เทรดฟอเร็กซ์ การเทรด สกุลเงินดิจิตอล สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ดัชนี การลุงทุน แพลตฟอร์มการเทรด เรียนรู้การเทรด มุมมองเชิงลึก หุ้น

เทรด Forex ทองคำ Bitcoin และตราสารอื่น ๆ ออนไลน์

รวยด้วยการเล่นหุ้น VI : ทางรุ่ง หรือ ทางร่วง

“ สำหรับผม ต้องลงทุนในหุ้น VI เท่านั้น เพราะเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน “ ผมเชื่อว่าสำหรับมือใหม่หัดลงทุนหลายคน คงเคยได้ยินคำพูดของกูรู ( หรือ เพียงแค่ กูรู้ ) แนะนำถึง การลงทุนในหุ้นแบบปลอดภัยที่สุด คือ การลงทุนหุ้นในกลุ่ม VI แน่นอน

สำหรับคนที่อยากลงทุนเพื่อผลักดันตัวเองให้พ้นจากจุดเดิม พร้อมกับเงินลงทุนที่ค่อนข้างจำกัด ดูเหมือนการลงทุนหุ้นในกลุ่ม VI เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก 


ใช่ครับ การลงทุนหุ้นในกลุ่ม VI ถือเป็นการลงทุนชั้นดี มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ซึ่งผมเองก็แอบเก็บหุ้นแนว VI ไว้กับตัวบ้าง ซึ่งได้ผลตอบแทนที่ดีเลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้น มันไม่ได้หมายความว่า การลงทุนหุ้นในกลุ่ม VI ไม่มีความเสี่ยงนะครับ การลงทุนอันใดโดยไม่มีการศึกษาอย่างชัดเจน สิ่งที่คุณได้รับอาจเป็นการขาดทุนแบบย่อยยับก็ได้ ผมจึงอยากแบ่งปัน วิถีการเล่นหุ้น VI สไตล์ของตัวเอง ว่ามันเหมือนหรือต่างกับนักลงทุนท่านอื่นอย่างไร เชิญติดตามไปพร้อม ๆ กันครับ


▼ เทรดหุ้นกับโบรกเกอร์ชั้นนำด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล
เนื้อหาบทความ [ซ่อน]
หุ้น VI คืออะไร?

พูดมาตั้งนาน ยังไม่ได้บอกเลยว่า หุ้น VI คือหุ้นอะไร คำว่า VI ย่อมาจากคำว่า Value Investor หรือ Value Investing หมายถึงหุ้นที่เน้นการลงทุนในระยะยาว ภาษาหุ้นสวย ๆ เขาเรียกว่า หุ้นคุณค่า ครับ 


แล้วหุ้นแบบไหนกันหนอที่นักลงทุนทั่วไปมักเรียกว่าหุ้น VI สรุปง่าย ๆ คือ หุ้นตัวใดก็ตามที่เน้นการลงทุนในสิ่งใดที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในความจำเป็นของมนุษย์ ไม่ว่า น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไดโนเสาร์บุก หุ้นตัวนี้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใด เป็นเพราะสินค้า หรือ การบริการที่สร้างผลกำไรนั้นเกิดจากการกินอยู่ใช้จ่ายของมนุษย์ครับ ตราบใดที่หุ้นตัวนั้นยังลงทุนกับสิ่งที่มนุษย์ “ จำเป็นต้องใช้ “ หุ้นตัวนั้น จะถูกจัดไว้ในกลุ่มหุ้นคุณค่า หรือ หุ้น VI ทันที 


ตัวอย่างหุ้น VI ที่โดดเด่นในประเทศไทย อาทิ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ การขนส่งและการเดินทาง แน่นอนครับ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่เพียงใด การเดินทางยังคงต้องคู่ไปกับวิถีชีวิตของมนุษย์ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ หุ้นในกลุ่ม โรงพยาบาล ที่ถือเป็นหุ้นกลุ่ม VI ชั้นดีที่นักลงทุนชอบช้อนซื้อเก็บกัน เพราะไม่ว่าโลกจะแตก ไดโนเสาร์จะบุก ยังมีคนเจ็บป่วย ยังมีคนเข้าโรงพยาบาล ดังนั้นรายได้ของหุ้นกลุ่มนี้จึงมีเข้ามาเรื่อย ๆ ตราบใดที่มีคนป่วย และต้องเข้าไปใช้บริการในโรงพยาบาล เป็นต้น 


ดังนั้น หุ้นในกลุ่ม VI เป็นหุ้นที่นักลงทุนที่ชอบความมั่นคงนิยมลงทุน แม้กระทั่งเจ้าพ่อตลาดหุ้นอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังแนะนำให้ถือครองหุ้น VI กันเลย


หุ้น VI คืออะไร? แนะนำหุ้น VI

ลักษณะของหุ้น VI

หุ้นในกระดานมีมากมายหลายร้อย แถมหุ้นหลาย ๆ ตัวก็ลงทุนในสิ่งที่มนุษย์ต้องกินต้องใช้อย่างพวก อาหาร หรือ อุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนมันเป็นหุ้น VI เล่า หุ้นในกลุ่ม VI เขามีคาแรกเตอร์ของเขาครับ มองดูภาพรวมแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องเปิดกราฟ เปิดแท่งเทียนก็รู้แล้วว่า เจ้านี่แหละ หุ้น VI แล้วลักษณะเด่นของหุ้น VI นั้นเป็นแบบไหน ผมให้ทริคในการอ่านให้ออก มองให้แตกถึงบุคลิกหุ้น VI ดังนี้ครับ 

◆  หุ้น VI เป็นหุ้นที่ลงทุนในปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์

ถือเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับการลงทุนในหุ้น VI ครับ นั่นคือ หุ้นตัวใดก็ตามที่ลงทุนในปัจจัยพื้นฐานความเป็นอยู่ของมนุษย์ นั่นมีแนวโน้มเป็นหุ้น VI สูง โดยหุ้น VI สามารถแบ่งการลงทุนได้ออกเป็นสองกลุ่มคือ หุ้นที่ลงทุนตามสภาวะการตลาด และหุ้นที่ลงทุนจนเป็นเมกะเทรนด์ หุ้น VI ที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดคือ หุ้นที่มีผลกำไร การปันผล ตามอัตราการเติบโตของตลาดในขณะนั้น อาทิ หุ้นเกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อ แน่นอน ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นไร การปล่อยสินเชื่อยังคงเป็นธุรกิจที่สามารถดำเนินต่อไปได้ แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำก็ตามแต่ แต่ถึงกระนั้น หุ้น VI ที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ก็สามารถซบเซาตามกระแสหรือ เทรนด์การตลาดที่ลดคุณค่าลง อาทิ หุ้นของสายการบินต่าง ๆ ในช่วง โควิด19 แม้ว่าการเดินทางและการขนส่งทางอากาศยังคงเป็นปัจจัยหลักในหุ้นของการขนส่ง แต่สภาวะงดบินของสายการบินทั่วโลก ย่อมทุบราคาและปันผลของหุ้นในเครือสายการบินเหล่านั้นแน่นอน 

ส่วนหุ้นที่ลงทุนในเมกกะเทรนด์ คือ หุ้นที่ลงทุนในทุกสิ่งที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของคนในสังคม อาทิ หุ้นในกลุ่มของรถไฟฟ้า การประปา สนามบิน สิ่งเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ทุกคนยังคงต้องใช้ ดังนั้นมูลค่าหุ้นและเงินปันผลของหุ้นจึงไม่ค่อยผันผวนไปตามสภาวะการของตลาดหุ้นมากนัก แน่นอนว่า หุ้นที่ลงทุนในเมกกะเทรนด์นั้นย่อมเป็นที่หมายตาของนักลงทุนแทบทั้งหมดที่สนใจลงทุนในหุ้น VI รวมถึงผู้เทรดหุ้นที่หวังผลกำไรรายวัน ด้วยพื้นฐานหุ้นที่มาจากการลงทุนในโครงการที่เข้มแข็งและมีความสำคัญต่อสังคม การทำกำไรในหุ้น VI กลุ่มนี้จึงทำได้ไม่ยาก


◆  หุ้น VI เน้นเรื่องผลตอบแทนแบบปันผล 

หุ้นบางตัวถือเป็นหุ้น VI ด้วยตัวของมันเอง เนื่องจากความแข็งแกร่งของแบรนด์ พื้นฐานการขยายเศรษฐกิจที่ครอบคลุมความต้องการของผู้คนในบริเวณกว้าง ทำให้มูลค่าจากการให้ผลตอบแทนด้วยเงินปันผลจึงมีมูลค่าสูงตามไปด้วย เคยมีกูรูหลายท่านแนะนำว่า การที่เราจะถือครอบหุ้น VI เพื่อการรับเงินปันผล ควรหาหุ้น VI ที่ให้เงินปันผลในระดับ 4% ต่อหุ้นขึ้นไป ซึ่งในตลาดหุ้นไทย เคยมีการสำรวจหุ้นที่จ่ายผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลที่สูง มีประมาณ 30 บริษัททุนหุ้นกู้ได้

 

ตัวอย่างที่ผมคิดว่าเป็นหุ้น VI ทั้ง ๆ ที่เพื่อนพ้องในกระดานเดียวกัน มีความผันผวนอย่างหนักคือ หุ้นของบริษัทโค้กครับ ( ไม่ชี้นำครับ เพราะโค้กไม่ได้ใช้ชื่อนี้จดทะเบียนในตลาดหุ้น ) โค้กยังคงมียอดขายอย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทคู่แข่งหลายเจ้าพับกระดาน หรือหุ้นหมดราคาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เช่น หุ้นน้ำผลไม้ของเสี่ยคนดังยี่ห้อหนึ่งที่เปิดตัวมาในราคาที่สูงมาก แต่ในปัจจุบันราคาเหลือเพียง สองบาทปลาย ๆ ไม่ต้องถามหาปันผลให้เสียเวลาว่าจะมีไหม อะไรคือความต่างของทั้งสองบริษัทนี้

 

ความต่างกันคือ หุ้นโค้ก เป็นผลประกอบการโดยรวมเกือบทั้งโลก เฉพาะของไทย มูลค่าทั้งหมดวัดจากการส่งโค้กออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ดังนั้น มูลค่าหุ้นของโค้กจึงไม่กระดิกมาก ปันผลยังคงมาดีเรื่อย ๆ ต่างกับหุ้นน้ำผลไม้ที่เป็นของใหม่ ใช้ตัวพรีเซ็นเตอร์เป็นจุดขายมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ ไม่นานจึงพังพาบ จากหุ้น VI จึงกลายเป็นหุ้น ICU ไป ดังนั้น การเลือกหุ้น VI เราจึงต้องดูเงินปันผล บวก ผลประกอบการของบริษัทควบคู่กันไปนะครับ 


◆  หุ้น VI มีมูลค่าหุ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ของดีต้องมีคนตามฉันใด หุ้น VI ที่ดี ต้องมีคนติดตามฉันนั้น หุ้น VI เป็นที่หมายตาของนักลงทุนทั้งลงทุนรายวัน ที่หวังผลกำไรจากค่าความต่างของราคาหุ้น และนักลงทุนสาย VI พันธุ์แท้ที่พร้อมถือหุ้นในระยะยาวเพื่อทำกำไรจากเงินปันผล ดังนั้น เมื่อมีคนต้องการถือครอง มากกว่า ปล่อยออกมาขาย มูลค่าหุ้น VI จึงสูงตามความต้องการของตลาดไปด้วย  แม้บางครั้ง อาจเจอภาวะติดดอย  ( ซื้อหุ้นในราคาสูงเกินไป ) แต่ก็ติดกันแค่พักเดียว จากนั้น ราคาหุ้นก็กลับทะยานขึ้นไปอีกครั้ง เหตุเพราะ หุ้น VI ลงทุนในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ราคาจึงไม่ผันผวนไปตามตลาดมากนัก มีแต่ขึ้นกับขึ้นไปเรื่อย ๆ


หุ้นโดดเด่นที่ผมเก็บไว้ในพอร์ตคือ หุ้นของรถไฟฟ้าครับ ในระหว่างการถือครอง มีเสียงค่อยขอดบอกให้ปล่อยขายอยู่เรื่อย แม้กระทั่ง “ เฮ้ย รถไฟฟ้ามีปัญหา เดี๋ยวหุ้นตกยาว ปล่อยไปเถอะ “ ก็ได้ยินอยู่เนือง ๆ แต่สิ่งที่ได้เห็นคือ หุ้นรถไฟฟ้ายังคงขยับตัวอยู่ในกรอบแคบ ๆ แบบ เจ็บนิด ๆ ( ถ้าขายตอนนั้น ) และเมื่อทุกอย่างพร้อม หุ้นรถไฟฟ้าเหมือนจรวดที่พุ่งทะยานออกจากฐานปล่อย ไม่มีทีท่าว่าจะลง น้อยกว่า ราคาที่ปรับสูงขึ้นไปเรื่อย เมื่อใดที่คุณพบหุ้นที่ลงทุนกับพื้นฐานที่เข้มแข็ง อย่าปล่อยให้หลุดลอย มิฉะนั้น ราคาเขาอาจลอยไปจนฉุดไม่อยู่ได้ อดทั้งกำไรส่วนต่าง อดได้ทั้งปันผลเลยนะครับ


หุ้น VI

รายได้จากหุ้น VI

เพราะการลงทุนในหุ้น VI สร้างรายได้ที่ไม่เหมือนใคร คนทั้งหลายจึงสนใจมาลงุทนกับหุ้นกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ผู้ที่พร้อมรับความเสี่ยงสูงในการลงทุนได้ไม่มาก ผู้ไม่สามารถนั่งเฝ้าหน้าจอดูความผันผวนของตลาดได้ตลอดเวลา รวมถึงผู้ต้องการถือครองหุ้นไว้นาน ๆ หุ้น VI จึงเหมาะสำหรับคนเหล่านี้ เหตุเพราะ เราสามารถได้ผลกำไรจากการถือหุ้น VI ได้สองทางเชียวนะครับ  รายได้จากหุ้น VI นั้นมาจากไหนมั่ง

 

◆  รายได้จากมูลค่าหุ้น

หุ้น VI เป็นหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานเข้มแข็ง ลงทุนไปกับสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ “ ความจำเป็นในการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ “ ดังนั้น มูลค่าหุ้น VI จึงลดต่ำลงไม่มาก มีแต่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ อีกทั้งเป็นหุ้นที่มีความต้องการในตลาดสูง การหาโอกาสซื้อทำได้ยาก หาคนปล่อยขายก็มีน้อย มูลค่าจึงดีดขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อขายหุ้นในกลุ่ม VI จึงมักทำกำไรมากกว่าขาดทุนเสมอ 


◆  รายได้จากการปันผลหุ้น

แทบจะเรียกได้ว่า นี่คือจุดขายของหุ้น VI คือการทำกำไรจากเงินปันผล ผมเชื่อว่ากว่า 80 % ของนักลงทุนในกลุ่มหุ้น VI ไม่มีเวลา และต้องการผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุน จึงเลือกหันมาถือหุ้น VI แทนการเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคาร เพราะเงินปันผลที่ได้รับต่อรอบ บ่อยครั้งมีมูลค่าสูงกว่าเงินดอกเบี้ยในบัญชีธนาคารเสียอีก ยิ่งผู้ลงทุนในหุ้น VI มีปัจจัยการเงินที่สูง สามารถซื้อหุ้นในจำนวนมากได้ อัตราเงินตอบแทนจากการปันผลก็สูงตามไปด้วย แทบจะเรียกได้ว่า นั่งกินนอนกินกองเงินอยู่บ้านเลยก็ว่าได้ 

เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับหุ้น VI

อ่านดูแล้วแทบอยากออกไปเบิกเงินแล้วนำมาซื้อหุ้น VI กันใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวก่อน ไม่มีอะไรที่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดทั้งหมด 100 % แม้กระทั่งหุ้น VI ก็มีจุดอ่อนสำหรับการการลงทุนซ่อนอยู่เหมือนกัน อะไรคือจุดอ่อนของหุ้น VI กันแน่ เรามาดูไปพร้อม ๆ กันครับ

 

◆  ผลกำไรที่ดีที่สุดยังคงเป็นการ ขายหุ้น 

ใช่ครับ อ่านหัวข้อไม่ผิดแน่ ก็ไหนว่า ผลประโยชน์ที่คนส่วนใหญ่เลือกลงทุนกับหุ้น VI คือเงินปันผลแล้วจู่ ๆ ทำไหมถึงบอกว่า สิ่งที่ถือว่าเป็นการทำกำไรที่สุดสำหรับการถือหุ้น VI  คือการขายหุ้นนั้นเล่า สำหรับคำตอบข้อนี้ คงต้องกลับไปดูพื้นฐานความจริงของตลาดหุ้นแล้วจะเข้าใจแจ่มแจ้งครับ 


ตลาดหุ้น เปิดมาเพื่อให้โอกาสแก่นักลงทุนเพื่อการซื้อ หรือ ขายหุ้น ใช่ครับ จุดประสงค์แท้จริงในการเปิดตลาดหุ้นคือการเพิ่มมูลค่าหรือเม็ดเงินสำหรับการลงทุนให้กับหุ้นตัวนั้น ดังนั้นผลกำไร ขาดทุน ที่ถือเป็นหลักของตลาดหุ้น ยังคงเป็นการซื้อขายหุ้นอยู่ดี แม้กระทั่ง วอร์เรน บัฟเฟตต์ยังบอกเอาไว้ว่า เมื่อหุ้นใด ๆ ในมือมีมูลค่าสูงเกินกว่าค่าเริ่มต้นที่เราถือครองแล้วนั้น จง 'ขาย ' มันออกไปซะ ผมไม่เคยเห็นใครรวยจากการถือครองหุ้น VI แล้วไม่ทำการขาย นอกจากเจ้าของกิจการที่ปล่อยหุ้น VI ออกมาขายครับ เพราะหุ้น VI ที่นำออกมาขายมันเป็นเพียงไม่กี่ % ของมูลค่าโดยรวมทั้งหมดของกิจการนั้น ๆ ดังนั้น อย่าเฝ้าฝันว่า ฉันจะรวยจากการถือหุ้น VI ไปตลอดกาล เพราะสุดท้าย ผลกำไรขาดทุนที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นการซื้อ ขาย หุ้นนั่นเอง

 

◆  หุ้น VI มีสิทธิเปลี่ยนสถานสภาพ 

ไม่มีอะไรในโลกยั่งยืนในใต้ฟ้า เฉกเช่นเดียวกับสถานะหุ้น VI ในกระดาน ยิ่งเป็นหุ้น VI ที่ขยับมูลค่าไปตามความผันผวนของตลาด ใช่ครับ มูลค่าความผันผวนตรงนี้มันเกิดช้ามาก แต่ไม่ได้หมายความว่า มันไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงระดับนโยบายหลักจากการเปลี่ยนทีมผู้บริหาร เคยเปลี่ยนหุ้น VI ฐานแข็งเป็นแดนมรณาของนักลงทุนไปในทันที เหมือนดั่งกรณี น้ำดำยี่ห้อดังในไทย ที่เคยมีข่าวถอนหุ้นจากตลาดหุ้นไทย เป็นผลทำให้ราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรง และส่งผลต่อเงินปันผลที่จะได้  ดังนั้น เมื่อคุณลงทุนในหุ้นด้วยเม็ดเงินจำนวนมาก แต่ราคาหุ้นของคุณมันตกต่ำกว่าค่ากลางหุ้นที่คุณเคยซื้อ เมื่อนั้นมันคือการขาดทุนทันที แม้ว่าคุณจะรอกินปันผลต่อ แต่ก็ไม่เพียงพอในการหักลบกับผลขาดทุนยามมูลค่าหุ้นคงต่ำลงโดยที่มันไม่หวนกลับคืนสู่มูลค่าเดิมอีกเลย ทั้ง ๆ ที่หุ้นตัวนั้น อาจอยู่ในกลุ่มที่เป็นการลงทุนในพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อย่าง ภาคอุตสาหกรรมอาหาร หรือ สายการบิน ไงครับ

 

◆  ปันผลไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง 

ขอบคุณนะที่เตือน แต่ฉันเลือกลงทุนระยะยาวเพื่อการปันผลในหุ้นเท่านั้น หลายท่านอาจคิดอย่างนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ผิดครับ แต่ปัจจัยของการที่คุณสามารถ “ อยู่ได้ “ โดยถือครองปันผลนั้น คุณคิดว่า คุณจะต้องถือครองหุ้นในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อการ “ อยู่ได้ด้วยการกินปันผล “ 

สมมุติ มีหุ้นตัวหนึ่ง ราคา 100 บาท โดยมีการปันผลให้กับผู้ถือหุ้น หุ้นละ 10 บาท  สมมุติว่คุณสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินเดือน เดือนละ 10000 บาท เนื่องจากหุ้นปันผลส่วนใหญ่มักมีการปันผลสองครั้งในรอบปี นั่นหมายความว่า คุณจะต้องมีมูลค่าหุ้นสะสมอย่างน้อยจำนวน 6000 หุ้น คุณจึงจะสามารถมีรายได้ 10000 บาทจากปันผลทุกเดือน และคุณคิดว่า เงินลงทุนสำหรับหุ้นราคา 100 บาท สำหรับหุ้น 6000 หุ้นมีมูลค่าเท่าไหร่ครับ 600000 บาทเชียวนะครับ นั่นหมายความว่าคุณต้องภาวนาอย่าให้มูลค่าหุ้นและการปันผลหุ้นของคุณเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลา 5 ปี คุณถึงจะสามารถได้กำไรที่แท้จริงจากการลงทุนในครั้งนี้ อย่างนี้แล้ว คุณยังอยากถือครองหุ้น VI ต่อไปนาน ๆ อีกไหมครับ  เพราะความเปลี่ยนแปลงต่อราคา และ ปันผลยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดหุ้นครับ  

หุ้นกลุ่ม VI ตัวไหนดี? หลักการเลือกหุ้น VI

ไม่ได้ต้องการสรุปว่า การลงทุน หุ้น VI มันไร้ความหมายแล้ว เพียงแต่นักลงทุนควรทำความรู้จักตลาดให้ถ่องแท้ มิฉะนั้นเม็ดเงินลงทุนของคุณอาจสูญสลายไปในอากาศกับความเข้าใจผิดเรื่อง กำไรจากหุ้น VI ได้มาจากเงินปันผล สุดท้ายนี้ ขอมอบเป็นคาถาสำคัญสำหรับผู้สนใจลงทุนในหุ้น VI ให้จัดสรรพอร์ตการลงทุนดังนี้ครับ


 ◆   ซื้อหุ้นที่คุณรู้จัก ไม่ใช่หุ้นที่คุณชอบ 

คุณรู้จักหุ้นตัวนั้น หรือ แค่ชอบมัน ถ้าคุณแค่ชอบ แต่ไม่รู้จัก ไม่ควรลงทุนในหุ้นตัวนั้น เคยไหมครับซื้อเพราะชอบ แต่ไม่เคยศึกษาวัฏจักรของสิ่งที่คุณจะลงทุน ในขณะที่คุณนำเม็ดเงินเข้าลงทุน อาจเป็นขาลงครั้งสำคัญของหุ้น VI ตัวนั้นแล้ว อย่าซื้อเพราะคุณชอบ แต่จงซื้อเพราะคุณรู้จักหุ้นตัวนั้นดีพอ

 

 ◆   กระจายความเสี่ยงการซื้ออย่างมีวินัย

นักเลงหุ้น VI ที่ประสบความสำเร็จ เทคนิคการซื้อของเขาคือ การกระจายความเสี่ยง ซื้อในจังหวะที่ถูก และกระจายมูลค่าหุ้นออกมาเป็นค่าเฉลี่ยปานกลางที่รับได้ อาจมีแพงกว่าไปบ้างในบางครั้ง แต่ยังคงรักษาฐานการซื้อโดยคำนึงถึงการ “ ขายหุ้น “ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดทุนจนเกินไป

 

 ◆   ได้จังหวะขายจงขาย อย่าเสียดาย

อย่าลืมครับ ตลาดหุ้นมีไว้เพื่อระดมทุน มันคือการ “ ซื้อ “ และ “ ขาย “ คนที่ได้กำไรจากการปันผลมีคนเดียวคือ เจ้าของกิจการ จงติดตามข่าวในฐานะเจ้าของบริษัทให้ดี เพราะมันคือเรื่องราวแห่งผลประโยชน์ของคุณ เมื่อใดจังหวะของตลาดมา และคุณพอใจในผลกำไรจากมูลค่าหุ้น VI ที่คุณถือในมือ “ จงขายมันออกไปซะ “ คิดเสียว่า เงินปันผลเป็นดอกเบี้ยที่คุณได้รับ ไม่ใช่ผลกำไรหลักที่คุณเฝ้าหา

บทสรุป

หุ้น VI ยังคงเป็นอะไรที่น่าลงทุน เพียงแต่คุณต้องรู้จักและทำความเข้าใจกับลักษณะของการเป็นหุ้น VI และที่สำคัญ เขาทำกำไรกับหุ้น VI แบบไหน  อย่าหลงติดกับคำแนะนำที่เรียกให้คุณเอาเงินทุนของคุณไปแช่อยู่ในหุ้น VI นาน ๆ โดยที่ยังมีโลกกว้างที่สามารถช่วยคุณสร้างผลกำไรให้งอกเงยใน % ที่สูงกว่าการรอรับปันผลจากหุ้น VI ไม่ว่าคุณเคยได้กำไรจาก VI หรือช้ำใจจาก VI ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนใหม่ได้ครับ


▼ เทรดหุ้นกับโบรกเกอร์ชั้นนำด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล

��

ทำไมต้องเทรดกับ MiTrade  

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์สัญชาติออสเตรเลียที่ให้บริการ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  MiTrade กวาดมาแล้วทั้ง 'รางวัลแพลตฟอร์มเทรดบนมือถือที่ดีที่สุด' จาก Forex Awards ในปี 2019, 'รางวัลโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เติบโตเร็วสุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2019 / 2020 , 'รางวัลแอพพลิเคชั่นเทรดฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2020 และ 'รางวัลโบรกเกอร์ที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม' จากเว็บไซต์ FxDailyInfo ในปี 2020

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เนื่องจาก MiTrade ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) และถือ Australian Financial Services Licence (AFSL 398528) การซื้อขายและการจัดการต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทาง ASIC(วิธีการตรวจโบรกเกอร์ CFD)

และเงินทุนของท่านจะถูกเก็บแยกไว้ในบัญชีประเภททรัสต์ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศออสเตรเลีย

16069862397672

   ระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เช่น stop loss / trailing stop เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมความเสียงในการเทรดได้มากขึ้น

   อำนวยเครื่องมือการเทรดต่างๆ ให้ใช้ฟรี เช่น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค, ปฏิทินทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

   แพลตฟอร์มการเทรดที่พัฒนาขึ้นมาเอง ใช้งานที่เรียบง่าย  เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่อย่างมาก

   เจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการ 24 ชั่วโมง 5 วันทำการเพื่อแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ

   เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:200 ถือว่าไม่ต่ำและไม่สูงมากด้วย 

   ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น และด้วยการที่มีสเปรดต่ำ จะช่วยประยัดต้นทุนของนักลงทุน


เริ่มเทรดด้วยเพียง 3 ขั้นตอน

ยังมือใหม่? ไม่เป็นไร! MiTrade ได้จัดบัญชีทดลองเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 USD เพื่อให้ท่านฝึกฝนทักษะการเทรดโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ 


 เปิดบัญชีเทรดทดลอง >


*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา โปรดทราบว่าท่านจะไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์


เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

Share this story