วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 25 พฤษภาคม 2026

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
ราคาทองคำ (XAUUSD) ดีดขึ้นมาที่ระดับ 4,567 ดอลลาร์ บวกราว +1.27% หลังจากร่วงไปแตะโซน $4,500 เมื่อปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา แรงซื้อหลักมาจากข่าวการเจรจาสหรัฐฯ กับอิหร่านมีสัญญาณคืบหน้า ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวและเปิดช่องให้ทองได้รับแรงหนุน
แต่วันนี้ตลาดฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปปิดทำการพร้อมกัน (Memorial Day + UK Spring Bank Holiday) ทำให้ปริมาณซื้อขายในตลาดบางมาก ปัจจัยตัดสินใจจริงๆ ของสัปดาห์นี้คือข้อมูล PCE วันพฤหัสบดี
สรุปประเด็นสำคัญวันนี้
ข้อตกลง US-Iran ใกล้จบจริงหรือ? ทองวิ่งขึ้นเกือบ $70 เพราะอะไร?
Bloomberg รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่าวอชิงตันและเตหะรานส่งสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจายุติสงคราม ดีลที่อยู่บนโต๊ะคือหยุดยิง 60 วัน + เปิด Hormuz + วางแผนเจรจาต่อเรื่องโครงการนิวเคลียร์
Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บอกว่ามีความคืบหน้า "เป็นไปได้ แต่ยังไม่สรุป" และมีโอกาสที่จะได้ช่องแคบ "เปิด และไม่มีค่าผ่านทาง" ในเร็วๆ นี้
แต่ Trump ออกมาพูดว่าสั่งทีมเจรจาไม่ต้องรีบ ซึ่งสวนทางกับที่วันเสาร์เขาบอกว่าดีลใกล้ ส่วน Esmail Baghaei โฆษกอิหร่านพูดว่าทั้งสองฝ่ายอยู่ก็ "ยังตกลงกันไม่ได้"
ถ้าดีลสำเร็จจริง ทองอาจร่วงระยะสั้นเพราะ Risk-Off ลดลง น้ำมันถูกลง เงินเฟ้อเบาลง แต่ถ้าดีลล้ม ทองวิ่งขึ้นอีกรอบ
Consumer Sentiment ดิ่ง 44.8 คนอเมริกันกำลังบอกอะไรเรา?
ทองร่วงลงไปทดสอบโซน $4,500 เมื่อปิดตลาดวันศุกร์ หลังจากที่ราคาน้ำมันสูงกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สิ่งที่จุดชนวนนี้คือ University of Michigan Consumer Sentiment ที่ออกมาที่ 44.8 ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 48.2 และต่ำกว่าเดือนเมษายนที่ 49.8 นี่คือการร่วงต่อเนื่อง 3 เดือนติด
ที่น่ากลัวกว่าตัวเลข Sentiment คือ ความคาดหวังของอัตราเงินเฟ้อในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ขยับจาก 4.7% เป็น 4.8% และระยะยาว พุ่งจาก 3.5% เป็น 3.9% สูงกว่าช่วงปกติปี 2024 ที่อยู่แค่ 2.8-3.2% มาก ความน่ากลัวของตัวเลขนี้คือมันสะท้อนว่าคนอเมริกันเริ่มเชื่อว่าเงินเฟ้อจะอยู่กับพวกเขานาน ไม่ใช่แค่ชั่วคราว
สำหรับทอง Consumer Sentiment ต่ำ เท่ากับเศรษฐกิจอ่อนแอ คนกลัวแล้วก็จะซื้อทอง นั่นคือแรงหนุน
แต่ความคาดหวังด้านเงินเฟ้อสูง เท่ากับ Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนถือทองสูงขึ้น คนก็จะขายทอง ตอนนี้ทั้งสองแรงกำลังดึงกันอยู่ และ PCE วันพฤหัสบดีจะเป็นตัวบอกว่าแรงไหนจะชนะในระยะสั้น
Bond Yield 5% คือระเบิด ที่ยังไม่ระเบิด
นี่อาจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับทองในระยะกลาง แต่คนทั่วไปมักมองข้าม Yield ของ 30-year US Treasury ยืนเหนือ 5% และ 10-year เหนือ 4.5% ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดพันธบัตรโลกเริ่มกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่ตอนนี้เกิน 100% ของ GDP แล้ว
Naeem Aslam CIO ของ Zaye Capital Markets บอกว่ายังไม่ถึงขั้นวิกฤต Bond แต่ใกล้เข้ามาทุกที สัญญาณที่ต้องจับตาคือ ถ้า Long-term Yield ขึ้นต่อ แต่ทองหยุดร่วง นั่นหมายความว่านักลงทุนเริ่มมองว่า Yield สูงไม่ใช่เหตุผลที่จะหลีกเลี่ยงทองอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเป็นเหตุผลที่จะถือทอง และนั่นจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
John Murillo CBO ของ B2BROKER มองต่างออกไปและพูดตรงๆ ว่าสถานการณ์อาจแย่ก่อนจะดีขึ้น เขาเตือนว่าทองยังเผชิณแรงกดดันจากประธานเฟดอย่าง Kevin Warsh ที่มีท่าที Hawkish กว่าคนก่อน และตอนนี้ CME FedWatch ให้โอกาสถึง 42% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ก่อนสิ้นปี เพิ่มขึ้นจาก 0% เมื่อเดือนที่แล้ว ในขณะที่ TD Securities มองว่าถ้า Yield ขึ้นต่อ ทองเสี่ยงทดสอบแนวรับ $4,350 ซึ่งเรื่องนี้จะออกยังไงขึ้นอยู่กับ PCE สัปดาห์นี้เป็นสำคัญ
วิเคราะห์กราฟเทคนิคราคาทองคำ (XAUUSD)
จากกราฟ H4 ภาพรวมค่อนข้างชัด โครงสร้างขาลงยังอยู่ครบ EMA เป็นสัญญาณหมีเต็มรูปแบบ แต่ RSI Bullish Divergence หมายความว่าโมเมนตัมขาลงกำลังหมดแรง แรงซื้อเริ่มกลับเข้ามา แม้ราคายังไม่ยืนยัน Reversal อย่างเป็นทางการ แต่มันคือสัญญาณสำคัญที่นักเทรดเก่าๆ ไม่มองข้าม
Gap Zone ที่ต้องจับตา: มีช่อง Gap ในโซน $4,536-$4,560 ราคาปัจจุบัน $4,567 เพิ่งผ่าน Gap ขึ้นมา ซึ่งมักจะกลับลงมี Retest อีกครั้ง ซึ่งถ้าทองยืนเหนือโซนนี้ได้หลัง Retest สัญญาณ Bullish ที่ดีขึ้นอีก
แนวโน้มราคาทองคำวันนี้
ความเป็นไปได้
Bull Case: ทองยืนเหนือ $4,560 ได้หลัง Retest + ข่าว US-Iran ยังเป็นบวกต่อเนื่อง + ดอลลาร์อ่อนตัว ถ้าเป็นแบบนี้ เป้าถัดไปคือ $4,605 ก่อน จากนั้นถ้าข้ามได้ก็ไปต่อที่ $4,639 และ $4,667 แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าการทะลุ EMA 200 ที่ $4,667 ขึ้นไปต้องการปัจจัยหนุนแรงมาก
Bear Case: ถ้าทองหลุด $4,536 เป้าถัดไปคือ $4,501 และ $4,450 ในกรณีเลวร้าย อาจทดสอบแนวรับที่ $4,350
Sideway : วันนี้ Volume ตลาดบาง ราคาแกว่งใน Range $4,536-$4,605 รอตัวเลขสำคัญสัปดาห์นี้ และสถานะการณ์สงคราม กรณีนี้เป็นความเป็นไปได้สูงที่สุดสำหรับวันนี้
กลยุทธ์การเทรดวันนี้
วันนี้ไม่ใช่วันที่เหมาะกับการเปิด Position ใหม่ใหญ่ ตลาด 3 แห่งปิดพร้อมกัน Volume บางมาก ราคาแกว่งกว้างได้ Stop Loss โดนลากง่าย
สำหรับคนที่ยังอยากเทรด กลยุทธ์ที่ระมัดระวังที่สุดคือรอให้ราคา Retest โซน $4,536-$4,560 แล้วดูว่ามีแรงซื้อกลับหรือเปล่า ถ้าเห็น Price Action ยืนยัน เช่น Bullish Engulfing หรือ Pin Bar ค่อย Long เบาๆ โดย Stop Loss ใต้ $4,520 และ Target แรกที่ $4,605
สำหรับคนที่มี Long Position อยู่แล้ว ถ้าทองยืนเหนือ $4,560 ได้ให้ Trailing Stop ขึ้นมาเรื่อยๆ อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน เพราะสัปดาห์นี้มีตัวเลขใหญ่หลายตัวที่พลิกสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ

กรอบแนวรับ-แนวต้าน ประจำวัน
คำถามวันนี้ (FAQ)
ถ้าสหรัฐฯ กับอิหร่านตกลงกันได้จริง ทองจะร่วงไหม?
ระยะสั้นมีโอกาสสูงที่ทองจะร่วง เพราะ Risk-Off ลดลง น้ำมันถูกลง เงินเฟ้อเบาลง ดอลลาร์แข็งขึ้น แต่ยังมีปัจจัยหนุนทองที่ไม่ได้หายไปแม้ดีลจบ ทั้ง Bond Yield ที่ยังสูง เงินเฟ้อที่ยังอยู่และ Central Bank ทั่วโลกที่ยังซื้อทองต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าดีลจบ มันน่าจะเป็น "Sell the News" ชั่วคราวมากกว่าการร่วงระยะยาว จับตาดูว่าทองจะยืนเหนือแนวรับ $4,450-4,500 ไว้ได้ไหม
PCE สำคัญขนาดไหนกับราคาทองสัปดาห์นี้?
PCE คือตัววัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้อ้างอิงในการตัดสินใจนโยบายดอกเบี้ย และสัปดาห์นี้ตลาดจะสนใจ PCE มากกว่าตัวเลข GDP รอบสอง ถ้า PCE ร้อนกว่าคาด โอกาสขึ้นดอกเบี้ยพุ่ง ซึ่งปัจจุบัน CME FedWatch ให้ไว้แล้ว 42% ตัวเลขนี้อาจกระโดดเป็น 60-70% ได้ทันที และนั่นคือแรงกดดันทองหนักมาก ในทางกลับกันถ้า PCE เย็นกว่าคาด ทองน่าจะวิ่งขึ้นได้ต่อสบายๆ
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน



