Staking คืออะไร Staking Crypto สร้าง Passive Income ได้จริงหรือไม่

6 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

Staking คือ รูปแบบการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาว ที่สามารถสร้าง Passive Income ให้ผู้ลงทุน เหมาะสมหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนอย่างมั่นคง ใครที่สนใจอยากจะลงทุนใน Cryptocurrency แต่คิดว่าตัวเองไม่มีเวลาที่จะเฝ้าพอร์ตตลอดเวลา การลงทุนด้วยวิธีการ Staking Crypto อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์คุณก็เป็นได้ เนื้อหาการลงทุนในบทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับการลงทุนในคริปโตด้วยวิธีการ Staking วิเคราะห์ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับ พร้อมแนะนำ 5 เหรียญคริปโต ที่เหมาะสำหรับการ Stake หากคุณไม่อยากพลาดเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการสร้าง Passive Income จากการ Staking ติดตามรายละเอียดได้ที่บทความนี้เลย

Staking คืออะไร

Staking คือ การที่ผู้ใช้งานนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาทำการฝากหรือล็อคไว้ คล้ายกันกับวิธีการนำเงินสดไปฝากประจำกับธนาคารนั่นเอง เพียงแต่ว่าในโลกของ Cryptocurrency จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนทุกคนนำสินทรัพย์มาค้ำประกันไว้ด้วยวิธีการ Proof-of-Stake (PoS) ซึ่งเป็นระบบฉันทามติอยู่บนเครือข่ายบล็อคเชน 


จากสถานการ์ณจำนวนเครือข่ายแบบ PoS มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดหนทางใหม่ๆ สำหรับ Staking ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างการเปิดตัวของ Group Staking เช่น Stake Providers, Cold Staking และ Stake Pool ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการ Staking ให้กับนักลงทุนรายย่อยที่มีโทเค็นจำนวนน้อย


ในส่วนของรูปแบบผลตอบแทนจากการ Staking มาในรูปแบบของดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับผู้ถือ โดยอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับก็จะแตกต่างกันไปตามเครือข่าย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทาน

Proof of Stake Validation

Proof of Stake (Pos) คือ อัลกอริธึมที่นิยมใช้สร้าง Consensus บนบล็อกเชน โดยจะเป็นการวางสินทรัพย์ค้ำประกันหรือ Stake เหรียญไว้ในระบบ เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม


สำหรับระบบฉันทามติแบบ PoS ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของ Proof of Work คือ การใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลไปกับการขุด ซึ่งแน่นอนว่าระบบฉันทามติแบบ Pos จะประหยัดพลังงานมากกว่าและได้รับความนิยมมากกว่าด้วยเช่นกัน


กลไกการทำงานของ Proof of Stake (Pos) จะเป็นกลไกที่ทำการสุ่มเลือกผู้ตรวจสอบ (Pseudo-random Election) ระบบจะสุ่มมอบสิทธิ์ในการยืนยันธุรกรรมให้ผู้ใช้เพียงคนเดียวต่อหนึ่งบล็อกเท่านั้น


ผู้ตรวจสอบ (Validator) จะมีหน้าที่หลอม (Forge) หรือ สร้าง (Mint) บล็อกใหม่บนบล็อกเชน คล้ายกับการขุด (Mining) ของ Proof of Work และรับผลตอบแทนเป็นเหรียญหรือค่าธรรมเนียจากการทำธุรกรรมบนบล็อกนั้น


ทั้งนี้หากระบบตรวจพบการปลอมแปลงข้อมูลธุรกรรม ผู้ตรวจสอบรายนั้นจะสูญเสียเงินที่ตนได้ค้ำประกันไว้เป็นบทลงโทษ และต้องผ่านกระบวนการสุ่มเลือกเพื่อตรวจสอบใหม่อีกครั้ง


สำหรับการเลือกผู้ตรวจสอบสำหรับการสร้างบล็อก ค่อนข้างที่จะละเอียดมากและเลือกจากปัจจัยหลักสำคัญ เช่น ปริมาณเหรียญที่ถูกวางค้ำประกันไว้ หรือบางเครือข่ายก็จะทำการพิจาณาผู้ตรวจสอบที่มีประวัติการทำงานที่ดีอีกด้วย

Staking ทำงานอย่างไร

Staking Crypto


สำหรับกระบวนการทำงานของ Staking จะทำการเริ่มต้นจากการซื้อโทเค็นจำนวนหนึ่งในเครือข่าย โดยมีจุดสำคัญที่สุดก็คือ Staking จะสามารถทำงานได้บนระบบเครือข่ายที่รองรับระบบฉันทามติแบบ Proof of Stake (Pos) เนื่องจากเป็นตามเงื่อนไขของการสร้างระบบ Staking ขึ้นมานั่นเอง


หลังจากที่ทำการซื้อโทเค็นสำเร็จแล้วนั้น ผู้ใช้งานจะต้องทำการล็อคเหรียญตามขั้นตอนของระบบเครือข่ายได้ระบุไว้ อาจจะเป็นระยะเวลา 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วัน จึงจะสามารถทำการถอนเหรียญและดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้นั่นเอง ทั้งนี้ยิ่งเราทำการล็อคเหรียญไว้นานเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้รับ Annual Percentage Yield (APY) ก็จะยิ่งมากขึ้นนั้นเอง


หลายคนก็อาจจะเกิดข้อสงสัยว่าหลังจากการที่ผู้ใช้งานนำสินทรัพย์ไปทำการ Stake แล้วนั้น สินทรัพย์ของเราจะไปอยู่ที่ไหนและถูกดำเนินการอย่างไรต่อ คำตอบก็คือ ภายหลังจากการที่ผู้ใช้งานนำสินทรัพย์ไปทำการ Stake เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ผู้ตรวจสอบก็จะทำการนำสินทรัพย์ดังกล่าวไปทำการสร้างบล็อคใหม่ขึ้นมาบนเครือข่ายบล็อคเชน โดยเหรียญที่ถูกทำการ Stake ไว้นั้น จะถูกนำมาใช้ในการตรวจสอบธุรกรรมบนระบบฉันทามติ PoS ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง

ข้อดีของการ Staking

ขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แน่นอนว่ามีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว หลายคนก็อาจจะเกิดความสงสัยและไม่กล้าที่จะลงทุนในรูปแบบของการ Staking Crypto ทางผู้เขียนจึงได้ทำการยกข้อดีของลงทุนแบบ Staking มาให้ทุกคนได้พิจารณากัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


  • การ Staking สามารถสร้าง Passive Income ให้กับผุ้ลงทุนได้อย่างแท้จริง

  • การลงทุนแบบ Staking Crypto เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่เริ่มต้นลงทุน เพราะสามารถลงทุนได้ง่ายแบบไม่ต้องผ่านนายหน้า เพียงแค่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือ ทำการ stake ผ่าน Pool ต่างๆตามที่เราสะดวก

  • เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนที่มั่นคงมากกว่าการเทรด

  • เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบที่สูงมากกว่าการฝากประจำในธนาคาร

ความเสี่ยงของการ Staking

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงนั่นเอง การเลือกลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ในรูปแบบของ Staking แม้ว่าจะเป็นการลงทุนที่มีเสี่ยงต่ำแต่เราก็ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะทำการลงทุนเช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


  • มูลค่าของเหรียญมีผลทางตรงกับมูลค่าโดยรวมของผลกำไรหรือดอกเบี้ยที่เราจะได้มาจากการ Stake เนื่องจากว่านักลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นสกุลเงินเดียวกันกับสกุลเงินที่ตนเองได้ทำการ Stake ไว้นั่นเอง ดังนั้นจะทำการศึกษาและติดตามตลาดเกี่ยวกับราคาเหรียญที่ตนเองเลือกที่จะฝากไว้เสมอ


  • ทำให้เสียโอกาสที่จะนำเหรียญไปต่อยอดไปลงทุนในช่องทางอื่น เนื่องจากว่าเหรีญที่ทำการ Stake ไว้แล้วนั้นจะไม่สามารถทำการถอนได้หากยังไม่ถึงกำหนด


  • ผลตอบแทนที่ได้รับไม่คงที่ ข้อนี้เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนจะต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะเลือกตัดสินใจ Stake เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ได้แก่ ความแออัดอยู่บนบล็อคเชน ส่วนแบ่งบล็อคเชน ณ เวลานั้นๆไม่คงที่ ส่งผลให้ตัวเลข APR และ APY เกิดการแปรผันได้ตลอดเวลา


Staking เหรียญคริปโตฯทำยังไง

สำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือใครที่มีความสนใจที่อยากจะลงทุนในรูปแบบของการ Staking แต่ไม่รู้ว่าวิธีการ Staking Crypto ต้องทำอย่างไร มันจะวุ่นวายอย่างที่คิดไหม จะต้องใช้เวลานานหรือเปล่ากว่าจะทำการ Stake สำเร็จ คำตอบคือ ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย คุณเองก็สามารถได้ทำง่ายๆ เพียงแค่มี Crypto Wallet เป็นของตัวเอง ด้วยขั้นดังต่อไปนี้


  1. เลือกซื้อเหรียญที่ต้องการ Stake

    ขั้นตอนแรกสำคัญมากนักลงทุนจะต้องทำการเลือกซื้อเหรียญที่มีพื้นฐานระบบโปรโตคอลเป็น Native Token ประเภท PoS มาเก็บไว้ในกระเป๋าส่วนตัวของตัวเอง เช่น Metamask หรือ Binance เป็นต้น


  2. ทำการผูก Crypto Wallet กับ Blockchain

    ขั้นตอนนี้ก็ถือว่าสำคัญมากๆ นักลงทุนจะต้องทำการผูกกระเป๋าของตัวเองไว้กับระบบสัญญาอัจฉริยะ Smart Contract บนโปรโตคอลของเหรียญที่เราต้องการจะทำการ Stake ซึ่งเราสามารถทำทำการเชื่อมต่อผ่านหน้าเว็ปไซต์หลักของเหรียญดังกล่าวได้ทันที


  3. ทำการเลือก Node Validator และ Lock เหรียญ

    ขั้นตอนนี้ก็จะขึ้นอยู่ฟีเตอร์ของเว็บไซต์หรือผู้ให้บริการที่เราเลือกใช้งาน เพราะเราสามารถเลือกได้ว่าจะทำการโอนเหรียญเข้าไปฝากไว้บนบล็อคเชนได้อย่างโดยตรงเลย หรือเราจะทำการเลือก Node Validator แต่จะต้องทำการศึกษารายละเอียดด้วยว่าโหนดที่เราเลือกนั้น มีการออนไลน์ตลอดเวลาไหม มีการหักค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร เป็นต้น]


  4. รอรับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม

    ในข้อนี้จะเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะหลังจากที่เราทำการเลือก Vaditor ได้แล้วนั้น ระบบสัญญาอัจฉริยะจะทำการขออนุญาตให้เราทำการโอนเหรียญไปล็อคไว้ หลังจากนั้นเราก็รอรับส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมจากการพิสูจน์ธุรกรรม เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเข้ามาทำธุรกรรมบนบล็อคเชน เราก็จะได้ส่วนแบ่งจากค่าธรรมเนียมมาในฐานะเป็นผู้ร่วมตรวจสอบบัญชี ในส่วนผลตอบแทนที่ได้ก็จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระยะเวลาที่เราเลือกไว้ว่าจะล็อคกี่วัน ส่วนมากจะนิยมฝากขั้นต่ำเป็นเวลา 30 วัน ถึงจะได้ผลตอบแทนตามระยะเวลาที่กำหนดและสามารถถอนเหรียญออกมาได้นั่นเอง

Stake เหรียญคริปโตเพื่อสร้างรายได้ได้เท่าไหร่?

Stake เหรียญคริปโต


หากถามถึงผลตอบแทนที่จะได้จากการทำ Staking Crypto ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่าคุณจะได้เงินจากการลงทุนครั้งนี้เป็นจำนวนเท่าไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมาก ก่อนอื่นเลยก็ต้องพิจาณาดูว่า เหรียญที่เราทำการมีมูลค่าอยู่ที่เท่าไหร่ เป็นที่นิยมในตลาดมากน้อยแค่ไหน เพราะผลตอบแทนที่จาก Stake ก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของเหรียญต่างๆด้วยเช่น ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เราวางเหรียญ Stakeไว้ใน Pool ยิ่งทำการล็อคนานเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับปริมาณของเหรียญที่เราทำการฝากไว้ด้วยเช่นกัน

5 เหรียญคริปโตฯ ที่เหมาะสำหรับการ Stake ในปี 2024

ในช่วงการลงทุนในตลาดคริปโตเตอเรนซี่ถูกกลับมาพูดถึงกันอีกครั้ง เรามาดูกันดีกว่าสกุลเงินดิจิทัลเหรียญไหนบ้างที่เหมาะสำหรับการ Staking Crypto ในปี 2024 วันนี้ทางผู้เขียนได้ยกตัวอย่างมา 5 เหรียญพื้นฐานดีและได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด ได้แก่ 


1. Bitcoin (BTC) 


บิทคอยน์ เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าสูงสุดในตลาดคริปโตเคอเรนซี่ ในเรื่องของพื้นฐานเหรียญความปลอดภัยของเหรียญสามารถวางใจได้เลย ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัว “บิทคอยน์” เป็นสกุลเงินที่ไม่ได้มีการสร้างขึ้นมาเพื่อระบบโปรโตคอล PoS โดยตรงก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้เรามีแพลตฟอร์มที่ให้บริการทางด้าน Stake รองรับบิทคอยน์ สามรถทำให้นักลงทุนทำการล็อคบิทคอยน์เพื่อรับผลตอบแทนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด


สำหรับ “Bitcoin” ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่ควรค่าแก่การ Stake เพื่อรับผลตอบแทนในระยะยาว


2. Ethereum (ETH)


Ethereum คือ สกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ของตลาด และเป็นเหรียญพื้นฐานดี มีเครือข่ายบล็อคเชนเป็นของตัวเองที่ได้รับความนิยมมาอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้เครือข่ายบล็อคเชน ETH ได้มีการอัปเดตระบบเป็น ETH2.0 ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งานเป็นอย่างมากในเรื่องความปลอดภัยและความเสถียรภาพในการเข้าใช้งาน 


สำหรับเหรียญ ETH ผู้ใช้งานทำการ Stake ได้ทันทีเนื่องจากว่าทางแพลตฟอร์มมีระบบนิเวศน์ Decentralized applications (dApps) ที่ใหญ่ที่สุดในวงการคริปโต รวมทั้งส่งผลต่อตลาดแลกเปลี่ยนแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) เป็นอย่างมาก Ethereum จึงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนนิยมถือครองและทำ Stake ในปีนี้


3. Solona ( SOL)


อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่เป็นเหรียญที่เราอยากจะแนะนำให้นักลงทุนทุกคนทำการ Stake นั่นก็คือ Solona แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีกระแสดราม่าเกี่ยวกับการโดนแฮกข้อมูลแต่ทางทีมงานก็ได้ออก มาแก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่านไปได้ด้วยดี สำหรับ SOL เป็นเครือข่ายที่ทำการผูกสัญญาอัจฉริยะ Smart Contract และมีจุดเด่นที่น่าสนใจ นั่นก็คือ การทำงานของ Solana มีการใช้ระบบฉันทามติที่มีการผสมผสานระบบบันทึกเวลา (timestamping system) หรือที่เรียกว่า Proof-of-History (PoH)  และระบบ Proof-of-stake (PoS) เข้าด้วยกัน ทำให้มีเวลาการอนุมัติธุรกรรมที่รวดเร็วกว่าเครือข่าย Blockchain อื่นๆ และสามารถอนุมัติธุรกรรมได้ถึง 50,000 ธุรกรรมต่อวินาทีและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกนั่นเอง


4. Polkadot (DOT) 


สำหรับเหรียญ Polkadot ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจและเหมาะแก่การ Stake ในช่วงเวลานี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่ใช้โปรโตคอลแบบ PoS ตรงตามวัตถุประสงค์ของการ Stake Crypto อย่างแท้จริง


เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมาทาง Polkadot ได้มีการอัปเดตระบบเครือข่ายใหม่และมีการใช้งานของ  PoS หลากหลาย เรียกว่า Nominated Proof-of-Stake (NPoS system) โดย Nominator สนับสนุนผู้ตรวจสอบได้ด้วยการ Stake เหรียญ เพื่อแสดงความเชื่อใจต่อการทำงานที่ดี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม DOT ถึงเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่คุ้มค่าที่จะทำ Staking ในปี 2023 อย่างแน่นอน


5. Chainlink (LINK)


Chainlink เป็นอีกหนึ่งโทเค็นที่เน้นจูงใจให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกป้อนข้อมูลแบบ Real-world data ให้กับ Smart contract ที่ทำงานบนเครือข่ายบล็อกเชน โดยที่แพลตฟอร์ม LINK ได้มีการพัฒนาขึ้นมาบนระบบกลไก Consensus แบบ PoS ซึ่งทำให้โหนดดังกล่าวจะสร้างความปลอดภัยให้กับเครือข่ายด้วยการ Stake เหรียญสำหรับตรวจสอบธุรกรรม ดังนั้นหากใครมองเหรียญที่ราคาแบบไม่แรงมาก สามารถเข้าถึงการลงทุนได้ การเลือก Stake Link ก็ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่น่าสนใจในการลงทุนในปีนี้เช่นกัน

ฝึกเทรดคริปโตที่ยอดนิยมด้วยเงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์แบบไม่มีความเสี่ยงใดๆ 👇️👇️👇️


mitrade     

dago ค่าคอมมิชชั่น 0 และสเปรดต่ำ  
dago เปิดบัญชีภายใน 3 นาที        
dago  เงินทุนมีความปลอดภัยในระดับสูง             
dago  โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์             
dago  เงินเสมือนจริงฟรี $50, 000 ดอลลาร์             
             
ตราสารอนุพันธ์อาจจะทำให้คุณขาดทุนทั้งหมด โปรดอ่านพิจรนา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงของเรา นำเสนอโดย Mitrade Holding Ltd.SIB License 1612446

แพลตฟอร์มสำหรับการ Stake เหรียญคริปโตฯ

แนะนำ 3 แพลตฟอร์มสำหรับการ Stake เหรียญคริปโตเคอเรนซี่ ในปี 2024 ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแพลตฟอร์มที่โดดเด่นในเรื่องของความปลอดภัย ความเสถียรภาพในการเข้าใช้งาน และเป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนที่การ Stake มาก่อนหน้านี้แล้ว 


1. AiDoge 

สำหรับแพลตฟอร์ม AiDoge เป้นแพลตฟอร์มที่ให้บริการทางด้านการ Stake ที่แตกต่างจากระบบอื่นๆ เนื่องจากว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนระบบโปรโตคอล แบบ AI ที่ทำการเสนอค่าตอบแทนเป็นรายวันในการทำการ Staking ซึ่งแตกต่างแพลตฟอร์มอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด


แพลตฟอร์ม AiDoge

(ที่มาของรูปภาพ insidebitcoins.com)


2. eToro

eToro เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มของการ Stake ที่มีค่าธรรมเนียมค่อนข้างที่จะถูกมาก และเป็นเป็นโบรกเกอร์ผู้ให้บริการทางด้านการล็อคเหรียญได้รับการควบคุมมาจาก ก.ล.ต. นักลงทุนสามารถในเรื่องของความปลอดภัยได้เลยว่าไม่มีการโดนโกงอย่างแน่นอน นอกจากนี้แพลตฟอร์ม eToro ยังเอื้อประโยชน์มากมากมายให้สำหรับนักลงทุนอีกด้วย ในเรื่องของการไม่มีระยะเวลาในการทำล็อคเหรียญแต่อย่างใด แต่คุณยังสามารถได้รับผลตอบแทนจากการ Stake ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์นักลงทุนหลายคนเป็นอย่างมาก


แพลตฟอร์ม eToro

(ที่มาของรูปภาพ etoro.com)


3. Gemini

สำหรับ Gemini ถือว่าเป็นกระดานเทรดคริปโตฯ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2015 โดยได้รับการพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเทรดคริปโตเคอเรนซี่โดยเฉพาะ ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนมือใหม่และนักเทรดขาประจำเป็นอย่างมาก จุดเด่นคือ มีตัวเลือกหลากหลาย ทั้งการซื้อขายแลกเปลี่ยน และ Staking อีกทั้งมีระบบความปลอดภัยระดับสูงสุด พร้อมด้วยเครื่องมือสำหรับการเทรดขั้นสูงอีกมากมายที่น่าสนใจ 


แพลตฟอร์ม Gemini

(ที่มาของรูปภาพ zipmex.com)

การเลือกลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยรูปแบบการ Stake ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่ดีที่เหมาะสมแก่การลงทุนในระยะยาวและสามารถสร้าง Passive Income ให้กับนักลงทุนทุกท่านได้อย่างแท้จริง แม้ว่าอาจจะมีข้อควรระวังและความเสี่ยงบางประการที่จะต้องหลีกเลี่ยง แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทุกคนต่างทราบดีว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้มีความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาตลาดเป็นอย่างมาก บางครั้งทำให้นักลงทุนอาาจะได้ผลตอบไม่คงที่หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หากใครที่สนใจอยากลงทุนในรูปแบบของการเก็งกำไรในระยะสั้นและเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาดมากพอ คุณก็สามารถเลือกลงทุนในรูปแบบของดทรดสินทรัพย์แบบ CFD กับโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถืออย่างเช่นโบรกเกอร์ Mitrade เป็นต้น


คุณควรทำการ Stake เหรียญคริปโตฯ หรือไม่

ก่อนที่จะทำการลงทุนอะไร สิ่งแรกที่นักลงทุนจะต้องพิจาณาก็คือจะต้องประเมิณตัวเองก่อนว่าเราเหมาะแก่การลงทุนในรูปแบบของการ Stake Crypto หรือไม่ เพราะการทำ Stake ก็เปรียบเสมือนกับการ Trade off มีเรื่องที่ได้และมีโอกาสที่จะต้องเสียไป อธิบายให้เห็นภาพได้ง่ายๆ คือ 


การทำ Staking เปรียบเสมือนเป็นการต่อยอดสินทรัพย์ในรูปแบบหนึ่ง สำหรับบุคลลที่ต้องสร้าง Passive Income และมีความต้องการที่จะลงทุนในระยะยาวโดยไม่เดือดร้อนเรื่องเงินและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในส่วนนี้แต่อย่างใด


ในทางตรงกันข้ามหากสภาวะตลาดตอนนั้นเป็นช่วงขาขึ้น มูลค่าของเหรียญที่คุณทำการล็อคไว้อยู่นั้นมีมูลค่าที่สูงเหมาะแก่การเก็งกำไร การเทรดแบบ CFD ตัวเราก็อาจจะเสียโอกาสจากการทำไรหรือสร้างลงทุนในตรงนี้ เนื่องจากว่าเหรียญที่เราทำการล็อคไว้นั้นไม่สามารถถอนก่อนกำหนดได้


อย่างไรก็ตามการ Stake ก็ถือว่าเป็นการเปิโอกาสให้นักลงทุนทุกคนสามารถกระจายความเสี่ยงของตนเองและสร้างรายได้ในระยะยาวให้กับตัวเองได้อย่างเหมาะสม

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
10 โปรแกรมขุด Bitcoin ฟรีที่ดีที่สุดสำหรับปี 2024มีโปรแกรมขุด Bitcoin ฟรีมากมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะเหตุนี้จึงเป็นเรื่องยากที่จะเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง ดังนั้น ทางเราจะช่วยคุณค้นหาโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ดีที่สุดที่เหมาะกับคุณที่สุดโดยการตรวจสอบโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ได้รับคะแนนสูงที่สุด
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 15 มี.ค. 2023
มีโปรแกรมขุด Bitcoin ฟรีมากมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะเหตุนี้จึงเป็นเรื่องยากที่จะเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง ดังนั้น ทางเราจะช่วยคุณค้นหาโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ดีที่สุดที่เหมาะกับคุณที่สุดโดยการตรวจสอบโปรแกรมขุดบิทคอยน์ที่ได้รับคะแนนสูงที่สุด
placeholder
Bitcoin Wallet อันไหนดี? 9 กระเป๋าบิทคอยน์ที่คนไทยนิยมใช้กัน 2024ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมือเก่าก็สามารถติดตั้ง Bitcoin Wallet ได้ด้วยตัวเอง ใครที่มีกระเป๋า Bitcoin ในใจ หรือกำลังมองหากระเป๋า Bitcoin ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับตัวเอง บทความนี้มีคำตอบให้คุณ
ผู้เขียน  ชัญญาพัชร์ ประวาสุขInsights
วันที่ 15 มี.ค. 2023
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมือเก่าก็สามารถติดตั้ง Bitcoin Wallet ได้ด้วยตัวเอง ใครที่มีกระเป๋า Bitcoin ในใจ หรือกำลังมองหากระเป๋า Bitcoin ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับตัวเอง บทความนี้มีคำตอบให้คุณ
placeholder
10 อันดับเหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2024 ฉบับมือใหม่!เหรียญที่ได้รับความนิยมในปี 2024 จะยังคงรักษาระดับความเข้มข้นนี้ไว้ได้หรือไม่ ในปีนี้จะมีเหรียญอะไรใหม่ๆ ที่มาแรงและน่าจับตามองกันบ้าง เราจะพาทุกคนไปสำรวจ 10 อันดับเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะสั้นในปี 2024 กันเลย
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 12 พ.ค. 2023
เหรียญที่ได้รับความนิยมในปี 2024 จะยังคงรักษาระดับความเข้มข้นนี้ไว้ได้หรือไม่ ในปีนี้จะมีเหรียญอะไรใหม่ๆ ที่มาแรงและน่าจับตามองกันบ้าง เราจะพาทุกคนไปสำรวจ 10 อันดับเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะสั้นในปี 2024 กันเลย
placeholder
วิเคราะห์แนวโน้มราคาบิทคอยน์ 2024 จะไปในทิศทางใดบทความนี้จะเป็นการเรียบเรียงข้อข้อมูลเกี่ยวกับ “Bitcoin” โดยตรง รวมไปถึงการวิเคราะห์ราคาบิทคอยน์ 10 ปีย้อนหลัง การวิเคราะห์ราคาบิทคอยน์ปี 2023 และวิเคราะห์บทสุปราคาบิทคอยน์จะขึ้นหรือลดลงและยังน่าลงทุนอยู่ไหมในปี 2024
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 19 พ.ค. 2023
บทความนี้จะเป็นการเรียบเรียงข้อข้อมูลเกี่ยวกับ “Bitcoin” โดยตรง รวมไปถึงการวิเคราะห์ราคาบิทคอยน์ 10 ปีย้อนหลัง การวิเคราะห์ราคาบิทคอยน์ปี 2023 และวิเคราะห์บทสุปราคาบิทคอยน์จะขึ้นหรือลดลงและยังน่าลงทุนอยู่ไหมในปี 2024
placeholder
Ripple (XRP) น่าลงทุนหรือไม่ในกระแสการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัล คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสกุลเงินนี้กัน รวมถึงคำถามที่ว่า Ripple (XRP) น่าลงทุนไหม วิธีเทรด Ripple (XRP) และเมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Bitcoin และ Ethereum แล้ว Ripple (XRP) ยังดูน่าสนใจอยู่หรือไม่ ตามไปดูกันได้เลย
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 16 ส.ค. 2023
คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสกุลเงินนี้กัน รวมถึงคำถามที่ว่า Ripple (XRP) น่าลงทุนไหม วิธีเทรด Ripple (XRP) และเมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Bitcoin และ Ethereum แล้ว Ripple (XRP) ยังดูน่าสนใจอยู่หรือไม่ ตามไปดูกันได้เลย
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์