วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 28 พ.ย. 2567

อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

ราคาทองคำวันนี้


กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้


เทรดทองเดี๋ยวนี้ >     

*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣ 

*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰 

*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁


วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้

วิเคราะห์ราคาทองวันนี้ ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ราคาทองคำยังคงถูกกดดันในเช้าวันนี้ แม้จะปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อยเมื่อวันที่ผ่านมา โดยมีแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญหลายรายการ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่บรรยากาศการซื้อขายในตลาดการเงินเริ่มซบเซาลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันขอบคุณพระเจ้าในวันนี้


ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะผ่อนคลายลงบ้าง หลังจากเลบานอนและอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่การทวีความรุนแรงของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าในสัปดาห์นี้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงกว่า 2.90% จากแรงเทขายทำกำไร ทั้งนี้ ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool แสดงให้เห็นว่าตลาดให้น้ำหนักถึง 70% ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำมักได้รับความนิยมในภาวะดอกเบี้ยต่ำ เพราะไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยเหมือนสินทรัพย์ประเภทอื่น


เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งแม้เผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยสูง GDP ไตรมาส 3 ขยายตัว 2.8%

เมื่อวันที่ผ่านมามีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญหลายรายการ เริ่มต้นที่สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (Bureau of Economic Analysis) รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ในการประมาณการครั้งที่สอง พบว่าเศรษฐกิจขยายตัว 2.8% ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ไม่เปลี่ยนแปลงจากการรายงานครั้งแรก แม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อยจากการขยายตัว 3.0% ในไตรมาส 2 แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี


การปรับประมาณการ GDP ครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบสำคัญหลายรายการ โดยมีการปรับเพิ่มตัวเลขการลงทุนในสินค้าคงคลังภาคเอกชนและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ในขณะที่มีการปรับลดประมาณการการส่งออกและการใช้จ่ายของผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังมีการปรับลดตัวเลขการนำเข้า ซึ่งถือเป็นรายการหักในการคำนวณ GDP


เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 การชะลอตัวของ GDP ในไตรมาส 3 มีสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของการลงทุนในสินค้าคงคลังภาคเอกชนและการลดลงที่มากขึ้นของการลงทุนในที่อยู่อาศัย สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์


Adam Button หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ Forexlive.com ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงในการประมาณการครั้งนี้ไม่มีนัยสำคัญมากนัก เศรษฐกิจยังคงมีความแข็งแกร่งโดยมีการบริโภคภาคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของ GDP สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.5% ในไตรมาส 3 ลดลงเล็กน้อยจากประมาณการครั้งแรกที่ 3.7% แต่ยังคงเป็นอัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่ง


ในด้านเสถียรภาพราคา ดัชนีราคา GDP พื้นฐาน (Core Price Index) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง เพิ่มขึ้น 2.1% ในไตรมาส 3 ปรับลดลงจากประมาณการครั้งแรกที่ 2.2% ขณะที่ดัชนีราคา GDP โดยรวมเพิ่มขึ้น 1.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมาณการครั้งแรก สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง แม้จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมายของ Fed ที่ 2%


ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ก็รายงานจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 พฤศจิกายน อยู่ที่ 213,000 ราย ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 217,000 ราย และทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งแม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง


ในส่วนของจำนวนผู้รับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Claims) ซึ่งรายงานล่าช้ากว่าหนึ่งสัปดาห์ พบว่าในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 พฤศจิกายน มีจำนวน 1.907 ล้านราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.910 ล้านราย และต่ำกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.908 ล้านราย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ว่างงานส่วนใหญ่สามารถหางานใหม่ได้ในระยะเวลาไม่นาน


เงินเฟ้อดันทองร่วง แต่รายได้-การใช้จ่ายผู้บริโภคยังแกร่ง สร้างความกังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ย

และข้อมูลสำคัญ มาจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากสะท้อนความเคลื่นอไหวของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่ายจริง เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนตุลาคม เท่ากับเดือนก่อนและตรงตามที่ตลาดคาดการณ์


เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.8% เร่งตัวจาก 2.7% ในเดือนกันยายน สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านราคายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปซึ่งรวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนตุลาคม ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และเมื่อเทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้น 2.3% เร่งตัวจาก 2.1% ในเดือนก่อน


Stephen Brown รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อเมริกาเหนือที่ Capital Economics กล่าวว่า การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง และข้อมูลเงินเฟ้อชุดต่อไปจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจในการประชุมเดือนธันวาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายงานการประชุม Fed เดือนพฤศจิกายนระบุว่าคณะกรรมการบางคนอาจสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง


อย่างไรก็ตาม รายงานยังแสดงให้เห็นสัญญาณที่น่าจับตาในด้านรายได้และการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยรายได้ส่วนบุคคล (Personal Income) เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนตุลาคม สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.4% และเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งยังคงหนุนให้ค่าจ้างและเงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ในขณะเดียวกัน การใช้จ่ายส่วนบุคคล (Personal Spending) เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนตุลาคม แม้จะชะลอลงจากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น 0.6% แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันยังคงมีความเชื่อมั่นและกำลังซื้อ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงและเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่เหนือเป้าหมายของเฟดที่ 2%


ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเพิ่มโอกาสที่ Fed จะต้องรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


และจากชุดข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญที่เปิดเผยออกมาในวันเดียวกันนี้ สะท้อนให้เห็นภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในด้านการบริโภคภาคเอกชนและตลาดแรงงาน แม้จะมีความเปราะบางในภาคการผลิตและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เฟดต้องระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ


mitrade    

ฝึกเทรดด้วยเงินเสมืองจริงฟรี $50, 000 ดอลลาร์!💰         

   

✔️ เทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำในโลก
✔️ คอมมิชชั่น 0 และสเปรดต่ำ    
✔️ โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์
ลงทุนมีความเสี่ยง อาจจะทำให้คุณเสียเงินทุนทั้งหมด

วิเคราะห์กราฟทองวันนี้

ราคาทองคำแสดงสัญญาณอ่อนตัวชัดเจนในระยะสั้น โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ระดับ 2,621 ดอลลาร์ และอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทั้งหมด ทั้ง EMA 12, EMA 26 และ EMA 200 ซึ่งเป็นสัญญาณลบที่บ่งชี้ถึงแรงขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ราคายังเคลื่อนตัวอยู่ใต้เส้นแนวโน้มขาลง (Downtrend Line) ที่ทำหน้าที่เป็นแนวต้านนับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน ยิ่งเน้นย้ำถึงแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนขึ้น


ดัชนี RSI ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 50 และมีแนวโน้มลงต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางราคาที่อ่อนตัว แม้ว่ายังไม่เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) แต่แนวโน้มของ RSI ที่ลงต่อเนื่องบ่งชี้ว่าแรงขายยังคงมีอยู่


ในระยะสั้น ราคามีโอกาสสูงที่จะปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 2,605 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับ แนวรับทางเทคนิค การที่ราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมดเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาอาจหลุดแนวรับนี้และปรับตัวลงต่อไปที่แนวรับถัดไปที่ 2,576 และ 2,554 ดอลลาร์ตามลำดับ


หากราคาจะกลับมาเป็นบวก จำเป็นต้องยืนเหนือแนวรับ 2,605 ดอลลาร์ได้อย่างแข็งแกร่งและผ่านเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆ ขึ้นไปได้ โดยเฉพาะ EMA 12, 26 ที่ 2,640 ดอลลาร์ และ EMA 200 ที่ 2,654 ดอลลาร์ ก่อนที่จะไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 2,673 ดอลลาร์


จุดสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามคือการเคลื่อนไหวของราคาบริเวณแนวรับ 2,605 ดอลลาร์ เนื่องจากเป็นแนวรับสุดท้ายก่อนที่ราคาจะมีโอกาสปรับตัวลงแรง


ภาพประกอบวิเคราะห์กราฟทองคำ


แนวรับสำคัญที่ต้องจับตามอง

  • $2,623

  • $2,605

  • $2,576


แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตามอง

  • $2,640

  • $2,654

  • $2,673

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

goTop
quote
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
แนวโน้มราคาทองคำในปี 2569 ทำไมทองถึงพุ่งแรงและจะไปต่อหรือไม่?แนวโน้มราคาทองคำปี 2569 อยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ 5,000 ถึง 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการของธนาคารกลาง การกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แต่แม้ราคาจะทำระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงชี้ให้เห็นว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของวัฏจักรนี้
ผู้เขียน  MitradeInsights
2 เดือน 13 วัน ศุกร์
แนวโน้มราคาทองคำปี 2569 อยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ 5,000 ถึง 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการของธนาคารกลาง การกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แต่แม้ราคาจะทำระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงชี้ให้เห็นว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของวัฏจักรนี้
placeholder
เทรดทองแอพไหนดี? เปรียบเทียบ 6 แอปเทรดทองปี 2569 มือใหม่เริ่มได้ทันทีทองคำแกว่งวันละเป็นร้อยจุด แต่ทำไมบางคนกำไรฉ่ำ แต่อีกหลายคนโดนล้างพอร์ต? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ “กลยุทธ์” เสมอไป แต่อยู่ที่ แอปเทรดทอง ต่างหาก เพราะบางแอป spread กว้าง ถอนเงินนาน หรือไม่มีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงเลย วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณตัดสินใจว่าจะใช้ แอปเทรดทองไหนดีในปี 2026
ผู้เขียน  เมธิณี วสุมดีInsights
13 ชั่วโมงที่แล้ว
ทองคำแกว่งวันละเป็นร้อยจุด แต่ทำไมบางคนกำไรฉ่ำ แต่อีกหลายคนโดนล้างพอร์ต? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ “กลยุทธ์” เสมอไป แต่อยู่ที่ แอปเทรดทอง ต่างหาก เพราะบางแอป spread กว้าง ถอนเงินนาน หรือไม่มีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงเลย วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณตัดสินใจว่าจะใช้ แอปเทรดทองไหนดีในปี 2026
placeholder
ตลาดทองเปิดกี่โมง พื้นฐานและเทคนิคที่นักลงทุนต้องรู้ถ้าคุณสนใจเทรดทองคำในตลาด ก็จะต้องมีคำถามว่า “ตลาดทองเปิดกี่โมง?” เพราะการเข้าใจเรื่องเวลาเปิด-ปิดถือเป็นพื้นฐานสำคัญ วันนี้ มาทำความเข้าใจกันว่าตลาดทองเปิดกี่โมง และช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมกับการเทรดทองคำที่สุด
ผู้เขียน  ชัญญาพัชร์ ประวาสุขInsights
วันที่ 18 มี.ค. 2025
ถ้าคุณสนใจเทรดทองคำในตลาด ก็จะต้องมีคำถามว่า “ตลาดทองเปิดกี่โมง?” เพราะการเข้าใจเรื่องเวลาเปิด-ปิดถือเป็นพื้นฐานสำคัญ วันนี้ มาทำความเข้าใจกันว่าตลาดทองเปิดกี่โมง และช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมกับการเทรดทองคำที่สุด
placeholder
เทรดทองคำสำหรับมือใหม่: เริ่มต้น XAUUSD อย่างไรให้เข้าใจความเสี่ยงหลายคนเริ่มสนใจเทรดทองคำเพราะเห็นราคาทองคำขยับแรง ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่สำหรับนักเทรดทองคำมือใหม่ จุดที่ต้องระวังคือการไม่เข้าใจต้นทุน เลเวอเรจ และความเสี่ยงที่แท้จริง วันนี้เราจะพาไปเริ่มจากพื้นฐาน ตั้งแต่เลือกวิธีลงทุนทองคำ ฝึกใช้บัญชี คำนวณขนาด Lot และตั้ง Stop Loss ก่อนใช้เงินจริง
ผู้เขียน  MitradeInsights
7 เดือน 08 วัน พุธ
หลายคนเริ่มสนใจเทรดทองคำเพราะเห็นราคาทองคำขยับแรง ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่สำหรับนักเทรดทองคำมือใหม่ จุดที่ต้องระวังคือการไม่เข้าใจต้นทุน เลเวอเรจ และความเสี่ยงที่แท้จริง วันนี้เราจะพาไปเริ่มจากพื้นฐาน ตั้งแต่เลือกวิธีลงทุนทองคำ ฝึกใช้บัญชี คำนวณขนาด Lot และตั้ง Stop Loss ก่อนใช้เงินจริง
placeholder
เทรดทองคำโบรกไหนดี? เปรียบเทียบ 6 โบรกเกอร์ทองคำที่ดีที่สุดปี 2026ขึ้นชื่อว่าเป็นนักลงทุนแล้วก็เป็นธรรมดาที่จะอยากให้เงินลงทุนของตัวเองเติบโต สิ่งสำคัญนอกจากการเลือกสินทรัพย์และกลยุทธ์ที่เหมาะสมแล้วบัดดี้อย่างโบรกเกอร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ปัจจุบันโบรกเทรดทองคำในไทยยังมีไม่มากนัก แต่ด้วยการขยายโอกาสจากการสื่อสารที่เชื่อมโยงถึงกันทำให้โบรกเทรดทองต่างประเทศกลายมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และหากนักลงทุนยังมีคำถามคาใจที่ว่าสำหรับคนไทยโบรกเกอร์ทองคําไหนดี? คราวนี้เราก็จะพาไปทำความรู้จักโบรกเกอร์เทรดทองจากต่างประเทศทั้ง 6 แห่งที่เราเลือกสรรมา รับรองว่าบทความนี้ช่วยหาคำตอบได้แน่นอน
ผู้เขียน  เมธิณี วสุมดีInsights
7 เดือน 03 วัน ศุกร์
ขึ้นชื่อว่าเป็นนักลงทุนแล้วก็เป็นธรรมดาที่จะอยากให้เงินลงทุนของตัวเองเติบโต สิ่งสำคัญนอกจากการเลือกสินทรัพย์และกลยุทธ์ที่เหมาะสมแล้วบัดดี้อย่างโบรกเกอร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ปัจจุบันโบรกเทรดทองคำในไทยยังมีไม่มากนัก แต่ด้วยการขยายโอกาสจากการสื่อสารที่เชื่อมโยงถึงกันทำให้โบรกเทรดทองต่างประเทศกลายมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และหากนักลงทุนยังมีคำถามคาใจที่ว่าสำหรับคนไทยโบรกเกอร์ทองคําไหนดี? คราวนี้เราก็จะพาไปทำความรู้จักโบรกเกอร์เทรดทองจากต่างประเทศทั้ง 6 แห่งที่เราเลือกสรรมา รับรองว่าบทความนี้ช่วยหาคำตอบได้แน่นอน
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์