วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 28 มกราคม 2026

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
ราคาทองคำ (XAUUSD) เริ่มต้นเช้าวันพุธที่ 28 มกราคม 2026 ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง โดยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) บริเวณ $5,210 ในช่วงต้นเซสชันเอเชีย
การทะยานขึ้นครั้งนี้เป็นการสานต่อโมเมนตัมขาขึ้นอย่างรุนแรง ท่ามกลางการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณสนับสนุนดอลลาร์อ่อนค่า ผสมโรงกับตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ดิ่งเหวต่ำกว่าคาดการณ์อย่างรุนแรง ทำให้นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เริ่มเห็นเค้าลางชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สายตาทุกคู่กำลังจดจ้องไปที่การประชุม FOMC ในคืนนี้
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนทองคำวันนี้
แรงกดดันทางการเมืองต่อดอลลาร์สหรัฐ: คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์ที่มองว่าดอลลาร์อ่อนค่า กดดันให้ DXY ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2022 กลายเป็นแรงหนุนชั้นดีที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ (XAUUSD) ให้พุ่งขึ้นอย่างไร้แรงต้าน
สัญญาณเตือนของ Recession: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) สหรัฐฯ ร่วงลงเหลือ 84.5 ซึ่งต่ำกว่าระดับที่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย สะท้อนถึงความกังวลเรื่องตลาดแรงงานที่เริ่มสั่นคลอนและภาวะเงินเฟ้อที่ยังไม่จางหาย
จับตาผลการประชุมเฟด คืนนี้: แม้เฟดจะถูกคาดหมายว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50% - 3.75% ในคืนนี้ แต่ความวุ่นวายทางการเมืองและการขู่ทำสงครามการค้าอาจบีบให้ เจอร์โรม พาวเวลล์ ต้องส่งสัญญาณ Dovish กว่าที่ตลาดคาด ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อทองคำโดยตรง
นโยบาย “ดอลลาร์อ่อน” ของทรัมป์ ดาบสองคมที่หนุนทองคำ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดเงินตราอีกครั้ง เมื่อเขากล่าวว่ามูลค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ นั้น “ยอดเยี่ยม” ในความหมายที่ว่ามันไม่ได้แข็งค่าจนเกินไปและกำลังปรับตัวลดลงตามที่เขาต้องการ
การส่งสัญญาณในลักษณะนี้ทำให้นักลงทุนตีความว่าทำเนียบขาวต้องการใช้ “นโยบายค่าเงินอ่อน” เพื่อกระตุ้นการส่งออกและลดการขาดดุลการค้า ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่พยายามประคองค่าเงินเพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ
เหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์และเปลี่ยนมาถือครองทองคำแทน เพราะทองคำไม่มีความเสี่ยงจากนโยบายทางการเมืองและเป็นสินทรัพย์ที่เป็นกลางที่สุดในโลก หากเราย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในอดีต ช่วงที่สหรัฐฯ พยายามแทรกแซงค่าเงินมักจะตามมาด้วยการพุ่งขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์อย่างรุนแรงเสมอ
สงครามการค้า 2.0 และภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์
ไม่เพียงแค่นโยบายค่าเงิน แต่ทรัมป์ยังเดินหน้าข่มขู่คู่ค้าทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการขู่เก็บภาษี 100% กับแคนาดาหากทำข้อตกลงลับกับจีน การขู่เก็บภาษียุโรปเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่การขู่ใช้อำนาจเข้าควบคุมกรีนแลนด์และเข้าแทรกแซงทางการเมืองในเวเนซุเอลา
ความไม่แน่นอนเหล่านี้สร้างสภาวะ “Global Instability” ที่ทำให้นักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางทั่วโลกต้องเร่งสะสมทองคำเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร่งตัวกว่าปกติ
ความเห็นจากนักวิเคราะห์ BMO ระบุว่าเรากำลังอยู่ในโลกที่แบบจำลองทางเศรษฐกิจเดิมๆ ที่ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะการดิสรัปชันของระบบการเงินโลกในปัจจุบันรุนแรงระดับเดียวกับหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
วิกฤตศรัทธาในผู้บริโภคสหรัฐฯ สัญญาณเตือนเศรษฐกิจถดถอย
ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงเหลือ 84.5 คือหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า “เศรษฐกิจที่ดูเหมือนแข็งแกร่ง” อาจเป็นเพียงภาพลวงตา จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ Expectations Index ที่ร่วงลงเหลือ 65.1 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 80 อันเป็นจุดตัดที่ประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมาในไม่ช้า
ความกังวลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ลดลงในทุกช่วงอายุและทุกระดับรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่แม้จะยังมองโลกในแง่ดีกว่ากลุ่มอื่น แต่ก็เริ่มแสดงความกังวลต่อค่าครองชีพ ราคาอาหาร และราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง เมื่อผู้บริโภคเริ่มไม่เชื่อมั่น การจับจ่ายใช้สอยจะลดลง นำไปสู่การลดการจ้างงาน และนั่นคือวงจรที่เฟดหวาดกลัวที่สุด
วิเคราะห์กราฟเทคนิคราคาทองคำ (XAUUSD)
อย่างที่เราได้วิเคราะห์กราฟทองคำ ไปเมื่อวานนี้ว่าราคาได้ทำ Short Squeeze ทะลุ $5,000 ขึ้นมา และมีการเกิดรูปแบบ Bearish Engulfing ในไทม์เฟรม 4H ซึ่งเราเตือนให้ระวังการพักฐานลงไปทดสอบแนวรับที่ $5,040 - $5,000 ผลที่เกิดขึ้นจริงคือราคามีการย่อตัวลงมาเพียงเล็กน้อยเพื่อสลัดนักลงทุนระยะสั้นออก ก่อนจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่รุนแรงจนล้างภาพสัญญาณกลับตัวทางเทคนิคไปโดยสิ้นเชิง
การที่ราคาไม่ยอมหลุดระดับ $5,065 และสามารถดีดกลับขึ้นมาทำ New High ได้ทันที สะท้อนว่าความต้องการซื้อนั้นแข็งแกร่งมากจนสัญญาณเทคนิคที่เป็น Bearish ถูกกลืนกินหมด นี่คือลักษณะเฉพาะของแนวโน้มราคาทองคำวันนี้ที่อยู่ในสภาวะ “Extreme Bullish”
และจากการวิเคราะห์กราฟราย 4 ชั่วโมง ต่อจากนี้
ปัจจุบันราคายืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 12 และ EMA 26 อย่างชัดเจน โดยเส้น EMA ทั้งสองยังคงทำมุมชันขึ้นสะท้อนถึงโมเมนตัมที่รุนแรง ราคาปัจจุบันที่ $5,200 กำลังมุ่งสู่ระดับ Fibonacci Extension ที่ 423.6% ($5,441) ซึ่งถือเป็นเป้าหมายระยะไกลในระดับ Uncharted Territory
RSI: อยู่ที่ระดับประมาณ 75-78 ซึ่งอยู่ในเขต Overbought (ซื้อมากเกินไป) อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่เป็น Strong Trend เช่นนี้ RSI สามารถแช่อยู่ในโซนสูงได้นาน ตราบใดที่ยังไม่มีการทำ Divergence ที่ชัดเจน เทรนด์ขาก็ยังไม่จบง่ายๆ
Stochastic RSI: มีการตัดกันขึ้นอีกครั้งหลังจากลงไปพักตัวเพียงชั่วครู่ แสดงถึงแรงซื้อที่กลับมาควบคุมตลาดได้ใหม่ก่อนถึงช่วงการประชุม FOMC
ความเป็นไปได้ของราคาทองคำใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า
Bull Case: หากคืนนี้พาวเวลล์หลุดคำพูดที่แสดงถึงความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าเงินเฟ้อ ราคาทองคำ (XAUUSD) มีโอกาสพุ่งทะลุ $5,250 และมุ่งหน้าสู่ $5,300 ทันทีตามแรง FOMO ของตลาด
Bear Case: ในกรณีที่เฟดส่งสัญญาณ “Hawkish Surprise” (คงดอกเบี้ยสูงยาวนานและแสดงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ) เราอาจเห็นการพักฐานกลับลงมาทดสอบแนวรับที่ $5,120 หรือ $5,100 อีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนรอ Buy on Dip จำนวนมาก
Sideway: ราคาอาจแกว่งตัวในกรอบ $5,160 - $5,200 เพื่อรอข่าวสำคัญในช่วงดึก หากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระทบ
คำแนะนำ: สำหรับนักลงทุนที่มีต้นทุนต่ำจากระดับ $5,000 แนะนำให้ถือต่อ (Hold) และใช้การขยับ Trailing Stop ตามขึ้นไป ส่วนผู้ที่ต้องการเข้าใหม่ แนะนำให้รอการย่อตัว (Pullback) บริเวณแนวรับ $5,150 เพื่อความคุ้มค่าของความเสี่ยง

กรอบแนวรับ-แนวต้าน ประจำวัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การปิดหน่วยงานรัฐ (Government Shutdown) จะมีผลต่อทองคำอย่างไร?
หากเกิดขึ้นจริง จะส่งผลให้การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญล่าช้า สร้างความ “มืดบอด” ให้กับตลาด ซึ่งทองคำชอบความไม่แน่นอนแบบนี้ นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารงบประมาณของสหรัฐฯ หนุนให้ทองคำดูน่าดึงดูดกว่าดอลลาร์
ราคาเงิน (Silver) ร่วงหนัก แต่ทองคำกลับพุ่งสวนทางกัน เกิดจากอะไร?
ปัจจุบันเกิดสภาวะ Divergence ระหว่างโลหะมีค่า โดยทองคำทำหน้าที่เป็น Safe-haven Monetary Asset (สินทรัพย์ทางการเงินปลอดภัย) เต็มตัว ขณะที่เงิน (Silver) ถูกกดดันจากภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มชะลอตัวตามความเชื่อมั่นผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม BMO มองว่าหากความเสี่ยงโลกยังพุ่งสูง Silver จะกลับมาวิ่งตามทองคำได้ในที่สุด
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน





