วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 8 มกราคม 2569

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้
สถานการณ์ล่าสุดในตลาดโลหะมีค่าเช้านี้ ราคาทองคำ XAUUSD ปรับตัวลดลงมาแตะระดับ 4,450 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับฐานลงมาหลังจากที่พุ่งแตะระดับ 4,500 ดอลลาร์ ในช่วงก่อนหน้า
สิ่งที่น่าสนใจคือปฏิกิริยาของตลาดที่ดูเหมือนจะเมินเฉยต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงอย่างการจับกุมตัว Nicolas Maduro ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาโดยสหรัฐฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเลือกที่จะมองข้ามความตึงเครียดนี้และหันไปโฟกัสที่การปรับพอร์ตเพื่อทำกำไรระยะสั้นแทน
David Meger ผู้อำนวยการฝ่ายการซื้อขายโลหะที่ High Ridge Futures มองว่านี่คือการพักฐานตามปกติหลังจากราคาพุ่งขึ้นแรงเกินไป แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่คือสัญญาณทางเทคนิคและการเคลื่อนไหวของเงินทุนกองทุนขนาดใหญ่ที่กำลังปรับสมดุลพอร์ต ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับนักเทรดที่กำลังมองหาจังหวะเข้าสะสมหรือหนีตายในช่วงนี้
ย้อนแย้งแห่งปี 2026 ตัวเลขจ้างงานพังยับ แต่ทำไมทองคำไม่พุ่ง
ตามตำราเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่ ดอลลาร์ควรจะอ่อนค่าและราคาทองคำควรจะดีดตัวขึ้นเพื่อรับข่าวการลดดอกเบี้ยของ Fed
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันพุธกลับตาลปัตร ข้อมูลจาก JOLTS ชี้ว่าตำแหน่งงานว่างในเดือนธันวาคมลดลงเหลือเพียง 7.15 ล้านตำแหน่ง ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2021 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก
นอกจากนี้ รายงานการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ก็ระบุว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 41,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าคาดเช่นกัน
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในสถานการณ์ปกติจะเป็นแรงหนุนชั้นดีให้ทองคำพุ่ง
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ราคาทองคำไม่ตอบสนองในทิศทางบวกทันทีอาจมาจากรายงานอีกฉบับที่สวนทางกัน คือดัชนี PMI ภาคบริการจาก ISM ที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 54.4 ในเดือนธันวาคม ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ดีและแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้มาก
ตัวเลขนี้ทำให้นักลงทุนเกิดความสับสนในทิศทางเศรษฐกิจระยะสั้น และเลือกที่จะถือเงินสดหรือล็อกกำไรออกมาดูสถานการณ์ก่อน แทนที่จะไล่ราคาต่อ
นอกจากนี้ Steve Miller ประธานคณะกรรมการสำรวจธุรกิจบริการของ ISM ยังระบุว่าดัชนีการจ้างงานในภาคบริการกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ดูแย่ไปเสียทั้งหมดในสายตาของนักเก็งกำไรค่าเงินดอลลาร์
แรงกดดันจากกองทุนยักษ์ใหญ่และการปรับพอร์ตครั้งมโหฬาร
ประเด็นที่ลึกซึ้งสำหรับสถานการณ์นี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลไกการทำงานของกองทุนระดับโลก
Ole Hansen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Saxo Bank ได้ชี้ให้เห็นจุดที่น่ากังวลที่สุดในระยะสั้น นั่นคือความเสี่ยงจากการ Rebalancing หรือการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน
ในปี 2025 ที่ผ่านมา ทองคำสร้างผลตอบแทนพุ่งสูงถึง 67% และเงินพุ่งเกือบ 150% ทำให้สินทรัพย์เหล่านี้มีสัดส่วนเกินน้ำหนักในพอร์ตของกองทุนดัชนีต่างๆ กฎเหล็กของกองทุนเหล่านี้คือต้องขายสินทรัพย์ที่กำไรดีออกเพื่อกลับไปถือในสัดส่วนที่กำหนดไว้
ข้อมูลจาก Goldman Sachs ประเมินว่าตลาดทองคำอาจเผชิญกับแรงเทขายจากการปรับพอร์ตนี้มูลค่าสูงถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ และอีก 5 พันล้านดอลลาร์ในตลาดเงิน ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลออกโดยไม่สนใจปัจจัยพื้นฐาน
นี่คือคำอธิบายว่าทำไมราคาทองคำถึงร่วงลงทั้งที่ข่าวเศรษฐกิจสนับสนุนให้ขึ้น นอกจากนี้ สัญญาณทางเทคนิคของแร่เงิน (Silver) ก็ส่งสัญญาณอันตรายด้วยรูปแบบ Double-top reversal ในกราฟรายวัน
หากราคาฟิวเจอร์สเดือนมีนาคมหลุดต่ำกว่า 69.255 ดอลลาร์ อาจเกิดแรงเทขายตามมาอย่างหนัก และโดยปกติแล้วราคาแร่เงินมักจะนำหน้าราคาทองคำเสมอ นักลงทุนจึงต้องจับตาดูแนวรับนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากแนวรับแตก มันอาจดึงราคาทองคำให้ร่วงตามลงไปได้อีกระลอก
มองข้ามช็อตสู่เป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์ และบทบาทใหม่ของทองคำ
แม้ภาพระยะสั้นจะดูผันผวนและเต็มไปด้วยแรงเทขายทางเทคนิค แต่ภาพระยะยาวยังคงดูสดใส โดย Ole Hansen ยังคงมองบวกและให้เป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ในปี 2026 โดยให้เหตุผลว่าทองคำได้เปลี่ยนสถานะจากเพียงแค่เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ กลายเป็นสินทรัพย์หลักทางการเงินและทางเลือกที่สำคัญแทนดอลลาร์สหรัฐฯ
ในยุคที่โลกแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ การที่ธนาคารกลางจีนเดินหน้าซื้อทองคำเข้าสู่ทุนสำรองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 โดยซื้อเพิ่มอีก 30,000 ออนซ์ในเดือนที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำว่าความต้องการจากภาครัฐ ยังคงแข็งแกร่งและเป็นฐานรับราคาที่สำคัญ
ดังนั้น สำหรับนักลงทุนและนักเกร็งกำไร การย่อตัวลงมาที่ระดับ 4,450 ดอลลาร์ หรือต่ำกว่านี้ อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของขาขึ้น แต่เป็นเพียงการสะดุดขาตัวเองชั่วคราวจากแรงขายทางเทคนิคและการปรับพอร์ตของกองทุน
หากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm Payrolls) ในวันศุกร์นี้ออกมาต่ำกว่าคาดตามรอย ADP และ JOLTS แรงกดดันให้ Fed ลดดอกเบี้ยจะกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง
และเมื่อแรงขายจากการปรับพอร์ตจบลง ราคาทองคำก็พร้อมที่จะดีดตัวกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม หรือมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์ ตามที่นักวิเคราะห์ชั้นนำคาดการณ์ไว้ การปรับฐานครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบจิตใจว่าคุณมองเห็นโอกาสในวิกฤต หรือเห็นเพียงความตื่นตระหนกในตลาดเท่านั้น
วิเคราะห์กราฟทองวันนี้
สถานการณ์ของราคาทองคำดำเนินไปตามที่เราประเมินไว้ โดยหลังจากที่ราคาทองคำพยายามไต่ระดับขึ้นไปทดสอบบริเวณ Fibonacci Extension 141.4% ที่ระดับ 4,480 ดอลลาร์ แรงเทขายทำกำไรระยะสั้นก็ได้กดดันให้ราคาเกิดการย่อตัวลงมา (Throwback)
ปัจจุบันราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 4,447 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการกลับลงมาทดสอบโซนแนวรับแรกที่เราให้ความสำคัญไว้เมื่อวานนี้ การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ยังคงถือว่าเป็น “การพักฐานเพื่อไปต่อ”ตราบใดที่ราคายังคงประคองตัวอยู่ในกรอบ Parallel Channel ขาขึ้นได้อย่างมั่นคง
เมื่อดูในกราฟราย 4 ชั่วโมง จะเห็นได้ว่าแท่งเทียนล่าสุดกำลังพยายามสร้างฐานบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (EMA) ระยะสั้น สอดคล้องกับระดับแนวรับทางจิตวิทยาและ Fibonacci 127.2% ที่บริเวณ 4,433 ดอลลาร์ จุดนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดในรอบวัน
เพราะหากพิจารณาจาก Indicator อย่าง Stochastic RSI ที่ทิ้งตัวลงมาจากโซน Overbought อย่างรวดเร็ว บ่งชี้ว่าแรงส่งขาขึ้นในระยะสั้นได้ถูกระบายออกไปพอสมควรแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับฝั่งขาขึ้น
เพราะเมื่อโมเมนตัมเข้าสู่โซน Oversold (ขายมากเกินไป) ในขณะที่เทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบการดีดตัวครั้งใหม่
อย่างไรก็ตาม RSI ได้เริ่มหักหัวลงต่ำกว่าระดับ 60 เล็กน้อย สะท้อนว่าความผันผวนในระยะสั้นยังมีอยู่ และตลาดกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจเลือกทางว่าจะพักตัวลึกกว่านี้หรือจะดีดกลับทันที
สำหรับแนวโน้มในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า จุดสำคัญอยู่ที่พฤติกรรมของราคา ณ โซน 4,433 – 4,440 ดอลลาร์
หากแท่งเทียน 4 ชั่วโมงสามารถปิดเหนือโซนนี้ได้และเริ่มมีไส้เทียนด้านล่างยาว (Rejection Wick) ปรากฏให้เห็น จะเป็นการยืนยันว่าแรงซื้อยังคงรอรับอยู่ที่แนวรับนี้อย่างหนาแน่น และมีโอกาสสูงที่ราคาจะดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิมที่ 4,480 ดอลลาร์อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายระยะกลางถัดไปที่ Fibonacci 161.8% บริเวณ 4,551 ดอลลาร์
แต่ในทางกลับกัน หากแรงขายยังมีต่อเนื่องจนราคาหลุดระดับ 4,433 ดอลลาร์ลงมาอย่างชัดเจน เราอาจได้เห็นการพักตัวที่ลึกขึ้น โดยมีเป้าหมายถัดไปที่บริเวณเส้นกึ่งกลางของ Channel หรือแนวรับแข็งแกร่งเดิมที่ 4,342 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นจุดที่เส้น EMA ระยะกลางรอรับอยู่
ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการจับตาดูการฟอร์มตัวของแท่งเทียนในโซนปัจจุบันอย่างใกล้ชิด เพื่อหาจังหวะเข้าทำกำไรเมื่อตลาดเริ่มส่งสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน แทนที่จะรีบเข้าสวนเทรนด์ในขณะที่แรงขายยังไม่สะเด็ดน้ำ

แนวรับสำคัญที่ต้องจับตามอง
$4,333
$4,400
$4,342
แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตามอง
$4,480
$4,520
$4,550
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


