วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 13 มกราคม 2026

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
ราคาทองคำ (XAUUSD) สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ด้วยการพุ่งทะยานทำ All-Time High ที่ระดับ 4,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะย่อตัวลงมาซื้อขายบริเวณ 4,580 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าวันนี้ สาเหตุหลักมาจากภาวะ “Panic Buy” ของนักลงทุนสถาบันทั่วโลก ที่ตอบรับข่าว Jerome Powell ประธานเฟด ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกหมายเรียกสอบสวนทางอาญา ซึ่งสั่นคลอนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างรุนแรง
ผสมโรงกับมาตรการจำกัดการส่งออกแร่เงินของจีน และความตึงเครียดในอิหร่าน ส่งผลให้ทองคำกลายเป็น “หลุมหลบภัยสุดท้าย” ในเวลานี้ โดยนักลงทุนกำลังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI คืนนี้เพื่อยืนยันทิศทางต่อไป
สรุป 3 ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนทองคำวันนี้
วิกฤตศรัทธาต่อสถาบันการเงินสหรัฐฯ: ข่าวการสอบสวนทางอาญาต่อ Jerome Powell ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่ถูกตีความว่าเป็นการทำลาย “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” เมื่อนโยบายการเงินถูกแทรกแซงโดยการเมือง ค่าเงินดอลลาร์จึงเสี่ยงต่อการด้อยค่าระยะยาว หนุนให้กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำเพื่อประกันความเสี่ยง
จีนเปิดศึก “สงครามแร่ธาตุ”: การที่จีนบังคับใช้กฎหมายควบคุมการส่งออกแร่เงิน โดยอนุญาตเพียง 44 บริษัท ส่งผลให้ราคาแร่เงินพุ่งทะลุ 85 ดอลลาร์ และเกิดปรากฏการณ์ “Sympathy Rally” ดึงราคาทองคำขึ้นตามไปด้วย สะท้อนความเสี่ยงด้าน Supply Chain โลกที่ตึงตัวขึ้น
จับตาเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาดอกเบี้ย: คืนนี้เวลา 20.30 น. สหรัฐฯ จะประกาศตัวเลข CPI เดือนธันวาคม (คาดการณ์ 2.7%) หากตัวเลขออกมา “ต่ำกว่าคาด” จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้เฟดต้องลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น (ตามแรงกดดันการเมือง) ซึ่งจะเป็นแรงหนุนชั้นดีให้ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,650 ดอลลาร์
เมื่อ “เฟด” ตกเป็นเป้าโจมตี อะไรคือผลกระทบต่อราคาทองคำ?
ปัจจัยที่รุนแรงที่สุดที่ผลักดันราคาทองคำให้พุ่งทะลุทุกแนวต้านในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา คือวิกฤตความขัดแย้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเงินสหรัฐฯ ยุคใหม่ ระหว่างฝ่ายบริหาร (ทำเนียบขาว) และธนาคารกลาง (เฟด)
Jerome Powell ประธานเฟด เปิดเผยว่ากระทรวงยุติธรรม (DOJ) ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกหมายเรียกและขู่ฟ้องร้องคดีอาญาต่อเขา โดยอ้างมูลเหตุจากการเบิกจ่ายงบประมาณปรับปรุงอาคารสำนักงานเฟดมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์และตัว Powell เองมองว่า นี่คือ “ข้ออ้าง” ทางการเมือง เพื่อบีบบังคับให้เฟดต้องยอมจำนนและปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามความต้องการของประธานาธิบดี
ในทางเศรษฐศาสตร์ ทองคำคือ “สกุลเงินที่ไม่มีหนี้สินของใครหนุนหลัง” (Non-Liability Currency) เมื่อนักลงทุนเริ่มไม่ไว้ใจในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือค่าเงินดอลลาร์ เพราะเกรงว่ารัฐบาลจะแทรกแซงเฟดเพื่อพิมพ์เงินออกมาใช้หนี้ (Monetizing Debt) นักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางทั่วโลกจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องโยกเงินทุนสำรองเข้าสู่ทองคำ
สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับวิกฤตในอดีต แต่รุนแรงกว่าตรงที่มีการใช้กระบวนการยุติธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ค่าพรีเมียมความเสี่ยง (Risk Premium) ของทองคำพุ่งสูงขึ้นทันที
และแน่นอนว่าตลาดการเงินเกลียด “ความไม่แน่นอน” มากที่สุด การที่ประธานธนาคารกลางผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจโลกถูกขู่ดำเนินคดีอาญา สร้างความหวาดผวาว่านโยบายการเงินของสหรัฐฯ กำลังจะสูญเสียหลักการและเปลี่ยนทิศทางไปตามกระแสการเมือง
ภูมิรัฐศาสตร์เดือด จากอิหร่านถึงกรีนแลนด์ โลกกำลังไร้ระเบียบ?
นอกจากประเด็นภายในสหรัฐฯ แล้ว สถานการณ์ต่างประเทศ ยังคงร้อนแรงและเป็นปัจจัยหนุนให้กับราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง
ความวุ่นวายในอิหร่าน (Iran Unrest): การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านขยายวงกว้างจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ทรัมป์ขู่จะใช้มาตรการรุนแรงตอบโต้หากมีการปราบปรามประชาชน ความเสี่ยงนี้อาจนำไปสู่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะดันราคาน้ำมันและทองคำขึ้นพร้อมกัน
ทรัพยากรชาตินิยม: รายงานระบุว่าสหรัฐฯ ให้ความสนใจในแร่ธาตุหายากของ “กรีนแลนด์” จนนำไปสู่ความขัดแย้งกับเดนมาร์กและยุโรป รวมถึงกรณีเวเนซุเอลา เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนว่า มหาอำนาจกำลังแย่งชิงทรัพยากร ซึ่งจะยิ่งทำให้ราคา Commodities (รวมถึงทองคำ) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว
วิเคราะห์ผลกระทบ “Silver Squeeze” เมื่อจีนจำกัดการส่งออก
นักลงทุนทองคำจำเป็นต้องจับตาดูราคา “แร่เงิน” (Silver) อย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ Silver กำลังทำหน้าที่เป็น Leading Indicator ให้กับทองคำ
นโยบายใหม่จีน: ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 จีน (ผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก) จำกัดโควตาการส่งออกแร่เงินอย่างเข้มงวด
ผลกระทบ: ราคา Silver พุ่งทะยานกว่า 7% ในวันเดียว ยืนเหนือ 85 ดอลลาร์ การที่ Silver ขาดแคลน ทำให้อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio) ปรับตัวลดลง ซึ่งในเชิงเทคนิค เมื่อ Silver วิ่งแรง มักจะดึงดูดเม็ดเงินเก็งกำไรเข้าสู่ตลาดทองคำด้วย (Correlation สูง)
นี่คือ “สงครามการค้า” รูปแบบใหม่ที่ใช้วัตถุดิบเป็นตัวประกัน และมันจะทำให้เงินเฟ้อในภาคการผลิตพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ
วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจผ่านข้อมูล NFP และ CPI
แม้จะมีข่าวดราม่าทางการเมือง แต่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Macroeconomics) ก็ยังสนับสนุนขาขึ้นของทองคำอย่างเต็มที่
ภาพลวงของตลาดแรงงาน แม้ตัวเลขการจ้างงานเดือนล่าสุดจะดูเหมือนเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่ง แต่สิ่งที่ตลาดกังวลคือ “การปรับลดตัวเลขย้อนหลัง” (Negative Revisions) ของเดือน ต.ค. และ พ.ย. รวมกันหายไปกว่า 76,000 ตำแหน่ง
หมายความว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวเร็วกว่าที่คิด (Recession Risk) ซึ่งจะบีบให้เฟดต้องลดดอกเบี้ยแน่นอนในปีนี้ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตามคาดการณ์ CPI คืนนี้
Forecast: ตลาดคาด CPI ที่ 2.7% YoY
หาก CPI ต่ำกว่า 2.7%: ตลาดจะมองว่าเงินเฟ้อไม่ใช่ปัญหา เฟดสามารถลดดอกเบี้ยได้เต็มที่ จะทำให้ทองพุ่งแรง (Bullish)
หาก CPI สูงกว่า 2.7%: อาจเกิดความกังวลเรื่อง Stagflation (เศรษฐกิจแย่ แต่ของแพง) จะทำให้ทองยังคงเป็นที่ต้องการในระยะยาว แต่ระยะสั้นอาจผันผวน
วิเคราะห์กราฟเทคนิคราคาทองคำ (XAUUSD)
ในบทวิเคราะห์เมื่อวาน เราได้ให้แนวทางว่าราคาทองคำมีโอกาสย่อตัวกลับลงมาอีกครั้งหลังจากขึ้นไปทดสอบแนวต้าน โดยหลังจากราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดครั้งใหม่ที่ 4,630 ดอลลาร์ ราคาก็ได้ Pullback กลับลงมาเล็กน้อย ซึ่งยังไม่ถือว่าเสียโครงสร้างขาขึ้นในครั้งนี้
และจากการวิเคราะห์กราฟราย 4 ชั่วโมง ต่อจากนี้
Channel Resistance Hit: ราคาทองคำได้วิ่งขึ้นไปชน “ขอบบน” ของ Parallel Channel สีฟ้าที่ระดับ 4,630 ดอลลาร์ พอดีเป๊ะ ซึ่งบริเวณนี้ทำหน้าที่เป็นแนวต้านธรรมชาติของเทรนด์ขาขึ้น
Bearish Rejection Candle: แท่งเทียน H4 แท่งล่าสุด (แท่งขวาสุดที่กำลังก่อตัวในช่วงเช้านี้) เริ่มเปลี่ยนสีเป็น “สีแดง” และมีไส้เทียนด้านบน (Upper Shadow) เล็กน้อย แสดงถึงแรงปฏิเสธราคา (Rejection) จากโซน 4,630 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณแรกของการ “พักตัว” (Pullback) หลังจากราคา Overheat มานาน
Trend Confirmation: แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Strong Uptrend) สังเกตจากราคายืนเหนือเส้น EMA ได้อย่างมั่นคง แต่ระยะห่างระหว่างราคากับเส้น EMA ที่ถ่างออกมาก มักจะนำไปสู่การย่อตัวเข้าหาเส้นค่าเฉลี่ยเสมอ (Mean Reversion)
Stochastic RSI: เส้นสัญญาณสีน้ำเงินและสีส้มได้ตัดกันลง (Cross Down) และกำลังออกจากโซน Overbought (เหนือระดับ 80) ลงมา นี่คือสัญญาณขายระยะสั้น (Sell Signal) ที่ค่อนข้างแม่นยำในกรอบ H4 เตือนว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มหมดแรง และราคาอาจพักตัวลงมาได้
RSI (Relative Strength Index): แม้จะยังอยู่ในโซนสูง (Overbought) แต่หัวของเส้นกราฟเริ่มหักลง สอดคล้องกับแรงขายทำกำไรที่เกิดขึ้น
ความเป็นไปได้ของราคาทองคำใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า
Correction & Buy (ย่อตัวเพื่อขึ้นต่อ - ความน่าจะเป็น 60%): เนื่องจาก Stoch RSI ตัดลง ราคาจึงมีโอกาสย่อตัวลงมาปรับฐาน (Correction) เพื่อลดความร้อนแรง ควรรอให้ราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับ 4,577 - 4,580 ดอลลาร์ แล้วสังเกตแท่งเทียนกลับตัว (Reversal Pattern) ใน Timeframe 1 ชั่วโมง เพื่อเข้าซื้อ (Buy)
Bearish Breakout (หลุดแนวรับสำคัญ - ความน่าจะเป็น 10%): หากข่าว CPI ออกมาแย่มาก (เงินเฟ้อพุ่งสูง) ดอลลาร์อาจดีดตัวแข็งค่า ทำให้ทองคำถูกเทขายหลุดแนวรับ 4,551 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ควรชะลอการซื้อ และรอประเมินสถานการณ์ที่แนวรับถัดไปบริเวณ 4,520 ดอลลาร์
Sideway Up (แกว่งตัวออกข้างรอข่าว - ความน่าจะเป็น 30%): ตลาดอาจไม่เทขายหนัก แต่เลือกที่จะประคองตัว (Sideway) ในกรอบ 4,600 - 4,630 เพื่อรอระเบิดฟอร์มอีกครั้งหลังข่าว CPI คืนนี้ โดยหากราคาไม่หลุด 4,600 สามารถเสี่ยงซื้อเล่นสั้น (Scalping) ได้ แต่ต้องระวังแรงเหวี่ยงช่วงข่าวออก

กรอบแนวรับ-แนวต้าน ประจำวัน
แนวรับ (Support)
$4,580
$4,551
$4,520
แนวต้าน (Resistance)
$4,600
$4,610
$4,620
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน





