แนวโน้มตลาดในสัปดาห์หน้า: จับตา CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดมุ่งความสนใจไปยังผลประกอบการของ CRWV และ AMAT

แหล่งที่มา Tradingkey

TradingKey - ในสัปดาห์หน้า (วันที่ 10 สิงหาคม ถึง 14 สิงหาคม) จุดสนใจของตลาดโลกจะเปลี่ยนจากเรื่องการจ้างงานกลับมาที่เรื่องเงินเฟ้อ โดยสหรัฐฯ จะทยอยเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และข้อมูลยอดค้าปลีกประจำเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังคงมีความเห็นแตกต่างกันอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลทั้งสามชุดนี้อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวในระยะต่อไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ, ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ปัจจุบันตลาดคาดการณ์ว่าดัชนี CPI เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี และดัชนี CPI พื้นฐาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมเดือนกรกฎาคม แต่มีผู้กำหนดนโยบาย 3 ท่านที่สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ปัจจุบันตลาดประเมินโอกาสเกือบ 50-50 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งหมายความว่าข้อมูลเงินเฟ้อใด ๆ ที่สูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญอาจผลักดันให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

ในส่วนของภาคธุรกิจ แม้ว่าฤดูกาลรายงานผลประกอบการของสหรัฐฯ จะผ่านพ้นช่วงพีคไปแล้ว แต่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI และห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์จะยังคงมีการเปิดเผยผลประกอบการที่สำคัญอีกหลายรายการ โดยคอร์เวฟ บริษัทคลาวด์คอมพิวเตอร์สำหรับ AI ( CRWV ), ลูเมนตัม ผู้นำด้านระบบสื่อสารด้วยแสง ( LITE ), โคฮีเรนต์ บริษัทอุปกรณ์ระบบสื่อสารด้วยแสงและศูนย์ข้อมูล ( COHR) และแอพพลายด์ แมททีเรียลส์ ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ( AMAT) จะทยอยรายงานผลประกอบการตามลำดับ

ภาพรวมเหตุการณ์สำคัญ

ดัชนี CPI เดือนก.ค. ของสหรัฐจ่อประกาศ ขณะที่คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ของเฟดเผชิญการทดสอบครั้งสำคัญ

ในวันพุธ (12 สิงหาคม) สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI เดือนก.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลมหภาคที่สำคัญที่สุดในสัปดาห์หน้า โดยตามกำหนดการอย่างเป็นทางการ ข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการเปิดเผยในเวลา 08:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

ในแง่ของคาดการณ์ตลาด คาดว่าดัชนี CPI เดือนก.ค. จะเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี และดัชนี Core CPI คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี แม้ว่าข้อมูลเงินเฟ้อที่เปิดเผยก่อนหน้านี้จะต่ำกว่าที่ตลาดกังวล แแต่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดังนั้น ตลาดจึงยังคงประเมินว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการเพิ่มเติมหรือไม่

หากดัชนี CPI เดือนก.ค. สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาบริการพื้นฐานเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ตลาดอาจเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและดอลลาร์สหรัฐจะปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าประเมินสูงและราคาทองคำอาจเผชิญกับแรงกดดัน

ในทางกลับกัน หากดัชนี CPI ยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะเป็นการบ่งชี้ว่าผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นยังไม่ได้ก่อให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อในวงกว้าง และความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งของเฟดอาจลดอุณหภูมิลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มเติบโตและราคาทองคำ

เนื่องจากมีผู้ดำเนินนโยบาย 3 รายที่สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเมื่อเดือนก.ค. ความอ่อนไหวของการตัดสินใจเชิงนโยบายครั้งถัดไปต่อข้อมูลเศรษฐกิจจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลกระทบต่อตลาดจากการประกาศตัวเลข CPI ในครั้งนี้อาจสูงกว่าในเดือนปกติทั่วไป

ดัชนี PPI และยอดค้าปลีกของสหรัฐรับไม้ต่อ ร่วมทดสอบทั้งเงินเฟ้อและการบริโภค

หลังจากการประกาศดัชนี CPI สหรัฐจะเปิดเผยดัชนี PPI เดือนก.ค. ในวันพฤหัสบดี (13 สิงหาคม) และยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ในวันศุกร์ (14 สิงหาคม) ด้วยเช่นกัน

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐยืนยันว่า ดัชนี PPI เดือนก.ค. จะได้รับการเปิดเผยในวันที่ 13 สิงหาคม เวลา 08:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ในฐานะมาตรวัดที่สำคัญของแรงกดดันด้านราคาในฝั่งผู้ผลิต ดัชนี PPI สะท้อนว่าต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน การขนส่ง และสินค้าขั้นกลางยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลอ้างอิงให้ตลาดใช้ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของผู้บริโภคในอนาคต

ยอดค้าปลีกในวันศุกร์จะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐ โดยยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. ขยายตัว 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากจากเดือนพ.ค. ในขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ สำนักงานสถิติจำมะโนประชากรแห่งสหรัฐ (US Census Bureau) ได้ยืนยันว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. จะได้รับการเปิดเผยในวันที่ 14 สิงหาคม

หากทั้งดัชนี CPI และ PPI ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ยอดค้าปลีกยังคงแข็งแกร่ง จะก่อให้เกิดการผสมผสานระหว่าง "เงินเฟ้อสูง + อุปสงค์ที่แข็งแกร่ง" ซึ่งจะยิ่งสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่หากเงินเฟ้อชะลอตัวลงและการใช้จ่ายของผู้บริโภคอ่อนแอลง ตลาดก็อาจเริ่มหันมาประเมินราคาสินทรัพย์เพื่อสะท้อนถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินอีกครั้ง

ผลประกอบการกลุ่มประมวลผล AI ร้อนแรงยิ่งขึ้น คอร์วีฟ (CoreWeave) เตรียมทดสอบความต้องการลงทุนในศูนย์ข้อมูล

ภายหลังการปิดตลาดในวันอังคาร (11 สิงหาคม) คอร์วีฟ (CoreWeave) จะเปิดเผยผลประกอบการทางการเงินประจำไตรมาสที่สอง และจัดการประชุมทางโทรศัพท์เพื่อแถลงผลประกอบการในเวลา 17:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

ปัจจุบัน คอร์วีฟ (CoreWeave) เป็นหนึ่งในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI ที่เป็นตัวแทนที่โดดเด่นที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐ ดังนั้น ผลประกอบการของบริษัทจึงสามารถสะท้อนถึงความต้องการขุมพลังการประมวลผล GPU และความจุของศูนย์ข้อมูลจากกลุ่มลูกค้า AI รายใหญ่ได้โดยตรง

รายได้ในไตรมาสแรกของบริษัทอยู่ที่ 2.08 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 112% เมื่อเทียบรายปี ในขณะนี้ตลาดคาดว่ารายได้ในไตรมาสที่สองจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นประมาณ 2.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตมากกว่า 100% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วแล้ว นักลงทุนกลับให้ความสนใจกับรายจ่ายฝ่ายทุน ระดับหนี้สิน ต้นทุนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล และกระแสเงินสดในอนาคตมากกว่า

ดังนั้น ประเด็นหลักที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับการเปิดเผยผลประกอบการในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เพียงรายได้จะสามารถสูงกว่าคาดได้หรือไม่ แต่คือการที่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นั้นจะสามารถทยอยเปลี่ยนเป็นกำไรที่มั่นคงและกระแสเงินสดอิสระได้ หากแนวโน้มของคำสั่งซื้อและรายได้ยังคงได้รับการปรับเพิ่มขึ้น ก็อาจช่วยตอกย้ำเหตุผลในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่หากรายจ่ายฝ่ายทุนหรือแรงกดดันด้านการจัดหาเงินทุนขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก ตลาดก็อาจยังคงเดินหน้ากดดันมูลค่าประเมินของบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีหนี้สินในระดับสูงต่อไป

ผลประกอบการกลุ่มสื่อสารผ่านแสง (Optical Communications) พาเหรดประกาศ ร่วมทดสอบความต้องการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล AI

นอกจากนี้ ภายหลังการปิดตลาดในวันอังคาร ลูเมนตัม (Lumentum) จะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สี่และปีงบประมาณ 2026 เต็มปี โดยรายได้ของบริษัทในไตรมาสที่แล้วอยู่ที่ 808.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 90% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความต้องการระบบสื่อสารผ่านแสงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ยังคงรักษาการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ตลาดจะมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของธุรกิจโมดูลรับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูง เลเซอร์ และระบบสื่อสารผ่านแสงในศูนย์ข้อมูล รวมถึงแนวโน้มรายได้และอัตรากำไรสำหรับปีงบประมาณถัดไปจากผู้บริหาร

ภายหลังการปิดตลาดในวันพุธ (12 สิงหาคม) โคฮีเรนต์ (Coherent) จะเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่สี่และปีงบประมาณ 2026 เต็มปีเช่นกัน โดยบริษัทได้ยืนยันว่าการประชุมทางโทรศัพท์เพื่อแถลงผลประกอบการจะจัดขึ้นในเวลา 16:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

เนื่องจากการขยายขนาดของคลัสเตอร์ AI ส่งผลให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลและความต้องการแบนด์วิดท์ระหว่างเซิร์ฟเวอร์ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบสื่อสารผ่านแสงกลายเป็นหนึ่งในคอขวดที่สำคัญในโครงสร้างพื้นฐาน AI ดังนั้น คำสั่งซื้อ กำลังการผลิต และแนวโน้มในอนาคตจากลูเมนตัม (Lumentum) และโคฮีเรนต์ (Coherent) จะทำหน้าที่เป็นสัญญาณสำคัญในการชี้วัดว่ารอบการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI จะยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่

จับตาผลประกอบการแอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials): รายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับชิป AI จะเติบโตได้อีกนานแค่ไหน?

ภายหลังการปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (13 สิงหาคม) แอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials) จะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2026 และจัดการประชุมทางโทรศัพท์เพื่อแถลงผลประกอบการในเวลา 16:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ โดยบริษัทได้ยืนยันกำหนดการรายงานผลประกอบการนี้อย่างเป็นทางการแล้ว

นักลงทุนจะจับตาอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความต้องการชิปตรรกะขั้นสูง ชิป DRAM อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับชิป HBM และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง

การขยายตัวของขุมพลังการประมวลผล AI กำลังผลักดันให้โรงงานรับจ้างผลิตเวเฟอร์ ผู้ผลิตหน่วยความจำ และห่วงโซ่อุปทานบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง เพิ่มการลงทุนด้านอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน แอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials) ก็เพิ่งเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผลิตชิป DRAM และบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงเมื่อไม่นานมานี้

หากผู้บริหารยังคงเปิดเผยแนวโน้มความต้องการและคำสั่งซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่แข็งแกร่ง ก็จะช่วยตอกย้ำทฤษฎีรอบวัฏจักรขาขึ้นระยะยาวของอุตสาหกรรมอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่หากรายจ่ายฝ่ายทุนของลูกค้าเริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัว ก็อาจเพิ่มความกังวลให้กับตลาดว่ารอบการลงทุนใน AI กำลังเข้าใกล้จุดสูงสุดชั่วคราวแล้ว

แนวโน้มตลาดในสัปดาห์หน้า

วันจันทร์ (10 สิงหาคม)

คีย์เวิร์ด: ผลกระทบหลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ, ช่วงเวลาเปิดเผยข้อมูลสินเชื่อของจีน, สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์

ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคในวันจันทร์หน้าจะมีค่อนข้างน้อย โดยตลาดจะซึมซับรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวันศุกร์นี้เป็นอันดับแรก และประเมินทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สำหรับเดือนกันยายนอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ข้อมูลทางการเงินเดือนกรกฎาคมของจีน ซึ่งรวมถึงยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนใหม่, ยอดระดมทุนรวม (Aggregate Financing) และปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M2 คาดว่าจะเปิดเผยระหว่างวันที่ 10 ถึง 15 สิงหาคม โดยผลสำรวจของ Reuters คาดว่ายอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนใหม่ในเดือนกรกฎาคมจะลดลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 4.5 หมื่นล้านหยวน ซึ่งได้รับผลกระทบหลักจากปัจจัยตามฤดูกาลและความต้องการระดมทุนที่อ่อนแอจากภาคเศรษฐกิจจริง

นอกจากนี้ การเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการจัดระเบียบด้านความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก, การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ และความต้องการเปิดรับความเสี่ยงทั่วโลก

วันอังคาร (11 สิงหาคม)

คีย์เวิร์ด: ผลประกอบการของคอร์วีฟ (CoreWeave), ผลประกอบการของลูเมนตัม (Lumentum)

หลังปิดตลาดหุ้นสหรัฐฯ คอร์วีฟ (CoreWeave) และลูเมนตัม (Lumentum) จะเปิดเผยผลประกอบการ โดยตลาดจะมุ่งเน้นไปที่ความต้องการกำลังการประมวลผลบนคลาวด์สำหรับ AI, การใช้จ่ายด้านทุนของศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) และการเติบโตของธุรกิจการสื่อสารผ่านแสงความเร็วสูง ตามลำดับ

วันพุธ (12 สิงหาคม)

คีย์เวิร์ด: ดัชนี CPI ของสหรัฐฯ, ผลประกอบการของโคฮีเรนต์ (Coherent)

สหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกรกฎาคม โดยตลาดคาดว่าดัชนี CPI ทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี และดัชนี CPI พื้นฐานจะเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดที่สำคัญที่สุดในการตัดสินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในเดือนกันยายนหรือไม่

หลังปิดตลาดหุ้นสหรัฐฯ โคฮีเรนต์ (Coherent) จะประกาศผลประกอบการล่าสุด โดยจุดสนใจจะอยู่ที่ความต้องการระบบสื่อสารผ่านแสงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI, การเติบโตของยอดสั่งซื้อ และคาดการณ์ผลประกอบการ (guidance) สำหรับปีงบประมาณถัดไป

วันพฤหัสบดี (13 สิงหาคม)

คีย์เวิร์ด: ดัชนี PPI ของสหรัฐฯ, ผลประกอบการของแอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials)

สหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนกรกฎาคม โดยตลาดจะเฝ้าสังเกตว่าแรงกดดันด้านต้นทุนในฝั่งภาคธุรกิจยังคงส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่องหรือไม่

หลังปิดตลาดหุ้นสหรัฐฯ แอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials) จะเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส โดยความต้องการอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนโดยชิป AI, DRAM และเทคโนโลยีการบรรจุชิปขั้นสูง (advanced packaging) จะเป็นจุดสนใจหลักของตลาด

วันศุกร์ (14 สิงหาคม)

คีย์เวิร์ด: ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ, สินค้าคงคลังภาคธุรกิจ

สหรัฐฯ จะเปิดเผยยอดค้าปลีกประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญตัวสุดท้ายของสัปดาห์หน้า ตลาดจะเฝ้าสังเกตว่าการบริโภคของครัวเรือนในสหรัฐฯ ยังคงยืดหยุ่นภายใต้แรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงและค่าครองชีพหรือไม่

นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเปิดเผยข้อมูลสินค้าคงคลังภาคธุรกิจประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลบ่งชี้เพิ่มเติมสำหรับการประเมินวงจรสินค้าคงคลังของภาคธุรกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่สาม

ในภาพรวม ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของตลาดในสัปดาห์หน้าจะเปลี่ยนจากประเด็น 'การจ้างงานแข็งแกร่งเพียงพอหรือไม่' ไปสู่ประเด็น 'อัตราเงินเฟ้อกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหรือไม่' มากขึ้น หากดัชนี CPI, PPI และยอดค้าปลีกต่างแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ การคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะสร้างแรงช็อกต่อการกำหนดราคารอบใหม่ให้กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ, ดอลลาร์สหรัฐ, ทองคำ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าประเมิน (valuation) สูง ในทางกลับกัน หากอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องและการบริโภคชะลอตัวลงไปพร้อมกัน ตลาดอาจกลับมาซื้อขายบนประเด็นการปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงิน (monetary policy pivot) อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของคอร์วีฟ (CoreWeave), ลูเมนตัม (Lumentum), โคฮีเรนต์ (Coherent) และแอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials) จะเป็นบททดสอบสำคัญต่อวงจรการใช้จ่ายด้านทุนสำหรับ AI ในปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมหลายห่วงโซ่ ตั้งแต่กำลังการประมวลผล AI และระบบสื่อสารผ่านแสง ไปจนถึงอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต
placeholder
ข่าวหุ้นวันนี้ เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านยังสะดุด น้ำมันร่วง หุ้นโลกเด้ง แต่ SET ยังต้องพิสูจน์ทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
ผู้เขียน  Mitrade
8 เดือน 04 วัน อังคาร
ทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
placeholder
ทองคำปรับตัวลดลงต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงเช้าของตลาดลงทุนเอเชียวันพุธ ราคาทองคํา (XAUUSD) ปรับตัวลดลงมาวิ่งใกล้ $4,070 โลหะมีค่าปรับตัวผันผวนในขณะที่เทรดเดอร์ประเมินเส้นทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
ผู้เขียน  FXStreet
8 เดือน 05 วัน พุธ
ในช่วงเช้าของตลาดลงทุนเอเชียวันพุธ ราคาทองคํา (XAUUSD) ปรับตัวลดลงมาวิ่งใกล้ $4,070 โลหะมีค่าปรับตัวผันผวนในขณะที่เทรดเดอร์ประเมินเส้นทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
placeholder
ราคาทองคําปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากความหวังในข้อตกลงอิหร่านและการเก็งการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ลดลงทองคํา (XAU/USD) ดึงดูดนักซื้อเป็นวันที่สองติดต่อกันและพุ่งทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์ในช่วงเซสชั่นเอเชียวันพุธ
ผู้เขียน  FXStreet
8 เดือน 05 วัน พุธ
ทองคํา (XAU/USD) ดึงดูดนักซื้อเป็นวันที่สองติดต่อกันและพุ่งทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์ในช่วงเซสชั่นเอเชียวันพุธ
placeholder
ข่าวหุ้นวันนี้ ทองคำพุ่งแรงหลัง ADP อ่อน และข้อตกลงฮอร์มุซใกล้สำเร็จ ขณะหุ้นสหรัฐฯ ผสมทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
ผู้เขียน  Mitrade
8 เดือน 06 วัน พฤหัส
ทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
placeholder
ทองคำยังทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบเจ็ดสัปดาห์ ตลาดรอดีลช่องแคบฮอร์มุซในวันพฤหัสบดี ทองคํา (XAU/USD) ปรับตัวลดลงมาจากขาขึ้น หลังจากที่ขึ้นไปเหนือระดับ $4,300 ชั่วคราว เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทรงตัว ขณะที่เทรดเดอร์รอการยืนยันว่ามีโอกาสเกิดข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เขียนข่าวนี้ XAU/USD เคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ $4,260 เพิ่มขึ้น 0.30% ในราย
ผู้เขียน  FXStreet
8 เดือน 07 วัน ศุกร์
ในวันพฤหัสบดี ทองคํา (XAU/USD) ปรับตัวลดลงมาจากขาขึ้น หลังจากที่ขึ้นไปเหนือระดับ $4,300 ชั่วคราว เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทรงตัว ขณะที่เทรดเดอร์รอการยืนยันว่ามีโอกาสเกิดข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เขียนข่าวนี้ XAU/USD เคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ $4,260 เพิ่มขึ้น 0.30% ในราย
goTop
quote