งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement) คืออะไร

5 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด 02 ม.ค. 2567 07:35 น.
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

งบกำไรขาดทุนเป็นงบการเงินที่นักลงทุนและเจ้าของกิจการต่างให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำกำไรของกิจการได้ นอกจากนั้นงบกำไรขาดทุนยังเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดทิศทางการวางและพัฒนากลยุทธ์ด้านการดำเนินกิจการให้มีผลกำไรที่น่าพึงพอใจต่อ ๆ ไปได้อีกด้วย ในบทความนี้จะขอพาทุกท่านไปรู้จักว่า งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement) คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร รวมถึงวิธีอ่านค่าต่าง ๆ ในงบการเงินประเภทนี้ด้วย


งบกำไรขาดทุน คืออะไร?

งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement) คือ งบการเงินที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการ โดยแสดงข้อมูลเกี่ยวกับรายได้, ค่าใช้จ่าย, กำไร หรือ ยอดขาดทุนในแต่ละรอบบัญชี ซึ่งงบกำไรขาดทุนจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจว่ากิจการมีกำไรหรือไม่ กำไรมาจากไหน หรือมีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่สามารถปรับลดลงเพื่อให้กำไรของกิจการเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งงบกำไรขาดทุนจะนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์ด้านธุรกิจให้แข็งแรงและตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลงของตลาดมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคตได้อีกด้วย


▲ สูตรคำนวณงบกำไรขาดทุน

การคำนวณในการทำงบกำไรขาดทุน มีหลักการคือ


 รายได้รวม - ค่าใช้จ่ายรวม = กำไร (ขาดทุน)


  • รายได้รวม (Total Revenue) หมายถึง เงินสดหรือรายการอื่น ๆ ที่กิจการได้รับจากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการทั้งหมด

  • ค่าใช้จ่ายรวม (Total Expenses) หมายถึง เงินสดหรือรายการอื่น ๆ ที่กิจการใช้จ่ายไปเพื่อดำเนินกิจการ เช่น ค่าเช่าที่ดิน, ค่าการตลาด, ค่าโฆษณา เป็นต้น

  • กำไรหรือขาดทุน (Profit or Loss) หมายถึง ผลต่างระหว่างรายได้ทั้งหมดและค่าใช้จ่าย หากค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้จะเรียกว่าขาดทุน แต่ถ้าค่าใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้จะเรียกว่ากำไร


▲ ตัวอย่างการคำนวณงบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement)


รายการบัญชี

+ รายได้จากการขายและบริการ (Sale)

-  ต้นทุนการขาย (Cost of goods sold)

กำไรขั้นต้น (Gross Profit)

+ รายได้อื่น ๆ (Other Revenue)

-  ค่าใช้จ่ายในการขาย (Selling Expenses)

-  ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Expenses)

กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT)

-  ค่าใช้จ่ายทางการเงิน (Financial Cost)

กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ (EBT)

-  ค่าใช้จ่ายภาษี (Tax)

กำไรสุทธิ (Net Income)


  • รายได้จากการขายและบริการ (Sale) คือ รายได้หลักของกิจการ มาจากการขายสินค้าหรือบริการให้แก่ลูกค้า

  • รายได้อื่น ๆ (Other Revenue) คือ รายได้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการ เช่น ดอกเบี้ยจากเงินทุนในธนาคาร, รายได้จากการเงินปันผล, รายได้จากการให้เช่า เป็นต้น

  • ต้นทุนการขาย (Cost of goods sold) คือ ต้นทุนของสินค้าหรือบริการ หมายถึง ต้นทุนของวัตถุดิบ, ค่าแรงงานและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าหรือบริการนั้น ๆ

  • ค่าใช้จ่ายในการขาย (Selling Expenses) คือ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการขายสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าโฆษณา, ค่าการตลาด, ค่าขนส่ง, ค่าคอมมิชชัน เป็นต้น

  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Expenses) คือ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการ เช่น ค่าฝึกอบรม, ค่าเช่าสำนักงาน, เงินเดือนฝ่ายบริหาร เป็นต้น

  • กำไรขั้นต้น (Gross Profit) คือ กำไรที่ได้จากยอดขายลบด้วยต้นทุนขาย เป็นกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

  • กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) คือ กำไรที่เกิดจากการดำเนินกิจการ

  • กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ (EBT) คือ กำไรที่เกิดจากการดำเนินกิจการและหักค่าใช้จ่ายทางการเงินแล้ว

  • กำไรสุทธิ (Net Income) คือ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว

กำไรแต่ละขั้นบอกอะไรได้บ้าง?

หลังจากที่นำรายได้ของกิจการหักกับค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนจะได้กำไรในแต่ละขั้นออกมา ซึ่งแบ่งเป็น


  • กำไรขั้นต้น (Gross Profit)

    คือ [รายได้ – ต้นทุนขาย] ช่วยบอกว่ากิจการนี้สามารถตั้งราคาสินค้าสูงกว่าต้นทุนได้มากน้อยแค่ไหน


  • กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit)

    คือ [กำไรขั้นต้น - ค่าใช้จ่ายทั่วไป] ช่วยบอกว่าการดำเนินกิจการเป็นไปในทิศทางไหน มีผลกำไรเกิดขึ้นหรือไม่ ช่วยให้เห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดขึ้น


  • กำไรสุทธิ (Net Profit)

    คือ [รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายทั้งหมด] ช่วยบอกว่าในช่วงระยะเวลาที่จัดทำงบกำไรขาดทุน กิจการนี้สามารถสร้างกำไรหลังจากหักทุกยอดค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเท่าไร

ประเภทของงบกำไรขาดทุน

แบบฟอร์ม งบกำไรขาดทุนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ งบกำไรขาดทุนแบบรายงาน และ งบกำไรขาดทุนแบบบัญชี ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างกันตามฟอร์มดังนี้


1. งบกำไรขาดทุนแบบรายงาน (Report Form)

การจัดทำงบกำไรขาดทุนรูปแบบนี้จะแบ่งรายงานเป็น 3 ส่วน ได้แก่ รายได้, รายจ่าย และกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ โดยมีลักษณะการทำบัญชีดังนี้


  • ส่วนหัวเขียน 3 บรรทัดที่หัวกระดาษ บริเวณกึ่งกลางของหน้ากระดาษ ประกอบด้วย


  • บรรทัดที่1: ชื่อกิจการ

  • บรรทัดที่2: คำว่า “งบกำไรขาดทุน”

  • บรรทัดที่3: รอบระยะเวลาที่ทำงบกำไรขาดทุนและวันสิ้นสุด


  • เขียนคำว่า “รายได้” และนำยอดรายได้มาแสดงในหมวดรายได้นี้ หากมีมากกว่า 1 รายการ ให้ทำยอดรายได้รวมด้วย


  • เขียนคำว่า “ค่าใช้จ่าย” และนำยอดค่าใช้จ่ายมาแสดงในหมวดค่าใช้จ่ายนี้ หากมีมากกว่า 1 รายการ ให้ทำยอดค่าใช้จ่ายรวมด้วย


  • หาผลต่างระหว่างยอดรายได้รวมและยอดค่าใช้จ่ายรวม หากรายได้รวม > ค่าใช้จ่ายรวม ถือว่ามียอด “กำไรสุทธิ” แต่ถ้ารายได้รวม < ค่าใช้จ่ายรวม ถือว่าเป็นยอด “ขาดทุนสุทธิ”


▲ ตัวอย่าง งบกำไรขาดทุนแบบรายงาน


ชื่อกิจการ …

งบกำไรขาดทุน

สำหรับระยะเวลา 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566

รายได้:

รายได้ค่าบริการ                                                                       xxx

รายได้เบ็ดเตล็ด                                                                       xxx                xxxx

ค่าใช้จ่าย:

ค่าเช่าสำนักงาน                                                                       xxx

ค่าพาหนะ                                                                             xxx

ค่ารับรอง                                                                              xxx

ค่าสาธารณูปโภค                                                                     xxx

เงินเดือน                                                                               xxx                xxx

กำไรสุทธิ                                                                                                   xxx


▲ ข้อดีของงบกำไรขาดทุนแบบรายงาน

  • เข้าใจง่าย

    งบกำไรขาดทุนแบบรายงานจะแสดงผลการดำเนินงานของกิจการในรูปแบบของรายงาน โดยเรียงลำดับจากรายได้ไปยังกำไรสุทธิ ทำให้เข้าใจง่ายและสะดวกต่อการอ่าน 


  • เน้นให้เห็นภาพรวม

    งบกำไรขาดทุนแบบรายงานจะเน้นให้เห็นภาพรวมของผลการดำเนินงานของกิจการ โดยแสดงตัวเลขสำคัญต่าง ๆ เช่น รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไรสุทธิ เป็นต้น


  • สามารถนำไปใช้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานได้

    งบกำไรขาดทุนแบบรายงานสามารถนำไปใช้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกิจการได้เช่นเดียวกับงบกำไรขาดทุนแบบบัญชี


2. งบกำไรขาดทุนแบบบัญชี (Account Form)

การจัดทำงบกำไรขาดทุนรูปแบบนี้จะแสดงรายการเป็นรูปตัว T ซึ่งแต่ละส่วนเป็นดังนี้


  • ส่วนหัวเขียน 3 บรรทัดที่หัวกระดาษ บริเวณกึ่งกลางหน้ากระดาษ ประกอบด้วย


  • บรรทัดที่1: ชื่อกิจการ

  • บรรทัดที่2: คำว่า “งบกำไรขาดทุน”

  • บรรทัดที่3: รอบระยะเวลาที่ทำงบกำไรขาดทุนและวันสิ้นสุด


  • แบ่งหน้ากระดาษเป็น 2 ด้าน


  • จัดบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายไว้ทางซ้าย และหมวดรายได้ไว้ทางขวา


  • หาผลต่างระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่าย แล้วทำยอดรวมของทั้งด้านซ้ายและขวาเท่ากัน


▲ ตัวอย่าง งบกำไรขาดทุนแบบบัญชี

ชื่อกิจการ …

งบกำไรขาดทุน

สำหรับระยะเวลา 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566


ค่าเช่าสำนักงาน

ค่าพาหนะ

ค่ารับรอง

ค่าสาธารณูปโภค

เงินเดือน

กำไรสุทธิ

xxx

xxx

xxx

xxx

xxx

xxx

xxx

xxxx

-

-

-

-

-

-

รายได้ค่าบริการ

รายได้เบ็ดเตล็ด

xxx

xxx






xxxx

-

-


▲ ข้อดีของงบกำไรขาดทุนแบบบัญชี

  • ความชัดเจน

    งบกำไรขาดทุนแบบบัญชีจะแสดงผลการดำเนินงานของกิจการอย่างครบถ้วนและชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ 


  • ความสะดวก

    งบกำไรขาดทุนแบบบัญชีสามารถจัดทำได้ง่ายและสะดวก เนื่องจากมีหลักการและรูปแบบที่ตายตัว


  • ความน่าเชื่อถือ

    งบกำไรขาดทุนแบบบัญชีมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


ความสำคัญของงบกำไรขาดทุน

งบกำไรขาดทุนเป็นงบการเงินที่บ่งบอกถึงรายได้และรายจ่ายของ ธุรกิจ หรือองค์กรในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งมีความสำคัญมากในด้านต่าง ๆ ดังนี้


  • วัดประสิทธิภาพทางการเงิน

    งบกำไรขาดทุนช่วยให้ผู้บริหารและนักลงทุนมองเห็นภาพรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางการเงินของธุรกิจ โดยการดูกำไรหรือขาดทุนที่ได้จากรายการรายได้และรายจ่ายต่าง ๆ


  • ให้ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์สภาพการเงิน

    การทำงบกำไรขาดทุนช่วยให้นักลงทุนและผู้บริหารสามารถวิเคราะห์สภาพการเงินของธุรกิจได้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การลงทุน การกู้ยืมเงิน หรือการวางแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต


  • บ่งบอกถึงความสามารถในการทำกำไร

    การวิเคราะห์กำไรจากงบกำไรขาดทุนช่วยให้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพในการทำกำไรหรือไม่


  • ช่วยในการวางแผนกลยุทธ์

    ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุนเป็นสาระสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์ โดยทำให้เกิดการปรับตัวที่เหมาะสมเพื่อทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อไป


วิธีดูงบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement)

1. ตรวจสอบระยะเวลาของงบกำไรขาดทุน

อันดับแรกตรวจสอบให้ทราบก่อนว่ากำลังอ่านงบการเงินที่จัดทำในช่วงเวลาไหน ซึ่งทั่วไปแล้วงบกำไรขาดทุนสามารถเลือกช่วงเวลาที่จัดทำได้ เช่น รายเดือน, รายไตรมาส หรือรายปี


ตัวอย่างเช่น งบกำไรขาดทุนนี้ระบุว่าสำหรับระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565 แสดงว่างบการเงินนี้แสดงรายได้ ค่าใช้จ่ายและกำไรสะสม ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 จนถึงปลายปี 2565


งบกำไรขาดทุน

สำหรับระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 – 31 ธันวาคม 2565


2. ดูว่าเป็นงบขาดทุนหรืองบกำไร

เมื่อรู้ว่างบที่กำลังดูมีกำไรหรือขาดทุนจะช่วยให้เข้าใจได้ว่าสถานการณ์ของกิจการเป็นอย่างไร


  • รายได้ > ค่าใช้จ่าย = กิจการมีกำไร

  • รายได้ < ค่าใช้จ่าย = กิจการขาดทุน


ตัวอย่างเช่น งบกำไรขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 191,077,634,015 บาท


งบกำไรขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565




3. ดูที่มาของรายได้

รายได้คือผลตอบแทนของการดำเนินกิจการ งบกำไรขาดทุนจะทำให้เรารู้ว่าแหล่งที่มาของรายได้ของกิจการมาจากส่วนไหนบ้าง


ตัวอย่างเช่น งบกำไรขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565 ที่มีรายได้จาก 5 ส่วน ได้แก่ ดอกเบี้ยรับ, กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนสุทธิ, ค่าธรรมเนียม, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ และรายได้อื่น



งบกำไรขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565

4. มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

การอ่านงบกำไรขาดทุนจะทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่ากิจการมีค่าใช้จ่ายในส่วนไหนบ้าง และสามารถบริหารจัดการให้มีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้นได้


ตัวอย่างเช่น งบกำไรขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565 ที่มีค่าใช้จ่าย 4 ส่วน ได้แก่ ดอกเบี้ยจ่าย, ขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนสุทธิ, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ



งบกำไรขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565


สรุป

วันนี้เราได้พาทุกคนมาทำความรู้จักแล้วว่า งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement) คืออะไร การอ่านงบกำไรขาดทุนเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้บริหาร การทำความเข้าใจงบกำไรขาดทุนจะช่วยให้สามารถประเมินผลประกอบการของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรในการตัดสินใจเลือกลงทุนในกิจการต่าง ๆ ไม่แนะนำให้พิจารณาเพียงงบกำไรขาดทุนเพียงเท่านั้น แต่ควรพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ลักษณะของธุรกิจ, การมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์, ข้อมูลทางเทคนิคที่ส่งเสริมการเติบโตของกิจการ เป็นต้น


ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง >>

งบดุล (Balance Sheet) คืออะไร?

RR คืออะไร และคำนวณยังไง

Sharpe Ratio คืออะไร

    *** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


    การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

    บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
    บทความที่เกี่ยวข้อง
    placeholder
    วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2024‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
    ผู้เขียน  MitradeInsights
    ‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
    placeholder
    เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี? 6 โบรกเกอร์หุ้นที่น่าเปิดพอร์ตหุ้นในปี 2024ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
    ผู้เขียน  MitradeInsights
    ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
    placeholder
    เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
    ผู้เขียน  MitradeInsights
    การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
    placeholder
    ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
    ผู้เขียน  MitradeInsights
    การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
    placeholder
    แนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุน! หุ้นตัวไหนน่าลงทุนที่สุดในปี 2567ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้
    ผู้เขียน  MitradeInsights
    ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้
    ราคาเสนอแบบเรียลไทม์