วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 14 กันยายน 2026

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
|
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
ราคาทองคำ (XAUUSD) ล่าสุดเช้านี้ (14 กันยายน 2569) เคลื่อนไหวแถว $4,337 อยู่ใกล้แนวรับแรก $4,318–$4,327 หลังฟื้นขึ้นมาแล้วถูกกดกลับ หลังจากท่อส่งน้ำมันซาอุฯ ที่ปิดฉุกเฉินยกระดับความเสี่ยงเงินเฟ้อก่อนการประชุม Fed วันที่ 15–16 กันยายน ขณะที่ตลาดยังให้น้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยสูง คำถามสำคัญวันนี้คือทองคำจะยืนเหนือแนวรับแรกเพื่อประคองฐานได้หรือไม่?
สรุปประเด็นสำคัญวันนี้
สรุปประเด็นสำคัญวันนี้ |
แนวโน้มราคาวันนี้: ทองคำอยู่ใกล้แนวรับแรก $4,318–$4,327 หลังฟื้นแล้วถูกกดกลับ หากยืนได้มีลุ้นฟื้นหาแนวต้าน แต่หากหลุดจะเสี่ยงลงหา $4,282–$4,297 |
ข่าวเด่น: ท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุฯ ปิดหลังเสียหายจากโดรน ช่วงที่รายงาน Brent ขึ้นแตะ $107.87 ส่วน WTI อยู่ที่ $102.87 ขณะที่ Fed ประชุมวันที่ 15–16 กันยายน |
จับตา: ท่าที Fed ต่อเงินเฟ้อพลังงาน และแรงตอบรับของราคาบริเวณแนวต้านแรกในระหว่างวัน โดยแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ยังอยู่ระดับสูง |
ท่อส่งน้ำมันซาอุฯ ปิด กระทบเส้นทางเลี่ยงฮอร์มุซ Brent ขึ้นแตะ $107.87
ท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียถูกปิดหลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรน โดยยังไม่ทราบระยะเวลาซ่อมแซม ขณะที่การประชุมหารือเรื่องช่องแคบฮอร์มุซถูกเลื่อนออกไป ท่อเส้นนี้มีกำลังขนส่งสูงสุด 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังข่าวปิดท่อ Brent ขึ้นไปแตะ $107.87 ส่วน WTI อยู่ที่ $102.87
ความเสียหายรอบนี้ยกระดับความเสี่ยงเงินเฟ้อจากพลังงานโดยตรง เพราะตลาดต้องเผื่อความเป็นไปได้ว่าเส้นทางส่งออกเลี่ยงฮอร์มุซจะหายไปช่วงหนึ่งก่อนการประชุม Fed วันที่ 15–16 กันยายน ในมุมของทองคำ ข่าวแบบนี้หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็กดผ่านช่องเงินเฟ้อไปพร้อมกัน ผลจึงอยู่ที่ว่าตลาดจะให้น้ำหนักด้านไหนมากกว่าในแต่ละจังหวะ
หากซ่อมท่อได้เร็ว ความกังวลด้านอุปทานอาจคลายลง แต่หากปิดยาว ต้นทุนพลังงานจะยังเป็นความเสี่ยงที่ตลาดต้องติดตาม
ทองฟื้นเมื่อวันศุกร์แตะ $4,347.10 เพิ่ม 0.73% ขณะตลาดให้น้ำหนักขึ้นดอกเบี้ย 85–90%
เมื่อวันศุกร์ทองฟื้นขึ้นมาใกล้ $4,347.10 เพิ่มขึ้น 0.73% ได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนลงและราคาน้ำมันที่ย่อตัวในวันนั้น ขณะเดียวกันตลาดยังประเมินโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยไว้สูงราว 85–90% ภาพวันศุกร์แสดงให้เห็นว่าทองฟื้นได้แม้แรงกดดันดอกเบี้ยยังอยู่ครบ
แรงซื้อที่กลับเข้ามายังไม่มากพอจะเปลี่ยนทิศทางหลัก ตราบใดที่ความคาดหวังดอกเบี้ยยังค้างสูง การฟื้นแต่ละรอบจะยังถูกตั้งคำถามว่ายืนได้หรือไม่ ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่ต้องติดตามต่อหลังข่าวท่อน้ำมันสุดสัปดาห์นี้
TD Securities เตือนแรงขายระยะสั้น ขณะที่ Sprott ชี้ราคาสะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว
TD Securities เตือนว่าทองคำยังมีโอกาสถูกขายระยะสั้นก่อนการประชุม Fed หากตลาดหันไปให้น้ำหนักดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็มองว่าแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลางและกองทุน ETF จะช่วยรองรับราคาในจังหวะย่อตัว ซึ่งเป็นฐานอุปสงค์เชิงโครงสร้างในระยะยาว
ด้าน Sprott เน้นว่าความเสี่ยงหนี้รัฐบาลที่พุ่งสูงยังเป็นเหตุผลให้ถือทองต่อไป และมองว่าราคาสะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว หากผลประชุม Fed ออกมาเข้มงวดน้อยกว่าที่ตลาดกลัว แรงกดดันระยะสั้นก็มีช่องคลายลง การถือทองผ่านช่วงประชุมจึงต้องเผื่อความผันผวนสองทางไว้ก่อน
วิเคราะห์กราฟเทคนิคราคาทองคำ (XAUUSD)
ในภาพทางเทคนิคกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ราคาทองคำฟื้นขึ้นมาแล้วถูกกดกลับลงมาอยู่ใกล้แนวรับแรกบริเวณ $4,318–$4,327 โดยล่าสุดเคลื่อนไหวแถว $4,337 โซนนี้เป็นด่านสำคัญของการประคองฐานราคาใหม่ในรอบนี้
ดัชนี RSI อยู่ต่ำกว่ากึ่งกลาง สะท้อนว่าโมเมนตัมฝั่งซื้อยังไม่กลับมาได้เปรียบ และยังไม่ยืนยันแรงซื้อกลับที่ชัดเจน การยืนฐานของราคาจึงสำคัญกว่าการรอให้ RSI ฟื้นเพียงอย่างเดียว
หากราคายืนเหนือแนวรับ $4,318–$4,327 ได้มั่นคง จะมีโอกาสฟื้นทดสอบแนวต้านแรก $4,392–$4,402 แต่หากหลุดแนวรับแรก จะเสี่ยงลงหา $4,282–$4,297 และ $4,223–$4,246 ตามลำดับ
แนวโน้มราคาทองคำวันนี้
แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ |
Bull Case: ราคายืนเหนือแนวรับ $4,318–$4,327 ได้มั่นคง และมีแรงซื้อผลักดันให้ทะลุแนวต้านแรก $4,392–$4,402 จะเปิดทางฟื้นตัวต่อเนื่องไปหา $4,427–$4,442 |
Bear Case: ราคาหลุดต่ำกว่า $4,318 และกลับเข้าโซนแนวรับไม่ได้ จะเพิ่มความเสี่ยงลงต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ $4,282–$4,297 และ $4,223–$4,246 |
Sideway : ราคาแกว่งตัวสร้างฐานในกรอบแนวรับ $4,318–$4,327 ถึงแนวต้านแรก $4,392–$4,402 เพื่อรอปัจจัยชี้นำใหม่จากการประชุม Fed วันที่ 15–16 กันยายน |
กลยุทธ์การเทรดวันนี้

สำหรับคนเล่นสั้น เน้นเก็งกำไรตามกรอบอย่างระมัดระวัง รอดูปฏิกิริยาบริเวณแนวรับแรกและแนวต้านแรกเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการไล่ขายใกล้แนวรับในภาวะที่ความคาดหวังดอกเบี้ยยังสูง
- หน้า Buy: รอทดสอบ $4,318–$4,327 แล้วกลับยืนได้ มอง $4,392–$4,402 เป็นด่านแรก ยกเลิกเมื่อหลุด $4,318 และกลับไม่ได้ อีกแผนคือรอผ่าน $4,402 แล้วย่อไม่หลุด เป้าถัดไป $4,427–$4,442 หากกลับยืนใต้ $4,392 ให้ทบทวนแผน
- หน้า Sell: รอฟื้นไม่ผ่าน $4,392–$4,402 มองแนวรับ $4,318–$4,327 ก่อน ยกเลิกเมื่อยืนเหนือ $4,402 ได้ หากเลือกขายหลังหลุด $4,318 แล้วเด้งกลับไม่ได้ เป้าถัดไป $4,282–$4,297 ยกเลิกเมื่อกลับยืนเหนือ $4,327 ไม่ใช้จุดหยุดขาดทุนเดียวกันกับทั้งสองแผน
สำหรับสายถือยาว ภาพรวมยังได้แรงหนุนเชิงโครงสร้างจากความเสี่ยงหนี้และความต้องการทองของธนาคารกลาง แต่สัปดาห์ประชุม Fed ความผันผวนสองทางยังสูง ควรรอสะสมเมื่อราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับหลัก
กรอบแนวรับ-แนวต้าน ประจำวัน
ประเภท | ระดับราคา |
แนวรับ (Support) #1 | $4,318–$4,327 |
แนวรับ (Support) #2 | $4,282–$4,297 |
แนวรับ (Support) #3 | $4,223–$4,246 |
แนวต้าน (Resistance) #1 | $4,392–$4,402 |
แนวต้าน (Resistance) #2 | $4,427–$4,442 |
แนวต้าน (Resistance) #3 | $4,494–$4,510 |
คำถามวันนี้ (FAQ)
ท่อส่งน้ำมันซาอุฯ ปิด ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร?
การปิดท่อ East-West ทำให้ตลาดกังวลว่าเส้นทางส่งออกเลี่ยงฮอร์มุซจะหายไปช่วงหนึ่ง ดันราคา Brent ขึ้นแตะ $107.87 ซึ่งจุดความกังวลเงินเฟ้อด้านพลังงานก่อนประชุม Fed ข่าวแบบนี้หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็กดทองผ่านช่องเงินเฟ้อและความคาดหวังดอกเบี้ยไปพร้อมกัน และถ้า Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเพราะเงินเฟ้อพลังงาน แรงกดดันทองอาจเพิ่มขึ้น
ทำไมทองฟื้นเมื่อวันศุกร์ทั้งที่ตลาดยังให้น้ำหนักขึ้นดอกเบี้ยสูง?
การฟื้นเมื่อวันศุกร์ได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนลงและน้ำมันที่ย่อตัวในวันนั้น ทำให้แรงซื้อกลับเข้ามาได้แม้ความคาดหวังขึ้นดอกเบี้ยยังอยู่ราว 85–90% อย่างไรก็ตาม แรงซื้อชุดนี้ยังไม่มากพอจะเปลี่ยนทิศทางหลัก การฟื้นแต่ละรอบจึงยังต้องรอการยืนยันจากราคาและผลประชุม Fed
*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน



