วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 8 ส.ค. 2568

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้
วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ราคาทองคำในตลาดโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนที่น่าจับตา หลังจากพุ่งขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดในรอบสองสัปดาห์แต่ก็มีแรงเทขายสลับเข้ามาเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางของสินทรัพย์ปลอดภัยชนิดนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ณ ปัจจุบันราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 3,383 ดอลลาร์สหรัฐฯ
แรงหนุนและแรงต้าน เมื่อมหาอำนาจและธนาคารกลางเขย่าตลาด
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำทะยานขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มาจากการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางแห่งประเทศจีน (People’s Bank of China) ที่ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าสู่คลังสำรองอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน
ข้อมูลล่าสุดจาก Bloomberg ระบุว่าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จีนได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มอีก 60,000 ทรอยออนซ์ ทำให้ยอดรวมการถือครองขยับขึ้นเป็น 73.96 ล้านทรอยออนซ์ และหากนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว จีนได้กว้านซื้อทองคำไปแล้วกว่า 36 ตัน
การเข้าซื้ออย่างมหาศาลของกลุ่มธนาคารกลางทั่วโลก โดยมีจีนเป็นผู้นำ ถือเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้นกว่า 30% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาสูงมาก อาจทำให้แรงซื้อจากธนาคารกลางชะลอตัวลงได้ในอนาคต
ในขณะเดียวกัน ตลาดก็เผชิญกับแรงกดดันที่สั่นคลอนสถานะของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อมีรายงานข่าวว่า สหรัฐอเมริกาและรัสเซียอาจจัดการประชุมสุดยอดทวิภาคีเพื่อเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในเร็วๆ นี้
ข่าวดังกล่าวได้จุดประกายความหวังให้กับนักลงทุนและกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในทองคำ อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบนี้ถูกลดความน่าสนใจลงจากการที่ประธานาธิบดี Donald Trump ออกมาส่งสัญญาณคุกคามด้านภาษีครั้งใหม่ ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จากกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจกลับมาพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกันยายน ซึ่งสภาวะเช่นนี้ถือเป็นผลดีต่อราคาทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชี้ชะตา สัญญาณที่นักลงทุนทองคำต้องจับตา
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ส่งผลบวกต่อราคาทองคำโดยตรง คือข้อมูลจากภาคแรงงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาน่าผิดหวัง กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 สิงหาคม พุ่งขึ้นสู่ระดับ 226,000 ราย ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 220,000 ราย
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณความอ่อนแอของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เฟดต้องพิจารณานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นเพื่อพยุงเศรษฐกิจ และนั่นคือเหตุผลที่ราคาทองคำดีดตัวสูงขึ้นทันทีหลังจากที่ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยออกมา
นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องก็ปรับตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเพิ่มเสน่ห์ให้กับทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัยจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
เจาะลึกเบื้องหลัง สหรัฐฯ คุมราคาทองคำได้จริงหรือ? มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำ ได้เกิดทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ นานา โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจเข้ามาแทรกแซงหรือ “รีเซ็ต” ราคาทองคำเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของประเทศ
อย่างไรก็ตาม Jeffrey Christian หุ้นส่วนผู้จัดการของ CPM Group ได้ออกมาให้ทรรศนะที่น่าสนใจว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ผิดหลักการ และไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง เขาได้ชี้แจงว่าหากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศรับซื้อทองคำในราคาที่สูงลิ่ว เช่น 10,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งที่ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 3,450 ดอลลาร์ รัฐบาลจะต้องกู้ยืมเงินมหาศาลเพื่อมาดำเนินการ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อค่าเงินดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ย
ในขณะเดียวกัน นักเก็งกำไรก็จะกว้านซื้อทองคำจากตลาดในราคาปกติแล้วนำไปขายต่อให้รัฐบาลเพื่อทำกำไร จนกว่ารัฐบาลจะหยุดซื้อ ซึ่งทันทีที่หยุด ราคาทองคำก็จะดิ่งกลับลงมาสู่ระดับราคาตามกลไกตลาดที่แท้จริง
ในทางกลับกัน หากรัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาด้วยการขายทองคำสำรองจำนวน 261 ล้านออนซ์ที่ถือครองอยู่ออกมาในราคาสูงถึง 18,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมซื้อทองคำในราคาที่สูงกว่าตลาดถึงห้าเท่า
ในทางตรงกันข้าม การประกาศว่าจะเทขายทองคำจำนวนมหาศาลขนาดนั้น ซึ่งเทียบเท่ากับอุปทานทองคำใหม่ที่เข้าสู่ตลาดถึงสองปี จะทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกดิ่งเหวอย่างรุนแรง ที่สำคัญที่สุด แม้จะขายทองคำได้ทั้งหมดในราคานั้นจริง ก็จะได้เงินเพียงประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่สูงถึง 38 ล้านล้านดอลลาร์
ดังนั้น แนวคิดเหล่านี้จึงเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจในกลไกตลาดอย่างแท้จริง
วิเคราะห์กราฟทองวันนี้
จากที่เราได้คาดการณ์ไว้เมื่อวานนี้ ราคาทองคำได้แสดงพลังของฝั่งกระทิงอย่างชัดเจน โดยสามารถดีดตัวจากฐานแนวรับ $3,360-$3,372 ขึ้นไปทดสอบแนวต้านเป้าหมายที่โซน $3,400 ได้สำเร็จตามคาด
แต่ภาพที่ปรากฏในวันนี้คือการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมอย่างฉับพลัน หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นไปแตะบริเวณแนวต้านสำคัญที่ $3,405 ก็ไม่สามารถผ่านไปได้ กลับถูกแรงเทขายมหาศาลกดดันอย่างหนักหน่วง จนเกิดเป็นแท่งเทียนสีแดงยาวใหญ่ในกราฟราย 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าพลังของฝั่งกระทิงเริ่มแผ่วลง และฝั่งหมีได้กลับเข้ามาคุมเกมอีกครั้ง
เมื่อพิจารณาจากอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคจะเห็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนขึ้น ภาพที่เคยเป็นบวกตอนนี้อาจจะกำลังพลิกกลับ โดยอินดิเคเตอร์ Stochastic RSI แสดงเส้นกราฟที่กำลังจะตัดกันและทิ้งตัวลงมาจากโซนซื้อมากเกินไป (Overbought) สะท้อนว่าแรงซื้ออาจจะกำลังหมดลง สอดคล้องกับอินดิเคเตอร์ RSI ที่หักหัวลงอย่างรวดเร็วและกำลังมุ่งหน้ากลับสู่เส้นกลางที่ระดับ 50 ซึ่งเป็นการยืนยันการสูญเสียโมเมนตัมฝั่งขาขึ้น
สำหรับแนวโน้มในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า จุดชี้ชะตาที่สำคัญคือแนวรับบริเวณ $3,372 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นเดิมที่เคยส่งราคาดีดตัวขึ้นไป หากแรงขายยังคงถาโถมจนราคาทะลุแนวรับนี้ลงไปได้ จะเป็นการยืนยันการกลับตัวเป็นขาลงอีกครั้ง และเปิดทางให้ราคาดิ่งลงไปหาเป้าหมายถัดไปที่แนวรับ $3,350
ในทางกลับกัน หากฝั่งกระทิงสามารถกลับมารวมพลังและยืนเหนือแนวรับ $3,372 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ก็อาจเป็นเพียงการย่อตัวเพื่อสะสมกำลังก่อนจะพยายามปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
แนวรับสำคัญที่ต้องจับตามอง
$3,372
$3,350
$3,338
แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตามอง
$3,400
$3,415
$3,439
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน