิธีการใช้ Indicator ได้แน่นอน หากคุณเริ่มสนใจแล้ว เรามาเริ่มกันเลย!
ผู้เขียน  MitradeInsights
ในบทความนี้ เราขอแนะนำให้คุณอย่าตัดสินหนังสือด้วยหน้าปก เพราะเราจะหาคำอธิบายของ 3 อันดับ Indicator Forex ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เรารับรองว่าคุณจะเข้าใจวิธีการใช้ Indicator ได้แน่นอน หากคุณเริ่มสนใจแล้ว เรามาเริ่มกันเลย!
placeholder
10 อันดับโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือในปี 2023คราวนี้เรามาชวนคุยเรื่องโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือ และนำเสนอ 10 อันดับโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือให้เพื่อน ๆ ได้ลองพิจารณากัน
ผู้เขียน  MitradeInsights
คราวนี้เรามาชวนคุยเรื่องโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือ และนำเสนอ 10 อันดับโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือให้เพื่อน ๆ ได้ลองพิจารณากัน
placeholder
8 อันดับโบรกเกอร์ Forex ที่แจกโบนัสเงินฝากที่น่าสนใจ 2566ให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่ามากขึ้นด้วยการเพิ่มพลังการเทรดกับวงเงินที่เพิ่มขึ้น กับรวมลิสต์โบรกเกอร์ Forex ที่แจกโบนัสเงินฝาก 2566 ทั้ง 8 โบรกเกอร์ที่เราคัดมา ตามมาดูกันเลย
ผู้เขียน  MitradeInsights
ให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่ามากขึ้นด้วยการเพิ่มพลังการเทรดกับวงเงินที่เพิ่มขึ้น กับรวมลิสต์โบรกเกอร์ Forex ที่แจกโบนัสเงินฝาก 2566 ทั้ง 8 โบรกเกอร์ที่เราคัดมา ตามมาดูกันเลย
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์