วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 12 มกราคม 2026

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
ราคาทองคำ (XAUUSD) ในการซื้อขายช่วงเช้าตลาดเอเชียวันนี้ (12 มกราคม 2569) สร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ที่ระดับ 4,601 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างเป็นทางการ
โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากความวิตกกังวลขั้นสูงสุดของนักลงทุนต่อนัยยะทางการเมืองในสหรัฐฯ กรณีประธานาธิบดี Donal Trump สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมสอบสวนทางอาญาต่อ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ผสมโรงกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้กระแสเงินทุนไหลออกจากสกุลเงินดอลลาร์เข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอย่างรุนแรง
สรุป 3 ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนทองคำวันนี้
BREAKOUT 4,600 ดอลลาร์: ราคาทองคำพุ่งทะลุแนวต้านจิตวิทยาสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์ได้สำเร็จในช่วงเช้าวันนี้ โดยขึ้นไปทำ High ที่ 4,601 ดอลลาร์ เป็นการยืนยันโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบปี โดยมีเป้าหมายทางเทคนิคถัดไปที่บริเวณ 4,620 ดอลลาร์ ตามกรอบ Upper Channel Line
วิกฤตศรัทธาต่อสถาบันการเงินสหรัฐฯ: ข่าวการสอบสวนทางอาญาต่อประธานเฟด Jerome Powell ถือเป็นปัจจัย Black Swan ที่ตลาดไม่ได้เตรียมตัวรับมือ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกต้องปรับพอร์ตเข้าถือครองทองคำเพื่อลดความเสี่ยง
เศรษฐกิจชะลอตัวเร็วกว่าคาด: ตัวเลขการจ้างงานเดือนธันวาคมที่เพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง พร้อมการปรับลดตัวเลขย้อนหลังในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน เป็นสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวชัดเจน เพิ่มน้ำหนักให้เฟดต้องลดดอกเบี้ยในปี 2569 แม้จะมีแรงกดดันทางการเมืองก็ตาม
วิกฤตการเมืองสหรัฐฯ เมื่อ “ทรัมป์” เปิดศึก "พาวเวลล์" และผลกระทบต่อราคาทองคำ (XAUUSD) อย่างไร?
ปัจจัยที่รุนแรงที่สุดที่ผลักดันราคาทองคำ (XAUUSD) ในเช้านี้ ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นวิกฤตความขัดแย้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเงินสหรัฐฯ เมื่ออัยการกลางได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทางอาญาต่อ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ตามรายงานข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ออกหมายเรียกต่อเฟด โดยอ้างถึงคำให้การของ Powell ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน
อย่างไรก็ตาม Powell ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีว่า การสอบสวนนี้เป็นเพียงข้ออ้างทางการเมือง โดยระบุว่า “นี่คือผลจากการที่เฟดกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยยึดตามข้อมูลเศรษฐกิจและประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่การทำตามความต้องการของประธานาธิบดีทรัมป์”
วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดทองคำ: ในมุมมองของนักลงทุนสถาบันและกองทุนทั่วโลก เหตุการณ์นี้คือการทำลาย “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” ซึ่งเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนความน่าเชื่อถือของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน.
หากนโยบายการเงินถูกแทรกแซงโดยฝ่ายการเมือง ความเสี่ยงที่ตามมาคือการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด หรือการปล่อยให้เงินเฟ้อพุ่งสูงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น
ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนมองหา “สินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากคู่สัญญา” (Counterparty Risk-Free Asset) ซึ่งก็คือ “ทองคำ” ส่งผลให้เกิดแรงซื้อในลักษณะ Panic Buy เพื่อประกันความเสี่ยงจากความโกลาหลทางการเมืองนี้
ผ่าตัวเลขจ้างงาน (NFP) สัญญาณ “Soft Landing” ที่เริ่มเลือนลาง
นอกเหนือจากวิกฤตการเมือง ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังเป็นใจให้กับขาขึ้นอย่างยิ่ง กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานตัวเลข การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 60,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขรายเดือน คือการ “ปรับลดตัวเลขย้อนหลัง” (Revisions) ที่รุนแรง
ตัวเลขเดือนพฤศจิกายนถูกปรับลดจาก 64,000 เหลือ 56,000 ตำแหน่ง
ตัวเลขเดือนตุลาคมถูกปรับลดจาก -105,000 เป็น -173,000 ตำแหน่ง
บทสรุป: เมื่อรวมการปรับปรุงตัวเลขย้อนหลัง ทำให้ยอดการจ้างงานหายไปจากระบบกว่า 76,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับรายงานก่อนหน้า
ข้อมูลนี้สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าที่เห็น ตัวเลขว่างงานแม้จะลดลงมาที่ 4.4% แต่โมเมนตัมการจ้างงานที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องจะเป็นแรงกดดันให้เฟด ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 เพื่อพยุงเศรษฐกิจ
และตามกลไกตลาด เมื่อดอกเบี้ยลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำจะลดลงตามไปด้วย หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อ
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ระเบิดเวลาหลายจุดทั่วโลก
ในขณะที่สหรัฐฯ วุ่นวายกับปัญหาภายใน สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก กลับทวีความรุนแรงขึ้นในหลายจุด ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในฐานะ Safe Haven ในระยะยาว
อิหร่าน: ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิจารณาใช้มาตรการทางทหารตอบโต้เหตุการณ์ประท้วงในอิหร่าน
อาร์กติก (Arctic Security): สหราชอาณาจักรและเยอรมนีประกาศแผนเพิ่มกำลังทหารในกรีนแลนด์ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านท่าทีของสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงในขั้วโลกเหนือ สะท้อนรอยร้าวที่ลึกขึ้นระหว่างพันธมิตรชาติตะวันตก
เวเนซุเอลา: การจับกุมอดีตประธานาธิบดีมาดูโรโดยกองกำลังสหรัฐฯ ยังคงสร้างความตึงเครียดในภูมิภาคลาตินอเมริกา
ความไม่สงบเหล่านี้สร้าง “ค่าพรีเมียมความเสี่ยง” (Risk Premium) ให้กับราคาทองคำ ทำให้แม้ว่าราคาจะสูงถึง 4,601 ดอลลาร์ ก็ยังมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงแรง
วิเคราะห์กราฟเทคนิคราคาทองคำ (XAUUSD)
ในบทวิเคราะห์ฉบับก่อนหน้า เราได้ประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 4,433 ดอลลาร์ (Fibonacci Extension 127.2%) ซึ่งราคาก็ลงมาทดสอบบริเวณดังกล่าวจริงและเกิดสัญญาณการกลับตัว (Rebound) ตามที่คาดการณ์ไว้ การเข้าซื้อสะสมที่บริเวณฐานราคานี้ได้สร้างผลกำไรมหาศาลให้กับนักลงทุนที่ปฏิบัติตามแผน เมื่อราคาทะยานขึ้นกว่า 160 ดอลลาร์มาสู่ระดับ 4,601 ดอลลาร์ในเช้าวันนี้
และจากการวิเคราะห์กราฟราย 4 ชั่วโมง ต่อจากนี้
Trend Structure & Price Action: ราคาทองคำได้ทำ Breakout ทะลุแนวต้านสำคัญทุกระดับขึ้นมา โดยเฉพาะการเบรก High เดิมที่ 4,555 ดอลลาร์ ขึ้นมาทำ All-Time High ใหม่ที่ 4,601 ดอลลาร์
แท่งเทียน H4 ล่าสุดมีลักษณะเป็น Big White Candle ที่มีเนื้อเทียนยาว แสดงถึงแรงซื้อที่รุนแรง และเป็นการยืนยันว่าแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น (Super Bullish Trend) ภายในกรอบ Parallel Channel สีฟ้าIndicator:
Stochastic RSI: แม้จะเข้าสู่โซน Overbought (ซื้อมากเกินไป) แต่ในสภาวะที่เทรนด์แข็งแกร่งมาก อินดิเคเตอร์มักจะเกิดปรากฏการณ์ “Super Cycle” คือแช่อยู่ในโซนบนได้นานโดยราคาไม่ยอมลง
Moving Averages: เส้นค่าเฉลี่ย EMA เรียงตัวกันอย่างสมบูรณ์แบบ บ่งบอกถึงแรงเหวี่ยงขาขึ้นที่มีพลังมหาศาล
สถานการณ์ปัจจุบันถือว่า “ฝั่งซื้อได้เปรียบอย่างสมบูรณ์” โดยมีปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคสนับสนุนพร้อมกัน
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ (Buy) มาจาก 4,433 ดอลลาร์ แนะนำให้ “Let Profit Run”โดยให้ขยับจุดตัดขาดทุน (Trailing Stop) ขึ้นมาล็อกกำไรไว้ที่บริเวณ 4,550 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันกำไรหายหากราคาพลิกผัน
สำหรับนักลงทุนที่รอเข้าซื้อใหม่ ไม่แนะนำให้ไล่ราคาที่ระดับ 4,601 โดยตรง แต่ให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัว (Pullback) ลงมาทดสอบแนวรับ 4,555 - 4,560 ดอลลาร์ แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัว จึงจะเป็นจุดเข้าซื้อที่ปลอดภัยกว่า (Risk Reward Ratio ดีกว่า) โดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ 4,620 ดอลลาร์
สิ่งสำคัญที่ต้องทำถัดไป: จับตาดูแถลงการณ์เพิ่มเติมจากเฟดและทำเนียบขาวในวันนี้ เพราะทุกคำพูดที่เกี่ยวข้องกับคดีความของ Jerome Powell จะส่งผลให้ราคาทองคำผันผวนรุนแรงได้ทันที
ความเป็นไปได้ของราคาทองคำใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า
Bull Case (กรณีขึ้นต่อเนื่อง - ความเป็นไปได้สูง): ราคาทองคำพักตัวเล็กน้อยในกรอบ 4,580 - 4,600 เพื่อลดความร้อนแรงของอินดิเคเตอร์ ก่อนจะมีแรงซื้อรอบใหม่ดันราคาให้ทะลุ 4,601 ขึ้นไปทดสอบเป้าหมายสำคัญที่ 4,620 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหนุนจากความกังวลเรื่องการเมืองสหรัฐฯ ที่ยังไม่คลี่คลาย
Correction Case (กรณีย่อตัวทำกำไร): หากราคาขึ้นไปชน 4,620 แล้วไม่ผ่าน อาจเกิดแรงเทขายทำกำไร (Profit Taking) ระยะสั้น กดราคาให้ย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับ 4,551 - 4,555 ดอลลาร์ (High เดิม) เพื่อสร้างฐานราคาใหม่ (Re-test) ก่อนจะปรับตัวขึ้นต่อ การย่อตัวในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
Sideway Case (กรณีออกข้าง): ตลาดอาจชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ในวันอังคาร โดยราคาจะแกว่งตัวในกรอบ 4,550 - 4,600 เพื่อสะสมกำลัง

กรอบแนวรับ-แนวต้าน ประจำวัน
แนวรับ (Support)
$4,551
$4,520
$4,500
แนวต้าน (Resistance)
$4,600
$4,610
$4,620
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


