ภาษีหุ้น: วิธีเลี่ยงภาษีหรือจ่ายน้อยลงเมื่อขายหุ้น? นักลงทุนต้องรู้

6 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด 19 มิ.ย. 2567 07:19 น.
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

ในยุคที่การลงทุนในตลาดหุ้นกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับนักลงทุนทั่วไป ภาษีจากการขายหุ้นจึงกลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากภาษีหุ้นมีผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรที่นักลงทุนจะได้รับ ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจวิธีการเลี่ยงภาษีหรือจ่ายภาษีน้อยลงจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักลงทุนทุกคน เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนการลงทุนของตนเอง 

ภาษีหุ้นคืออะไร

ภาษีหุ้น คือภาษีที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทขึ้นอยู่กับการเก็บภาษีของแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น ภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gains Tax) และภาษีจากเงินปันผล (Dividend Tax)


การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีหุ้นมีความสำคัญสำหรับนักลงทุน เนื่องจากการวางแผนภาษีที่ดีจะช่วยให้นักลงทุนสามารถเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและไม่มีปัญหาด้านภาษีในอนาคต


ประเภทของภาษีหุ้น

1.ภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gains Tax)

  • กำไรระยะสั้น : หากนักลงทุนถือหุ้นไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด (เช่น ไม่เกิน 1 ปี) แล้วขายออกและได้กำไร กำไรนี้จะถูกจัดเป็นกำไรระยะสั้นและจะต้องเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ทั่วไป ซึ่งมักจะสูงกว่ากำไรระยะยาว


  • กำไรระยะยาว : หากนักลงทุนถือหุ้นเกินระยะเวลาที่กำหนด (เช่น เกิน 1 ปี) แล้วขายออกและได้กำไร กำไรนี้จะถูกจัดเป็นกำไรระยะยาวและมักจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการลงทุนระยะยาว


2.ภาษีจากเงินปันผล (Dividend Tax): เงินปันผลปกติ

 เงินปันผลที่บริษัทจ่ายให้กับผู้ถือ หุ้นจะต้องเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด ซึ่งอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยอัตโนมัติก่อนที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น เงินปันผลพิเศษ: ในบางกรณีบริษัทอาจจ่ายเงินปันผลพิเศษ เช่น เมื่อมีกำไรพิเศษหรือการขายสินทรัพย์ เงินปันผลเหล่านี้ก็ต้องเสียภาษีเช่นกัน


3.ภาษีค่าธรรมเนียมและค่านายหน้า (Transaction Fees and Broker Commissions)

เมื่อมีการซื้อขายหุ้น มักจะมีค่าธรรมเนียมและค่านายหน้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบางครั้งอาจต้องเสียภาษีเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียมเหล่านี้สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ในบางกรณี


4.ภาษีจากการโอนหุ้น (Transfer Tax)

ในบางประเทศหรือบางตลาด อาจมีการเก็บภาษีจากการโอนหุ้นหรือการเปลี่ยนมือของหุ้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่นักลงทุนต้องคำนึงถึง


5.ภาษีจากการซื้อขายอนุพันธ์ (Derivative Tax)

การซื้อขายตราสารอนุพันธ์เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) หรือออปชั่น (Options) ก็อาจมีการเก็บภาษีที่แตกต่างกันไปตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ


การทำความเข้าใจประเภทของภาษีหุ้นและการวางแผนภาษีที่ดีจะช่วยให้นักลงทุนสามารถลดภาระภาษีและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Capital gains vs. Dividends

Capital gains และ Dividends เป็นสองแหล่งที่มาของรายได้สำหรับนักลงทุน แต่มีความแตกต่างกันดังนี้:


Capital gains คือ กำไรที่เกิดขึ้นเมื่อขายสินทรัพย์ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือทองคำ ในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมา Capital gains นั้นเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อสินทรัพย์ถูกขายเท่านั้น


Dividends คือ เงินที่บริษัทจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นจากส่วนของกำไรของบริษัท Dividends นั้นจ่ายเป็นประจำตามระยะเวลาที่บริษัทกำหนด เช่น รายไตรมาส หรือรายปี


ตารางเปรียบเทียบ Capital Gains VS Dividend

ลักษณะ

Capital Gains

Dividend

ที่มา

กำไรจากการขายสินทรัพย์

เงินที่จ่ายจากส่วนของกำไรของบริษัท

เกิดขึ้นเมื่อใด

เมื่อขายสินทรัพย์

จ่ายเป็นประจำตามระยะเวลาที่กำหนด

ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ

ไม่

ใช่

การเสียภาษี

เสียภาษี capital gains       อัตราขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถือสินทรัพย์

เสียภาษีเงินปันผล อัตราขึ้นอยู่กับประเภทของเงินปันผล


คุณต้องเสียภาษีหุ้นหรือไม่?

ภาษีหุ้นในประเทศไทย ในประเทศไทย ปัจจุบัน ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายหุ้น แต่มี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ทุกประเภท และ ภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์ ที่เก็บจากมูลค่าขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์ เก็บทุกธุรกรรม ไม่ว่าจะมีกำไรหรือขาดทุน 


อัตรา: ปี 2566: 0.055% ของมูลค่าขาย และ ปี 2567 เป็นต้นไป: 0.11% ของมูลค่าขาย


หมายเหตุ: กองทุนรวมบางประเภท เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ พนักงานที่ซื้อหุ้นของบริษัทที่ตนทำงานอยู่ ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์

จะต้องเสียภาษีหุ้นเมื่อใด?

คุณจะต้องเสียภาษีหุ้นในสถานการณ์ต่าง ๆ ดังนี้:


เมื่อขายหุ้นและมีกำไร (Capital Gains Tax): 

กำไรระยะสั้น: หากคุณขายหุ้นที่ถือครองน้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนด (เช่น น้อยกว่า 1 ปี) และได้กำไรจากการขาย คุณจะต้องเสียภาษีในอัตราภาษีเงินได้ทั่วไป ซึ่งอาจสูงกว่ากำไรระยะยาว

กำไรระยะยาว: หากคุณขายหุ้นที่ถือครองนานกว่าระยะเวลาที่กำหนด (เช่น มากกว่า 1 ปี) และได้กำไรจากการขาย กำไรนี้จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าเพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาว


เมื่อได้รับเงินปันผล (Dividend Tax):

หากคุณถือหุ้นและบริษัทจ่ายเงินปันผลให้คุณ 

เงินปันผลที่ได้รับจะต้องเสียภาษี เงินปันผลมักจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณอาจต้องรายงานและเสียภาษีเพิ่มเติมเมื่อทำการยื่นภาษีประจำปี


เมื่อมีการโอนหุ้น (Transfer Tax):

ในบางประเทศหรือบางกรณี การโอนหุ้นหรือการเปลี่ยนมือของหุ้นอาจมีภาษีการโอน เช่น Stamp Duty ในสหราชอาณาจักร


เมื่อได้รับรายได้จากการซื้อขายอนุพันธ์ (Derivative Tax):

หากคุณทำการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) หรือออปชั่น (Options) รายได้ที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายเหล่านี้อาจต้องเสียภาษีตามกฎระเบียบของประเทศที่คุณลงทุน


เมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมและค่านายหน้า (Transaction Fees and Broker Commissions):

ค่าธรรมเนียมและค่านายหน้าที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นบางครั้งอาจต้องเสียภาษีเพิ่มเติม แม้ว่าบางประเทศจะอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาหักลดหย่อนภาษีได้

ตัวอย่างการจัดเก็บภาษีหุ้นในแต่ละประเทศ

การจัดเก็บภาษีหุ้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับนโยบายและกฎหมายภาษีของประเทศนั้นๆ ตัวอย่าง:


ตารางเปรียบเทียบ ภาษีหุ้นเมื่อเทียบกันประเทศต่างๆ 

ประเทศ

ภาษีหุ้นจากCapital Gains

ภาษีหุ้นจากDividend      

สหรัฐอเมริกา

15% - 20% ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถือหุ้น

15%

สหราชอาณาจักร

10% - 28% ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของผู้เสียภาษี

8.75%

ญี่ปุ่น

20%

20%

จีน

20%

10%

มาเลเซีย

ยกเว้นภาษีเงินได้จาก capital gains

28%

สิงคโปร์

ยกเว้นภาษีเงินได้จาก capital gains

ยกเว้นภาษีเงินได้จาก Dividend

ไทย

ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายหุ้น แต่มี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของค่าธรรมเนียมการซื้อขาย

10%


วิธีเลี่ยงภาษีหรือจ่ายน้อยลงเมื่อขายหุ้น?

การเลี่ยงภาษีไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและอาจนำมาซึ่งปัญหาทางกฎหมายอย่างรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม การวางแผนภาษีอย่างถูกต้องสามารถช่วยลดภาระภาษีได้ นี่คือตัวอย่างวิธีการวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมายเมื่อต้องขายหุ้น:


- ถือครองหุ้นนานขึ้น: ในบางประเทศ การถือครองหุ้นนานขึ้นอาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น อัตราภาษีกำไรจากการขายหุ้นระยะยาวที่ต่ำกว่าอัตราภาษีระยะสั้น (เช่นในสหรัฐอเมริกา)


- ใช้ประโยชน์จากการหักขาดทุน: การหักขาดทุนจากการขายหุ้นขาดทุนกับกำไรจากการขายหุ้นกำไร (Tax Loss Harvesting) สามารถลดภาระภาษีได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณขายหุ้นขาดทุน $1,000 และขายหุ้นกำไร $1,000 กำไรสุทธิคือ $0 และไม่ต้องจ่ายภาษี


- ใช้บัญชีที่ได้รับการยกเว้นภาษี: บางประเทศมีบัญชีลงทุนที่ได้รับการยกเว้นภาษีหรือมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น บัญชี Roth IRA หรือ 401(k) ในสหรัฐอเมริกา, บัญชี TFSA ในแคนาดา, บัญชี ISA ในสหราชอาณาจักร บัญชีเหล่านี้มักมีข้อจำกัดในการถอนเงิน แต่สามารถใช้ประโยชน์จากการยกเว้นภาษีได้


- เลือกใช้เครดิตภาษี: ในประเทศไทย ผู้ได้รับเงินปันผลสามารถเลือกใช้เครดิตภาษีเงินปันผล (Tax Credit for Dividend) ซึ่งช่วยลดภาระภาษีโดยการนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปหักล้างกับภาษีที่ต้องชำระในปีนั้นได้


- จัดการช่วงเวลาขายหุ้น: วางแผนการขายหุ้นในปีที่คาดว่ารายได้จะต่ำกว่าเพื่อลดอัตราภาษีที่ต้องจ่าย เนื่องจากอัตราภาษีอาจขึ้นอยู่กับระดับรายได้รวม


- ใช้ประโยชน์จากการยกเว้นภาษี: ในบางประเทศมีการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหุ้นในจำนวนที่กำหนด (เช่น ในสหราชอาณาจักรมีการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหุ้นในจำนวน £12,300 ต่อปี)

ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ สหรัฐฯ ฮ่องกง เสียภาษีใดบ้าง

ลงทุนหุ้นในสหรัฐอเมริกา

Capital Gain Tax: ไม่เก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้นกับนักลงทุนต่างชาติ (non-resident)

Sec Fee: เก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ 0.00051% ของมูลค่าขาย

Withholding Tax: หักภาษีเงินปันผล 30% จากนักลงทุนต่างชาติ (ยกเว้นมีสัญญาภาษีซ้อน)

FATCA: กฎหมายรายงานข้อมูลทางการเงินสำหรับนักลงทุนต่างชาติ อาจมีผลต่อบัญชีธนาคารและการลงทุน


ลงทุนหุ้นในฮ่องกง

Capital Gain Tax: ไม่เก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้นกับนักลงทุนต่างชาติ (non-resident)

Exchange Fee: เก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ 0.00077% ของมูลค่าซื้อและขาย

Stamp Duty: เก็บภาษีอากรสแตมป์ 0.13% ของมูลค่าซื้อและขาย

Withholding Tax: หักภาษีเงินปันผล 10% จากหุ้น H-Share (หุ้นของบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่ที่ซื้อขายในฮ่องกง)

CRS: แลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินกับประเทศสมาชิก อาจมีผลต่อบัญชีธนาคารและการลงทุน 


สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นสหรัฐ (US Stock)ชื่อดัง อย่าง META NETFLIX COCA-COLAและหุ้นฮ่องกง ( Hongkong Stock) ชื่อดัง เช่น TENCENT ALIBABA ยังสามารถเลือกลงทุนในรูปแบบของ CFD(Contact For Differnce) หรือสัญญาส่วนต่าง ซึ่งไม่มีเรื่องของภาษีจากการลงทุนในหุ้นเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ช่วยให้นักลงทุนลงทุนได้อย่างสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเข้ามา โดยการลงทุนในประเภทของ CFD นั้นได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ของนักลงทุนในปัจจุบัน มาดูเหตุที่นักลงทุนเลือกใช้ CFD 


  • อนุญาตให้ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น หุ้น ดัชนี ทองคำ สกุลเงิน และพันธบัตร

  • ช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้เลเวอเรจในการขยายขนาดการลงทุน โดยใช้เงินเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญา เลเวอเรจช่วยให้นักลงทุนมีโอกาสขยายผลกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการสูญเสียเงินทุน

  • สามารถเทรดได้ทั้งฝั่งขาขึ้น (long) และขาลง (short) ของสินทรัพย์ โดยนักลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย

  • มักมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่ต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น


mitrade
💸 ห้ามพลาด!!! 💸
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

คุณต้องจ่ายภาษีอะไรบ้างเมื่อลงทุนในหุ้นในประเทศไทย?

ไม่มีการเก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้น ในประเทศไทย แต่ยังมีภาษีอื่นๆ ดังนี้:

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เก็บ 7% ของค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ทุกประเภท

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์ เก็บจากมูลค่าขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

อัตรา: ปี 2566: 0.055% ของมูลค่าขาย (คิดเป็น 550 บาท ต่อ 1 ล้านบาท)

ปี 2567 เป็นต้นไป: 0.11% ของมูลค่าขาย (คิดเป็น 1,100 บาท ต่อ 1 ล้านบาท)


สรุป

เมื่อลงทุนในหุ้นในประเทศไทย คุณต้องพิจารณาภาษีหลักสองประเภทคือ ภาษีหุ้นจากเงินปันผลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินปันผลที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม คุณไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ คุณควรตรวจสอบกฎหมายภาษีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง 

คำถามที่พบบ่อย
ทำไมนักลงทุนต้องเสียภาษีจากการลงทุนในหุ้น
เหตุผลที่ในบางประเทศมีการเก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้น -รัฐบาลต้องการหารายได้จากการลงทุนของประชาชน -เป็นการสร้างความเท่าเทียมในการจัดเก็บภาษีกับประเภทการลงทุนอื่นๆ -เป็นการควบคุมการเก็งกำไรในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย นโยบายการจัดเก็บภาษีหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือกรมสรรพากร
เหตุการลงทุนในสินค้าที่เป็น CFD จึงไม่เสียภาษีหุ้น
เนื่องจาก CFD ไม่ได้เข้าข่ายการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์ CFD ไม่ใช่หลักทรัพย์ โดย CFD เป็นสัญญาที่อ้างอิงกับราคาของสินทรัพย์ เช่น หุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน หรือพันธบัตร แต่ไม่ใช่การซื้อขายหลักทรัพย์โดยตรง และเมื่อซื้อขาย CFD นักลงทุนไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์อ้างอิง แต่จะได้กำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคา

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2024‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
ผู้เขียน  MitradeInsights
‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
placeholder
เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี? 6 โบรกเกอร์หุ้นที่น่าเปิดพอร์ตหุ้นในปี 2024ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
ผู้เขียน  MitradeInsights
ใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์หุ้นหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนแล้วมองหาที่เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการลงทุนในหุ้นผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกโบรกเกอร์หุ้นโบรกเกอร์ไหนดี คราวนี้เราได้รวบรวม 6 โบรกเกอร์หุ้นน่าสนใจปี 2024 มาไว้ให้แล้ว ตามไปดูกัน!
placeholder
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
placeholder
ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ผู้เขียน  MitradeInsights
การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
placeholder
แนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุน! หุ้นตัวไหนน่าลงทุนที่สุดในปี 2567ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้
ผู้เขียน  MitradeInsights
ต้อนรับเข้าสู่โลกของโอกาสทางการเงินและการลงทุน ท่ามกลางเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งมาใหม่และจบไป สินค้าและบริการต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า และผู้ถือหุ้น และเมื่อไหร่ที่เราสามารถจับโอกาสและเข้าใจของการเปลี่ยนแปลงนั้น จากคนธรรมดาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี รายได้เติบโตหรือแม้แต่จับกระแสสั้น ๆ เพื่อหาโอกาสเก็งกำไร จึงแนะนำ 10 หุ้นน่าลงทุนในบทความนี้