หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร: หุ้นบุริมสิทธิ์ vs หุ้นสามัญ

เมื่อวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นกำลังจะสิ้นสุดลง สภาวะเช่นนี้ทำให้สปอตไลท์ฉายกลับมาที่สินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่มักถูกมองข้าม นั่นก็คือ หุ้นบุริมสิทธิ์
ขณะเดียวกัน หุ้นสามัญ ก็ยังคงโดดเด่นเรื่องการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว แต่วันนี้ เราจะมาเจาะลึกว่าระหว่าง หุ้นบุริมสิทธิ vs หุ้นสามัญ เราควรเลือกลงทุนอย่างไรดี
หุ้นสามัญ (Common Stock) คืออะไร?

เมื่อพูดถึง “หุ้น” โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่มักหมายถึง หุ้นสามัญ หรือ Common Stock ซึ่งเป็นตราสารที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง การถือครองหุ้นสามัญเปรียบเสมือนการที่คุณโดดลงไปนั่งในเรือลำเดียวกับผู้ก่อตั้งบริษัท และร่วมหัวจมท้ายไปกับทุกสถานการณ์
สิทธิและผลตอบแทนที่ไม่จำกัด
เสน่ห์ที่เย้ายวนที่สุดของหุ้นสามัญคือโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ไม่มีขีดจำกัด หากบริษัทสามารถสร้างกำไรเติบโต ขยายกิจการไปทั่วโลก ราคาหุ้นสามารถพุ่งขึ้นได้เป็น 10 เท่า หรือ 100 เท่า พร้อมกับเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นตามกำไรสุทธิ
นี่คือเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งที่ทรงพลังที่สุดในระบบทุนนิยม
ความเสี่ยงสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ในโลกการเงินไม่มีคำว่า “ได้ฟรี” ผู้ถือหุ้นสามัญจัดอยู่ในลำดับชั้นต่ำสุดของโครงสร้างเงินทุน (Capital Structure)
หมายความว่า หากบริษัทล้มละลายหรือต้องชำระบัญชี ทรัพย์สินทั้งหมดจะต้องถูกนำไปขายเพื่อใช้หนี้ให้ “เจ้าหนี้” และ “ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ” ให้ครบถ้วนเสียก่อน เงินที่เหลือ (ถ้ามี) ถึงจะตกถึงมือผู้ถือหุ้นสามัญ
ดังนั้น หากบริษัทขาดทุนหนัก เงินลงทุนของคุณอาจกลายเป็นศูนย์ได้ทันที
อำนาจในการควบคุม
สิ่งที่แลกมากับความเสี่ยงคือ “อำนาจ” ผู้ถือหุ้นสามัญมีสิทธิออกเสียง ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยปกติ 1 หุ้น เท่ากับ 1 เสียง คุณมีสิทธิเลือกคณะกรรมการบริหาร (Board of Directors) อนุมัติการเพิ่มทุน หรือตัดสินใจในวาระสำคัญที่กำหนดชะตาบริษัท
หุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Stock) คืออะไร?

หุ้นบุริมสิทธิ์ คือตราสารทางการเงินประเภท Hybrid Security ที่ผสมผสานคุณสมบัติเด่นของ “พันธบัตร” (Bond) และ “หุ้นสามัญ” (Stock) เข้าไว้ด้วยกัน
ในทางกฎหมาย ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสถานะเป็นเจ้าของบริษัทเหมือนผู้ถือหุ้นสามัญ แต่ในทางพฤตินัยและการบริหารเงินหน้าตัก พวกเขาทำหน้าที่คล้าย "เจ้าหนี้" ที่ปล่อยเงินกู้ให้บริษัทแลกกับกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
ทำไมต้อง “บุริมสิทธิ”?
ความเหนือกว่าของหุ้นบุริมสิทธิ์ ปรากฏชัดเจนใน 2 มิติหลัก
สิทธิได้รับเงินปันผลก่อน: ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญเสมอ และมักจะเป็นอัตราคงที่ (Fixed Rate) เช่น 5% หรือ 7% ของราคาพาร์ เสมือนได้รับดอกเบี้ยหน้าตั๋วพันธบัตร
สิทธิได้รับเงินคืนทุนก่อน: ในกรณีเลวร้ายที่สุดเมื่อบริษัทเจ๊งและต้องขายสินทรัพย์ทอดตลาด เงินก้อนนั้นจะถูกนำมาคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิก่อนที่จะตกถึงมือผู้ถือหุ้นสามัญ
ประเภทของหุ้นบุริมสิทธิ์ที่คุณต้องรู้
โลกของหุ้นบุริมสิทธินั้นซับซ้อนกว่าที่คิด โดยมีการแบ่งย่อยหลายประเภทที่มีเงื่อนไขต่างกัน
ชนิดสะสมเงินปันผล (Cumulative): นี่คือเกราะป้องกันชั้นดี หากปีไหนบริษัทงดจ่ายปันผลเนื่องจากขาดทุน ยอดเงินปันผลที่ค้างจ่ายจะถูก “ทดไว้” และต้องนำมาจ่ายทบต้นทบดอกในปีถัดไปก่อนที่จะจ่ายให้หุ้นสามัญ
ชนิดไม่สะสมเงินปันผล (Non-cumulative): หากปีไหนบริษัทประกาศงดจ่ายปันผล เงินก้อนนั้นจะสูญสลายไปทันที ไม่มีการทบยอด ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ
ชนิดแปลงสภาพได้ (Convertible): หุ้นบุริมสิทธิบางตัวอนุญาตให้ผู้ถือสามารถ “แปลงร่าง” เป็นหุ้นสามัญได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด ซึ่งเปิดโอกาสให้รับกำไรส่วนต่างราคา (Capital Gain) หากหุ้นแม่วิ่งแรง
ชนิดที่บริษัทมีสิทธิเรียกคืน (Callable): บริษัทผู้ออกหุ้นมักสงวนสิทธิในการขอไถ่ถอนหุ้นคืนหลังจากผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง (เช่น 5 ปี) โดยมักจะเกิดขึ้นเมื่อดอกเบี้ยในตลาดลดลง ทำให้บริษัทอยากกู้เงินใหม่ที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาคืนหนี้เก่า
ความแตกต่างระหว่างหุ้นบุริมสิทธิ์ vs หุ้นสามัญ
เพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพชัดเจนที่สุด เราจะมาเปรียบเทียบความแตกต่างของสินทรัพย์สองประเภทนี้ในเชิงลึกซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าสินทรัพย์ตัวไหนที่ตอบโจทย์พอร์ตการลงทุนของคุณ
| การเปรียบเทียบ | หุ้นสามัญ | หุ้นบุริมสิทธิ | นัยสำคัญต่อนักลงทุน |
| โครงสร้างเงินทุน | ฐานล่างสุด | ชั้นกลาง | หุ้นบุริมสิทธิปลอดภัยกว่าหุ้นสามัญในยามวิกฤต แต่เสี่ยงกว่าเจ้าหนี้ |
| สิทธิในการออกเสียง | มี (1 หุ้น = 1 เสียง) | ไม่มี (หรือมีจำกัดเฉพาะเรื่องสำคัญ) | หุ้นสามัญคุมทิศทางบริษัท หุ้นบุริมสิทธิเป็นเพียงผู้ลงทุน Passive |
| ลักษณะเงินปันผล | ผันแปร (Variable) ตามกำไร | คงที่ (Fixed) หรือลอยตัวตามสูตร | หุ้นสามัญมีโอกาสชนะเงินเฟ้อ หุ้นบุริมสิทธิเน้นกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ |
| การสะสมปันผล | ไม่สะสม (ปีไหนอด คืออดเลย) | มักจะเป็น Cumulative (ทบยอดได้) | หุ้นบุริมสิทธิให้ความคุ้มครองรายได้ดีกว่า |
| โอกาสเติบโตของราคา | สูงมาก (Unlimited Upside) | จำกัด (Limited) ราคาแกว่งแคบๆ | หุ้นสามัญเพื่อสร้างความมั่งคั่ง (Growth) หุ้นบุริมสิทธิเพื่อรักษาความมั่งคั่ง (Preservation) |
| ความไวต่อดอกเบี้ย | ปานกลาง (ขึ้นกับพื้นฐานธุรกิจ) | สูงมาก (ผกผันกับดอกเบี้ย) | ราคาหุ้นบุริมสิทธิจะร่วงเมื่อดอกเบี้ยขึ้น และพุ่งเมื่อดอกเบี้ยลง |
| สภาพคล่องในไทย (SET) | สูง-สูงมาก | ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (Illiquid) | หุ้นบุริมสิทธิไทยมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสูงมาก |
ทำไมบริษัทถึงออกหุ้นบุริมสิทธิ?
นักลงทุนมักมองแต่ในมุมผู้ซื้อ แต่ถ้าลองสวมหมวกเจ้าของบริษัท (Issuer) จะเข้าใจกลเกมการเงินมากขึ้น
รักษาอำนาจบริหาร: เจ้าของกิจการที่ต้องการเงินทุนแต่ไม่อยากให้ส่วนแบ่งการโหวตของตัวเองลดลง (No Dilution of Control) จะเลือกออกหุ้นบุริมสิทธิ เพราะผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้ไม่มีปากมีเสียงในห้องประชุม
แต่งงบให้สวย (D/E Ratio): ทางบัญชี หุ้นบุริมสิทธิถูกนับเป็น “ทุน” (Equity) ไม่ใช่ “หนี้สิน” (Debt) การออกหุ้นบุริมสิทธิจึงช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนดูดีขึ้นเมื่อเทียบกับการกู้แบงก์หรือออกหุ้นกู้
ความยืดหยุ่นทางการเงิน: ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ต้อง จ่ายตามกำหนด ถ้าไม่จ่ายคือล้มละลาย (Default) แต่เงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ สามารถเลื่อนจ่ายได้หากจำเป็น โดยไม่ถือว่าบริษัทล้มละลาย นี่คือกันชนชั้นดี
หุ้นแบบไหนเหมาะกับใคร? วิธีเลือกหุ้นแบบไหนที่เหมาะกับคุณ

ไม่มีสินทรัพย์ไหนที่ดีที่สุด มีแต่สินทรัพย์ที่ “เหมาะสมที่สุด” ซึ่งเราได้วิเคราะห์และแบ่งกลุ่มนักลงทุนออกเป็น 4 สายหลัก เพื่อช่วยให้คุณค้นหาตัวเองเจอ
สายซิ่ง (Speculator/Trader)
กลุ่มนี้จะชอบความท้าทาย รับความเสี่ยงได้สูง ต้องการกำไรส่วนต่างราคา (Capital Gain) ในระยะสั้น ไม่สนใจเงินปันผลเศษสตางค์
สินทรัพย์ที่แนะนำ: CFD หุ้นสามัญ หรือ CFD บน ETF หุ้นบุริมสิทธิ (ผ่านแพลตฟอร์ม Mitrade)
เหตุผล: สินทรัพย์เหล่านี้มีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นโอกาสในการทำกำไร การใช้ Leverage ช่วยขยายผลตอบแทนได้ และสามารถเปิดสถานะ Short เพื่อทำกำไรในขาลงได้ด้วย
สายออม (Income/Retiree)
วัยเกษียณหรือผู้ที่ต้องการสร้าง Passive Income กระแสเงินสดสม่ำเสมอเพื่อใช้จ่ายรายเดือน ไม่ต้องการเฝ้าจอ และกลัวเงินต้นหาย
สินทรัพย์ที่แนะนำ: กองทุนรวมหุ้นบุริมสิทธิ (Global ETFs) หรือหุ้นบุริมสิทธิรายตัวที่มีพื้นฐานแกร่ง (เช่น กลุ่มธนาคารสหรัฐฯ)
เหตุผล: เน้นความปลอดภัยของเงินต้นและการได้รับปันผลที่แน่นอน สม่ำเสมอ เหมือนดอกเบี้ยเงินฝากแต่สูงกว่า
สายเจ้าของ (Long-term VI)
สำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า เชื่อมั่นในการเติบโตของธุรกิจ มองการณ์ไกล 5-10 ปี ทนแรงเหวี่ยงของตลาดได้
สินทรัพย์ที่แนะนำ: หุ้นสามัญ (Common Stock)
เหตุผล: ต้องการเติบโตไปพร้อมกับกิจการ (Wealth Growth) เงินปันผลเป็นเพียงของแถม แต่เป้าหมายหลักคือกำไรทบต้นในระยะยาว
สาย Hedge (Sophisticated Investor)
นักลงทุนที่มีความรู้สูง บริหารพอร์ตแบบกองทุน ต้องการลดความเสี่ยง
สินทรัพย์ที่แนะนำ: กลยุทธ์ผสมผสาน (Hybrid)
เหตุผล: ถือหุ้นสามัญเป็น Core Port และใช้ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) หรือ CFD บน Mitrade ในการ Short Hedge ป้องกันความเสี่ยงเมื่อตลาดหรือดอกเบี้ยเป็นขาลง
ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่นักลงทุนไทยมักเจอ

กรณีศึกษาที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษคือการปรับโครงสร้างกลุ่มไทยพาณิชย์ (SCB) ไปสู่ยานแม่ SCBx
เหตุการณ์: SCB ทำ Tender Offer แลกหุ้น SCB เดิม เป็นหุ้น SCBx ในอัตรา 1:1 เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ Tech
ผลกระทบต่อ SCB-P: ธนาคารเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ (SCB-P) แปลงสภาพได้ แต่สำหรับผู้ที่ “ไม่ยอมแปลง” หรือ “ตกข่าว” ต้องเจอกับฝันร้าย เมื่อหุ้น SCB เดิมถูกเพิกถอนออกจากตลาด (Delisted) กลายเป็นหุ้นนอกตลาดที่ซื้อขายยากมาก สภาพคล่องหายวับไปกับตา
บทเรียน: หุ้นบุริมสิทธิอาจไม่ได้คงอยู่ตลอดไป และโครงสร้างผู้ถือหุ้นอาจถูก Reset ได้เมื่อเกิด Corporate Action ใหญ่ๆ
KTB-P: กับดักสภาพคล่อง
ธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน
KTB (หุ้นสามัญ): เป็นหุ้นพิมพ์นิยม มีวอลุ่มเทรดวันละหลายร้อยล้านบาท ซื้อขายคล่อง
KTB-P (หุ้นบุริมสิทธิ): หากดูข้อมูลย้อนหลังบางวัน คุณจะตกใจเพราะ Volume การซื้อขายอาจเป็น “0” หรือหลัก “สิบหุ้น” เท่านั้น
ความเสี่ยง: หากคุณเห็นว่า KTB-P จ่ายปันผลดีกว่า แล้วเอาเงินก้อนใหญ่ไปซื้อ วันที่คุณต้องการใช้เงินด่วน คุณอาจจะ “ออกของไม่ได้” เพราะไม่มีคนรับซื้อ หรือต้องยอมขายลดราคาจนขาดทุนยับเยิน
RABBIT-P: ความซับซ้อนซ่อนเงื่อน
หุ้นบุริมสิทธิของ RABBIT (เดิมคือ U City) แสดงให้เห็นถึงเงื่อนไขที่ซับซ้อน
เงื่อนไข: มีการระบุเงินปันผลไว้ชัดเจน แต่มีเงื่อนไขการแปลงสภาพ (Convertible) เป็นหุ้นสามัญได้ในอัตรา 1:1 ตั้งแต่ปี 2566
สิทธิโหวต: ปกติ 1 หุ้น 1 เสียง แต่ถ้าบริษัทจ่ายปันผลครบถ้วนตามเงื่อนไข สิทธิโหวตอาจลดลงเหลือ 1 หุ้นบุริมสิทธิ = 1 เสียง (ตามข้อบังคับเฉพาะ) เพื่อจำกัดอำนาจบริหาร
หุ้นประเภทนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มีความรู้สูงที่สามารถคำนวณความคุ้มค่าของการแปลงสภาพ (Conversion Parity) ได้
ความเสี่ยงและสิ่งที่ต้องระวัง

แม้ว่าหุ้นบุริมสิทธิ์จะดูเหมือนสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ก่อนตัดสินใจลงทุน คุณต้องตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้
Liquidity Risk (ความเสี่ยงสภาพคล่อง): นี่คือความเสี่ยงเบอร์หนึ่งของหุ้นบุริมสิทธิในไทย (เช่น KTB-P) ซื้อแล้วอาจขายไม่ได้ หรือต้องใช้เวลานานมากในการขาย
Call Risk (ความเสี่ยงถูกเรียกคืน): หุ้นบุริมสิทธิส่วนใหญ่มีเงื่อนไขให้บริษัทขอซื้อคืนได้ หากดอกเบี้ยในตลาดลดลง บริษัทมักจะเรียกคืนหุ้นบุริมสิทธิที่จ่ายปันผลสูง แล้วไปออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าแทน ทำให้เราเสียโอกาสรับผลตอบแทนดีๆ
Interest Rate Risk (ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย): ราคาหุ้นบุริมสิทธิแปรผกผันกับดอกเบี้ย หากดอกเบี้ยตลาดปรับ “ขึ้น” ราคาหุ้นบุริมสิทธิจะ “ร่วง” อย่างรุนแรง เพราะนักลงทุนเทขายไปซื้อพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ยดีกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า
Leverage Risk: สำหรับผู้ที่เทรดผ่าน Mitrade การใช้ Leverage ช่วยขยายกำไรได้มาก แต่ก็ขยายผลขาดทุนได้เช่นกันหากผิดทาง จึงควรมีระบบ Stop Loss เสมอ

แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁
ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
บทสรุป
การเลือกระหว่างหุ้นบุริมสิทธิ์ vs หุ้นสามัญ ไม่ใช่การหาคำตอบว่า “อะไรดีที่สุด” แต่คือการเลือกสิ่งที่ “เหมาะสมที่สุด” กับเป้าหมายและจริตการลงทุนของคุณ
หากคุณมองหาการเติบโต และความเป็นเจ้าที่พร้อมรับความผันผวน “หุ้นสามัญ” คือคำตอบ
ถ้าคุณมองหากระแสเงินสด ความมั่นคง และความแน่นอน “หุ้นบุริมสิทธิ์” คือทางเลือก
โลกการลงทุนเปิดกว้างกว่าที่เคย อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่กรอบเดิมๆ ในตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ ศึกษาให้ลึก วางแผนให้รอบคอบ และใช้เครื่องมือที่ใช่ แล้วความมั่งคั่งจะเป็นของคุณ
ซื้อหุ้นบุริมสิทธ ิแล้ว บริษัทไม่จ่ายปันผลได้ไหม?
ได้ หากบริษัทขาดทุนและหุ้นบุริมสิทธินั้นเป็นแบบ “ไม่สะสม” บริษัทมีสิทธิงดจ่าย และคุณจะไม่ได้เงินก้อนนั้นย้อนหลังด้วย นี่คือความเสี่ยงสำคัญ
หุ้นบุริมสิทธิเหมาะกับการถือยาวเพื่อเกษียณไหม?
เหมาะมากสำหรับการสร้างกระแสเงินสด แต่ไม่เหมาะสำหรับการคาดหวังให้พอร์ตโตระเบิด ดังนั้นควรมีหุ้นสามัญผสมในพอร์ตด้วยเพื่อชนะเงินเฟ้อในระยะยาว
ถ้าดอกเบี้ยลดลง ควรทำอย่างไรกับหุ้นบุริมสิทธิ?
ถือว่าเป็นผลดี ราคาหุ้นบุริมสิทธิมักจะปรับตัวขึ้น แนะนำให้ถือต่อไปเพื่อรับปันผลและกำไรจากราคา หรือหาจังหวะเข้าสะสมผ่านกองทุน PFF หรือเทรด CFD เก็ง กำไรขาขึ้นบน Mitrade
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน





