เทรดฟอเร็กซ์ การเทรด สกุลเงินดิจิตอล สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ดัชนี การลุงทุน แพลตฟอร์มการเทรด เรียนรู้การเทรด มุมมองเชิงลึก หุ้น

เทรด Forex ทองคำ Bitcoin และตราสารอื่น ๆ ออนไลน์

วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2021
น้ำอุ่น
2020-02-26 203486

ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจขาลงอย่างปัจจุบันนี้ การทำงานหาเงินแบบเดิมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งคนส่วนใหญ่ได้หันไปลงทุนกับสิ่งที่จะสร้างทรัพย์สินได้ต่อไปในอนาคตอย่าง “หุ้น” ที่เรามักจะพบเจอกันอยู่บ่อยครั้งว่าการลงทุนในหุ้นของบางคนสามารถเปลี่ยนชีวิตไปตลอดเลยก็มี ดังนั้นวันนี้ผมได้เตรียมวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2021 มา เรามาดูกันเลยดีกว่านะครับ


▼เล่นหุ้นกับโบรกเกอร์ชั้นนำด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล
เนื้อหาบทความ [ซ่อน]
1. เปิดบัญชีหุ้น

ขั้นแรกในการเข้าในตลาดหุ้นก็คือการเปิดบัญชีเล่นหุ้นกับโบรกเกอร์ โดยทั่วไปแล้ว โบรกเกอร์หุ้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภท

โบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และโบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นหุ้น CFD

 

1.  โบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ


โบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ๆ ก็คือ ตัวกลางที่รวบรวมและส่งคําสั่งซื้อขายของเทรดเดอร์หุ้นเข้าสู่ระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นวิธีการเล่นหุ้นที่เราคุ้นเคยมากัน 


การเล่นหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อดีอะไรบ้าง?

การเล่นหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นักลงทุนจะเป็นเจ้าของของหุ้นที่ซื้อนั้น มีสิทธิในการออกเสียงและรับเงินปันผล และวิธีนี้จะเหมาะกับนักลงุทนสาย VI มากกว่า


แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียในหลายด้าน เช่น

 ●  ต้องมีเงินทุนไม่น้อย

การซื้อขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ๆ มีขั้นต่ำที่ 100 หุ้นและต้องลงทุนเต็มจำนวน(มีน้อยรายที่สามารถใช้บัญชีมาร์จิ้นได้ แต่ส่วนใหญ่โบรกเกอร์จะไม่อนุมัติ) ตัวอย่างเช่น หากซื้อหุ้นที่ราคา 200 บาท ก็ต้องใช้เงินตั้งต้น 20,000 บาท ยังต้องบวกด้วยค่าคอมมิสชั่น


 ●  ทำกำไรในขาขึ้นได้อย่างเดียว 

ราคาหุ้นจะมีการเพิ่มและลงบ่อยครั้ง แต่นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ในกรณีที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างเดียว หากราคาหุ้นลดลงก็จะเป็นการขาดทุนเลย


 ●  มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและเงื่อนไขในการซื้อขาย 

เมื่อซื้อขายหุ้นด้วยวิธีนี้ นอกจากมีการจำกัดปริมาณซื้อขายที่ต้องเพิ่มเป็นหน่วย 100 แล้ว ราคาที่ทำการซื้อขายก็ถูกจำกัดด้วยส่วนต่างราคาที่ค่อนข้างกว้างเช่น หุ้นราคา 50-100 บาท ต้องเพิ่มราคาครั้งละ 0.25 บาท และหุ้นบางตัวยังมีสภาพคล่องต่ำทำให้ซื้อขายยากด้วย


 ●  มีกฎระเบียบมาก 

เช่นระบบการถอนเงินต้องใช้เวลา การถอนเงินออกจากบัญชีปัจจุบันใช้เวลา T+2


 ●  ขั้นตอนในการเปิดบัญชียุ่งยาก 

ด้วยวิธีนี้ การเปิดบัญชีหุ้นต้องเตรียมเอกสารต่างๆ และมีหลายขั้นตอน ใช้เวลา เอกสารต่างๆ ที่ต้องเตรียมในการเปิดบัญชีหุ้น รวมถึง 

- สำเนาบัตรประชาชน 

- สำเนาทะเบียนบ้าน

- ค่าอากรณ์แสตมป์ 30 บาท 

- สำเนาทะเบียนบ้าน 

- Statement ธนาคาร(ย้อนหลัง 6 เดือน)

- อาจจะมีอื่นๆ อีก แล้วแต่แต่ละโบรกเกอร์


2. โบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นหุ้น CFD


โบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นหุ้น CFD (ชื่อเต็มชื่อ Contract for Difference ภาษาไทยเรียกว่า สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) คือ ตัวกลางที่ช่วยให้เราสามารถทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นโดยไม่ต้องทำการซื้อขายหุ้นจริง ด้วยวิธีนี้ นักลงทุนไม่ต้องเป็นเจ้าของของหุ้นที่ซื้อนั้นแต่ก็ยังจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขายเท่ากับการซื้อขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ 



การเทรดหุ้น CFD ได้เสนอความได้เปรียบกว่าเครื่องมืออื่น ๆ หลายอย่าง เช่น


 ●  เทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลง 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไทยไม่อนุญาติให้ซื้อขายหุ้นในขาลงได้ แต่ในการเทรดหุ้น CFD นักลงทุนสามารถ short selling ได้เมื่อราคาหุ้นตกลง ซี่งจะสามารถเพิ่มโอกาสในการเก็งกำไรได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณคาดว่าราคาหุ้น Apple จะมีแนวโน้มลดลง คุณเปิดคำสั่งขาย (Short Position)  รอราคาหุ้น Apple ได้ลดลงอย่างที่คุณคาดจนถึงระดับที่คุณพอใจ คุณก็ปิดคำสั่งรับรู้กำไร


 ●  สามารถขยายกำไรด้วยเงินทุนน้อย 

สิ่งที่น่าดึงดุดใจที่สุดของการเทรดหุ้น CFD ก็คือ การเทรดด้วยเลเวอเรจ ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางเงินเพียงจำนวนหนึ่งแต่ก็ยังจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับการซื้อขายหุ้นนั้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เต็มจำนวน เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจเลเวอเรจให้มากขึ้น ผู้เขียนได้ทำการเปรียบเทียบการเทรดแบบไม่มีเลเวอเรจและการเทรดแบบมีเลเวอเรจในตารางด้านล่าง:

รายการ

เทรดแบบไม่มีเลเวอเรจ

เทรดแบบมีเลเวอเรจ

เลเวอเรจ

0

1:20

ราคาเปิด

1, 000 USD

1, 000 USD

ราคาปิด

1, 100 USD

1, 100 USD

ขนาดการซื้อขาย                

1   ล็อต

1   ล็อต

เงินทุนเริ่มต้น            

1000 USD

50 USD

กำไรที่ได้

100 USD

100 USD

อัตราผลตอบแทน

10%

200%

* เลเวอเรจเป็นดาบคมสองด้าน ไม่ใช่ยิ่งสูงยิ่งดี เพราะก็สามารถขยายขาดทุนเช่นกัน นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการใช้เลเวอเรจสูงเกินโดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ และควรจัดความเสี่ยงให้ดีๆ 


 ●  การถอนเงินรวดเร็ว

การถอนเงินออกจากบัญชีเป็น T+0 ซึ่งนักลงทุนสามารถส่งคำขอการถอนเงินได้ทันทีเมื่อมีความต้องการ


 ●  ไม่มีค่า VAT  

เนื่องจากการเทรดหุ้น CFD ไม่ต้องทำการซื้อขายหุ้นจริงเลยได้ปราศจากค่า VAT


 ●  สามารถเข้าถึงตลาดการเงินที่ใหญ่กว่าและมีความสถาพคล่องที่สูงกว่า 

หุ้น CFD จะอ้างอิงจากธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลกทั้งนั้น เช่น Alphabet, Microsoft และ Facebook เป็นต้น จึงเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่กว่าและมีความสถาพคล่องที่สูงกว่า


 ●  ขั้นตอนการเริ่มต้นเทรดไม่ยุ่งยาก

ตั้งแต่การเปิดบัญชีจนถึงเริ่มต้นการเทรดใช้ข้อมูลและเวลาน้อยมาก ขอเพียงมีบัตรประชาชนก็สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้เลย เร็วสุดสามารถทำเสร็จภายในไม่กี่นาทีเองขึ้นอยู่กับแต่ละโบรกเกอร์


ความแตกต่างระหว่างการซื้อขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์และการเทรดหุ้น CFD


การซื้อขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์

การเทรดหุ้น CFD                   

ความเป็นเจ้าของหุ้น

ใช่

ไม่ใช่

เลเวอเรจ

ไม่มี

มี

ความสภาพคล่อง

ขึ้นอยู่กับหุ้นนั้น

สูง

ความเสี่ยง

ปานกลางถึงสูง

สูง

เงินทุนเริ่มต้น

ปานกลางถึงสูง

ต่ำ

ต้นทุนการซื้อขาย

ปานกลางถึงสูง

ต่ำ

วิธีการทำกำไร

ทำได้ในขาขึ้นอย่างเดียว

ทำได้ทั้งในขาขึ้นและขาลง


★ สรุป: ฉันเหมาะกับวิธีการเทรดหุ้นแบบไหน?


1. นักลงทุนที่มีลักษณะดังกล่าว ผู้เขียนจะเสนอให้เทรด หุ้น CFD มากกว่า:


●  มีเงินทุนไม่มากนัก

●  มีความคาดหวังที่จะทำกำไรในระยะสั้น

●  มีการยอมรับความเสี่ยงที่สูง


หากนักลงทุนเลือกเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ เช่น บมจ.บล.บัวหลวง,  บล. ไทยพาณิชย์ จำกัดและบล. กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้นได้ 


2. นักลงทุนที่มีลักษณะดังกล่าว  ผู้เขียนจะเสนอให้ซื้อขาย หุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ มากกว่า:


●  มีเงินทุนจำนวนมาก

●  เป็นสไตล์การลงทุนแบบระยะยาว มีความอดทนสูง

●  มีการยอมรับความเสี่ยงที่พอสมควร


สำหรับนักลงทุนที่เลือกเทรดหุ้น CFD ผู้เขียนขอเสนอโบรกเกอร์ Mitrade ที่มาจากประเทศออตเตรเลียที่ผมกำลังเทรดอยู่นะครับ เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าใจการเทรดหุ้น CFD กับ Mitrade ให้มากขึ้น ผมจะแนะนำขั้นตอนการเทรดหุ้น CFD กับ Mitrade ตั้งแต่การเปิดบัญชีจนถึงการปิดคำสั่งรับกำไรนะครับ

※ ขั้นตอนการเทรดหุ้น CFD กับ  MiTrade ※ 


1.เปิดบัญชี การเปิดบัญชีกับ Mitrade สามารถทำออนไหลน์ได้หมดภายใน 10 นาที สะดวกและรวดเร็วมาก เอกสารที่ต้องการในการเปิดบัญชีมีเพียงบัตรประชาชน และหากคุณยังไม่มีความเชื่อมั่นในการเทรดหุ้น CFD MiTrade มีบัญชีเทรดทดลองพร้อมเงินเสมือนจริง 50, 000 USD อยู่ในบัญชีเพื่อให้คุณทำการคุ้นเคยกับตลาด CFD และฝึกฝนทักษะการเทรดหุ้น CFD อย่างไม่มีความเสี่ยงใดๆ 

16202881812081

2.ฝากเงินเข้าบัญชี ที่ Mitrade คุณสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผ่านช่องทางการฝากเงินหลากหลาย ช่องทางที่สะดวกที่สุดคือฝากด้วยธนาคารไทยออนไลน์หรือแกน QR และไม่เสียค่าธรรมเนียมด้วย เงินฝากขั้นต่ำแค่ $50 USD (ประมาณ 1500 บาท) เอง


16148372753428

3.ค้นหาหุ้นที่จะเทรด ตอนนี้ Mitrade ได้เปิดให้นักลงทุนสามารถเทรด 60 หุ้นของบริษัทยักษัใหญ่ได้ รวมถึง Facebook, Google, Apple, Amazon, Adobe, Walt Disney, Microsoft, Walmart, Nike, eBay, PayPal และ Alibaba เป็นต้นและจะเปิดให้มากขึ้นอีกต่อไป


16052563673987

4.คว้าโอกาสในการเทรด เมื่อฝากเงินเรียบร้อยแล้วเราก็คว้าโอกาสการเทรดหุ้นด้วยเครื่องมือการเทรดต่างๆ ที่ Mitrade เสนอให้ใช้ฟรี เช่นข่าวสด กราฟแบบเรียลไทม์ ปฏิทินทางเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมและการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญเป็นต้น


5.เปิดคำสั่งซื้อขาย คุณสามารถเปิดคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายตามความคาดการณ์ต่อหุ้น อย่างที่เรากล่าวไปว่า หากมองว่ากราฟจะเพิ่มขึ้นก็เปิดคำสั่งซื้อ ในตรงกันข้าม หากมองว่ากราฟจะลดลงก็เปิดคำสั่งขาย


16064702196354

6.เฝ้ารอและปิดสถานะรับกำไร/ขาดทุน เมื่อเปิดคำสั่งแล้ว เราก็ต้องติดตามความเครื่อนไหวของกราฟ เมื่อราคาไปถึงที่เราคาดเอาไว้ เราก็ปิดคำสั่งรับกำไรได้เลย


16064718318110

▼เล่นหุ้นกับ Mitrade ด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล
2. เรียนรู้ศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน

จะลงสู่สนามจริงอย่างไรไม่ให้เจ็บตัว? มือใหม่เล่นหุ้นหลายคนต่างกังวลใจกับสิ่งนี้เนื่องจากเงินลงทุนของพวกเขาออาจจะเป็นก้อนเดียวที่มีความสำคัญ ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากแนะนำ นั่นก็คือการศึกษาและเรียนรู้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการเล่นหุ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะความรู้จะทำให้มือใหม่ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพและประสบความสำเร็จได้ครับ


ข้อมูลที่เราต้องเรียนรู้และศึกษาด้วยมีมากมาย เช่น หุ้นตัวที่เราซื้อนั้นประกอบธุรกิจอะไร มีผลการดำเนินงานอย่างไร และอื่นๆ โดยคุณสามารถได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ 


และเราก็สามารถเรียนรู้ความรู้ในการลงทุนเพิ่มเติมจากหนังสือหรือใน Youtube, Facebook ด้านการลงทุนและการเล่นหุ้นได้ด้วย

3. สร้างระบบเทรดหุ้นของตนเอง

หลายท่านคงเคยได้ยินและได้มีโอกาสศึกษาระบบเทรดหุ้นของตนเองก็มาบ้างแล้ว ซึ่งระบบนี้เป็นการสร้างขึ้นมาโดยเทรดเดอร์นั้นๆ เอง แน่นอนว่าในแต่ละท่านจะมีระบบนี้ไม่เหมือนกัน และแต่ละระบบก็อาจจะใช้ได้หรือไม่ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ในหัวข้อนี้ผมจะมีแนะนำระบบและวิธีสร้างระบบพื้นฐานที่เทรดเดอร์หลายๆ คนได้ใช่กัน ดังนี้


ขึ้นตอนแรกระบุว่าคุณเป็นเทรดเดอร์ประเภทใด 

ระบุว่าคุณจะซื้อขายระหว่างวัน อาทิตย์ เดือนหรือปี คุณชอบดูกราฟทุกเป็นวันๆหรือรายสัปดาห์ รายเดือนหรือแม้กระทั่งรายปี จะถือสถานะนานแค่ไหน? การตอบคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกช่วงเวลาการซื้อขายที่เหมาะสม


ขึ้นตอนที่ 2คว้าสัญญาณที่สามารถระบุแนวโน้มใหม่ ๆโดยใช้อินดิเคเต้อร์ต่างๆ 

อินดิเคเต้อร์ MA(Moving Average ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) เป็นหนึ่งในอินดิเคเต้อร์ที่ใช้กันมากที่สุดและการใช้งานก็ค่อนข้างง่ายเพียงรอให้เส้นค่า MA เร็วข้ามเส้น MA ช้านี่คือระบบการซื้อขาย "ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ข้าม" ขั้นพื้นฐานที่สุด อินดิเคเต้อร์ MA เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการใช้อินดิเคเต้อร์ต่างๆ


ขึ้นตอนที่ 3 ค้นหาสัญญาณที่สามารถยืนยันแนวโน้มได้ 

เป้าหมายหลักอีกประการหนึ่งของระบบการซื้อขายของเราคือการกรองสัญญาณรบกวนของสัญญาณที่ผิดพลาดซึ่งสามารถทำได้ด้วยอินดิเคเต้อร์อื่น ๆ มีอินดิเคเต้อร์หลายตัวที่สามารถช่วยเรายืนยันแนวโน้มได้ ที่นี่ผู้เขียนขอแนะนำ MACD และ RSI เมื่อคุณคุ้นเคยกับสัญญาณตัวบ่งชี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ให้ค้นหาสัญญาณที่เหมาะกับคุณและรวมเข้ากับระบบการเทรดของคุณ



ขึ้นตอนที่ 4ยืนยันความเสี่ยง 

ขั้นตอนที่สำคัญมากในกระบวนการสร้างระบบการเทรดคือ การยืนยันมูลค่าความเสี่ยงที่คุณยินดีจ่ายในแต่ละธุรกรรม หลายคนอาจไม่ชอบที่จะพูดถึงการสูญเสีย แต่ที่จริงแล้วเทรดเดอร์ที่ดีมักจะนึกถึงการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะทำการซื้อขาย 


ขึ้นตอนที่ 5:กำหนดจุดซื้อและจุดขาย 

หลังจากพิจารณาความเสี่ยงแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดจุดซื้อและจุดขายที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด จุดซื้อมีความสำคัญมากในระบบการเทรดหุ้น จุดซื้อสามารถตั้งขึ้นเมื่อมีสัญญาณปรากฏขึ้นเท่านั้นหรืออาจทะลุเส้น MA และแนวต้านที่สำคัญได้เป็นต้น หมายถึงคุณต้องมีหลักการซื้อของคุณเอง สำหรับจุดขายคุณสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น stop-loss,trailing-stop และ take-profit  หรือกำหนดเงื่อนไขในการปิดสถานะของคุณเอง


ขึ้นตอนที่ 6:จดระบบของคุณและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 

ขั้นตอนเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการสร้างระบบเทรด คุณต้องจดกฎของระบบและบังคับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด วินัยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าระบบจะดีแค่ไหนก็ยากที่จะสร้างผลกำไรหากไม่ดำเนินการให้ดี

4.ทดลองด้วยต้นทุนขนาดเล็กในแรกๆ

บางครั้งเรามักพยายามค้นหาเทคนิควิธีเล่นหุ้นและทางลัดในการประสบความสำเร็จ แต่เชื่อผมเถอะครับว่าสูตรลับที่ดีที่สุดคือการที่คุณได้ลงมือทำจริงและเรียนรู้กับสิ่งนั้นจริงๆ

 

ในช่วงแรกของการลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นักเล่นหุ้นมือใหม่” ควรที่จะลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสมหรือให้ลงทุนในขนาดเล็กๆ ไปเลยในกรณีที่คุณไม่ใช่ผู้ที่มีความยืดหยุ่นทางการเงินที่สูง เพราะหากคุณลงทุนในช่ววงแรกๆ ไปแบบชนิดที่ว่าหมดหน้าตัก คุณอาจจะสูญเสียเม็ดเงินจนถึงขั้นล้างพอร์ตกันเลยทีเดียว

 

- ลงทุนในขอบเขตที่เหมาะสม: เมื่อนักเล่นหุ้นมือใหม่ได้ศึกษาวิธีการเล่นพื้นฐานอย่างแม่นยำแล้ว ก็ได้เวลาที่จะเข้าสู่สนามจริง แล้วถ้าถามว่าจะลงทุนในตอนแรกเท่าไหร่ดี? สิ่งที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดนั่นก็คือ เป้าหมายหรือแผนด้านการลงทุนของคุณเป็นอย่างไร? ท่านต้องการกำไรเท่าไหร่? ผนวกกับความแม่นยำที่คุณพยากรณ์ออกมาเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในช่วงแรกๆ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเหมาะสมมากน้อยเพียงใด

 

- ข้อดีของการลงทุนขนาดเล็ก: อาจจะกล่าวได้อีกอย่างว่าปลอดภัยไว้ก่อน แนวคิดเช่นนี้บางคนจะมองว่าอยู่ใน Comfort Zone มากเกินไปและถ้ายังทำอยู่แบบนี้เมื่อไร่ถึงจะได้รวยกันซะทีหล่ะ แต่ข้อดีของแนวคิดแบบนี้ก็มีนะครับ เพราะการที่คุณลงทุนด้วยขนาดเม็ดเงินน้อยๆ พอดีๆ ถึงเวลาที่ได้จะได้ไม่มาก แต่เมื่อจะขาดทุนก็พอทำใจได้เพราะไม่ได้ทำให้พอร์ตเสียหายจนเทรดต่อไม่ได้นั้นเอง

สรุป

วันนี้ผมได้พากันดูวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2021 ทั้งโบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นหุ้นจริงและโบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเล่นตราสารอนุพันธ์หุ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการเล่นหุ้นจริงกับตลาดหลักทรัพย์หรือการเทรดหุ้น CFD ต่างก็มีข้อดีและขอเสียด้วย สำหรับนักลงทุนใหม่ต้องทำการวินัยทำการบ้านก่อนที่จะลงทุน เลือกเทรดหุ้นหรือ CFD ขึ้นอยู่กับต้นทุน เวลา บุคลิกภาพของแต่ละนักลงทุน


▼เล่นหุ้นกับ Mitrade ด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล

 �� 

ทำไมต้องเป็น MiTrade


  MiTrade เป็นโบรกเกอร์ CFD ที่มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจาก MiTrade ได้รับการกำกับดูแลจากหลายหน่วยงานที่มีอำนาจ รวมถึง หน่วยงานด้านการเงินของเกาะเคย์แมน (CIMA) ด้วยใบอนุญาต SIB เลขที่ 1612446 (เรียนรู้วิธการตรวจสอบ) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลีย (ASIC) ด้วยใบอนุญาต AFSL เลขที่  398528 (เรียนรู้วิธีการตรวจสอบ หรือ คลิกที่นี่) ทำให้การทำธุรกรรมและการดำเนินงานต้องเป็นไปตามข้อบังคับ

16202877941873

   เงินทุนของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีทรัสต์แยกต่างหากจากบัญชีบริษัท หากในกรณีที่ MiTrade ล้มละลาย เงินทุนลูกค้าก็ยังคงถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัยและถูกส่งกลับคืนได้ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของเงินทุน

   อำนวยเครื่องมือต่างๆให้ใช้ฟรี เช่น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค, ปฏิทินทางเศรษฐกิจเป๋นต้น

   ระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงให้ใช้ฟรี เช่น stop loss / trailing stop  

   แพลตฟอร์มการเทรดเน้นประโยชน์การใช้งานที่เรียบง่าย เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่

   เจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการ 24 ชั่วโมง 5 วันทำการเพื่อแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ

   ปริมาณซื้อขายขั้นต่ำ 1 ล็อต(ตัว)

   เงินฝากขั้นต่ำ $50 ดอลล่าร์ 

   ค่าคอมมิชชั่น 0 และสเปรดต่ำ

   เวเวอเรจในการเทรดหุ้นสูงถึง 20 เท่า



16074129604002

*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา โปรดทราบว่าท่านจะไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์


เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

Share this story