TradingKey - ในวันที่ 6 สิงหาคม ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เปิดปรับตัวลดลงในวงกว้าง โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปของเอเชียเผชิญแรงกดดันและฉุดดัชนีหุ้นหลักในทั้งสองตลาดปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เปิดลบ 1.81% อยู่ที่ 6,478.75 จุด ก่อนที่ช่วงลบจะขยายตัวกว้างขึ้นเป็น 2% มาอยู่ที่ 6,465.55 จุด ขณะที่ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นก็เปิดปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยการร่วงลงได้ขยายตัวในเวลาต่อมาเป็น 1.43% อยู่ที่ 65,351.28 จุด

ที่มา: TradingView
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้เป็นผู้นำในการร่วงลงของตลาดในวงกว้าง โดยหุ้นเอสเคไฮนิกซ์ ร่วงลง 5.58% สู่ระดับ 1,575,000 วอน (ประมาณ 1,109 ดอลลาร์สหรัฐ) ขณะที่หุ้นซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ปรับตัวลดลง 1.63% สู่ระดับ 242,000 วอน เนื่องจากหุ้นกลุ่มชิปที่ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในรอบการซื้อขายก่อนหน้านี้เผชิญกับแรงเทขายทำกำไร
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น โดยหุ้นคิออกเซีย ดิ่งลง 9.93% สู่ระดับ 48,910 เยน (ประมาณ 310 ดอลลาร์สหรัฐ) และหุ้นซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป ร่วงลง 4.04% สู่ระดับ 5,717 เยน
เมื่อคืนนี้ ดัชนีหลักทั้งสามของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดผสมผสาน โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 0.49% ปิดที่ 54,349.12 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 0.17% และดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 0.83% เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเติบโตเผชิญแรงกดดันในวงกว้าง
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอ่อนตัวลงในวงกว้าง โดยแอดวานซ์ ไมโคร ดีไวเซส ( AMD) ร่วงลงกว่า 7% ส่วนเวสเทิร์น ดิจิตอล ( WDC ) และแซนดิสก์ ( SNDK) ร่วงลงมากกว่า 5% ขณะที่ควอลคอมม์ ( QCOM) ปรับตัวลดลงมากกว่า 3% ทั้งนี้ จากการถูกฉุดรั้งโดยการปรับฐานของหุ้นกลุ่มชิปในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เผชิญแรงกดดันพร้อมกันในการซื้อขายช่วงเช้า