เทรดฟอเร็กซ์ การเทรด สกุลเงินดิจิตอล สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ดัชนี การลุงทุน แพลตฟอร์มการเทรด เรียนรู้การเทรด มุมมองเชิงลึก หุ้น

เทรด Forex ทองคำ Bitcoin และตราสารอื่น ๆ ออนไลน์

3 ขั้นลัดสั้นสำหรับมือใหม่หัดเทรดทองเบื้องต้น
So Preciso
2020-10-09 2728

ตั้งแต่ปีคงไม่มีสินทรัพย์ตัวไหนที่ดึงความสนใจของเทรดเดอร์และนักลงทุนทั่วโลกได้มากไปกว่าทองคำอีกแล้ว เมื่อถึงรอบวัฏจักรทองคำมักจะให้ผลทอบแทนที่น่าประทับใจได้เสมอดังที่เห็นในรอบปีที่ผ่านมา และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรากำลังอยู่ในช่วงรอบวัฏจักรขาขึ้นของทองคำที่นักลงทุนรวมถึงเทรดเดอร์ไม่ควรพลาดโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากช่วงเวลาที่หาได้ยากเช่นนี้ แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดมาแล้วยังลังเลอยู่ว่าจะเริ่มเทรดทองเบื้องต้นได้อย่างไร และการเทรดทองเบื้องต้นให้ได้กำไรนั้นต้องรู้อะไรบ้าง? ในบทความนี้เราได้รวบรวมคีย์ลัดสั้นทั้งหมดมาไว้ให้แล้ว

เนื้อหาบทความ [ซ่อน]
ความแตกต่างระหว่าง ‘การเทรดทองคำ’ กับ ‘การลงทุนในทองคำ’

สองคำที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย ๆ และอาจทำให้เทรดเดอร์มือใหม่สับสนได้ก็คือ ‘การเทรดทองคำ’ กับ ‘การลงทุนในทองคำ’ ที่บางครั้งเราก็ใช้ปนกันอยู่ แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองคำยังค่อนข้างมีความแตกต่างกัน


การลงทุนในทองคำ จะหมายถึงการซื้อและถือทองคำไว้ในระยะเวลาหนึ่งซึ่งอาจยาวนานในระดับเดือนหรือปี ขณะที่การเทรดทองคำนั้นมีความหมายว่าจะต้องมีการซื้อและขายหลาย ๆ ครั้ง มีการทำซ้ำในช่วงเวลาสั้น ๆ ในระดับวัน ชั่วโมง หรือนาที เพื่อให้เกิดการสะสมกำไรจากการเทรดแต่ละครั้ง


นักลงทุนสามารถใช้เงินทุนเพื่อซื้อทองคำแท่งหรือกองทุนที่ลงทุนในทองคำและถือมันไว้อย่างนั้นเพื่อรอให้มูลค่าของทองคำปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องรอเวลาให้นานขนาดนั้น เพราะกว่าที่ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นไปราคาก็มักจะมีความผันผวน และเทรดเดอร์จะเป็นผู้เก็บสะสมส่วนต่างของราคาท่ามกลางความผันผวนเหล่านั้นมาเป็นผลกำไร


การเทรดทองคำในลักษณะนี้จำเป็นต้องมีเงื่อนไขเฉพาะเพื่อให้เทรดเดอร์สร้างกำไรได้ง่าย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องมีต้นทุนการซื้อขายต่ำ เพราะเทรดเดอร์จำเป็นต้องใช้การซื้อขายในปริมาณมาก และจำเป็นต้องมีสภาพคล่องสูงเพื่อไม่ให้ราคาซื้อขายมีความผิดเพี้ยนจนทำให้กำไรหายไปได้ สำหรับการลงทุนทองคำอาจไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพคล่องและต้นทุนในการซื้อขายมากนักเนื่องจากอาศัยเวลานานในการซื้อขายสักครั้ง แต่สำหรับการเทรดทองคำนั้นสภาพคล่องและต้นทุนในการซื้อขายสามารถเป็นตัวชี้วัดอัตราการทำกำไรของเทรดเดอร๋ได้เลยทีเดียว ดังนั้นปัจจัยทั้งสองอย่างนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเลือกเครื่องมือที่จะใช้เทรดทองคำ


▼ เทรดทองกับโบรกเกอร์ชั้นนำด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล
CFD ในฐานะเครื่องมือเทรดทองเบื้องต้นที่สะดวกที่สุด

เครื่องมือที่ตอบโจทย์เงื่อนไขการเทรดได้ดีและเป็นที่นิยมของเทรดเดอร์ทั่วโลกก็คงหนีไม่พ้นสัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา หรือ Contract for Difference – CFD ที่เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าอย่างทองคำจริง ๆ แต่ก็สามารถเทรดทองคำได้ และด้วยเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ที่ทำให้การเปิดสถานะมีต้นทุนต่ำและมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ก็ล้วนทำให้เครื่องมืออย่าง CFD กลายเป็นเครื่องมือเทรดทองเบื้องต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่มากที่สุดตัวหนึ่งเลยทีเดียว


เครื่องมือนี้อาจต่างจากหุ้นหรือกองทุนที่หลายคนเคยคุ้นเคยอยู่บ้าง เพราะ CFD มีลักษณะเฉพาะที่เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ทำกำไรได้จากส่วนต่างของราคา จึงทำให้เทรดเดอร์ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง โดย


 - หากมองว่าราคาทองคำกำลังจะปรับตัวขึ้น เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ด้วยการเปิดสถานะ Long เพื่อคาดหวังกำไรจากการซื้อถูก-ขายแพง และเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาถึงจุดที่คาดไว้ก็ทำการปิดสถานะเพื่อรับรู้กำไรจากส่วนต่างราคานั้น


 - หรือหากมองว่าราคาทองคำกำลังจะลดต่ำลง เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ในทางตรงข้ามคือการเปิดสถานะ Short เพื่อคาดหวังกำไรจากการขายแพงไปก่อน-และไปซื้อกลับในราคาถูกทีหลัง และเมื่อราคาทองคำปรับตัวลดลงถึงจุดที่คาดไว้ก็ทำการปิดสถานะเพื่อรับรู้กำไรจากส่วนต่างราคานั้น


นอกจากเปิดโอกาสให้ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลงแล้ว CFD ยังมีคุณสมบัติเฉพาะที่เทรดเดอร์สามารถวางเงินเพียงบางส่วนในซื้อขายจึงเป็นการเทรดที่ใช้เงินทุนตั้งต้นน้อย เช่นการเทรดทองคำที่ 1,900 เหรียญ เทรดเดอร์สามารถวางเงินซื้อขายได้ขั้นต่ำเพียง 19 เหรียญ ต่อ 0.01 Lot size เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการใช้อัตราทด หรือ Leverage เพื่อเพิ่มขนาดผลตอบแทน (หรือผลขาดทุน) ในขนาด 1:100 ได้อีกด้วย การเลือกเครื่องมือเทรดทองจึงไม่ใช่เรื่องยาก


เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจในการเทรดทอง CFD ให้มากขึ้น ผู้เขียนจะแนะนำขั้นตอนการเทรดทอง CFD กับโบรกเกอร์ MiTrade ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อสูงและเป็นที่นิยมจากนักลงทุนไทย


※ ขั้นตอนการเทรด CFD กับ  MiTrade ※ 


1.เปิดบัญชี การเปิดบัญชีกับ Mitrade จะง่ายและไวมาก ทำออนไหลน์ได้หมดภายในไม่กี่นาที ขอแค่มีบัตรประชาชน บัตรธนาคาร สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ MiTrade มีบัญชีเทรดทดลองพร้อมเงินเสมือน 50, 000 USD อยู่ในบัญชีเพื่อให้เทรดเดอร์ฝึกฝนทักษะการเทรดอย่างไม่มีความเสี่ยงใดๆ  ตอนนี้ MiTrade ยังได้จัดโปรโมๆ แจกโบนัสทดลองเทรดฟรี 50 USD ที่สามารถเทรดฟรีและยังถอนกำไรที่เทรดออกมาได้ด้วย

160585248180952.ฝากเงินเข้าบัญชี ที่ Mitrade เทรดเดอร์สามารถฝากเงินเข้าบัญชีผ่านช่องทางหลากหลาย รวมถึงธนาคารไทยออนไลน์ด้วย


16069794092145

3.คว้าโอกาสในการเทรด เมื่อฝากเงินเรียบร้อยแล้วเราก็คว้าโอกาสการเทรดด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่ Mitrade เสนอให้ใช้ฟรี เช่นขาวสด กราฟแบบเรียลไทม์  ปฏิทินทางเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวม การคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญเป็นต้น


4.เปิดคำสั่งซื้อขาย เทรดเดอร์สามารถเปิดคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายตามความคาดการณ์ของคุณ อย่างที่เรากล่าวไปว่า หากมองว่ากราฟจะเพิ่มขึ้นก็เปิดคำสั่งซื้อ ในตรงกันข้าม หากมองว่ากราฟจะลดลงก็เปิดคำสั่งขาย


16064677483596


5.เฝ้ารอและปิดสถานะรับกำไร/ขาดทุน เมื่อเปิดคำสั่งแล้ว เราก็ต้องติดตามความเครื่อนไหวของกราฟ เมื่อราคาไปถึงที่เราคาดเอาไว้ เราก็ปิดคำสั่งรับกำไร/ขาดทุนได้เลย

16064677259332

เมื่อเราเข้าใจการเทรดทองด้วย CFD คืออะไร และขั้นตอนการเทรดทองด้วย CFD แล้ว ที่เหลือก็เพียงหากลยุทธ์ที่จะทำให้การเทรดทองคำเบื้องต้นสำหรับมือใหม่เป็นการเทรดที่สามารถทำกำไรได้เท่านั้น

3 ขั้นลัดสั้นสำหรับมือใหม่หัดเทรดทองเบื้องต้น

ทองคำนั้นไม่เหมือนหุ้น เพราะหุ้นยังมีราคาพื้นฐานแต่ทองคำนั้นไม่มี การคาดคะเนทิศทางแนวโน้มและราคาของทองคำจึงอาจเป็นเรื่องลำบาก แต่นั่นไม่หมายความว่าการเทรดทองคำเบื้องต้นให้มีกำไรนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเรายังมีเครื่องมืออีกหลายตัวที่จะมาช่วยจับโมเมนตัมของราคาทองคำ และช่วยหาโอกาสในการเก็บส่วนต่างของราคาให้กับเทรดเดอร์ ด้วยการคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่จะมากระทบ และ ปัจจัยทางเทคนิคที่ทำให้คาดคะเนราคาทองคำอย่างคร่าว ๆ ได้


1. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน: ดูว่ามีข่าวหรือปัจจัยอะไรที่ส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้นหรือลงได้บ้าง

แท้จริงแล้วหากดูให้ดี ทองคำจะมีลักษณะคล้ายกับสกุลเงินมากกว่า เพราะราคาของทองคำส่วนหนึ่งอ้างอิงอยู่กับค่าเงินดอลลาร์ แต่อีกส่วนหนึ่งทองคำกลับมีพฤติกรรมราคาคล้ายกับสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน ซึ่งหากเทรดเดอร์มือใหม่พอจะมีพื้นฐานการเทรดสินค้าสองตัวนี้มาก่อน การเทรดทองคำเบื้องต้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่หากไม่มีพื้นฐานเหล่านี้แล้วละก็ เราลองมาดูปัจจัยทางพื้นฐานกันว่ามีอะไรบ้างที่จะขับเคลื่อนราคาของทองคำให้เปลี่ยนไป จนเกิดเป็นความผันผวนและสร้างโอกาสในการเข้าทำกำไรให้กับเทรดเดอร์ได้บ้าง


อย่างหนึ่งที่ต้องทราบคือทองคำมีสถานะที่สำคัญคือการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย นั่นหมายความว่าเมื่อไหร่ที่นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ และรู้สึกว่าความเสี่ยงในระบบเริ่มสูงขึ้น นักลงทุนจะลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์ลง และหันมาถือครองทองคำเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นปัจจัยอย่างแรกที่จะทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวก็คือ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในตลาดเงินตลาดทุนรวมถึงการเมืองระหว่างประเทศ เช่น การเกิดสงคราม หรือ วิกฤตเศรษฐกิจ ในสถานการณ์เหล่านี้จะผลักดันราคาทองคำให้พุ่งสูงขึ้นได้


อีกสถานะหนึ่งของทองคำคือเป็นตัวรักษามูลค่า ขณะที่เงินเสื่อมมูลค่าไปได้ แต่ทองคำไม่สามารถเสื่อมมูลค่าจนเหลือศูนย์ได้ และเมื่อใดที่ค่าเงินเริ่มเสื่อมมูลค่าลง หรือกำลังเกิดเงินเฟ้อ ราคาทองคำที่เป็นสินค้าที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินจะแพงขึ้นโดยเปรียบเทียบ ดังนั้น ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองคำได้ดีอย่างหนึ่งก็คือ เงินเฟ้อ เมื่อไหร่ที่เงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาทองคำจะปรับสูงขึ้นตามไปด้วย


และเนื่องจากทองคำมีการซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงของสกุลเงินดอลลาร์จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงได้โดยเปรียบเทียบ นั่นคือหากดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลง แต่เมื่อใดที่ดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำก็จะมีราคาแพงขึ้นเป็นต้น


ดังนั้น หากอยู่ในสถานการณ์ที่ 1) ตลาดเงินตลาดทุนมีความเสี่ยงสูง 2) เกิดเงินเฟ้อ และ 3) ดอลลาร์อ่อนค่า อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือครบทุกอย่าง ก็มีโอกาสทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นได้ และมั่นใจได้เลยว่าราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น


2. วิเคราะห์ทางเทคนิค: คาดการณ์แนวโน้มจากกราฟราคา

กราฟราคาเป็นการวิเคราะห์อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งแตกต่างจากการวิเคราะห์พื้นฐานเพราะไม่ได้เป็นการพิจารณาปัจจัยที่มากระทบราคา แต่เป็นการวิเคราะห์จากปริมาณแรงซื้อขายที่เกิดขึ้นในตลาดเลยตรง ๆ จึงเป็นอีกการวิเคราะห์รูปแบบหนึ่งที่นำมาใช้คาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำได้ ซึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคก็มีหลากหลายรูปแบบหลายวิธีการ และในที่นี้เราจะลองนำสองวิธีใช้กราฟเทคนิคมาประยุกต์ใช้กับการเทรดทองเบื้องต้นดังนี้


 – การใช้ Dow Theory –

16022122255908

ทฤษฎีนี้เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของราคามีลักษณะเป็นแนวโน้ม และราคาจะไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเส้นตรง แต่จะมีการปรับฐานเพื่อทดสอบแนวรับแนวต้านอยู่เสมอ และวิธีที่เราจะดูว่าราคาทองคำยังอยู่ในขาขึ้นก็คือ ราคาทองคำจะมีการทำจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) และยกจุดต่ำสุด (Higher Low) โดยที่ไม่วกกลับลงมาทำจุดต่ำที่ต่ำกว่าเดิม (Lower Low), และหากราคาทองคำกลังอยู่ในขาลง ราคาจะมีการเคลื่อนไหวแบบทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low) อยู่เสมอ และจะทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ (Lower High) โดยที่จะไม่มีการปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงที่สูงกว่าจุดก่อนหน้าเด็ดขาด  แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ ราคาทองคำก็จะเคลื่อนไหวแบบไม่มีแนวโน้มหรือ Sideway


 – การใช้ Moving Average –

16022123133016


วิธีนี้จะเตรียมเครื่องมือเล็กน้อย คือการเซ็ต indicator Moving Agerage (5, 10, 25, 75, 200) จำนวน 5 เส้นขึ้นมา โดยเชื่อว่าหากราคาทองคำเป็นขาขึ้น การเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยจะเป็นไปในแบบที่เส้นค่าเฉลี่ยน้อยลงไปหามาก (5, 10, 25, 75, 200) แต่ถ้าเส้นค่าเฉลี่ยราคาเรียงโดยเส้นค่าเฉลี่ยมากเรียงลงไปหาน้อย (200, 75, 25, 10, 5) นั่นแสดงว่าราคากำลังอยู่ในขาลง


การที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวแบบมีแนวโน้มทำให้การเทรดแบบมีกลยุทธ์นั้นเป็นไปได้ นั่นคือหากราคาเป็นขาขึ้น ควรอิงกลยุทธ์ในการเปิดสถานะ Long เป็นหลักเพื่อคาดหวังกำไรจากราคาในขาขึ้น เพราะราคาจะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เสมอและทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่า หรือหากราคาอยู่ในขาลงก็ควรอิงกลยุทธ์การเปิดสถานะ Short เป็นหลัก เพราะราคาจะทำจุดต่ำสุดใหม่อยู่เสมอ และทำให้มีโอกาสได้กำไรมากกว่า แต่หากราคาไม่ได้เข้าเงื่อนไขที่ทำให้เห็นภาพแนวโน้มชัดเจน เทรดเดอร์อาจเลือกไม่เปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง หรือใช้ indicator ตัวอื่นเพื่อจับการเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway แทน


3. ทิปส์ในการเทรดทองเบื้องต้น

หลังจากที่เราวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคาทองคำ และคาดการณ์แนวโน้มราคาด้วยกราฟเทคนิคเพื่อกำหนดกลยุทธ์กันไปแล้ว ทิปส์เล็ก ๆ ต่อไปนี้จะช่วยให้เทรดเดอร์มือใหม่จับจังหวะในการเทรดทองคำได้ดียิ่งขึ้น

 

- ทองคำมีการซื้อขายตามรอบการเปิดตลาดของแต่ละที่ เริ่มจากตลาดออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง ยุโรป และอเมริกา เริ่มซื้อขายตั้งแต่ 5.00-4.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย แต่ช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นและเหมาะกับการเทรดที่สุดจะเป็นช่วงการเปิดตลาดที่อเมริกาในเวลา 19.00-22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย


- โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีการให้บริการเทรดทองคำด้วยอักษรย่อ XAUUSD หรือ GOLD ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์อาจมีเงื่อนไขสเปรดราคาและ Leverage ต่างกัน และเทรดเดอร์ควรตรวจสอบข้อมูลและเงื่อนไขก่อนเทรด


- การวิเคราะห์พื้นฐานทำให้เราเห็นแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคา แต่การหาจุดเข้าทำออเดอร์หรือเปิดสถานะ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางเทคนิคเข้าช่วย


- การใช้เครื่องมืออย่าง Stop Loss / Trailing Stop จะช่วยจำกัดผลขาดทุนที่จะเกิดขึ้นได้ และทำให้เทรดเดอร์บริหารเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการตั้ง Stop Loss/ Trailing Stop กำกับการเทรดด้วยทุกครั้ง


- การเปิดออเดอร์ข้ามขึ้น หรือข้ามผ่านช่วงเวลา 4.00 น. ของแต่ละวันจะมี swap rate เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และคิดทบในแต่ละวัน ดังนั้นการเปิดออเดอร์ซื้อขายทองคำในระยะยาวจำเป็นต้องคำนวน Swap Rate เป็นต้นทุนส่วนหนึ่งด้วย


- การเทรดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนมากเช่น ช่วงที่มีการประกาศข้อมูลสำคัญ การประชุมของธนาคารกลาง อาจมีผลให้ตลาดทองคำมีความผันผวนมาก และคาดเดาไม่ได้ในช่วงสั้น เทรดเดอร์มือใหม่จึงควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเหล่านี้และเลือกเทรดตามแนวโน้มในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนไม่รุนแรงแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับปิดออเดอร์


16022136154818

ทองคำเป็นสินค้าที่ราคามีความผันผวน เวลาที่ถึงรอบวัฏจักรขาขึ้นก็สามารถขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ขณะเดียวกันเมื่อถึงรอบวัฏจักรขาลงก็ยังสามารถลงได้รวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่า จึงนับว่าสินค้าตัวนี้เหมาะกับการเทรดด้วยเครื่องมืออย่าง CFD ที่เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลงมากที่สุด แต่หากไม่ถึงรอบของสินค้าตัวนี้ ราคาก็อาจอยู่นิ่งได้เป็นเวลาหลายปีทีเดียว ดังนั้นช่วงเวลาเช่นนี้จึงเหมาะสำหรับการเทรดทองเป็นอย่างยิ่ง และข้อมูลเหล่านี้ก็คือทั้งหมดที่เทรดเดอร์มือใหม่เริ่มเทรดทองเบื้องต้นควรทราบ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการลงสนามจริงต่อไป


อย่างหนึ่งที่ต้องไม่ลืมคือวิธีการเทรดทองเบื้องต้นนั้นไม่มีสูตรตายตัว แต่เทรดเดอร์มือใหม่จำเป็นต้องแสวงหาประสบการณ์ในการเทรดเพื่อเป็นการต่อยอดเพิ่มเติมจากภาคทฤษฎีอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และคุ้นชินกับตลาดและสามารถทำกำไรได้ในระยะยาวต่อไป

เริ่มเทรดด้วยเพียง 3 ขั้นตอน

��

ทำไมเทรดกับ MiTrade  

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์สัญชาติออสเตรเลียที่ให้บริการ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  MiTrade กวาดมาแล้วทั้ง 'รางวัลแพลตฟอร์มเทรดบนมือถือที่ดีที่สุด' จาก Forex Awards ในปี 2019, 'รางวัลโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เติบโตเร็วสุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2019 / 2020 , 'รางวัลแอพพลิเคชั่นเทรดฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2020 และ 'รางวัลโบรกเกอร์ที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม' จากเว็บไซต์ FxDailyInfo ในปี 2020


16028372378147

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เนื่องจาก MiTrade ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) และถือ Australian Financial Services Licence (AFSL 398528) การซื้อขายและการจัดการต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทาง ASIC(วิธีการตรวจโบรกเกอร์ CFD)

และเงินทุนของท่านจะถูกเก็บแยกไว้ในบัญชีประเภททรัสต์ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศออสเตรเลีย

15990177839570

   ระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมความเสียงในการเทรดได้มากขึ้น

   อำนวยเครื่องมือการเทรดต่างๆ ให้ใช้ฟรี เช่น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค, ปฏิทินทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

   แพลตฟอร์มการเทรดที่พัฒนาขึ้นมาเอง ใช้งานที่เรียบง่าย  เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่อย่างมาก

   เจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการ 24 ชั่วโมง 5 วันทำการเพื่อแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ

   เลเวอเรจในการเทรดทองสูงถึง 1:100 ถือว่าไม่ต่ำและไม่สูงมากด้วย 

   ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น และด้วยการที่มีสเปรดต่ำ จะช่วยประยัดต้นทุนของนักลงทุน


โปรโมชั่น เพื่อตอบสนองลูกค้า MiTrade ได้จัดโปรโมชั่นรับโบนัสทดลองเทรด $50 USD โดยสามารถใช้โบนัสเป็นเงินมาร์จิ้นและยังสามารถถอนกำไรที่เทรดออกมาได้ด้วยและโบนัสฝากเงิน สูงสุดถึง $3, 000 USD ด้วย


15952350578112

*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา โปรดทราบว่าท่านจะไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์


เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

Share this story