NVDR คืออะไร? สรุปครบจบในที่เดียวกับสิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้

เคยสงสัยไหมว่าทำไมชื่อหุ้นบางตัวในกระดานเทรดถึงมีต่อท้ายด้วย “-R”สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ NVDR กลไกสำคัญในตลาดทุนไทยที่นักลงทุนมือใหม่มักมองข้าม
แต่วันนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบเจาะลึกว่า NVDR คืออะไรกันแน่ นี่คือตัวช่วยทำกำไร หรือเป็นสิ่งที่ต้องระวัง พร้อมแนะนำกลยุทธ์ที่คุณปรับใช้ได้จริง
NVDR คืออะไร? และมีความหมายอย่างไร?

NVDR คือ “ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย” ฟังดูยาวและซับซ้อนใช่ไหมครับ? แต่ถ้าจะให้นิยามแบบเข้าใจง่ายที่สุด NVDR (Non-Voting Depository Receipt) เปรียบเสมือน “ร่างเงา” ของหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โดยปกติแล้ว หุ้นที่เราซื้อขายกันในกระดาน (เช่น PTT, CPALL, KBANK) คือ “หุ้นสามัญ” (Common Stock) ซึ่งผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิหลักๆ 2 ประการ คือ
สิทธิทางการเงิน (Financial Rights): ได้รับเงินปันผล (Dividend) และกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) รวมถึงสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Right Offering)
สิทธิในการออกเสียง (Voting Rights): มีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ยกมือโหวตเลือกกรรมการ หรือตัดสินใจนโยบายสำคัญของบริษัท
แต่ NVDR ถูกออกแบบมาให้ตัดสิทธิข้อที่ 2 ทิ้งไป ก็คือ หากคุณถือ NVDR คุณจะได้รับผลประโยชน์ทางการเงินครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์เหมือนกับคนที่ถือหุ้นแม่ ไม่ว่าบริษัทจะประกาศจ่ายปันผลเท่าไหร่ คุณก็ได้เท่านั้น (หลังหักภาษี)
แต่สิ่งที่คุณต้องยอมแลกคือ “อำนาจการบริหาร” คุณจะไม่สามารถเดินเข้าห้องประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อไปยกมือคัดค้านหรือสนับสนุนวาระใดๆ ได้เลย เปรียบเสมือนคุณเป็น “นักลงทุนเงา” ที่รับผลกำไรเงียบๆ อยู่เบื้องหลังโดยไม่มีสิทธิส่งเสียง
ใครคือผู้ออก NVDR?
ตราสารตัวนี้ไม่ได้ออกโดยบริษัทเจ้าของหุ้น (เช่น ไม่ได้ออกโดย ปตท. หรือ กสิกรไทย โดยตรง) แต่ออกโดยหน่วยงานกลางที่ชื่อว่า บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR Co., Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือหุ้น 99.99% ดังนั้นจึงมีความน่าเชื่อถือสูงสุด ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้แทบจะเป็นศูนย์ในแง่ของกระบวนการส่งมอบหุ้น
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
ในปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยเชื่อมโยงกับตลาดโลกมากขึ้น การเคลื่อนไหวของ NVDR ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของชาวต่างชาติอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น Indicator ที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งที่นักลงทุนรายย่อยชาวไทยใช้จับตาดู “Smart Money” หรือเงินทุนไหลเข้าออก เพื่อคาดการณ์แนวโน้มราคาหุ้นในระยะสั้นและระยะกลาง
สรุปความแตกต่าง หุ้นสามัญ vs NVDR vs หุ้นต่างประเทศ

เพื่อป้องกันความสับสน โดยเฉพาะเมื่อคุณเห็นกระดานหุ้นที่มีหลายประเภทเหลือเกิน ตารางนี้จะสรุปความแตกต่างให้เห็นชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะในบริบทของการลงทุนยุคใหม่
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | หุ้นสามัญ (Local) | หุ้นต่างประเทศ | หุ้น NVDR |
| สัญลักษณ์ (Symbol) | PTT | PTT-F | PTT-R |
| ผู้ซื้อหลัก | นักลงทุนไทย | นักลงทุนต่างชาติ | นักลงทุนต่างชาติ/ไทย |
| ราคาซื้อขาย | ราคาตลาดปกติ | มักสูงกว่าราคาตลาด (Premium) | ใกล้เคียงราคาตลาดปกติ |
| สิทธิออกเสียง (Vote) | มีสิทธิ | มีสิทธิ | ไม่มีสิทธิ |
| เงินปันผล/สิทธิประโยชน์ | ได้รับครบถ้วน | ได้รับครบถ้วน | ได้รับครบถ้วน |
| ข้อจำกัดการถือครอง | ไม่มี (สำหรับคนไทย) | มีเพดานจำกัด (Foreign Limit) | ไม่มีเพดานจำกัด |
| สภาพคล่อง (Liquidity) | สูงสุด | ต่ำ (ซื้อขายยากกว่า) | สูง (ตามความนิยม) |
ในทางปฏิบัติ ราคาของหุ้นแม่และ NVDR บนกระดานเทรดมักจะเท่ากันหรือต่างกันเพียงช่องราคาเดียว (Tick Size) เพราะหากราคาต่างกันมากเกินไป จะเกิดกระบวนการ Arbitrage (การทำกำไรจากส่วนต่างราคา) โดยนักลงทุนสถาบันจะเข้ามาซื้อตัวที่ถูกและขายตัวที่แพงจนราคากลับมาสมดุลกันในที่สุด
ดังนั้นสำหรับรายย่อย “ราคา” จึงไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องกังวล
อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นนักลงทุนไทยที่เน้น “เก็งกำไร” หรือ “รับปันผล” การซื้อหุ้นสามัญ หรือ NVDR แทบไม่ต่างกันในแง่ผลตอบแทนตัวเงิน
แต่ถ้าคุณต้องการเป็นเจ้าของกิจการที่มีสิทธิมีเสียง หุ้นสามัญ คือคำตอบเดียว
ทำไม NVDR ถึงถูกสร้างขึ้นมา?

เบื้องหลังการกำเนิดของ NVDR นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่เกิดจาก “ข้อจำกัดทางกฎหมาย” ที่สำคัญมากของประเทศไทย นั่นคือเรื่องของ Foreign Limit (เพดานการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติ)
ตามกฎหมายไทย (พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว) และข้อบังคับของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรักษาความเป็นเจ้าของกิจการของคนไทย บริษัทส่วนใหญ่จะกำหนดสัดส่วนที่ชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไว้จำกัด เช่น
ธนาคารพาณิชย์: ต่างชาติถือได้ไม่เกิน 25% (หรือ 49% ในบางกรณีพิเศษ)
บริษัททั่วไป: ต่างชาติถือได้ไม่เกิน 49%
ปัญหาที่เกิดขึ้น คือเมื่อหุ้นไทยตัวไหนเนื้อหอมมากๆ เช่น หุ้นสนามบิน (AOT) หรือหุ้นโรงพยาบาล (BDMS) ที่เติบโตดี นักลงทุนต่างชาติทั่วโลกก็อยากจะขนเงินมาลงทุน แต่เมื่อโควตา 49% เต็มแล้ว (Foreign Room Full) พวกเขาก็ซื้อเพิ่มไม่ได้ ครั้นจะไปซื้อใน “กระดานต่างประเทศ” (Foreign Board) ราคาก็มักจะแพงกว่ากระดานหลักมาก (Premium Price) ทำให้ต้นทุนสูงและสภาพคล่องต่ำ
ในปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) หลังวิกฤตต้มยำกุ้งที่ไทยต้องการดึงเงินทุนต่างชาติกลับเข้ามา ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงสร้าง NVDR ขึ้นมาเป็น “ตัวช่วยพิเศษ”
กลไกการทำงานคือ
นักลงทุนต่างชาติสั่งซื้อ NVDR
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จะรับคำสั่งนั้น แล้วเอาเงินไปซื้อ “หุ้นสามัญ” จริงๆ ในตลาดมาเก็บไว้เอง
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ ออก “ใบ NVDR” ให้ต่างชาติถือแทน
เมื่อหุ้นสามัญจ่ายปันผล บริษัทฯ ก็รับเงินมาแล้วส่งต่อให้ต่างชาติเต็มจำนวน
แต่เมื่อมีการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จะไม่เข้าประชุม (งดออกเสียง)
ด้วยวิธีนี้ ต่างชาติจึงลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวน (เพราะในทางกฎหมาย ผู้ถือหุ้นคือบริษัทไทยเอ็นวีดีอาร์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลไทย) ทำให้เงินทุน (Fund Flow) ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้อย่างเสรี ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและมูลค่าตลาด (Market Cap) ให้กับตลาดทุนไทยอย่างมหาศาลจวบจนปัจจุบัน
อัปเดต “กฎใหม่ NVDR” ที่นักลงทุนต้องระวัง
แม้ NVDR จะเป็นเครื่องมือที่ดี แต่ในปัจจุบัน บริบทของการกำกับดูแลได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการฟอกเงิน นี่คือสิ่งที่นักลงทุนต้องรู้และระวัง
มาตรการเปิดเผยชื่อผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner - UBO) ในอดีต NVDR เคยเป็นช่องทางสีเทาสำหรับ “นักลงทุนรายใหญ่ชาวไทย” บางกลุ่ม ที่ใช้บัญชี NVDR เพื่อ “ซ่อนชื่อ” ของตัวเองไม่ให้ปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นใหญ่ (Top 10 Major Shareholders) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับตามอง หรือเพื่อแอบเก็บหุ้น (Takeover) แบบเงียบๆ
ปัจจุบัน: สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมาก โบรกเกอร์ต้องทำ KYC (Know Your Customer) เชิงลึก และหากมีการถือครอง NVDR ในปริมาณที่มีนัยสำคัญ หน่วยงานกำกับสามารถสั่งให้เปิดเผยชื่อที่แท้จริงได้ทันที การใช้ NVDR เพื่ออำพรางตัวจึงทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูง
การจำกัดสิทธิคนไทย (Thai Investors Restriction) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขอความร่วมมือและออกมาตรการป้องปรามไม่ให้นักลงทุนสัญชาติไทยซื้อ NVDR โดยไม่จำเป็น เพราะการที่คนไทยไปถือ NVDR จะทำให้เสียสิทธิในการโหวต ซึ่งขัดต่อหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) ที่ต้องการให้ผู้ถือหุ้นช่วยกันเป็นหูเป็นตาตรวจสอบบริษัท
ผลกระทบ: บางโบรกเกอร์อาจมีการแจ้งเตือน เมื่อลูกค้าคนไทยส่งคำสั่งซื้อ NVDR หรือในบางกรณีอาจมีการจำกัดวงเงินสำหรับบัญชีที่ซื้อขาย NVDR ผิดปกติ
เกณฑ์การเพิกถอนหลักทรัพย์ (Delisting Rules) หากหุ้นแม่ถูกเพิกถอนออกจากตลาด (Delisted) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางฐานะการเงินหรือการทุจริต NVDR ของหุ้นตัวนั้นก็จะหมดสถานะการซื้อขายไปด้วย แม้ผู้ถือ NVDR จะมีสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ แต่กระบวนการอาจมีความยุ่งยากและใช้เวลานาน นักลงทุนจึงต้องติดตามข่าวสาร “เครื่องหมาย C” หรือ “NC” ของหุ้นแม่อย่างใกล้ชิด
ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน NVDR

เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจใช้ NVDR เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน ลองพิจารณาข้อดีข้อเสียเหล่านี้อย่างละเอียด
ข้อดีของการลงทุนใน NVDR
ปลดล็อกข้อจำกัด: เป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดให้ต่างชาติเข้าถึงหุ้นไทยได้ทุกตัว โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Foreign Limit เต็ม
ผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย: ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินครบถ้วน ทั้งปันผลและสิทธิการเพิ่มทุน ไม่ตกหล่นแม้แต่บาทเดียว
สภาพคล่องสูง: ซื้อขายง่าย เปลี่ยนมือได้รวดเร็ว เพราะอิงกับกระดานหลัก ต่างจากการไปไล่ซื้อหุ้นกระดานต่างประเทศ (Foreign Board) ที่บางครั้งวางขายไว้เป็นวันก็ไม่มีคนซื้อ
ข้อมูล Fund Flow (Market Insight): สำหรับนักเก็งกำไร ยอดซื้อขาย NVDR คือข้อมูลล้ำค่าที่บอกว่า “เงินกำลังไหลไปไหน” หาก NVDR ซื้อต่อเนื่อง แปลว่าต่างชาติมองเห็นโอกาสเติบโต
ข้อเสียของการลงทุนใน NVDR
ไร้สิทธิไร้เสียง: คุณเป็นเจ้าของบริษัทที่ “เป็นใบ้” ไม่สามารถโหวตเลือกกรรมการ หรือคัดค้านดีลที่ไม่เป็นธรรมได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงระยะยาวหากผู้บริหารไม่มีธรรมาภิบาล
ความผันผวนจากปัจจัยภายนอก: ราคาหุ้นที่มีสัดส่วน NVDR สูงๆ มักจะผันผวนตาม “ภาวะเศรษฐกิจโลก” มากกว่าปัจจัยภายในประเทศ เช่น ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ย หรือเกิดสงครามการค้า หุ้นเหล่านี้จะถูกเทขายก่อนเพื่อน
ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ NVDR จะเทรดเป็นเงินบาท แต่ผู้เล่นหลักคือต่างชาติที่มองผลตอบแทนเป็นดอลลาร์ หากค่าเงินบาทอ่อนค่าแรงๆ ต่างชาติอาจเทขาย NVDR เพื่อหนีขาดทุนค่าเงิน ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงแรงตามไปด้วย
วิธีการซื้อขาย NVDR ทำอย่างไร?
ขั้นตอนการซื้อขาย NVDR นั้นถูกออกแบบมาให้ “Seamless” หรือไร้รอยต่อที่สุดสำหรับนักลงทุน คุณไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีใหม่ ไม่ต้องยืนยันตัวตนเพิ่ม ใช้บัญชีหุ้นเดิมที่มีอยู่ได้เลย ดังนี้
สำหรับโปรแกรม Streaming (แพลตฟอร์มยอดนิยม)
Login: เข้าสู่ระบบตามปกติ
Select Symbol: พิมพ์ชื่อหุ้นที่คุณต้องการซื้อ เช่น PTT
Check NVDR: ในหน้าส่งคำสั่งซื้อ (Buy/Sell) ให้มองหาช่อง Checkbox เล็กๆ ที่เขียนว่า “NVDR”
ถ้าคุณติ๊กถูก: คำสั่งซื้อนั้นจะกลายเป็นการซื้อ PTT-R (NVDR)
ถ้าไม่ติ๊ก: คำสั่งซื้อนั้นจะเป็น PTT (หุ้นสามัญ)
Confirm: ตรวจสอบราคาและจำนวน แล้วกดยืนยัน
สำหรับนักลงทุนสาย Data & Global Macro: นอกจากการรู้วิธี “กดซื้อ” แล้ว สิ่งสำคัญกว่าคือการรู้ว่า “เมื่อไหร่ควรซื้อ
ในปัจจุบัน การดูแค่กราฟหุ้นไทยไม่เพียงพอ คุณต้องดูแนวโน้มตลาดโลกประกอบด้วย เพราะ NVDR คือเงินต่างชาติ
ตรงนี้เองที่แพลตฟอร์มอย่าง Mitrade เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะ Mitrade ช่วยให้คุณ
Monitor ตลาดโลก: ดูกราฟ S&P500, ทองคำ, น้ำมัน หรือค่าเงิน ได้แบบ Real-time บนมือถือ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้คือตัวกำหนดทิศทาง Flow ของ NVDR
เครื่องมือวิเคราะห์ระดับโลก: ใช้ Indicators ขั้นสูงวิเคราะห์เทรนด์ใหญ่ ก่อนจะกลับมาหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นไทยในกระดาน NVDR
บริหารความเสี่ยง: ในวันที่ NVDR ถูกเทขายหนักๆ คุณอาจใช้ Mitrade ในการเปิดสถานะ Short หรือลงทุนในสินทรัพย์อื่นเพื่อ Hedging พอร์ตของคุณได้
การใช้ Mitrade ควบคู่กับแอปเทรดหุ้นไทย จึงเป็นกลยุทธ์แบบ Hybrid ที่นักลงทุนยุคใหม่นิยมใช้ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมทั้งกระดานโลกและกระดานไทยไปพร้อมกัน

NVDR เหมาะกับใคร?

ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการถือ NVDR การเลือกเครื่องมือให้ถูกกับจริตและเป้าหมายการลงทุนคือกุญแจสำคัญ
นักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investors)
ความเหมาะสม: 100% (จำเป็นต้องใช้)
เหตุผล: เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงหุ้นไทยโดยไม่มีข้อจำกัด
นักเก็งกำไรระยะสั้น-กลาง (Traders)
ความเหมาะสม: สูง
เหตุผล: กลุ่มนี้ไม่ได้สนใจการประชุมผู้ถือหุ้นอยู่แล้ว เป้าหมายคือกำไรส่วนต่างราคา (Capital Gain) ข้อมูล NVDR ช่วยยืนยันเทรนด์ (Trend Confirmation) ได้ดีมาก ยิ่งเห็น NVDR ไหลเข้า ยิ่งมั่นใจในการถือ Run Trend
นักลงทุนระยะยาวแบบ VI (Value Investors) ชาวไทย
ความเหมาะสม: ต่ำ
เหตุผล: หัวใจของ VI คือการเป็นเจ้าของกิจการ การทิ้งสิทธิในการโหวตเท่ากับการละเลยหน้าที่เจ้าของ นอกจากนี้ การถือหุ้นสามัญยังให้ความภูมิใจและสิทธิในการตรวจสอบผู้บริหารได้ดีกว่า
นักลงทุนที่ต้องการ “ซ่อนชื่อ” (Privacy Seekers)
ความเหมาะสม: ปานกลาง (มีความเสี่ยง)
เหตุผล: แม้จะช่วยบังชื่อได้ในระดับหนึ่ง แต่ด้วยกฎใหม่ของ ก.ล.ต. ทำให้การปกปิดตัวตนทำได้ยากขึ้น และอาจถูกเพ่งเล็งได้
โดยสรุปแล้ว NVDR คือ นวัตกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นโอกาส มันคือสะพานเชื่อมระหว่างเงินทุนทั่วโลกกับตลาดหุ้นไทย สำหรับนักลงทุนรายย่อย การทำความเข้าใจ NVDR ไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกชนิดหลักทรัพย์ แต่มันคือการเรียนรู้วิธีคิดและวิธีเคลื่อนไหวของ Smart Money
สุดท้ายนี้ จำไว้เสมอว่า “อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ให้เชื่อในสิ่งที่เม็ดเงินกำลังบอก” NVDR คือร่องรอยการเดินทางของเงินเหล่านั้น หน้าที่ของคุณคือแกะรอยตามไป แล้วความสำเร็จในการลงทุนจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ถ้าเผลอซื้อ NVDR ไปแล้ว อยากเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญทำได้ไหม?
ทำได้ สามารถแจ้งบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่คุณใช้บริการ เพื่อขอแปลงสถานะจาก NVDR เป็นหุ้นสามัญ (Local) ได้ โดยจะมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการเล็กน้อยตามที่แต่ละโบรกเกอร์กำหนด และต้องตรวจสอบด้วยว่าขณะนั้น Foreign Limit ของหุ้นตัวนั้นเต็มหรือไม่ (ถ้าคุณเป็นคนไทย แปลงได้ทันทีไม่มีปัญหา)
ดูยอดซื้อขาย NVDR ย้อนหลังได้ที่ไหน?
แหล่งข้อมูลที่แม่นยำที่สุดคือเว็บไซต์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหัวข้อ “ข้อมูลธุรกรรมขายชอร์ตและ NVDR” หรือดูผ่านโปรแกรมเทรดหุ้นชั้นนำ (เช่น Settrade Streaming) ในเมนู Stock Info ซึ่งจะแสดงยอด NVDR Buy/Sell สะสมให้เ ห็นเป็นกราฟ
หุ้นที่มี NVDR ถือเยอะๆ แปลว่าหุ้นดีใช่ไหม?
ไม่เสมอไป หุ้นที่มี NVDR ถือเยอะ แปลว่าเป็นหุ้นที่ “ต่างชาติสนใจ” ซึ่งมักเป็นหุ้นขนาดใหญ่ พื้นฐานดี แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต่างชาติจะ “เทขายทำกำไร” ได้ตลอดเวลา ดังนั้นต้องดู “แนวโน้ม” ประกอบด้วย ถ้าถือเยอะแต่กราฟดิ่งลง แปลว่าเขากำลังรินขาย แต่ถ้าถือเยอะและกราฟพุ่งขึ้น แปลว่าเขากำลังมั่นใจ
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน





