วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 23 มกราคม 2026

ราคาทองคำวันนี้
กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้
*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣
*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰
*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁
บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> |
ราคาทองคำ (XAUUSD) ในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 23 มกราคม 2026 พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $4,950 ต่อออนซ์ โดยทำสถิติขาขึ้นรายสัปดาห์มากกว่า 7% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงในกรีนแลนด์และตะวันออกกลาง ประกอบกับการคาดการณ์ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ที่มีนโยบายสายพิราบ แม้ตัวเลข GDP สหรัฐฯ จะออกมาแข็งแกร่งเกินคาดที่ 4.4% แต่ตลาดกลับให้น้ำหนักกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังฝังตัวลึก และยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงของธนาคารกลางทั่วโลก
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนทองคำวันนี้
ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงคลุมเครือ: ความตึงเครียดในกรีนแลนด์และตะวันออกกลางผลักดันความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) อย่างรุนแรง แม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณประนีประนอมกับยุโรป แต่ตลาดมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ชั่วคราว
ความเป็นอิสระของเฟด และประธานคนใหม่: ตลาดจับตาการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่แทนที่ เจโรม พาวเวลล์ โดยคาดหวังนโยบายลดดอกเบี้ยเชิงรุกเพื่อรองรับภาระหนี้สาธารณะ ซึ่งจะเป็นผลบวกโดยตรงต่อทองคำในระยะยาว
Goldman Sachs ปรับเป้าทองคำ: วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ปรับเป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ขึ้นเป็น $5,400 สะท้อนการทำ “Debasement Trade” ของเหล่านักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางทั่วโลก
การช่วงชิงกรีนแลนด์และการเผชิญหน้าของมหาอำนาจ
สถานการณ์ราคาทองคำ (XAUUSD) ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก “Greenland Crisis” ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของดินแดน แต่คือสงครามทรัพยากรและจุดยุทธศาสตร์ในอาร์กติก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันยุโรปด้วยการขู่เก็บภาษีศุลกากรหากขัดขวางความพยายามของสหรัฐฯ แม้ล่าสุดจะมีการระบุว่าได้ทำ “กรอบความตกลงร่วมกัน” กับ NATO แล้ว แต่ตลาดล่วงหน้ากลับไม่ได้วางใจ
ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลให้เกิดสภาวะ Risk-off ในตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียบางส่วน นักลงทุนจึงเลือกถือทองคำเป็นหลักประกันความเสี่ยงที่จับต้องได้
ในขณะที่สถานการณ์ในเวเนซุเอลาและอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยหนุนเสริมที่คอยพยุงราคาไม่ให้ย่อตัวลึกในช่วงที่มีแรงขายทำกำไร
GDP สหรัฐฯ แข็งแกร่ง แต่ทำไมทองคำไม่ร่วง?
รายงานจาก BEA ระบุว่า GDP ไตรมาส 3 ของสหรัฐฯ ขยายตัว 4.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.3% ดูเหมือนจะเป็นข่าวร้ายสำหรับทองคำเพราะดอลลาร์น่าจะแข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาไส้ในจะพบว่าการบริโภคส่วนบุคคล (Consumer Spending) ถูกปรับลดประมาณการลง ในขณะที่การเติบโตมาจากภาคการส่งออกและการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก
สิ่งที่นักลงทุนทองคำต้องโฟกัสคือ ดัชนีราคา PCE (Personal Consumption Expenditures) ที่ยังคงอยู่ที่ 2.8% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด สิ่งนี้ทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า “Sticky Inflation” หรือเงินเฟ้อที่ฝังตัวแน่น
เมื่อรวมกับตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง (Jobless Claims อยู่ที่ 200,000 ราย) เฟดจึงไม่มีเหตุผลที่จะรีบลดดอกเบี้ยในทันที แต่ทำไมทองคำยังขึ้น? คำตอบอยู่ที่การ “ด้อยค่าของสกุลเงิน” (Currency Debasement) นั่นเอง
นอกจากนี้ การเปลี่ยนตัวประธานเฟดคนใหม่คือปัจจัย X-Factor หากทรัมป์เลือกสายพิราบที่ยอมผ่อนคลายนโยบายเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทองคำจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Rates) ที่ติดลบอีกด้วย
Goldman Sachs ปรับเป้าหมายทองคำสิ้นปี 2026 เป็น $5,400
การขยับตัวเลขเป้าหมายของ Goldman Sachs ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความเชื่อมั่นในตลาด โดยทีมนักวิเคราะห์มองข้ามความผันผวนระยะสั้นและมุ่งเป้าไปที่ปัจจัยเชิงโครงสร้าง 3 อย่าง
1.ปรากฏการณ์ “Debasement Trade”
เรากำลังอยู่ในยุคที่ความเชื่อมั่นในเงินกระดาษ (Fiat Currency) สั่นคลอน Goldman Sachs ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มเศรษฐีระดับมหาเศรษฐี เริ่มโยกย้ายเงินออกจากพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนติดลบในเชิงแท้จริง เข้าสู่ทองคำแท่งอย่างต่อเนื่อง เพราะความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
2.ยุทธศาสตร์ธนาคารกลาง
การกว้านซื้อทองคำของธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน (PBoC) ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร แต่คือการทำ “De-dollarization” หรือการลดการพึ่งพาดอลลาร์ Goldman คาดการณ์ว่าแรงซื้อระดับ 70 ตันต่อเดือนจะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 4 เท่า
3.พลังของนักลงทุนสถาบันที่ยังเหลืออยู่อีกมาก
ปัจจุบันสัดส่วนการถือครองทองคำในพอร์ตการลงทุนภาคเอกชนของสหรัฐฯ อยู่ที่เพียง 0.17% ซึ่งยังห่างไกลจากจุดสูงสุดในปี 2012 Goldman คำนวณว่าเพียงแค่สัดส่วนนี้ขยับขึ้นเพียง 1 basis point จะส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นได้ถึง 1.4% นี่คือ “ระเบิดเวลา” ฝั่งขาขึ้นที่รอวันปะทุ
วิเคราะห์กราฟเทคนิคราคาทองคำ (XAUUSD)
เมื่อวานนี้ เราได้เตือนทุกคนเกี่ยวกับสัญญาณ “RSI Bearish Divergence” ในกราฟรายวัน แต่ดูเหมือนว่าราคากำลังพยายามจะ “ล้างไพ่” สัญญาณนั้นด้วยการทำ Force Breakout ขึ้นไป
และจากการวิเคราะห์กราฟราย 4 ชั่วโมง ต่อจากนี้
Price Action: ราคาทะลุแนวต้านสำคัญที่ $4,890 (Fibonacci 261.8%) ขึ้นมาอย่างรุนแรง และกำลังมุ่งหน้าสู่ $5,000 ในกราฟ 4 ชั่วโมงเราเห็นแท่งเทียน Bullish Marubozu ที่แสดงถึงแรงซื้อที่ทรงพลัง
RSI: ในกราฟ 4 ชั่วโมง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 80 ซึ่งอยู่ในโซน Overbought อย่างมาก ในภาวะปกติควรมีการย่อตัว แต่ในภาวะ “Panic Buying” RSI สามารถแช่อยู่ในโซนนี้ได้นาน
Stochastic RSI: ตัดกันขึ้นมาจากโซน Oversold อีกครั้ง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีกเล็กน้อย
สัญญาณเตือน RSI Bearish Divergence: ในกราฟราย 4 ชั่วโมง เราพบความขัดแย้งที่ชัดเจนระหว่าง “ราคากับโมเมนตัม” โดยราคาทำจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) บริเวณ $4,950 แต่ดัชนี RSI กลับลดระดับความชันลงและทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง (Lower High) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเกิด Divergence ซ้อนทับกับกราฟรายวัน (D1) สัญญาณนี้บ่งบอกถึงภาวะ “แรงซื้อแผ่วปลาย” และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด False Breakout บริเวณแนวต้านจิตวิทยา $5,000 ซึ่งอาจนำไปสู่การเทขายทำกำไรที่รุนแรง เพื่อปรับฐานกลับลงไปหาแนวรับสำคัญได้ทุกเมื่อ
ความเป็นไปได้ของราคาทองคำใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า
Bull Case: หากราคายืนเหนือ $4,940 ได้ตลอดช่วงบ่ายวันนี้ เป้าหมายคือการแตะ $5,000 ก่อนปิดตลาดนิวยอร์ก
Bear Case: หากหลุด $4,889 (แนวรับสำคัญ) อาจเกิดแรงขายทำกำไรกลับลงไปหาแนวรับเดิมที่ $4,800 เพื่อปิด Gap ที่เกิดขึ้นจากการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
Sideway: ราคาแกว่งตัวในกรอบ $4,920 - $4,960 เพื่อรอย่อยข่าวการแต่งตั้งประธานเฟด

กรอบแนวรับ-แนวต้าน ประจำวัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรเข้าซื้อ (Buy) ทองคำตอนนี้เลยไหม หรือรอให้แตะ $5,000 ก่อน?
การเข้าซื้อที่จุด All-Time High มีความเสี่ยงเรื่องการย่อตัว (Pullback) แนะนำให้รอราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับ $4,900 - $4,910 แล้วสังเกตแรงซื้อกลับ หากไม่หลุดระดับนี้จะเป็นจุดเข้าที่ได้เปรียบกว่าการไล่ราคา
ทำไมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดี แต่ราคาทองคำไม่ตก?
ตามทฤษฎีปกติ เศรษฐกิจดีควรทำให้ดอลลาร์แข็งและทองคำตก แต่ในปัจจุบันตลาดกังวลเรื่อง “ความยั่งยืนทางการคลัง”ของสหรัฐฯ มากกว่า และการที่เงินเฟ้อ (PCE) ยังสูงทำให้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ดีกว่าดอลลาร์ที่มีความเสี่ยงจากการพิมพ์เงินเพิ่ม
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน





