เทรดฟอเร็กซ์ การเทรด สกุลเงินดิจิตอล สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ดัชนี การลุงทุน แพลตฟอร์มการเทรด เรียนรู้การเทรด มุมมองเชิงลึก หุ้น

เทรด Forex ทองคำ Bitcoin และตราสารอื่น ๆ ออนไลน์

US Dollar Index คืออะไร? วิธีการลงทุนใน US Dollar Index

หากคุณกำลังมองหาช่องทางทำเงินจากดอลลาร์สหรัฐ นอกจากการแลกเงินเก็งกำไรและฟอเร็กซ์แล้ว เราขอเสนออีกช่องทางทำเงินจากดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็คือ US Dollar Index หรือ Dollar Index


บางทีคุณอาจไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ US Dollar Index มาก่อน ไม่ต้องกังวลไปครับ คุณสามารถหาคำตอบว่า US Dollar Index คืออะไรและคุณจะทำเงินจากดัชนีดังกล่าวได้อย่างไรจากบทความนี้

เนื้อหาบทความ [ซ่อน]
US Dollar Index คืออะไร?

US Dollar Index ( หรือ Dollar Index - USDX, DXY, DI ภาษาไทยว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ) คือดัชนีที่วัดความแข็งของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่าง ๆ ซึ่งจัดทำ ดูแลและเผยแพร่โดย ICE (International Exchange Inc.) 


US Dollar Index เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2516 หลังการสิ้นสุดของระบบเบรตตันวูดส์ US Dollar Index มีค่าฐานอยู่ที่ 100.00 จุด โดยที่จุดสูงสุดอยู่ที่ 164.7200 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2528 และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 70.698 จุด ณ วันที่ 16 มีนาคม 2551 ซึ่งอยู่ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์


หาก US Dollar Index เพิ่มขึ้นสูงกว่า 100 จุด หมายความว่า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน เช่น 120.00 จุด หมายความว่า US Dollar Index แข็งค่าขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ (120-100 = 20 )


หาก US Dollar Inde xลดลงต่ำกว่า 100 จุด หมายความว่า ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน เช่น 80.00 จุด หมายความว่า US Dollar Index อ่อนค่าลง 20 เปอร์เซ็นต์ (100-80 = 20 )


US Dollar Indexใช้ค่าเฉลี่ยเรขาคณิตถ่วงน้ำหนักมูลค่าดอลลาร์กับสกุลเงินต่อไปนี้


 สกุลเงิน   สัดส่วน
ยูโร   57.6%
เยน   13.6%
ปอนด์สเตอร์ลิง   11.9%
ดอลลาร์แคนาดา   9.1%
โครนาสวีเดน   4.2%
ฟรังก์สวิส   3.6%


ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียวตอนที่หลายประเทศในยุโรปหันมาใช้เงินยูโรตอนต้นปี 2542 หลายคนมองว่า สกุลเงินถ่วงน้ำหนักใน US Dollar Indexควรต้องได้รับการปรับปรุง เพราะคู่ค้าสำคัญของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน เช่น จีน เกาหลีใต้ บราซิลและเม็กซิโกนั้นไม่อยู่ในUS Dollar Index ขณะที่สวีเดนและสวิสเซอร์แลนด์ที่ไม่ได้เป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐอเมริกา แต่ยังคงอยู่ใน US Dollar Index

วิธีคำนวณ US Dollar Index

คุณสามารถคำนวณโดยใช้สูตรดังนี้


US Dollar Index = 50.14348112 × EUR/USD^(-0.576) × USD/JPY^(0.136) × GBP/USD^(-0.119) × USD/CAD^(0.091) × USD/SEK^(0.042) × USD/CHF^(0.036)


โดยที่ ^ เท่ากับ ยกกำลัง

สถิติ US Dollar Index ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

15850309322682

ด้วย US Dollar Index ถ่วงน้ำหนักด้วยสกุลเงินจากโลกตะวันตกเกินกว่าครึ่ง จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในตอนแรก ดังจะเห็นจากกราฟที่ยังคงเป็นขาขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 


แต่หลังจากไวรัสโคโรนาเริ่มระบาดเข้าสู่โลกตะวันตก ทำให้ US Dollar Indexได้รับผลกระทบอย่างจัง ส่งผลให้ดัชนีเป็นขาลง ก่อนที่สถานการณ์ในทวีปยุโรปจะทวีความรุนแรงมากกว่าในสหรัฐอเมริกา ทำให้ US Dollar Index กลับมาเป็นขาขึ้นแต่พร้อมที่จะวิ่งลง


จากสถานการณ์ ณ ตอนที่เขียนบทความ เราคาดการณ์ว่า ดัชนีน่าจะวิ่งขึ้น ถึงแม้คุณจะเห็นว่ามีแรงขายอยู่พอสมควร แต่แนวโน้มใหญ่ระดับสัปดาห์และเดือนยังคงยืนยันแนวโน้มว่าเป็นขาขึ้น โดยที่เราคาดการณ์ว่า US Dollar Index อาจจะขึ้นไปได้ถึง 125 - 126 จุด

US Dollar Index น่าสนใจอย่างไร?

หากคุณสนใจจะเทรดหรือเทรดคู่สกุลเงินที่มี USD ประกอบอาทิเช่น AUD/USD GBP/USD โดยเฉพาะ EUR/USD US Dollar Index ถือเป็นหนึ่งในข้อมูลที่น่าใช้ประกอบการเทรด เนื่องด้วย US Dollar Indexถ่วงน้ำหนักด้วยสกุลเงินยูโรเกินครึ่ง ทำให้ US Dollar Index เคลื่อนไหวในทางตรงกันข้ามกับสกุลเงินยูโร


หลักการใช้ US Dollar Index ประกอบการเทรดคู่สกุลเงินที่มี USD ประกอบ


หาก USD เป็นสกุลเงินหลัก อาทิเช่น USD/EUR USD/GBP USD/AUD US Dollar Index จะมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน ตัวอย่างเช่น US Dollar Indexกับ USD/EUR


US Dollar Index

US Dollar Index

USD/EUR

15850377683783

ซึ่งคุณจะเห็นว่า US Dollar Index และ USD/EUR เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน

หาก USD เป็นสกุลเงินรอง อาทิเช่น GBP/USD AUD/USD EUR/USD Us Dollar Index จะมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม ตัวอย่างเช่น US Dollar Index กับ EUR/USD


US Dollar Index

US Dollar Index

EUR/USD

EUR/USD

ซึ่งคุณจะเห็นว่า US Dollar Indexและ EUR/USD เคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกัน


นอกเหนือจากฟอเร็กซ์แล้ว คุณยังสามารถใช้ US Dollar Index ประกอบการเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเช่น ทองคำและน้ำมันได้อีกด้วย เพราะUS Dollar Indexเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับสินค้าโภคภัณฑ์


-   หาก US Dollar Index ขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะลดลง

-   หาก US Dollar Index ลดลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะเพิ่มขึ้น


ตัวอย่างเช่น ดัชนีดอลลาร์กับทองคำและน้ำมัน


US Dollar Index

US Dollar Index

ทองคำ

ทองคำ

น้ำมันน้ำมัน

ขอขอบคุณ Charts จาก tradingview.com


ซึ่งคุณจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า US Dollar Index วิ่งในทิศทางตรงกันข้ามกับทองคำและน้ำมันอย่างชัดเจน


ดังนั้น US Dollar Indexจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้คุณคาดการณ์ทิศทางของคู่สกุลเงิน รวมทั้งสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเช่นทองคำและน้ำมันอีกด้วย


นอกจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณคาดการณ์แนวโน้มแล้ว คุณยังสามารถทำเงินจากความเคลื่อนไหวของ US Dollar Index ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่ชื่อว่า CFD ได้อีกด้วย

ลงทุนใน US Dollar Index CFD

CFD คืออะไร?

CFD(Contract for Difference) หรือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นเครื่องทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์อ้างอิงโดยไม่ต้องทำการซื้อขายสินทรัพย์นั้น ซึ่งในที่นี้คือ US Dollar Index แต่เป็นสัญญาที่ทำการซื้อขายได้ทันทีเพียงส่งคำสั่งซื้อขาย และเสนอความได้เปรียบด้านอัตราทด (Leverage) ให้กับเทรดเดอร์ ทำให้สามารถวางเงินเพียงจำนวนหนึ่งแต่ก็ยังจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับการซื้อขายสินค้านั้นจริง ๆ การเทรด US Dollar Index ด้วย CFD จึงทำให้เทรดเดอร์มีความได้เปรียบกว่าเครื่องมืออื่น ๆ หลายอย่าง เช่น


  ใช้เงินทุนน้อยและมีโอกาสขยายกำไรเป็นหลายเท่าได้ การเทรด CFD จะเทรดด้วยมาร์จิ้นและเลเวอเรจ โดยที่มาร์จิ้นจะช่วยให้คุณเริ่มต้นเทรดด้วยเงินจำนวนน้อยและเลเวอเรจจะช่วยให้คุณสามารถทำกำไรจากการเทรดเป็นหลายเท่าได้ (แต่เวลาขาดทุนก็จะขาดทุนมากเช่นกัน)


เพื่อจะให้นักลงทุนเข้าใจถึงเลเวอเรจ ผู้เขียนได้ทำการเปรียบเทียบการเทรดแบบไม่มีเลเวอเรจและการเทรดแบบมีเลเวอเรจในตารางด้านล่าง:

รายการ

เทรดแบบไม่มีเลเวอเรจ

เทรดแบบมีเลเวอเรจ

เลเวอเรจ

0

1:200

ราคาเปิด

2000 USD

2000 USD

ราคาปิด

2100 USD

2100 USD

ขนาดการซื้อขาย                

1   ล็อต

1   ล็อต

เงินทุนเริ่มต้น            

2000 USD

10 USD

กำไรที่ได้

100 USD

100 USD

อัตราผลตอบแทน

5%

1000%


  เพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขี้น US Dollar Index CFD จะสามารถเทรดได้ทั้งเมื่อกราฟวิ่งขึ้นหรือลง ทำให้คุณมีโอกาสทำเงินจาก US Dollar Index ในทุกความเคลื่อนไหว กล่าวคือ

-   หากคุณคิดว่า US Dollar Index จะวิ่งขึ้น คุณทำการเปิดสถานะซื้อ (long position) หากกราฟดัชนีวิ่งขึ้นถึงระดับที่คุณคาดการณ์ไว้ คุณสามารถปิดคำสั่งซื้อและรับกำไรซึ่งมาจากส่วนต่างของราคาเปิด (ราคาที่คุณซื้อ) กับราคาปิด (ราคาที่คุณขาย)

-   ในทางตรงกันข้าม หากคุณคิดว่าUS Dollar Index จะดิ่งลง คุณทำการเปิดสถานะขาย (short position) หากกราฟดัชนีดิ่งลงถึงระดับที่คุณคาดการณ์ไว้ คุณสามารถปิดคำสั่งขายและรับกำไรซึ่งมาจากส่วนต่างของราคาเปิด (ราคาที่คุณขาย) กับราคาปิด (ราคาที่คุณซื้อคืน)


สรุปคือ CFD จะเหมาะกับนักลงทุนที่มีเงินทุนไม่มากนักแต่ก็ยังมีความคาดหวังที่จะทำกำไรในระยะสั้น


แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ให้อนุญาตให้นิติบุคคลไทยเปิดบริการเทรด CFD นักลงทุนจึงต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์จากต่างประเทศ ในที่นี่ผู้เขียนขอเสนอโบรกเกอร์ Mitrade ที่มาจากประเทศออตเตรเลียที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้นะครับ  เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจการเทรด US Dollar Index CFD กับ Mitrade ให้มากขึ้น ผู้เขียนจะแนะนำขั้นตอนการเทรด US Dollar Index CFD กับ Mitrade ตั้งแต่การเปิดบัญชีจนถึงการปิดคำสั่งรับกำไรนะครับ


※ ขั้นตอนการเทรด CFD กับ  MiTrade 


1. เปิดบัญชี การเปิดบัญชีกับ Mitrade จะง่ายและไวมาก ทำออนไหลน์ได้หมดภายในไม่กี่นาที ขอแค่มีบัตรประชาชน บัตรธนาคารก็พอ สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ MiTrade มีบัญชีเทรดทดลองพร้อมเงินเสมือน 50, 000 USD อยู่ในบัญชีเพื่อให้เทรดเดอร์ฝึกฝนทักษะการเทรดอย่างไม่มีความเสี่ยงใดๆ 

16098429938136

2. ฝากเงินเข้าบัญชี ที่ Mitrade เทรดเดอร์สามารถฝากเงินเข้าบัญชีผ่านช่องทางหลากหลาย รวมถึงธนาคารไทยออนไลน์ด้วย


3. ค้นหาตราสารที่จะเทรด ค้นหาดัชนีดอลล่าร์สหรัฐ (US Dollar Index) ที่เมนูด้านซ้ายมือ


4. คว้าโอกาสในการเทรด เมื่อฝากเงินเรียบร้อยแล้วเราก็คว้าโอกาสการเทรดด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่ Mitrade เสนอให้ใช้ฟรี เช่นขาวสด กราฟแบบเรียลไทม์  ปฏิทินทางเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวม การคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญเป็นต้น


5.เปิดคำสั่งซื้อขาย เทรดเดอร์สามารถเปิดคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายตามความคาดการณ์ อย่างที่เรากล่าวไปว่า หากมองว่ากราฟจะเพิ่มขึ้นก็เปิดคำสั่งซื้อ ในตรงกันข้าม หากมองว่ากราฟจะลดลงก็เปิดคำสั่งขาย


6.เฝ้ารอและปิดสถานะรับกำไร/ขาดทุน เมื่อเปิดคำสั่งแล้ว เราก็ต้องติดตามความเครื่อนไหวของกราฟ เมื่อราคาไปถึงที่เราคาดเอาไว้ เราก็ปิดคำสั่งรับกำไร/ขาดทุนได้เลย

��

ทำไมเทรดกับ MiTrade  

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์สัญชาติออสเตรเลียที่ให้บริการ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  MiTrade กวาดมาแล้วทั้ง 'รางวัลแพลตฟอร์มเทรดบนมือถือที่ดีที่สุด' จาก Forex Awards ในปี 2019, 'รางวัลโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เติบโตเร็วสุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2019 / 2020 , 'รางวัลแอพพลิเคชั่นเทรดฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2020 และ 'รางวัลโบรกเกอร์ที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม' จากเว็บไซต์ FxDailyInfo ในปี 2020


16062121095139

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เนื่องจาก MiTrade ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) และถือ Australian Financial Services Licence (AFSL 398528) การซื้อขายและการจัดการต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทาง ASIC(วิธีการตรวจโบรกเกอร์ CFD)

และเงินทุนของท่านจะถูกเก็บแยกไว้ในบัญชีประเภททรัสต์ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศออสเตรเลีย

16062121196826

   ระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เช่น stop loss / trailing stop เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมความเสียงในการเทรดได้มากขึ้น

   แพลตฟอร์มการเทรดที่ใช้งานที่เรียบง่าย  เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่อย่างมาก

   เจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการ 24 ชั่วโมง 5 วันทำการเพื่อแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ

   เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:200 ถือว่าไม่ต่ำและไม่สูงมากด้วย 

   ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น และด้วยการที่มีสเปรดต่ำ จะช่วยลดต้นทุนในการเทรด


เริ่มเทรดด้วยเพียง 3 ขั้นตอน


โปรโมชั่น เพื่อตอบสนองลูกค้า MiTrade ได้จัดโปรโมชั่นรับโบนัสทดลองเทรด $50 USD โดยสามารถใช้โบนัสเป็นเงินมาร์จิ้นและยังสามารถถอนกำไรที่เทรดออกมาได้ด้วยและโบนัสฝากเงิน สูงสุดถึง $3, 000 USD ด้วย


15952350578112


*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา โปรดทราบว่าท่านจะไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์


เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

Share this story