เทรดฟอเร็กซ์ การเทรด สกุลเงินดิจิตอล สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ดัชนี การลุงทุน แพลตฟอร์มการเทรด เรียนรู้การเทรด มุมมองเชิงลึก หุ้น

เทรด Forex ทองคำ Bitcoin และตราสารอื่น ๆ ออนไลน์

หุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิต่างกันอย่างไร รู้ไว้ก่อนจัดพอร์ตการลงทุน
ปากกา
2020-06-19 13810

การลงทุนในหุ้นถือเป็นรูปแบบการลงทุนที่เข้าถึงง่ายที่สุด มากกว่าการลงทุนอันไหน เพราะการลงทุนในรูปแบบอื่นทั้งการตั้งร้านค้าอาคาร หรือก่อสร้างโรงงงานเพื่อผลิตสินค้าบางอย่าง ต้องใช้เวลา แรงกาย แรงใจ จำนวนมาก  มันไม่ง่ายที่จะเดินทางสู่ความสำเร็จ แต่การลงทุนในหุ้น มีความสะดวก รวดเร็ว เพียงคุณมีทุน และพอร์ตการลงทุนหุ้น คุณก็สามารถทำได้ทันที เพียงแต่สินสำคัญก่อนคุณกระโจนเข้าสู่สนามการลงทุนในหุ้น คุณรู้ไหมครับ หุ้นมีกี่แบบ หุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิต่างกันอย่างไร และหุ้นตัวไหนที่มีปัญผล ซึ้อหุ้นเพื่อหวังปันผลแล้วทำไมถึงไม่ได้ สิ่งเหล่านี้คือคำถามพื้นฐานสำหรับมือใหม่หัดเทรดที่ทุกคนต้องใส่ใจ มิฉะนั้น การไม่มีข้อมูลที่ดีจะนำมาซึ่งการลงทุนที่ผิดพลาดได้ ไปรู้จักเรื่องราวของหุ้นกันก่อนครับ 

เนื้อหาบทความ [ซ่อน]
หุ้นคืออะไร

คำถามง่าย ๆ แต่อธิบายความหมายยากใช่ไหมครับ สำหรับใครหลายคนอาจเบือนหน้าหนี โธ่ เรื่องเดิม ๆ ที่รู้กันอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวก่อนครับ ลองนั่งลงตรองดูดี ๆ แล้วค่อย ๆ ตอบตัวเองว่า เรารู้จักหุ้นดีแค่ไหน และหุ้นคืออะไร ความหายของหุ้นแบบสวย ๆ ตามภาษาตลาดหุ้น เขาก็จะบอกว่า หุ้นคือ ตราสารทุนรูปแบบหนึ่ง ที่ออกโดยเจ้าของกิจการเพื่อการระดมทุนไปใช้ในกิจการนั้น ๆ โดยผู้ที่มีส่วนในการถือ ตราสารทุน จะมีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินกิจการนั้น ๆ ด้วยทั้งในรูปแบบเงินปันผล หรือ มูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น

 

ฟังแล้วจะเป็นลม มือใหม่อ่านแล้วก็งง เอาอย่างนี้ละกันครับ มีร้านก๋วยเตี๋ยวรสแซ่บแห่งหนึ่งในหมู่บ้านที่เราเป็นขาประจำ วันหนึ่งเขามีประกาศมาติดหน้าร้านว่า ด้วยว่าร้านก๋วยเตี๋ยวของเรามีชื่อเสียงมาก จนคิดว่าจะขยายสาขาใหม่ จึงอยากเปิดโอกาสให้คนในหมู่บ้านมาลงทุนร่วมกันกับเขาโดยไม่จำเป็นต้องไปเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเอง ซึ่งกติกาก็คือ ได้กำไรเท่าไหร่ ก็เอามาแบ่งปันกันเพิ่มเติม สามารถลงทุนเท่าไหร่ก็ได้ แต่เค้าขายค่าหุ้นส่วนขั้นต่ำ 10 บาท

 

และทีนี้ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวขายค่าหุ้นส่วนไปจนหมด แต่ยังมีคนสนใจซื้อต่อ เจ้าของร้านเค้าก็อนุญาตให้เราขายค่าหุ้นส่วนเหล่านี้ทำกำไรได้ เราจึงขายต่ออกไปในราคา 15 บาท ซึ่งก็ขายหมดไปอย่างรวดเร็ว และเราก็ได้กำไรอย่างดงาม แต่โชคร้าย ที่เพื่อนบ้านอีกคนสนใจอยากขายมั่ง แต่เมื่อประกาศขายออกไป แต่ก็ไม่มีคนซื้อ ด้วยความร้อนเงิน จึงขอลดราคาขายเหลือ 9 บาทต่อหุ้น จึงมีคนมาซื้อไป แต่เพราะลงทุนซื้อมาหุ้นละ 10 บาท จึงขาดทุนการขายหุ้นนี้ไปโดยปริยาย


ตัวอย่างที่ยกมาก็มีความคล้ายคลึงกันในรูปแบบการลงทุนในตลาดหุ้นครับ เจ้าของหุ้นเปิดโอกาสให้เราร่วมลงทุนกับเขา โดยมีเรื่องของกำไรจากการขายหุ้น และเงินปันผล เป็นผลตอบแทนให้นั่นเอง เพียงแต่เรื่องราวการลงทุนในตลาดหุ้นมีความซับซ้อนมากกว่าการลงทุนซื้อหุ้นร้านก๋วยเตี๋ยวตามตัวอย่างที่ยกมา เพราะ หุ้นมีหลากหลายรูปแบบ หลายประเภท เราควรทำความรู้จักกับหุ้นในแต่ละแบบก่อน เพราะหุ้นแต่ละรูปแบบ มีธรรมชาติในการลงทุนของมัน 


▼ เทรดหุ้นกับโบรกเกอร์ชั้นนำด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล
หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร? ทำความรู้จักหุ้นแต่ละประเภทก่อนลงทุนในหุ้น

เมื่อคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนในตลาดหุ้น คุณคงงงกับภาพความละลานตาของกระดานซื้อขายหุ้น ที่มีตัวอักษรย่อและตัวเลขแปลก ๆ มากมาย มือใหม่อย่างเราจะเริ่มซื้อหุ้นอะไรแบบไหนดีหนอ อีกทั้งท้ายอักษรย่อ ยังมีสัญลักษณ์อะไรให้งงอีกเยอะแยะ เอาละครับ วางยาดมลงก่อน แล้วมาทำความเข้าใจลักษณะของหุ้นไปพร้อม ๆ กัน ผมเข้าใจสภาวะการของมือใหม่ในตลาดหุ้นดี เพราะเมื่อหลายปีก่อนผมก็เคยมองกระดานหุ้นแบบ งง งง มาก่อน ที่สำคัญยังเคยลงทุนหุ้นผิดตัวอีกด้วย

 

“ ลงทุนหุ้นผิดตัว ” มันเป็นยังไงหรือ แสดงว่า หุ้นแต่ละตัวมันมีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกันหรือยังไง ใช่ครับ บนกระดานยหุ้นที่ส่องประกายระยิบระยับเหมือนดาวบนฟ้า เขาได้แบ่งรูปแบบของหุ้นออกเป็นสองกลุ่มด้วยกันครับ ตามธรรมชาติของการลงทุนหุ้นตัวนั้น ไปทำความรู้จักกันไว้ซักนิดนะครับ จะได้ไม่ลงทุนผิดพลาดเหมือนผม

 

1. หุ้นสามัญ [ Common Stock ] คือหุ้นที่ประกาศขายการลงทุนโดยบริษัทต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้เราร่วมลงทุน 

และฐานะการร่วมลงทุนของเรา เราเป็นถึงส่วนหนึ่งของกิจการเลยนะครับ ฟังดูโก้หรูดีแฮะ เพียงแค่คุณถือหุ้นเพียงตัวเดียว คุณก็ถือเป็นหุ้นส่วนของบริษัทนั้น ๆ เลยทีเดียว สามารถร่วมตัดสินใจเรื่องราวต่างของบริษัทในฐานะผู้ร่วมทุนได้ทั้งหมด โดยผลกำไรในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างไร ได้กำไรจาก เงินปันผลที่เจ้าของกิจการแบ่งให้ รวมไปถึงเมื่อมูลค่าหุ้นขยับตัวสูงขึ้น เราก็สามารถขายต่อเพื่อทำกำไรได้นั่นเองครับ

 

2. หุ้นบุริมสิทธิ [ Preferred Stock ] ตัวนี้แหละครับตัวสำคัญ เรียกว่า ต้องระวังให้ดี หุ้นตัวนี้จะมีสัญลักษณ์สำคัญคือตัวอักษร P ต่อท้าย แสดงว่าหุ้นตัวนั้นคือหุ้นบุริมสิทธิครับ หุ้นตัวนี้ ถ้าเราเข้าไปซื้อมาไว้ในพอร์ตแล้ว เราไม่มีส่วนอำนาจในการตัดสินใจอะไรแม้แต่อย่างเดียว เพราะรูปแบบการอนุญาตให้เข้าไปถึงครองหุ้นบุริมสิทธิ เราจะอยู่ในฐานะกึ่งเจ้าหนี้ กึ่งเจ้าของครับ เหมือนว่า ผู้ออกหุ้น บุริมสิทธิ ยืมเงินเราไปลงทุนโดยที่จะกลับมารายงานผลว่า ลงทุนไปแล้ว ได้อะไรกลับมาบ้าง หุ้นบุริมสิทธิ มีความแตกต่างจากหุ้นสามัญพอสมควร รวมไปถึงผลตอบแทนต่าง ๆ ก็มีความแตกต่างจากหุ้นสามัญ อีกด้วย แม้ว่าในกระดานหุ้นบ้านเราจะมีหุ้นประเภทนี้อยู่ไม่เยอะ แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องมีข้อมูลไว้เพื่อประกอบการลงทุน มิฉะนั้นแล้วการลงทุนที่คุณหวังไว้อาจผิดพลาดได้ ถ้าคุณไม่ต้องการถือครองเจ้าหุ้นบุริมสิทธินี้แล้วเผลอไปซื้อไว้โดยไม่รู้ตัว

นักลงทุนหน้าใหม่ควรรรู้ หุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิต่างกันอย่างไร

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น การลทุนในตลาดหุ้นควรทำตความรู้จักหุ้นที่เราจะซื้อก่อนการลงทุน ในตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงบ้านเรา มี่หุ้นอยู่สองลักษณะด้วยกันคือ หุ้นสามัญทั่วไป [ Common Stock ] และหุ้นบุริมสิทธิ [ Preferred Stock ] ทั้งสองตัวนี้เป็นกลุ่มหุ้นที่มีการซื้อขายในตลาดหุ้นเหมือนกัน แต่มีธรรมชาติในการลงทุนที่แตกต่างกัน มาทำความรู้จักกับหุ้นทั้งสองแบบนี้  หุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิต่างกันอย่างไร


1.หุ้นสามัญให้อำนาจเราเป็นหุ้นส่วนของบริษัท หุ้น บุริมสิทธิเราอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ กึ่งเจ้าของ

การซื้อหุ้นทั่วไป หรือ หุ้นสามัญ เจ้าของกิจการนั้น ๆ เปิดโอกาสให้เราเป็นส่วนหนึ่งกิจการนั้น ๆ ด้วย แม้กิจการนั้นจะใหญ่คับฟ้าพียงใด เมื่อเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจการด้วยการซื้อหุ้นของบริษัทนั้น ๆ แล้ว เราก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของกิจการเหล่านั้นด้วย จุดเด่นก็คือ เมื่อใดก็ตามที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี เรามีสิทธิออกสิทธิออกเสียงต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แน่นอนครับ อาจดูเหมือนไม่เป็นสาระสำคัญอันใดกับผู้ถือหุ้นไว้เพียงเล็กน้อยระดับหลักร้อยหรือหลักพันต้น ๆ แต่สำหรับผู้มีหุ้นของกิจการนั้น ๆ ในมือเป็นแสนหุ้น การมีส่วนในการตัดสินใจ คือเรื่องสำคัญสำหรับเขา เพราะเขาคือผู้ร่วมลงทุนคนหนึ่ง และเงินที่ใช้จ่ายในการลงทุนส่วนหนึ่งก็มาจากเงินของผู้ลงทุนนั่นเอง


แต่ส่วนหุ้นบุริมสิทธิไม่เป็นเช่นนั้น รูปแบบการถือครองหุ้นบุริมสิทธิ จะมาในลักษณะเราเป็นเจ้าหนี้ มากกว่าเจ้าของ นั่นคือ เจ้าของกิจการมายืมเงินเราไปลงทุน โดยเจ้าของกิจการจะนำเงินทั้งหมดไปบริหารเอง โดยที่เราไม่มีส่วนในการออกความคิดเห็นหรือตัดสินใจอะไรเลย แต่จะมีข้อตกลงในเรื่องรายได้บางอย่างที่แตกต่างออกไปจากการถือหุ้นสามัญ ซึ่งฟังดูแล้วค่อนข้างอึดอัดนะครับ แต่ถ้าไม่มีอะไรดี เขาคงไม่เปิดทำการซื้อขายให้กับเรา แม้จำนวนหุ้น บุริมสิทธิ นั้นจะมีไม่มากก็ตาม 


2.หุ้นสามัญแบ่งปันผลกำไรของเงินปันผลแบบปรับตัว หุ้นบุริมสิทธิ ปบ่งปันเงินปันผลในแบบคงที่

นี่คงเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของหุ้นบุริมสิทธิล่ะครับ การซื้อหุ้นบุริมสิทธิมักมีข้อตกลงในเรื่องของเงินปันผลว่า การจ่ายเงินปันผลจากจ่ายในอัตราคงที่ ข้อดีของการจ่ายปันผลคงที่คือ ในช่วงจังหวะที่ตลาดมีความผันผวนจนอัตราการจ่ายเงินปันผลจำต้องลดลง แต่ผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิไว้ในมือจะยังได้รับค่าตอบแทนเงินปันผลในอัตราเท่าเดิม ซึ่งส่วนทางกับหุ้นสามัญที่เงินปันผลจะขยับขึ้นลงตามอัตราความผันผวนของการลงทุนต่าง ๆ ของหุ้นกู้ตัวนั้น กล่าวขึ้นกำไรเยอะ ก็ได้ปันผลมาก กำไรน้อยก็ปันผลน้อย จุดดีของหุ้นสามัญก็คงเป็นการลอยตัวของผลกำไรจากการปันผลที่อาจทะลุเพดาน ได้เงินปันผลมากกว่าผู้ที่ได้รับเงินปันผลจากหุ้นบุริมสิทธิ แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการแบกความเสี่ยง ก็จะมองว่า หุ้นบุริมสิทธิคือการประกันรายได้ที่แน่นอน เรียกว่าไม่ได้มาก ก็อย่าเสียไปเลยดีกว่า ใครจะไปรู้อนาคตว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นในโลกของการลงทุน


3.ในกรณีเลิกกิจการ หุ้นสามัญจะได้รับเงินคืนทีหลัง ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินทุนคืนก่อน 

เพราะฐานะในการเป็นเจ้าของกิจการร่วม ยามบริษัทปิดตัวลง ผู้ถือหุ้นสามัญจึงต้องมีส่วนรวมในการใช้ทรัยพ์สินคืนให้กับเจ้าหน้านี้ หรือ รายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน คงเหลือเท่าไหร่ จึงจะได้รับในส่วนของตนเองคืน ซึ่งอาจน้อยกว่ามูลค่าการลงทุนหรืออาจไม่ได้เลย แต่ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ มีฐานะเป็นเจ้าหน้าของบริษัทผู้ปล่อยหุ้นออกมาเพื่อการระดมทุน เมื่อมีเหตุผลิตพลาดถึงขนาดบริษัทต้องปิดตัวลง ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับการจ่ายเงินทุนคืนก่อน นี่คือจุดแข็งสำคัญของนักลงทุนที่ไม่พร้อมแบกรับความเสี่ยงในระดับสูง การถือหุ้นบุริมสิทธิเปรียบเสมือนการประกันรายได้ที่มีการซื้อประกันเงินต้นไว้ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินอันใด มั่นใจได้ว่าจะได้เงินทุนคืนครบตามจำนวน ต่างกับหุ้นกู้ที่อยู่ในฐานะผู้ร่วมทุน ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายหลังจากบริษัทปิดกิจการด้วย จึงอาจไม่เหลืออะไรกลับคืนมาเลย แต่ถึงกระนั้น นักลงทุนทั่วไป อาจมองว่า บริษัทระดับยักษ์ใหญ่คงไม่ขาดทุนจนถึงต้องปิดกิจการหรอก แต่นักลงทุนผู้ไม่พร้อมแบกรับความเสี่ยงก็จะมองว่า อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ดังเช่นการประกาศการล้มละลายของบริษัทการบินไทย ใครจะไปคิดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนี้จะล้มละลายได้ 


การลงทุนในหุ้นมีรูปแบบที่หลากหลายตามรูปแบบ ลักษณะการลงทุนของแต่ละคน บทกระดานหุ้น แม้มีหุ้นอย่างมากมาก แต่ก็แบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มหลักคือ หุ้นสามัญ และ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิต่างกันอย่างไร เป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนหน้าใหม่ต้องรู้ เพราะมันจะเป็นตัวรูปแบบกำหนดการลงทุนให้กับคุณว่า คุณพร้อมที่จะแบกรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด หุ้นบุริมสิทธิ แม้มีความคล่องตัวต่ำ แต่มีการรับประกันทั้งเงินปันผลและการคืนทุนกรณีบริษัทปิดกิจการ ส่วนหุ้นสามัญ มีความคล่องตัวในหลายได้ แต่ราคาได้ก็ผันผวนไปตามสภาวะเศรษฐกิจ อาจได้มากกว่า หรือน้อยกว่า ผลรายได้ของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ อีกทั้งถ้าบริษัทปิดกิจการ ก็ต้องร่วมชำระหนี้ไปพร้อมกับเจ้าของกิจการ ซึ่งอาจสูญเสียเงินลงทุนไปทั้งหมดได้ ลองชั่งใจดูครับว่าคุณพร้อมรับความเสี่ยงได้ขนาดไหน และเลือกซื้อหุ้นให้ตรงกับความต้องการของคุณ


▼ เทรดหุ้นกับโบรกเกอร์ชั้นนำด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ ▼

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • สกุลเงินดิจิตอล


��

ทำไมเทรดกับ MiTrade  

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์สัญชาติออสเตรเลียที่ให้บริการ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  MiTrade กวาดมาแล้วทั้ง 'รางวัลแพลตฟอร์มเทรดบนมือถือที่ดีที่สุด' จาก Forex Awards ในปี 2019, 'รางวัลโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เติบโตเร็วสุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2019 / 2020 , 'รางวัลแอพพลิเคชั่นเทรดฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2020 และ 'รางวัลโบรกเกอร์ที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม' จากเว็บไซต์ FxDailyInfo ในปี 2020


16028372378147

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เนื่องจาก MiTrade ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) และถือ Australian Financial Services Licence (AFSL 398528) การซื้อขายและการจัดการต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทาง ASIC(วิธีการตรวจโบรกเกอร์ CFD)

และเงินทุนของท่านจะถูกเก็บแยกไว้ในบัญชีประเภททรัสต์ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศออสเตรเลีย

15990177839570

   ระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมความเสียงในการเทรดได้มากขึ้น

   อำนวยเครื่องมือการเทรดต่างๆ ให้ใช้ฟรี เช่น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค, ปฏิทินทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

   แพลตฟอร์มการเทรดที่พัฒนาขึ้นมาเอง ใช้งานที่เรียบง่าย  เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่อย่างมาก

   เจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการ 24 ชั่วโมง 5 วันทำการเพื่อแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ

   เลเวอเรจสูง 

   เงินฝากขั้นต่ำ $50 ดอลล่าร์

   ขนาดซื้อขายขั้นต่ำ 0.01 ล็อต

   ค่าคอมมิชชั่น 0 และสเปรดต่ำ


เริ่มเทรดด้วยเพียง 3 ขั้นตอน

ยังมือใหม่? ไม่เป็นไร! MiTrade ได้จัดบัญชีทดลองเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 USD เพื่อให้ท่านฝึกฝนทักษะการเทรดโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ 


 เปิดบัญชีเทรดทดลอง >


*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา

 

เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

Share this story