TradingKey - ในขณะที่การนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานเร่งตัวขึ้น ความต้องการชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงทั่วโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสองยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ ได้แก่ SK Hynix และ Samsung Electronics ได้ประกาศแผนการขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่ เพื่อวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่อุปทานชิป AI
นายเช แท-วอน ประธาน SK Group เปิดเผยกับ Nikkei Asia เมื่อเร็วๆ นี้ว่า SK Hynix วางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเวเฟอร์รวมเป็น 3 เท่าภายในปี 2034 เพื่อตอบสนองความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ โดยเขาคาดว่ากำลังการผลิตเวเฟอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายใน 5 ปี
SK Hynix ได้เปิดเผยแผนการขยายธุรกิจกับบรรดาซัพพลายเออร์รายใหญ่ โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มกำลังการผลิตเวเฟอร์ DRAM ต่อเดือนจากปัจจุบันที่ประมาณ 550,000 หน่วย เป็นประมาณ 1 ล้านหน่วยภายในปี 2030 ซึ่งกำลังการผลิตราว 200,000 หน่วยจะมาจากโรงงานในเมืองอู๋ซี ประเทศจีน
กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยงอิน โดย SK Hynix ได้เร่งกำหนดการก่อสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ในยงอินอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าระยะแรกจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ โรงงานยงอินระยะแรกแบ่งออกเป็นคลีนรูม 6 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิต 60,000 หน่วยต่อเดือนเมื่อเริ่มเปิดใช้งาน ส่งผลให้เฉพาะโรงงานแรกเพียงแห่งเดียวสามารถเพิ่มกำลังการผลิต DRAM ต่อเดือนได้ถึง 360,000 หน่วยภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2030
ในขณะเดียวกัน โรงงานผลิตเวเฟอร์ M15X ของ SK Hynix ในเมืองชองจู มีกำหนดจะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 40,000 หน่วยต่อเดือน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 80,000 หน่วยภายในปี 2027 เมื่อรวมกับการขยายกำลังการผลิตจากโครงการยงอินระยะที่ 1 และ M15X จะส่งผลให้กำลังการผลิตเวเฟอร์ DRAM ต่อเดือนของ SK Hynix มีแนวโน้มแตะระดับประมาณ 1 ล้านหน่วยระหว่างปี 2030 ถึง 2031
นอกจากการขยายธุรกิจภายในประเทศแล้ว SK Group ยังมีแผนที่จะร่วมมือกับ Nvidia ( NVDA) เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในญี่ปุ่นระหว่างปี 2028 ถึง 2029
ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) กำลังพิจารณาก่อสร้างโรงงานบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงแห่งใหม่ในเมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะถือเป็นการจัดตั้งฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์แห่งใหม่ครั้งแรกของบริษัทในรอบ 35 ปี และเป็นโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่แห่งแรกในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างแคมปัสพยองแท็ก (Pyeongtaek)
รายงานจากสื่อเกาหลีใต้ระบุว่า Samsung อาจประกาศแผนการลงทุนนี้อย่างเป็นทางการอย่างเร็วที่สุดในการประชุมระหว่างประธานาธิบดีเกาหลีใต้และบรรดาผู้นำกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ โดยเมื่อโรงงานที่กวางจูแล้วเสร็จ เครือข่ายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของ Samsung จะขยายตัวจากฐานการผลิตเดิมในจังหวัดชุงชอง (อาทิ ออนยางในเมืองอาซาน และเมืองชอนัน) ลงไปทางตอนใต้สู่ภูมิภาคโฮนัม
สำหรับแผนงานด้านเทคโนโลยี Samsung กำลังรุกขยายกำลังการผลิตขั้นตอนสุดท้ายของหน่วยความจำ HBM ที่โรงงานในเมืองชอนัน โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตต่อเดือนสำหรับกระบวนการ Thermal Compression Bonding (TCB) เป็น 231,000 หน่วย และ Hybrid Copper Bonding (HCB) เป็น 19,500 หน่วยภายในสิ้นปี 2026 นอกจากนี้ Samsung ยังมีแผนที่จะเปลี่ยนผ่านกระบวนการเรียงซ้อน (stacking) ของ HBM จาก TCB ไปเป็น HCB อย่างเต็มรูปแบบในปี 2029 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงรุ่นใหม่
ในส่วนของการดำเนินงานในต่างประเทศ Samsung มีแผนที่จะทุ่มเงินลงทุนประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเวียดนามเพื่อก่อสร้างโรงงานทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ โดยการก่อสร้างได้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2026 และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเป็นทางการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2027
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ท่ามกลางความต้องการพลังประมวลผล AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงและชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยทั้ง SK Hynix และ Samsung ต่างกำลังใช้ประโยชน์จากการขยายงบลงทุนจำนวนมหาศาลและการวางแผนกำลังการผลิตที่ชัดเจน เพื่อรุกชิงโอกาสทางการตลาดในยุค AI