EUR/USD (EURUSD) ปรับลง 0.54% ในวันที่ 17 มิ.ย.: ความคาดหวังของตลาดกำลังปรับเปลี่ยนหรือไม่?

แหล่งที่มา Tradingkey

EUR/USD (EURUSD) ปรับลง 0.54% ณ วันที่ 17 มิ.ย. เวลา 14:15(ET) อยู่ที่ $1.15443 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับขึ้น 0.08%

SummaryOverview

อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น EUR/USD (EURUSD) ปรับตัว ลง ในวันนี้?

การร่วงลงของคู่เงิน EURUSD เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 มีปัจจัยหนุนหลักมาจากความคาดหวังต่อนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนผ่านไปในทิศทางตึงตัว (Hawkish) อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการแถลงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งอย่างมาก การผสมผสานของปัจจัยเหล่านี้ช่วยตอกย้ำภาพความแตกต่างทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และยูโรโซน ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และสร้างแรงกดดันขาลงอย่างมากต่อสกุลเงินยูโร

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความผันผวนในรอบการซื้อขายนี้คือการตัดสินใจของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ที่เพิ่งได้รับการรับรองตำแหน่ง แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% ตามคาด แต่แถลงการณ์และประมาณการเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาควบคู่กันกลับสร้างความประหลาดใจในเชิงตึงตัว (Hawkish) อย่างชัดเจน ภายใต้การนำของนายวอร์ช เฟดได้ถอดข้อความที่ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายและการส่งสัญญาณล่วงหน้า (forward guidance) เดิมออกทั้งหมด โดยเปลี่ยนมาใช้แถลงการณ์ที่กระชับขึ้นซึ่งเปิดช่องสำหรับการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติม และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น รายงานสรุปประมาณการเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) ฉบับปรับปรุงใหม่แสดงให้เห็นถึงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในเชิงตึงตัวครั้งใหญ่ โดยผู้กำหนดนโยบาย 9 รายคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นการทำลายความหวังที่หลงเหลืออยู่เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 อย่างสิ้นเชิง

สัญญาณเชิงตึงตัวจากธนาคารกลางในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ในช่วงเช้า โดยยอดค้าปลีกเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% อย่างมาก ขณะที่ยอดค้าปลีกพื้นฐานขยายตัวอย่างแข็งแกร่งที่ 0.7% ข้อมูลดังกล่าวช่วยยืนยันว่าผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง แม้จะเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เฟดมีเหตุผลทางเศรษฐกิจที่หนักแน่นเพียงพอที่จะคงจุดยืนนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป หรืออาจถึงขั้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ

ในทางตรงกันข้าม สกุลเงินยูโรกลับเผชิญกับแรงกดดันจากการขาดปัจจัยหนุนภายในประเทศ โดยการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคฮาร์โมไนซ์ (HICP) เดือนพฤษภาคมของยูโรโซนฉบับสุดท้ายออกมาที่ 3.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายทุกประการ จึงไม่ได้สร้างความประหลาดใจในเชิงตึงตัว (Hawkish) ที่จะกระตุ้นให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับเปลี่ยนท่าทีให้เข้มงวดตามเฟด นอกจากนี้ ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและดุลการค้าของยูโรโซนที่อ่อนแอยังคงตอกย้ำถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซบเซาเมื่อเทียบกับการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของฝั่งสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานที่คลี่คลายลง ซึ่งสะท้อนผ่านการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบท่ามกลางแนวโน้มที่จะมีข้อตกลงทางการทูตเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็ไม่สามารถช่วยหนุนค่าเงินยูโรได้ เนื่องจากตลาดเงินยังคงให้ความสำคัญกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นและความแตกต่างด้านนโยบายการเงิน ในท้ายที่สุด การส่งสัญญาณนโยบายเชิงตึงตัว (Hawkish) ของเฟดและความแข็งแกร่งของผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งจำกัดโอกาสในการฟื้นตัวระยะสั้นของคู่เงิน EURUSD ตราบใดที่ทิศทางการเติบโตและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของทั้งสองภูมิภาคยังคงแตกต่างกันอย่างชัดเจน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ EUR/USD (EURUSD)

ในเชิงเทคนิค EUR/USD (EURUSD) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 0.000 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 41.899 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 71.682 แสดงถึงสภาวะขาย โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

IndicatorAnalysis

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ EUR/USD (EURUSD)

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด:

  • การส่งสัญญาณนโยบายเชิงคุมเข้มของเฟดภายใต้การนำของวอร์ช:การประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ถือเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ด้วยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 4.2% การปรับเปลี่ยนท่าทีเชิงคุมเข้ม (Hawkish) ในแผนภาพ Dot Plot หรือแถลงการณ์ของเฟดที่บ่งชี้ถึงแนวทางการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น (Higher-for-longer) อาจทำให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ และยูโรโซนกว้างขึ้น ซึ่งเสี่ยงที่จะกดดันให้คู่เงิน EURUSD ปรับตัวลดลง
  • ภาวะ Stagflation และปัจจัยอุปสรรคต่อการเติบโตของยูโรโซน:การปรับลดคาดการณ์การเติบโตของยูโรโซนในปี 2026 (GDP โต 0.8%–0.9%) โดย ECB และ IMF ประกอบกับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 3.0% ได้ตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะ Stagflation สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอเช่นนี้ โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่สำคัญอย่างเยอรมนี กำลังกดดันความเชื่อมั่นต่อค่าเงินยูโรอย่างหนัก
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของช่องทางพลังงาน:ความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางและความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางการเดินเรือ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออัตราการค้า (Terms of Trade) ของยูโรโซน ยุโรปมีความต้องการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง ซึ่งแตกต่างจากสหรัฐฯ ที่พึ่งพาพลังงานของตนเองได้ ส่งผลให้ค่าเงินยูโรมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) และแรงกดดันด้านต้นทุนที่ขับเคลื่อนโดยราคาพลังงาน
  • ข้อจำกัดเชิงนโยบายของ ECB:แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 2.25% เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยราคาพลังงาน ทว่าการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมก็เสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยที่รุนแรงยิ่งขึ้น ข้อจำกัดเชิงนโยบายนี้ส่งผลให้ ECB ไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ทันกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านขาลงต่อคู่เงิน EURUSD ไปสู่แนวรับที่ระดับ 1.1580
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต
placeholder
คาดการณ์ EUR/JPY: อาจรีบาวด์ขึ้นสู่ระดับ 186.50 ขณะที่แนวโน้มขาขึ้นยังมีในตลาดลงทุนเอเชียวันพุธ EUR/JPY ปรับตัวลดลงหลังจากวิ่งขึ้นติดต่อกันสามวัน เคลื่อนไหวอยู่ราวๆ 186.20 คู่สกุลเงินนี้ยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นเนื่องจากยังคงอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) ทั้ง 9 วันและ 50 วัน การวางตำแหน่งนี้บ่งชี้ว่าการปรับตัวขึ้นล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากความต้อ
ผู้เขียน  FXStreet
12 ชั่วโมงที่แล้ว
ในตลาดลงทุนเอเชียวันพุธ EUR/JPY ปรับตัวลดลงหลังจากวิ่งขึ้นติดต่อกันสามวัน เคลื่อนไหวอยู่ราวๆ 186.20 คู่สกุลเงินนี้ยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นเนื่องจากยังคงอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) ทั้ง 9 วันและ 50 วัน การวางตำแหน่งนี้บ่งชี้ว่าการปรับตัวขึ้นล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากความต้อ
placeholder
ประธานเฟดคนใหม่จะปรับลดการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินล่วงหน้าหรือไม่? Warsh ปฏิเสธความคาดหวังเกี่ยวกับ Dot-Plot, ส่งผลบวกหรือลบต่อ Bitcoin?หากวอร์ชปฏิเสธการแสดงประมาณการแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) อาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนของสถาบันชะลอตัวลง และลดความต้องการเปิดรับความเสี่ยงของตลาดในระยะสั้น แต่จะเป็นปัจจัยบวกต่อบิตคอยน์ใน
ผู้เขียน  TradingKey
12 ชั่วโมงที่แล้ว
หากวอร์ชปฏิเสธการแสดงประมาณการแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) อาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนของสถาบันชะลอตัวลง และลดความต้องการเปิดรับความเสี่ยงของตลาดในระยะสั้น แต่จะเป็นปัจจัยบวกต่อบิตคอยน์ใน
placeholder
จับตา Fed Warsh คืนนี้ หลังศึกอิหร่านใกล้จุดจบ แต่หุ้นเทคยังเปราะท่ามกลาง SET อ่อนตัวทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
ผู้เขียน  Mitrade
14 ชั่วโมงที่แล้ว
ทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
placeholder
คาดการณ์ราคาโลหะเงิน: XAG/USD ยึดมั่นกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ขณะที่เฟดกลายเป็นจุดสนใจหลักโลหะเงิน (XAG/USD) ซื้อขายแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคารที่ราว 70.00 ดอลลาร์ หลังจากกลับขึ้นมาที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) 200 วัน ขณะที่นักเทรดยังคงรอการประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก่อนที่จะวางเดิมพันทิศทางขนาดใหญ่
ผู้เขียน  FXStreet
16 ชั่วโมงที่แล้ว
โลหะเงิน (XAG/USD) ซื้อขายแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคารที่ราว 70.00 ดอลลาร์ หลังจากกลับขึ้นมาที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) 200 วัน ขณะที่นักเทรดยังคงรอการประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก่อนที่จะวางเดิมพันทิศทางขนาดใหญ่
placeholder
ทองคำยังคงยืนเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ จากความหวังในข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และจับตาการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงเช้าของตลาดลงทุนเอเชียวันพุธ ราคาทองคํา (XAUUSD) ยืนเหนือระดับบวกที่ประมาณ $4,335 โลหะมีค่าดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดของปีที่แตะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงกันในข้อตกลงกรอบงานเพื่อยุติสงคราม
ผู้เขียน  FXStreet
18 ชั่วโมงที่แล้ว
ในช่วงเช้าของตลาดลงทุนเอเชียวันพุธ ราคาทองคํา (XAUUSD) ยืนเหนือระดับบวกที่ประมาณ $4,335 โลหะมีค่าดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดของปีที่แตะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงกันในข้อตกลงกรอบงานเพื่อยุติสงคราม
goTop
quote