แพลเลเดียม (XPDUSD) ปรับลง 2.06% ณ วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 01:00(ET) อยู่ที่ $1251.26 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับลง 2.41%

แรงกดดันขาลงต่อราคาพัลลาเดียมในช่วงที่ผ่านมามีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการคาดการณ์นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่เปลี่ยนไปในโทนคุมเข้มทางการเงิน (hawkish) อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการลดลงของค่าพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ร่วมกันส่งผลให้อุปสงค์ในระยะสั้นและการปรับสถานะการลงทุนของนักลงทุนเปลี่ยนไป
ปัจจัยกระตุ้นหลักที่อยู่เบื้องหลังแรงเทขายดังกล่าวคือการปรับปรุงแนวทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยแม้ว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่รายงานสรุปประมาณการเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) และแผนภาพด็อทพล็อต (dot plot) ล่าสุดกลับสร้างความประหลาดใจด้วยท่าทีที่เข้มงวด (hawkish surprise) ซึ่งผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปีนี้ ควบคู่ไปกับการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ สิ่งนี้บ่งชี้ว่านโยบายการเงินจะยังคงอยู่ในระดับที่คุมเข้มยาวนานขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งลดความน่าดึงดูดของโลหะมีค่าที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเองอย่างมีนัยสำคัญ และกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายอย่างกว้างขวางในตลาดโลหะมีค่า
ในส่วนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างประเทศที่คลี่คลายลงได้ลดทอนค่าพรีเมียมความเสี่ยงที่เคยเป็นปัจจัยหนุนราคาพัลลาเดียม โดยการลงนามในข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อสร้างเสถียรภาพในตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานได้สำเร็จ และแม้ว่าการกลับสู่ภาวะปกติของเส้นทางการขนส่งสินค้าทั่วโลกจะส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรมในเชิงปัจจัยพื้นฐาน แต่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพดังกล่าวได้นำไปสู่การลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดโลหะ
เมื่อมองจากฝั่งอุปสงค์ พัลลาเดียมยังคงเผชิญกับปัจจัยท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นผู้บริโภคพัลลาเดียมรายใหญ่ที่สุดในโลก การเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่องไปสู่เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนทางเลือก รวมถึงการใช้แพลตตินัมที่มีต้นทุนคุ้มค่ากว่าเข้ามาทดแทนพัลลาเดียมในเครื่องฟอกไอเสีย (catalytic converters) ได้จำกัดการเติบโตของอุปสงค์ในระยะยาว แม้ว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงและปัญหาคอขวดด้านการขนส่งที่คลี่คลายลงอาจช่วยหนุนปริมาณการผลิตยานยนต์ในวงกว้างในระยะยาว แต่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในปัจจุบันและต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นกำลังฉุดรั้งกิจกรรมการซื้อในภาคอุตสาหกรรม และส่งผลให้การซื้อขายในตลาดส่งมอบจริง (physical market) ยังคงซบเซา
ในท้ายที่สุด การรวมกันของปัจจัยด้านเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง และค่าพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง ได้นำไปสู่การปรับฐานราคาใหม่ในตลาดพัลลาเดียม ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาดูดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตทั่วโลกและถ้อยแถลงของธนาคารกลางต่าง ๆ เพื่อประเมินว่าความอ่อนแอของราคานี้เป็นเพียงการปรับฐานชั่วคราว หรือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของอุปทานส่วนเกินเชิงโครงสร้างที่รุนแรงขึ้น
ในเชิงเทคนิค แพลเลเดียม (XPDUSD) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 12.262 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 39.282 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 67.005 แสดงถึงสภาวะขาย โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด: