ราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง และเจาะลึกแนวโน้มปี 2026-2030

รู้ไหมครับ… ถ้าคุณซื้อ Bitcoin ไว้แค่ $100 ในปี 2011 ตอนนี้คุณจะมีเงินประมาณ 8 ล้านบาท!! แต่ถ้าใครคิดจะโดดเข้ามาในตลาดนี้โดยไม่ยอมดู ราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง รับรองว่าเจ็บทุกราย
แต่ตอนนี้บิทคอยน์ยังน่าลงทุนไหม และแนวโน้มปี 2026-2030 ของบิทคอยน์จะเป็นยังไง? ถ้าคุณมีคำถามแบบนี้ นี่คือบทความที่คุณต้องอ่าน
สรุปสั้นๆ ราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเสมอ: จากสถิติหลังจบตลาดกระทิง บิทคอยน์จะร่วง 70-80% เสมอ แต่มันจะกลับมาทำ All-Time High ใหม่ได้ทุกรอบจากอิทธิพลการพิมพ์เงินของธนาคารกลาง และวัฏจักร Halving ที่ทำให้ของขาดตลาด
ปี 2026 ยังเหวี่ยง: แนวโน้มปีนี้ยังแกว่งตัวผันผวนแรงในกรอบ $80,000 - $150,000 เพราะโดนกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อ และสถาบันที่คอยดักเก็บของ
เป้าหมายปี 2030 โคตรคลั่ง: สถาบันวิจัยระดับโลก Ark Invest ฟันธงว่าบิทคอยน์จะพุ่งไปแตะ $1.2 ล้านดอลลาร์ หรืออาจทะลุไปถึง $2.4 ล้าน เพราะเม็ดเงินจากฝั่งสถาบัน และการตระหนักถึงความขาดแคลนของเหรียญ
Halving ครั้งที่ 5 คาดปี 2028 Block Reward เหลือ 1.5625 BTC/block เป็นปัจจัยหนุนรอบต่อไป
สรุปเส้นทางราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง

Bitcoin เดินทางจาก $0.001 สู่ $126,000 ในไม่ถึง 16 ปี ไม่มีสินทรัพย์ใดในประวัติศาสตร์ทำแบบนี้ได้มาก่อน ทุก Cycle มีรูปแบบเดิม
วิ่งขึ้นแรง ➡️ร่วงหนัก ➡️แต่ High ใหม่สูงกว่า High เก่าเสมอ
จุดเริ่มต้นที่ดูตลกที่สุด? 22 พ.ค. 2010 Laszlo Hanyecz ใช้ 10,000 BTC ซื้อพิซซ่า 2 ถาด มูลค่าตอนนั้น $40 แต่วันนี้ BTC 10,000 เหรียญมีมูลค่ากว่า 800 ล้านดอลลาร์ (ราว 27,000 ล้านบาท) วงการ Crypto เรียกทุกวัน 22 พ.ค. ว่า "Bitcoin Pizza Day"
เส้นทาง BTC แบ่งเป็น 4 Halving Cycles แต่ละรอบประมาณ 4 ปี มี Bull Run, มี Crash, มี Accumulation แล้ววนใหม่ ยังไม่มีรอบไหนที่ ATH ใหม่ต่ำกว่า ATH เก่า
ตารางสรุปราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง (High/Low) ปี 2010–2026
การวิเคราะห์ราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง แสดงให้เห็นชัดเจนว่าตลาดจะพัง 70-80% เสมอหลังจบรอบกระทิง แต่มันก็ฟื้นกลับมาทำ All-Time High ใหม่ได้ทุกครั้งเพราะการพิมพ์เงินของธนาคารกลางและสภาวะ Supply Shock
| ปี | จุดสูงสุด | จุดต่ำสุด | เหตุการณ์สำคัญ |
| 2010 | $0.39 | $0.05 | แลกเปลี่ยนพิซซ่า 2 ถาดด้วย 10,000 BTC จุดเริ่มต้นของมูลค่า |
| 2011 | $31.90 | $2.00 | กระแสความนิยมในเว็บมืด Silk Road ทำให้คนรู้จัก Use Case แรก |
| 2012 | $13.50 | $3.80 | Bitcoin Halving ครั้งที่ 1 (ลดรางวัลเหลือ 25 BTC) |
| 2013 | $1,156.14 | $13.00 | วิกฤตหนี้ไซปรัสดันราคา และเงินทุนจากเอเชียเริ่มไหลเข้าตลาด |
| 2014 | $1,000.00 | $300.00 | ตลาดหมีรุนแรงจากการแฮกเว็บเทรด Mt. Gox กระดานเทรดพัง |
| 2015 | $460.00 | $152.00 | ปีแห่งการฟักตัวและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนหน้าใหม่ |
| 2016 | $979.00 | $365.00 | Bitcoin Halving ครั้งที่ 2 (ลดรางวัลเหลือ 12.5 BTC) |
| 2017 | $19,783.06 | $778.00 | กระทิงคลั่งแห่งทศวรรษ! กระแส ICO Boom และรายย่อยแห่เข้าตลาด |
| 2018 | $17,500.00 | $3,122.00 | ฟองสบู่ ICO แตก ตลาดหมีลากยาว การปราบปรามทั่วโลก |
| 2019 | $13,739.00 | $3,400.00 | สถาบันเริ่มเก็บของเงียบๆ ตลาดฟื้นตัวระยะสั้นก่อนโดนทุบอีกรอบ |
| 2020 | $29,000.00 | $4,000.00 | Bitcoin Halving ครั้งที่ 3 + สภาพคล่องล้นโลกจากวิกฤตโควิด (QE) |
| 2021 | $69,000.00 | $28,800.00 | Tesla ยอมรับ BTC, เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง, สถาบันเข้าซื้อ |
| 2022 | $47,400.00 | $15,400.00 | นรกแตก! Fed ขึ้นดอกเบี้ยโหด, LUNA พินาศ, FTX ล้มละลาย |
| 2023 | $44,000.00 | $16,500.00 | กระแสเก็งกำไร Spot Bitcoin ETF ที่ใกล้คลอดในสหรัฐฯ |
| 2024 | $73,700.00 | $38,500.00 | อนุมัติ Spot ETF สำเร็จ, Bitcoin Halving ครั้งที่ 4 |
| 2025 | ⭐$126,000 | $60,000.00 | เม็ดเงิน ETF ไหลเข้า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ทะลุ 1 แสนดอลลาร์ |
| 2026 | $89,295.00 | $81,486.00 | ผันผวนจากตัวเลขมหภาค (CPI) และกรอบกฎหมาย Stablecoin ใหม่ |
จากตารางนี้ จะเห็นภาพรอบ 4 ปีที่ซ้ำรอยเดิมอย่างน่าขนลุก หลังจากพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) มันจะมีการถล่มขายทำกำไรอย่างหนักหน่วง

แต่ที่มันน่าทึ่งคือ จุดต่ำสุด (Low) ของรอบใหม่ มักจะสูงกว่าจุดสูงสุดของรอบก่อนหน้าเสมอ! นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณต้องดูราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง เพื่อยืนยันว่าการถือในระยะยาว (Long-term holding) คือสูตรสำเร็จที่ฆ่าไม่ตาย
ปัจจัยที่ทำให้ราคาบิทคอยน์ผันผวน

ราคาบิทคอยน์ไม่ได้ขึ้นลงแบบสุ่ม มันมีตัวขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ บางครั้งก็ Elon Musk บางครั้งก็ Fed บางครั้งก็ทรัมป์ หรือบางครั้ง Fear ของตลาดก็เป็นตัวขับเคลื่อนแทนทุกคน
1. อุปทานที่จำกัด
บิทคอยน์ถูกจำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้นตลอดกาล ณ ปัจจุบัน มี Bitcoin หมุนเวียนอยู่ในตลาดแล้ว 20.03 ล้านเหรียญ จากทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ หมายความว่าเหลืออีกแค่ไม่ถึง 1 ล้านเหรียญที่จะถูกขุดขึ้นมาในช่วง 100 ปีข้างหน้า ลองนึกภาพทองคำที่รู้ล่วงหน้าว่าในโลกมีอยู่เท่านี้ และยังขุดได้น้อยลงเรื่อยๆ ทุก 4 ปี
2. การเข้ามาของสถาบันการเงิน
นี่คือตัวเปลี่ยนเกมที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนปี 2024 บิทคอยน์ยังถูกมองเป็น "ของเล่นพวก Geek" แต่ตอนนี้ BlackRock, Fidelity และ VanEck ต่างก็มี Bitcoin ETF ที่ได้รับการอนุมัติจาก SEC อย่างเป็นทางการแล้ว
บิทคอยน์กำลังได้รับการมองในฐานะ "digital safe haven" หรือสินทรัพย์หลบภัยดิจิทัล โดยเฉพาะในหมู่สถาบันการเงิน บทบาทของมันในฐานะเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากการลดค่าของสกุลเงิน ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการเงินของรัฐบาล กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ
3.สภาวะเศรษฐกิจโลก
บิทคอยน์ไม่ได้อยู่ในฟองสบู่ของตัวเอง มันตอบสนองต่ออัตราดอกเบี้ย, ค่าเงินดอลลาร์ และความกลัวเรื่องเงินเฟ้ออย่างแรง
เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022 บิทคอยน์ก็ร่วงจาก $47,000 ไปแตะ $15,479 เมื่อ Fed เริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในปลายปี 2023 ราคาก็วิ่งกลับมาแรง
4.จิตวิทยาตลาด
Fear & Greed Index คือสิ่งที่นักเทรดระดับโลกดูทุกวัน ในช่วง Extreme Fear ราคาถูกกดอยู่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ในช่วง Extreme Greed ราคามักจะวิ่งเกินพื้นฐาน แล้วก็ Correction ตามมาอย่างเจ็บปวด
5.กฎระเบียบจากภาครัฐ
ข่าวเรื่องกฎหมาย Crypto ในสหรัฐ, จีน หรือยุโรป สามารถทุบบิทคอยน์ได้ภายในไม่กี่นาที การที่ประธานาธิบดี Trump ประกาศสนับสนุน Bitcoin Reserve เชิงกลยุทธ์ ทำให้ตลาดร้อนแรงอย่างมากในช่วงปลายปี 2024 จนถึงต้นปี 2025
วิเคราะห์แนวโน้มราคาบิทคอยน์ปี 2026 และในอนาคต
ราคาบิทคอยน์แบบเรียลไทม์
ในเดือนเมษายน 2026 บิทคอยน์ปรับตัวลงมาประมาณ 50% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 โดยราคาทรงตัวอยู่ใกล้ $65,000 ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมในอดีตของวงรอบ 4 ปี อย่างไรก็ตาม กระแสเงินไหลเข้า ETF ยังคงแข็งแกร่ง ในเดือนมกราคม 2026 เพียงเดือนเดียว มี Net Inflows เข้า Bitcoin ETF สูงถึง $1.2 พันล้านดอลลาร์
มุมมองของสำนักวิเคราะห์หลักต่อบิทคอยน์ปี 2026 มีความหลากหลายมาก
| สถาบันที่วิเคราะห์ | ประมาณการปี 2026 |
| Citi | ~$78,000 |
| CoinCodex | ~$83,19 |
| Standard Chartered | $150,000–$200,000 |
| Bernstein | เฉลี่ย $200,000 |
| InvestingHaven | $125,000–$225,000 |
บิทคอยน์อาจขึ้นถึงระหว่าง $125,000 ถึง $225,000 ในปี 2026 ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยได้รับการหนุนจากกระแสเงินไหลเข้า ETF การยอมรับในระดับสถาบัน และรูปแบบทางเทคนิคที่เป็นบวก ขณะที่ความเสี่ยงขาลงมีจำกัดจากแนวรับแข็งแกร่งใกล้ $45,000–$65,000
คาดการณ์ราคาบิทคอยน์ ปี 2030

ปี 2030 คือปีที่บิทคอยน์จะต้องผ่าน Halving ครั้งที่ 5 ไปแล้ว (คาดปี 2028) และจะเหลือ BTC ใหม่เข้าสู่ตลาดแค่ 1.5625 BTC ต่อ block เท่านั้น
สำหรับปี 2030 บิทคอยน์ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว โดยบางคาดการณ์แนะนำว่าอาจอยู่ระหว่าง $250,000 ถึง $350,000 ซึ่งขึ้นอยู่กับการที่บิทคอยน์จะสร้างตำแหน่งในฐานะสินทรัพย์โลกที่ถูกยอมรับและใช้งานในหลายอุตสาหกรรมและการเงิน
ส่วน Cathie Wood จาก ARK Invest ที่มักโดนหัวเราะเยาะ แต่ก็มักจะพิสูจน์ได้ในระยะยาว เธอวางเป้าหมายราคาบิทคอยน์ที่ $1 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 หรือหลังจากนั้น โดยเป็นมุมมองที่ Michael Saylor ของ MicroStrategy ก็เห็นพ้อง โดยมองว่าการยอมรับที่ขยายตัวแบบ Exponential เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ความน่าจะเป็นของราคาบิทคอยน์ (Bull / Base / Bear Case)
นักลงทุนที่ดีไม่เดิมพันกับ "ความน่าจะเป็นเดียว" แต่เตรียมแผนไว้สำหรับทุกความเป็นไปได้
| ความน่าจะเป็น | ราคา BTC สิ้นปี 2026 | ราคา BTC ปี 2030 | เงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้น |
| Bull Case | $180,000–$225,000 | $500,000–$1,000,000 | เม็ดเงินจากสถาบันหลั่งไหลเข้ามหาศาลแบบไม่หยุด สถาบันระดับโลกลงทุนเต็มพิกัด และ Supply ที่ขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤต |
| Base Case | $100,000–$150,000 | $200,000–$350,000 | Bitcoin ทำหน้าที่ "Digital Gold" ในการรักษามูลค่าอย่างสมบูรณ์ และมีประเทศตลาดเกิดใหม่รับไปใช้งานเพื่อสู้เงินเฟ้อ |
| Bear Case | $55,000–$75,000 | $100,000–$150,000 | โดนแบนหรือกดดันหนักจากกฎหมาย ถูกโจมตีจากฝั่ง CBDC แต่ราคาก็ยังถูกพยุงไว้ด้วยสถานะการเป็นทางเลือก |
คนไทยเริ่มลงทุนบิทคอยน์ยังไง?

คำถามแรกของมือใหม่ไม่ใช่ "ราคาเท่าไหร่" แต่คือ "ซื้อผ่านช่องทางไหนที่ปลอดภัย?" ในประเทศไทย มีทางเลือกหลักๆ อยู่สองแนวทาง:
แนวทางที่ 1: ซื้อขาย Bitcoin จริง (Spot Trading) ผ่าน Exchange ที่ ก.ล.ต. รับรอง
Exchange ที่ได้รับอนุญาตจาก กลต. ไทย อย่างเช่น Bitkub (ตรวจสอบรายชื่อล่าสุดที่ sec.or.th) ขั้นตอนง่ายมาก:
สมัคร
KYC (ยืนยันตัวตน)
โอนเงินบาท
ซื้อ BTC คุณจะ "เป็นเจ้าของ" Bitcoin จริงๆ เก็บได้ระยะยาว
แนวทางที่ 2: เทรด CFD (Contract for Difference) ผ่านแพลตฟอร์มเทรดสากล
สำหรับคนที่อยากได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคา BTC โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Wallet, Private Key หรือความเสี่ยงจากการ Hack
แพลตฟอร์มอย่าง MiTrade ให้เทรด Bitcoin CFD ได้โดยตรง ด้วย Leverage ที่กำหนดได้เอง ไม่ต้องจ่าย Swap Fee ค้างคืน และสามารถ Short ได้ด้วยถ้าคาดว่าราคาจะลง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในตลาดที่ผันผวนอย่าง Crypto

เปรียบเทียบ 2 แนวทางนี้แบบตรงๆ
| หัวข้อ | Spot (Exchange ไทย) | CFD (เช่น Mitrade) |
| เป็นเจ้าของ BTC จริง | ใช่ | ไม่ใช่ (แค่เกร็งกำไร) |
| ระยะเวลาถือครอง | ระยะยาวเหมาะมาก | เหมาะสำหรับระยะสั้นและกลาง |
| Short ได้ไหม | ไม่ได้ | ทำได้ |
| ค่าธรรมเนียม | ค่า Trading Fee + ค่าถอน | Spread เป็นหลัก, ไม่มี Swap |
| ความเสี่ยงจาก Hack Wallet | มี | ไม่มี |
| เหมาะกับ | HODL ระยะยาว | เทรดตามสภาวะตลาด |
กฎทองสำหรับมือใหม่
อย่าลงทุนเกิน 5-10% ของทรัพย์สินทั้งหมดใน Crypto นี่ไม่ใช่ความลังเล แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงที่ผู้จัดการกองทุน Hedge Fund ระดับโลกใช้จริง
ใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Averaging) ทยอยซื้อสม่ำเสมอทุกเดือน แทนที่จะรอ "จุด Bottom" ที่ไม่มีใครรู้แน่ ข้อมูลประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่า DCA ใน BTC ตลอด 5 ปีที่แล้วให้ผลตอบแทนมหาศาลแทบทุกความน่าจะเป็น
ไม่เทรดเกินตัว การใช้ Leverage ที่สูงในตลาดที่ผันผวนแบบนี้ ถ้าบริหารไม่ดีสามารถล้างพอร์ตได้ในคืนเดียว
Bitcoin Halving ส่งผลต่อราคาบิทคอยน์อย่างไร?

Bitcoin Halving คือเหตุการณ์ที่ถูก "โปรแกรมไว้ล่วงหน้า" ให้รางวัลการขุดลดลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 210,000 blocks หรือประมาณ 4 ปี และทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ราคาบิทคอยน์ก็เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามมา
ประวัติการ Halving แต่ละครั้งมีผลต่อราคาดังนี้
Halving ครั้งที่ 1 (28 พ.ย. 2012) ลด reward จาก 50 BTC เหลือ 25 BTC ภายใน 12 เดือน ราคา BTC ขึ้นจาก $12 ไปถึง $1,075 คิดเป็น +8,858%
Halving ครั้งที่ 2 (9 ก.ค. 2016) ลด reward จาก 25 BTC เหลือ 12.5 BTC ภายใน 12 เดือน ราคาขึ้นจาก $650 ไปถึง $2,560 คิดเป็น +294%
Halving ครั้งที่ 3 (11 พ.ค. 2020) ลด reward จาก 12.5 BTC เหลือ 6.25 BTC ภายใน 12 เดือน ราคาขึ้นจาก $8,727 ไปถึง $55,847 คิดเป็น +540%
Halving ครั้งที่ 4 (เมษายน 2024) เกิดอะไรขึ้น?
หนึ่งปีหลัง Halving 2024 Bitcoin เทรดอยู่ในช่วง $80,000–$90,000 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ Halving ครั้งก่อนๆ ล้วนให้ผลตอบแทน 291% และ 541% ภายใน 12 เดือน แต่รอบปัจจุบันยังไม่ถึงระดับนั้น
ทำไมถึงอ่อนกว่าเดิม? ความผันผวนของราคา Bitcoin ใน 60 วัน ลดลงอย่างชัดเจน จากกว่า 200% ในปี 2012 เหลือแค่ประมาณ 50% ในปัจจุบัน
เมื่อ Bitcoin เติบโตขึ้น มันน่าจะให้ผลตอบแทนที่มั่นคงแต่อาจต่ำกว่าในอดีต พูดง่ายๆ ว่า Bitcoin กำลัง "โตขึ้น" ออกจากวัยรุ่นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ผันผวนน้อยลง แต่ Base ใหญ่ขึ้น
Halving ครั้งที่ 5 (คาดปี 2028) เตรียมตัวอะไรบ้าง?
Halving ครั้งที่ 5 คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ block 1,050,000 ราวเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2028 โดย Block Reward จะลดเหลือเพียง 1.5625 BTC ต่อ block
ในตอนนั้นจะมี Bitcoin ขุดไปแล้วกว่า 95% ของ Supply ทั้งหมด ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะส่งผลบวกต่อราคาเช่นเดียวกับทุก Cycle ที่ผ่านมา
ถ้าจะลงทุนตาม Halving Cycle กลยุทธ์ที่ใช้กัน คือเริ่มสะสมในช่วง 12-18 เดือน ก่อน Halving เพราะราคามักวิ่งล่วงหน้า แต่ก็ต้องระวัง ทุก Cycle ก็ต่างกันด้วย
บทสรุป
ราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง 16 ปีพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า สินทรัพย์ตัวนี้ไม่ใช่ "เรื่องชั่วคราว" มันกลายเป็นองค์ประกอบถาวรของระบบการเงินโลก บิทคอยน์ปี 2026 กำลังอยู่ในช่วงที่เจ็บปวดสำหรับนักลงทุนที่ซื้อตอน ATH แต่สำหรับนักลงทุนที่เข้าใจ Cycle มันคือช่วงที่น่าตื่นเต้นที่สุดก่อนรอบถัดไป
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนระยะยาวที่อยากสะสม BTC จริงๆ หรือนักเทรดที่อยากใช้ประโยชน์จากความผันผวนรายวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ เข้าใจก่อนลงทุน เสี่ยงแค่ที่รับได้ และมีแผนสำหรับทุกความเป็นไปได้
บิทคอยน์จะไปถึง $1 ล้านได้ไหม?
ทางทฤษฎีเป็นไปได้ แต่ต้องใช้เวลา และต้องอาศัยเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจงมาก ถ้าบิทคอยน์ราคา $1 ล้าน หมายความว่า Market Cap จะอยู่ที่ประมาณ $20 ล้านล้านดอลลาร์ เท่ากับ GDP ของสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศเกือบๆ ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องใช้เวลานับทศวรรษ หลายการคาดการณ์ระยะยาวมองว่า Bitcoin อาจมีมูลค่าสูงกว่า $500,000 ภายในปี 2030 โดยบางแหล่งคาดว่าอาจเกิน $1 ล้าน
ตอนนี้ยังควรซื้อบิทคอยน์หรือไม่?
ไม่มีใครบอกได้ว่า "ตอนนี้คือจุดที่ดีที่สุด" แต่สิ่งที่ข้อมูลบอกได้ชัดคือ กลยุทธ์ DCA ซื้อสม่ำเสมอในทุก Cycle ไม่เคยขาดทุนในระยะเวลา 4 ปีขึ้นไป
ราคาบิทคอยน์ขึ้นอยู่กับอะไร?
บิทคอยน์ขึ้นลงตามปัจจัย 5 หลักคือ อุปทานที่จำกัด, การเข้ามาของสถาบันการเงิน, สภาวะเศรษฐกิจโลก,จิตวิทยาตลาด และกฎระเบียบจากภาครัฐ ทุกตัวมีน้ำหนักต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ช่วงนี้ปัจจัยที่ทรงพลังที่สุดคือท่าทีของ Fed ต่ออัตราดอกเบี้ย และกระแสเงินเข้าออก Bitcoin ETF รายวัน
บิทคอยน์จะร่วงอีกไหม?
ตอบได้เลยว่า "จะร่วงอีกแน่นอน" คำถามที่ถูกกว่าคือ "ร่วงเท่าไหร่" และ "ใช้เวลาฟื้นนานแค่ไหน" ดูจากประวัติศาสตร์ บิทคอยน์เคยร่วง -83%, -77% มาแล้ว แต่ก็กลับมา New ATH ทุกครั้ง ความเสี่ยงจริงๆ ไม่ใช่การที่ BTC ร่วง แต่คือการที่นักลงทุนมือใหม่ Panic Sell ตอนที่ตลาดแดง แล้วพลาดการฟื้นตัว
บิทคอยน์เหมาะกับการถือระยะยาวไหม?
ถ้าคุณมีกรอบเวลา 4 ปีขึ้นไป ข้อมูลย้อนหลังบอกว่า "ใช่อย่างแน่นอน" ไม่มีปีใดในประวัติศาสตร์ที่นักลงทุนที่ซื้อ BTC แล้วถือ 4 ปีแล้วขาดทุน ตั้งแต่มีราคาบิทคอยน์ย้อนหลัง ทุก 4 ปี ให้ผลตอบแทนเป็นบวกทั้งหมด
แต่ถ้าใครอยากเทรด BTC ทั้ง Long และ Short ในสภาวะตลาดแบบนี้ แพลตฟอร์มอย่าง MiTrade ก็เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับเป้าหมายนั้นโดยเฉพาะ
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน



