Bitcoin (BTCUSD) ปรับขึ้น 1.03% ณ วันที่ 14 ก.ค. เวลา 01:10(ET) อยู่ที่ $62821.21 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับลง 1.33%

บิตคอยน์แสดงแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกเปลี่ยนทิศทางไปสู่สภาพแวดล้อมด้านสภาพคล่องที่เอื้ออำนวยมากขึ้น การทรงตัวของแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเมื่อไม่นานมานี้ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนการคาดการณ์เกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยผู้เข้าร่วมตลาดเริ่มคาดการณ์และรับรู้ถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลงและเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบิตคอยน์ในการดึงดูดกระแสเงินทุนไหลเข้าในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่เป็นที่ต้องการจากการเสื่อมค่าของเงินตรา
อุปสงค์จากสถาบันยังคงเป็นเสาหลักของการปรับตัวขึ้นของราคาในปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้จากกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิอย่างต่อเนื่องในกองทุน Spot Bitcoin ETF โดยเครื่องมือทางการเงินเหล่านี้ยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญสำหรับผู้จัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยดูดซับสภาพคล่องจากกระดานเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดจำนวนอุปทานหมุนเวียนอิสระที่มีอยู่ ขณะที่ตัวชี้วัดบนบล็อกเชน (On-chain metrics) ยืนยันแนวโน้มนี้ โดยแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายเหรียญไปยังที่อยู่สำหรับจัดเก็บระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยตอกย้ำถึงความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่เป็นเอกลักษณ์ของตลาดในยุคหลังปรากฏการณ์ Halving
ตลาดตราสารอนุพันธ์ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนแรงส่งในขาขึ้นผ่านการลดสถานะเลเวอเรจในฝั่งขาย (short positions) อย่างเป็นระบบและแข็งแกร่ง โดยเมื่อบิตคอยน์สามารถกลับมายืนเหนือระดับทางเทคนิคที่สำคัญได้อีกครั้ง การบังคับปิดสถานะฝั่งขายอย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ก็ช่วยหนุนราคาในเชิงยุทธวิธี ขณะเดียวกัน สถานะคงค้าง (Open Interest) ในตลาดออปชันบ่งชี้ถึงความต้องการเปิดรับโอกาสในฝั่งขาขึ้นที่เพิ่มขึ้น โดยมีการถือสถานะจำนวนมากในสัญญาออปชันฝั่งซื้อที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาด (out-of-the-money calls) ซึ่งจะหมดอายุในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมืออาชีพกำลังมองข้ามความผันผวนในระยะสั้น และหันไปให้ความสำคัญกับมูลค่าระยะยาวของสินทรัพย์ดังกล่าวภายในพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงแทน
บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้รับแรงหนุนจากการที่ไม่มีอุปสรรคด้านกฎระเบียบในระยะสั้น และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการนำสินทรัพย์นี้ไปใช้ในงบดุลของบริษัทต่าง ๆ แม้ว่านักลงทุนจะยังคงเฝ้าระวังเกี่ยวกับปัจจัยกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคที่อาจเกิดขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลก แต่มุมมองหลักในตลาดคือการทยอยสะสมสินทรัพย์ของกลุ่มสถาบัน การเคลื่อนไหวในปัจจุบันนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรไปสู่การเพิ่มขึ้นของมูลค่าอย่างเป็นระบบมากขึ้นซึ่งขับเคลื่อนโดยกระแสเงินทุน ในขณะที่บิตคอยน์กำลังสร้างความแข็งแกร่งให้กับบทบาทของตนในโครงสร้างทางการเงินโลก
ในเชิงเทคนิค Bitcoin (BTCUSD) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 677.611 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 47.993 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 28.172 แสดงถึงสภาวะซื้อ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด: