Bitcoin Wallet อันไหนดี? 9 กระเป๋าบิทคอยน์ที่คนไทยนิยมใช้

ใครที่กำลังมองหาว่า Bitcoin Wallet อันไหนดี? วันนี้มีคำตอบ ไล่ตั้งแต่ Bitcoin Wallet คืออะไร? มีกี่ประเภท? พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียแต่ละชนิดอย่างละเอียด เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับคุณที่สุดในปี 2026 ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมือเก่า ก็สามารถมี Bitcoin Wallet ได้ไม่ยาก
วิธีการเลือก Bitcoin Wallet ที่ดีที่สุด
ก่อนอื่นเลยนะ ไม่มีกระเป๋าไหนที่ “ดีที่สุดสำหรับทุกคน” มีแต่กระเป๋าที่ “ดีที่สุดสำหรับคุณ” ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักลงทุนแบบไหน ลองเช็กตัวเองจากตรงนี้ก่อนเลย

เลือกตามสไตล์การลงทุน
ลงทุนระยะสั้น เทรดบ่อย → Hot Wallet (เช่น Bitkub) เหมาะกว่า เพราะเข้าออกง่าย เร็ว ค่าธรรมเนียมไม่แพง
ลงทุนระยะยาว สาย HODL → Cold Wallet แบบ Hardware Wallet เช่น Ledger Nano X คือคำตอบ เพราะปลอดภัยสูงสุด เหมาะกับการเก็บเหรียญระยาว
เลือกตามระดับความปลอดภัยที่ต้องการ
อยากปลอดภัยสูงสุด ไม่เชื่อมเน็ตเลย (Air-gapped) → SafePal S1 หรือ Ellipal Titan คือตัวเลือกที่ใช่ แฮ็กเกอร์จะเข้าไม่ถึงแน่นอน
อยากได้ทั้งความสะดวกและความปลอดภัยในตัวเดียว → Ledger Nano X ตอบโจทย์ที่สุด มีทั้ง Bluetooth และ USB-C เชื่อมมือถือได้เลย
เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่แน่ใจ → ลองเริ่มที่ Bitkub ก่อนก็ได้ ฟรี รองรับภาษาไทย ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม แล้วค่อยย้ายไป Cold Wallet เมื่อพอร์ตโตขึ้น
เลือกตามเหรียญที่อยากถือ
ถือแค่ Bitcoin เป็นหลัก → Bitbox02 รุ่น Bitcoin-Only Edition ออกแบบมาเพื่อ BTC โดยเฉพาะ ไม่เยิ่นเย้อ ปลอดภัยมาก
อยากถือหลายเหรียญ ทั้ง Altcoin, DeFi, NFT → SafePal S1 (10,000+ สกุลบน 200+ บล็อกเชน) หรือ Ledger Nano X (5,500+ สกุล) คือตัวเลือกที่คุ้มที่สุด
ต้องการเหรียญไทย + ซื้อขายสะดวก → Bitkub จัดการได้ครบในที่เดียว
เลือกตามงบประมาณ
งบน้อยกว่า 2,500 บาท → Bitbox02 คุ้มมาก ฟีเจอร์ครบสำหรับมือใหม่
งบ 3,000-6,000 บาท → SafePal S1 หรือ Ledger Nano X ราคาไม่แพง แต่ได้ของดี
อยากได้พรีเมียมสุดๆ → Trezor Model T หรือ Ellipal Titan คือของจริง
ไม่อยากเสียเงินเลย → Bitkub สร้างฟรี เริ่มเลยได้เดี๋ยวนี้
สิ่งที่นักลงทุนทุกคนต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
ในช่วงหลังนี้มีข่าวการแฮ็กกระเป๋าคริปโตโผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ สร้างความเสียหายให้นักลงทุนมหาศาล ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำตรงกันว่าถ้ามีเหรียญมูลค่าสูง ควรเก็บไว้ใน Hardware Wallet เพราะ Private Key ถูกเก็บแบบออฟไลน์ 100% แฮ็กผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ได้
สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องรู้คือ Seed Phrase ซึ่งเป็นชุดคำ 12 หรือ 24 คำที่ได้ตอนตั้ง Wallet ครั้งแรก นี่คือกุญแจแท้จริงของสินทรัพย์คุณ ถ้าหาย คุณเสียเหรียญทันที ถ้าถูกขโมย คนอื่นเอาเหรียญคุณไปได้ทันที จดเก็บไว้ในที่ปลอดภัยสุดๆ เช่น ตู้เซฟ แค่นั้น
9 กระเป๋าบิทคอยน์ที่คนไทยนิยมใช้กัน 2026
ตารางเปรียบเทียบ 9 กระเป๋า Bitcoin ยอดนิยมในไทย
| Bitcoin Wallet | Ledger Nano X | Trezor Model T | Bitbox | SafePal S1 | Keepkey | Cool WalletS | Ellipal Titan | SecuX w10 | Bitkub |
| ประเภท | Cold | Cold | Cold | Cold | Cold | Cold | Cold | Cold | Hot |
| ความยากง่าย | ง่าย | ง่าย | ง่าย | ง่าย | ง่าย | ง่าย | ง่าย | ง่าย | ง่าย |
| ความปลอดภัย | สูงมาก | สูงมาก | สูงมาก | สูงมาก | สูง | สูง | สูง | สูง | สูง |
| จำนวนสกุลเงิน | 5,500+ | 8,000+ | <30 | 10,000+ | <50 | 1,000+ | 10,000+ | 1,000+ | 50+ |
| ภาษาไทย | ไม่ | ไม่ | ไม่ | ไม่ | ไม่ | ไม่ | ไม่ | ไม่ | รับ |
| ราคา | 5,000- 6,000 | 10,000 - 12,000 | 1,500 - 2,500 | 3,000 - 3,500 | 7,000 - 8,000 | 4,500 - 6,000 | 12,000 - 15,000 | 5,000 - 6,5000 | ฟรี |
1. Ledger Nano X — แชมป์เก่าที่ยังครองบัลลังก์อยู่ในปี 2026

ถ้าให้บอกตรงๆ ว่า Bitcoin Wallet อันไหนดีที่สุดในปี 2026 คำตอบของคนส่วนใหญ่ยังเป็น Ledger Nano X อยู่เลย และมันก็มีเหตุผลที่ดีมากๆ
Ledger Nano X รองรับเหรียญมากกว่า 5,500 สกุล มีแอป Ledger Live ให้บริหารพอร์ตได้ในที่เดียว ทั้ง Staking ซื้อ-ขาย ดูพอร์ต เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth และ USB-C ขนาดเล็กใส่กระเป๋ากางเกงได้สบาย และที่สำคัญที่สุดคือมาตรฐานความปลอดภัย CC EAL5+ ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับฮาร์ดแวร์ขนาดนี้
ถ้าอยากอัปเกรดอีกขั้น ก็มี Ledger Stax (หน้าจอ E-Ink สัมผัสใหญ่) และ Ledger Flex (บางเฉียบ สไตล์ใหม่) ให้เลือกด้วย
ข้อดี Ledger Nano X
ความปลอดภัยมาตรฐาน CC EAL5+ สูงมากระดับโลก
รองรับ 5,500+ สกุลเงิน ครอบคลุมทั้ง Bitcoin, ETH, Altcoin และ NFT
มี Ledger Live ครบ ทั้งซื้อ ขาย Stake ดูพอร์ต ในแอปเดียว
เชื่อมมือถือผ่าน Bluetooth ได้เลย ไม่ต้องพกสาย
ข้อเสีย Ledger Nano X
Bluetooth อาจทำให้คนที่อยาก Air-gapped 100% หัวใจสั่น เพราะมีจุดเชื่อมต่อไร้สาย
ราคาสูงกว่า Hot Wallet และ Firmware เป็น Closed-source (ต่างจาก Trezor)
2. Trezor Model T — ของดีสายโปร่งใส ใครรัก Open-Source ต้องตัวนี้

Trezor เป็นคู่แข่งหลักของ Ledger มาตลอด และมีแฟนคลับของตัวเองที่ภักดีมากๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่อยากให้มีอะไรลึกลับในกระเป๋าตัวเอง เพราะ Trezor เปิด Code ให้ตรวจสอบได้ทั้งหมด ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
Trezor Model T มาพร้อมหน้าจอสีแบบ Touch Screen รองรับเหรียญอย่างเป็นทางการกว่า 8,000 สกุล และมีฟีเจอร์ Shamir Backup ที่ให้แบ่ง Seed Phrase ออกเป็นหลายส่วนแยกเก็บ เผื่อเหตุฉุกเฉินยังกู้คืนได้
ข้อดี Trezor Model T
Open-source 100% ตรวจสอบโค้ดได้ทั้งหมด โปร่งใสสุดในตลาด
หน้าจอสัมผัสสี ยืนยันธุรกรรมได้ง่ายและปลอดภัย
มีฟีเจอร์ Shamir Backup แบ่ง Seed Phrase เก็บหลายที่ได้
ข้อเสีย Trezor Model T
ราคาค่อนข้างสูง 10,000-12,000 บาท ไม่เหมาะถ้างบจำกัด
บางครั้งเพิ่ม Altcoin ใหม่ช้ากว่า Ledger ทำให้อาจพลาดเหรียญที่อยากถือ
3. Bitbox02 — จิ๋วแต่แจ๋ว สายถือ BTC ราคาถูกสุดในรายการ

ใครบอกว่าของถูกคุณภาพห่วย ยังไม่เคยลอง Bitbox02 ล่ะสิ กระเป๋าจากสวิตเซอร์แลนด์ตัวเล็กๆ นี้ พัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2017 มาพร้อม Micro SD Card เก็บ Backup ได้นานถึง 50 ปี และมีรุ่น Bitcoin-Only Edition ที่ออกแบบมาเพื่อคนถือ BTC เป็นหลักโดยเฉพาะ
Firmware เป็น Open-source เหมือน Trezor ตรวจสอบได้ ไม่มีอะไรลึกลับ ราคาย่อมเยาที่สุดในกลุ่ม Cold Wallet คุณภาพดี
ข้อดี Bitbox02
ราคาถูกที่สุดในกลุ่ม Cold Wallet คุณภาพดี เพียง 1,500-2,500 บาท
Open-source ตรวจสอบได้ ปลอดภัยสูง มาจากสวิตเซอร์แลนด์
มีรุ่น Bitcoin-Only ออกแบบมาสำหรับสาย BTC โดยเฉพาะ
ข้อเสีย Bitbox02
รองรับสกุลเงินน้อยมาก ถ้าอยากถือ Altcoin หลายตัวให้เลือกตัวอื่นดีกว่า
ยังไม่รองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนโดยตรง ต้องต่อผ่าน USB
4. SafePal S1 — Air-gapped ราคาประหยัด ฐานผู้ใช้ 20 ล้านคน

SafePal S1 เป็นดาวรุ่งที่มาแรงมากในช่วงหลัง ได้รับการสนับสนุนจาก Binance Labs ตั้งแต่แรก ตอนนี้มีผู้ใช้กว่า 20 ล้านคนใน 196 ประเทศแล้ว
จุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากตัวอื่นคือ Air-gapped สมบูรณ์แบบ ไม่มี Wi-Fi ไม่มี Bluetooth ไม่มี USB ทำธุรกรรมผ่าน QR Code อย่างเดียว แฮ็กเกอร์จะเข้าได้ยังไง? รองรับเหรียญมากกว่า 10,000 สกุลบน 200+ บล็อกเชน ทั้ง DeFi, NFT, Staking, Farming ครบวงจร แถมยังราคาถูกอีก
ข้อดี SafePal S1
Air-gapped 100% ปลอดภัยสูงสุด ไม่มีทางโดนแฮ็กผ่านเน็ต
มีกล้องในตัวสแกน QR Code ทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องเสียบสายเลย
รองรับ 10,000+ สกุล DeFi, NFT, Farming ครบจบในตัวเดียว
ราคาแค่ 3,000-3,500 บาท คุ้มค่าเกินราคามาก
ข้อเสีย SafePal S1
ขั้นตอน QR Code อาจรู้สึกยุ่งยากกว่าเสียบสาย USB ตรงๆ
หน้าจอเล็ก อ่านรายละเอียดธุรกรรมได้ไม่ชัดนัก
5. KeepKey — เล็ก แต่ทำงานได้มั่นคง

KeepKey จาก ShapeShift อาจไม่ได้โด่งดังเหมือน Ledger หรือ Trezor แต่ก็ได้รับการยอมรับในวงการมานานพอสมควร จุดเด่นคือระบบมีความเสถียรสูง ส่งข้อมูลเร็ว ไม่มีอาการค้างหรือ Error ให้หัวร้อน มีกระดานเทรดในตัวด้วย
อย่างไรก็ตาม รองรับเหรียญน้อยกว่า 50 สกุล ก่อนซื้อควรตรวจสอบก่อนว่าเหรียญที่อยากถือรองรับหรือเปล่า
ข้อดี KeepKey
ราคาถูก ปลอดภัยสูง ทำงานเสถียรมาก ไม่ค้าง
มีกระดานเทรดในตัว ซื้อ-ขายในอุปกรณ์ได้เลย
ข้อเสีย KeepKey
รองรับเหรียญน้อยกว่า 50 สกุล ต้องเช็กก่อนซื้อเสมอ
6. Cool Wallet S x Binance Chain — กระเป๋าคริปโตที่บางเหมือนบัตรเครดิต

Cool Wallet S เป็นกระเป๋าที่ไอเดียเจ๋งมาก เพราะออกแบบให้เหมือนบัตรเครดิตทุกอย่าง เก็บในกระเป๋าสตางค์ได้เลย พัฒนาร่วมกับ Binance Chain ทำให้รองรับเหรียญได้หลากหลาย รวมถึง ERC-20 ทุกตัว ชาร์จแบตแค่ 2 ชั่วโมง ใช้ได้นาน 3 เดือน
ข้อดี Cool Wallet S
บางเหมือนบัตรเครดิต พกพาสะดวกสุดในรายการนี้
ชาร์จครั้งเดียวใช้ได้ 3 เดือน ระบบเสถียร ไม่ติดขัด
รองรับ ERC-20 ทุกเหรียญ อัปเดตเหรียญใหม่ต่อเนื่อง
ข้อเสีย Cool Wallet S
ราคาสูงกว่า Ledger Nano X เมื่อเทียบฟีเจอร์โดยรวม
7. Ellipal Titan — Air-gapped สุดหรู หน้าจอใหญ่เหมือนสมาร์ทโฟน

ถ้าอยากได้ Hardware Wallet ที่ Air-gapped สมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมหน้าจอใหญ่ชัดเจน Ellipal Titan คือคำตอบ ตัวเครื่องทำจากโลหะทนทาน ไม่มีช่อง USB ไม่มี Bluetooth ไม่มี NFC — ทุกอย่างคือ QR Code อย่างเดียว
เชื่อมกับแอปมือถือ iOS และ Android ได้โดยตรง ดูธุรกรรมแบบ Real-time รองรับกว่า 10,000 สกุลเงิน ถือว่าครบเครื่องมาก แต่ก็มีราคาที่สูงตามมาด้วย
ข้อดี Ellipal Titan
Air-gapped สมบูรณ์แบบสุดในรายการ ไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อใดๆ เลย
หน้าจอสัมผัสใหญ่ ดูรายละเอียดธุรกรรมได้ชัดมาก
ตัวเครื่องโลหะทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน เชื่อมแอปมือถือได้ตรง
ข้อเสีย Ellipal Titan
แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเท่า Ledger หรือ Trezor
ของปลอมเยอะมากในตลาด ต้องซื้อจากเว็บทางการเท่านั้น
8. SecuX W10 — ของครบ ราคากลาง หาซื้อง่ายในไทย

SecuX W10 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้ Cold Wallet แต่ไม่อยากจ่ายแพงมาก หน้าจอ 2.8 นิ้ว รองรับ 1,000+ สกุลเงิน เชื่อมต่อได้ทุกอุปกรณ์ และที่สำคัญ หาซื้อได้ในแอปช้อปปิ้งของไทยได้เลย
แต่ระวังนะ ของปลอมมีเยอะมากในตลาดมือสอง ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
ข้อดี SecuX W10
หาซื้อง่ายในไทย ผ่านแอปช้อปปิ้งได้เลย
รองรับ 1,000+ สกุลเงิน เชื่อมต่อได้หลากหลายอุปกรณ์
ราคาอยู่ที่ 5,000-6,500 บาท คุ้มค่าในระดับราคา
ข้อเสีย SecuX W10
ของปลอมมีเยอะมากในตลาด โดยเฉพาะช้อปปิ้งออนไลน์ ต้องดูแหล่งที่มาให้ดี
9. Bitkub — กระเป๋าคริปโตคนไทย ฟรี รองรับภาษาไทย เหมาะมือใหม่ที่สุด

มาถึงตัวสุดท้ายที่เป็น Hot Wallet เจ้าเดียวในรายการ Bitkub ไม่ได้ใช่แค่กระดานเทรด แต่มี Wallet ในตัวที่ใช้งานได้ฟรี สร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม
เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นโลกคริปโต รองรับภาษาไทย ระบบ 2FA, PIN 6 หลัก มีทีมดูแล เทรดได้ในที่เดียว แต่ก็ต้องยอมรับว่าความปลอดภัยน้อยกว่า Cold Wallet เพราะเชื่อมเน็ตตลอด
คำแนะนำคือ ใช้ Bitkub เป็นจุดเริ่มต้น พอพอร์ตโตขึ้น ย้ายเหรียญไปเก็บใน Hardware Wallet จะดีกว่า
ข้อดี Bitkub
ฟรี! สร้างได้เดี๋ยวนี้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
รองรับภาษาไทย เหมาะมือใหม่ที่สุดในรายการ
มีกระดานเทรดในตัว ซื้อ-ขาย-เก็บในที่เดียวสะดวกมาก
ใช้งานได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือและคอมพิวเตอร์
ข้อเสีย Bitkub
ปลอดภัยน้อยกว่า Cold Wallet เพราะเชื่อมเน็ตตลอดเวลา
รองรับเหรียญน้อยกว่า (50+ สกุล) เมื่อเทียบกับ Hardware Wallet
ในฐานะแบรนด์ไทย เคยมีปัญหาระบบปิดปรับปรุงบ่อย
Bitcoin Wallet คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่ายใน 1 นาที
Bitcoin Wallet ก็คือกระเป๋าเงินดิจิทัลนั่นเอง เปรียบง่ายๆ เหมือนแอปธนาคารบนมือถือ แต่ใช้สำหรับเก็บ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ แทน
หน้าที่หลักของมันมีสามอย่างเท่านั้น: รับเหรียญ ส่งเหรียญ และเก็บเหรียญ ง่ายๆ แค่นั้น
แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้องคือ เหรียญของคุณไม่ได้อยู่ใน Wallet จริงๆ นะ มันอยู่บน Blockchain ตลอดเวลา Wallet ทำหน้าที่แค่เก็บ “กุญแจ” ที่ใช้เข้าถึงเหรียญเหล่านั้น
กุญแจที่ว่ามี 2 ชนิด
Private Key (กุญแจส่วนตัว — ห้ามบอกใคร เด็ดขาด)
Public Key (กุญแจสาธารณะ — เหมือนเลขบัญชีธนาคาร บอกได้เพื่อรับเหรียญ)
และเพราะ Wallet แค่เก็บกุญแจ คุณจึงมีได้กี่อันก็ได้ แบบไม่จำกัด
Cold Wallet กับ Hot Wallet ต่างกันยังไง?

คำถามที่มือใหม่ถามบ่อยมากที่สุด มาตอบให้เข้าใจง่ายๆ เลย
Cold Wallet — กระเป๋าเย็น ของมันดีที่ปลอดภัย
Cold Wallet คือกระเป๋าที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เหมือนเก็บเงินไว้ในตู้เซฟที่ไม่ได้ต่อ Wi-Fi แฮ็กเกอร์จะเข้าได้ยังไง?
ทุกครั้งที่จะทำธุรกรรม ต้องยืนยันตัวตนด้วย Seed Phrase (12-24 คำ) หรือ PIN ในอุปกรณ์ก่อนเสมอ เหมาะสำหรับสาย HODL ระยะยาวที่ไม่ได้ขยับเหรียญบ่อยๆ
ข้อดี: ปลอดภัยสูงมาก โอกาสโดนแฮ็กแทบเป็นศูนย์
ข้อเสีย: ใช้งานยุ่งยากกว่า ต้องซื้ออุปกรณ์ มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
Hot Wallet — กระเป๋าร้อน สะดวกแต่ต้องระวัง
Hot Wallet เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เข้าออกง่ายมาก เทรดได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ซื้อขายบ่อยๆ หรือมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น
ข้อดี: ใช้งานง่าย สร้างได้ฟรี เหมาะสำหรับเทรดเดอร์
ข้อเสีย: ปลอดภัยน้อยกว่า Cold Wallet ถ้าโดนแฮ็กอาจสูญเสียสินทรัพย์ได้
วิธีสร้าง Bitcoin Wallet ให้ปลอดภัย

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ขั้นตอนพื้นฐานคือ
เลือกประเภท Wallet ที่เหมาะกับตัวเอง: ถือนาน/มูลค่าสูง → Hardware Wallet | เทรดบ่อย/มือใหม่ → Hot Wallet
ซื้อหรือดาวน์โหลดจากแหล่งทางการเท่านั้น: Hardware Wallet ซื้อจากเว็บผู้ผลิตโดยตรงหรือตัวแทนที่ได้รับรอง ห้ามซื้อมือสองเด็ดขาด
จด Seed Phrase (12-24 คำ) ลงกระดาษหรือแผ่นโลหะ ตรวจสอบให้ครบทุกตัวอักษร แล้วเก็บในที่ปลอดภัย เช่น ตู้เซฟ
ห้ามถ่ายรูป ห้ามพิมพ์ในคอม ห้ามเก็บใน Cloud ห้ามส่งผ่านแชทไม่ว่ากรณีใดทั้งนั้น เพราะถ้า Seed Phrase หลุด เหรียญหายได้ทันที
สุดท้ายนี้ ถ้าเป้าหมายของคุณคือเก็งกำไรระยะสั้นจากความผันผวนของราคา Bitcoin การย้ายเข้าออก Wallet ทุกครั้งอาจไม่คุ้ม การเทรด CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) อาจเหมาะกว่า เพราะไม่ต้องถือครองเหรียญจริงก็เทรดได้ และยังใช้เลเวอเรจได้ด้วย
มาคว้าโอกาสการเทรดแบบ CFD กับ Mitrade กันเถอะ ฝึกเทรดบิทคอยน์ด้วยด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี👇️👇️👇️

Bitcoin Wallet อันไหนดีที่สุดสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น?
เริ่มที่ Bitkub ก่อนเลยถ้ายังใหม่อยู่ ฟรี รองรับภาษาไทย ใช้ง่ายที่สุด ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม พอพอร์ตโตขึ้น มีเหรียญมากกว่า 10,000 บาทค่อยย้ายไป Hardware Wallet อย่าง Ledger Nano X หรือ SafePal S1 เพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น จำไว้เลยว่า ยิ่งถือเยอะ ยิ่งต้องปลอดภัยมากขึ้น
ถ้า Hardware Wallet หาย หรือพัง เหรียญหายไปด้วยไหม?
ไม่หาย! นั่นแหละคือเหตุผลที่ต้องเก็บ Seed Phrase ให้ดี เหรียญของคุณอยู่บน Blockchain ตลอดเวลา Hardware Wallet แค่เก็บกุญแจเข้าถึง ถ้าอุปกรณ์หายหรือพัง ซื้อใหม่มา กู้ด้วย Seed Phrase ชุดเดิม เหรียญกลับมาครบเลย แต่ถ้า Seed Phrase หาย... นั่นแหละที่เหรียญหายถาวร ดังนั้นเก็บ Seed Phrase ให้ดีกว่าเก็บตัวอุปกรณ์ด้วยซ้ำ
Cold Wallet กับ Hot Wallet ควรใช้อะไรดี หรือใช้ทั้งสองอย่าง?
คำตอบของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คือ ใช้ทั้งสองอย่าง เก็บ “เงินหลัก” ที่ไม่ได้ขยับบ่อยไว้ใน Cold Wallet (Hardware Wallet) เพราะปลอดภัยที่สุด ส่วน “เงินเทรด” ที่ต้องเข้าออกบ่อยๆ เก็บไว้ใน Hot Wallet เพราะสะดวกกว่ามาก แบ่งสัดส่วนให้ดีก็พอ ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน



