ขุด Bitcoin ยังไง?วิธีขุด Bitcoin สำหรับมือใหม่ 2024

8 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos
สารบัญ
การขุด bitcoin คืออะไร?การขุด Bitcoin ทำงานอย่างไร?วิธีขุด Bitcoin เป็นอย่างไร?จะขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์ (Cloud Mining) ได้อย่างไร?จะขุด Bitcoin บนมือถือได้อย่างไร?จะขุด Bitcoin แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายได้อย่างไร ขุด Bitcoin คุ้มไหมในปี 2024? ต้องมีต้นทุนอะไรบ้างการขุด Bitcoin มีข้อเสียยังไง?กลลวงของมิจฉาชีพต่อนักขุด Bitcoin มีอะไรบ้างบทสรุป

ไม่ว่าจะปรับฐานกันมาแล้วกี่ครั้ง ราคาปรับตัวลงไปลึกแค่ไหน ความสนใจของนักลงทุนก็ยังไม่หายไปจากสินทรัพย์ตัวนี้กับ Bitcoin ซึ่งพิสูจน์ได้จากราคา Bitcoin ที่ยังมุ่งหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ได้เรื่อย ๆ หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาคำตอบว่าต้องขุด Bitcoin ยังไง ก็ตามมาเลย เพราะในบทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีขุด Bitcoin สำหรับมือใหม่ 2024 ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว!

การขุด bitcoin คืออะไร?


การขุด Bitcoin เป็นกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องและเพิ่มธุรกรรมใหม่ให้กับบล็อกเชนของ Bitcoin ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานและความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin สำหรับการขุด Bitcoin แตกต่างจากการขุดแร่ ตรงที่ไม่ได้มีการขุดในเชิงกายภาพ แต่ใช้การถอดสรหัสสมการทางคณิตศาสตร์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์


Bitcoin ทำงานบนเครือข่ายแบบกระจายอำนาจ หมายความว่าไม่มีหน่วยงานกลางที่ดูแลการทำธุรกรรม แต่ละธุรกรรมจะมีการตรวจสอบและบันทึกโดยผู้เข้าร่วมในเครือข่ายแทน นักขุดแต่ละคนก็จะใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์พิเศษเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนซึ่งยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมและจัดกลุ่มเป็นบล็อก


เมื่อนักขุดสามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้สำเร็จ ต่อมาก็จะสร้างบล็อกธุรกรรมใหม่และเพิ่มเข้าไปในบล็อกเชน กระบวนการนี้ต้องใช้ความสามารถในการคำนวณและใช้พลังงานอย่างมาก ความยากของปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอัตราการสร้างบล็อกที่สม่ำเสมอที่ประมาณหนึ่งบล็อกทุกๆ 10 นาที


หากคุณประสบความสำเร็จในการแก้ไขสมการเหล่านั้น คุณก็จะได้รับ “Block Reward” หรือรางวัลที่เป็นเหรียญ Bitcoin เหรียญใหม่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการเติมบล็อกใหม่ลงในเครือข่าย เหรียญที่ได้มาใหม่นี้คุณจะสามารถนำไปเก็บรักษา โอนย้าย หรือนำไปซื้อขายแลกเปลี่ยนต่อไปได้ กระบวนการนี้สร้างแรงจูงใจให้นักขุดสนับสนุนทรัพยากรการคำนวณไปยังเครือข่ายต่อไป


เดิมทีในปี 2009 การขุดบล็อกใหม่ 1 บล็อก นักขุดจะได้รับ Bitcoin เป็นรางวัล 50 BTC แต่การจ่ายรางวัลต่อบล็อกนี้จะมีค่าลดลง (Halving) เรื่อย ๆ ราวครึ่งหนึ่งในทุก 4 ปี 


ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2024 ได้มีการ Halving ของเหรียญ Bitcoin ครั้งที่สี่เกิดขึ้น ผลกระทบจากHalving นั้นเกิดขึ้นกับนักขุด Bitcoin เป็นหลัก ซึ่งผลตอบแทนต่อบล็อกจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อผลกำไรนักขุดที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการขุดสกุลเงินดิจิทัล หลังจากการ Halving ครั้งล่าสุดนี้ ผลตอบแทนสำหรับการขุด Bitcoin หนึ่งบล็อกลดลงจาก 6.25 BTC ต่อบล็อกเป็น 3.125 BTC ต่อบล็อก


จากเหตุการณ์ Halving นี้เป็นการบอกเราว่า Bitcoin ก็จะหายากขึ้นเรื่อย ๆ กลไกการลดลงนี้ได้สร้างแรงกดดันให้ราคาของ Bitcoin สูงขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์Halving และการเพิ่มขึ้นของราคาไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาเสมอไป และอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ ของตลาดที่อาจต้องใช้การวิเคราะห์ร่วมกัน


ปีรางวัล
200950 BTC
201225 BTC
201612.5 BTC
20206.25 BTC
20236.25 BTC
20243.125 BTC

การขุด Bitcoin ทำงานอย่างไร?

เพื่อให้เข้าใจอย่างง่าย เราจะอธิบายการทำงานของการขุด Bitcoin โดยยกตัวอย่างนะครับ


สมมติว่า นาย ก ต้องการซื้อของจากนาย ข ทำให้นาย ก โอนเงินค่าของให้นาย ข จำนวน 2 Bitcoin


1) ประกาศ

วอลเล็ตของนาย ก ประกาศการชำระเงิน 2 Bitcoin ยังวอลเล็ตของนาย ข (ธุรกรรม) ไปยัง Full Node ทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับวอลเล็ตของนาย ก ซึ่ง Full Node คือวอลเล็ตพิเศษที่รับ-ส่งธุรกรรมซึ่งบรรจุข้อมูลทั้งหมดของบล็อกเชน


2) กระจายข้อมูล

Full Node จะทำการตรวจสอบธุรกรรมของนาย ก กับธุรกรรมอื่น ๆ ที่รอดำเนินการ หากธุรกรรมของนาย ก ไม่ขัดแย้งกับธุรกรรมอื่น ๆ Full Node จะทำการเผยแพร่ข้อมูลธุรกรรมนาย ก ผ่านเครือข่าย Bitcoin


นาย ข จะยังไม่ได้รับ Bitcoin จากนาย ก ในขั้นตอนนี้ เนื่องจากธุรกรรมของนาย ก ยังไม่ได้ถูกเพิ่มลงในบล็อกเชน


3) นักขุดทำงาน

นักขุดมีข้อมูลทั้งหมดของบล็อกเชนและทำการตรวจสอบธุรกรรมใหม่ที่เพิ่งประกาศบนเครือข่าย นักขุดจะทำงานเพื่อรวบรวมธุรกรรมที่ถูกต้องและใหม่ทั้งหมดลงในบล็อกปัจจุบัน


นักขุดจะแข่งขันกันเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องของบล็อกปัจจุบัน โดยที่ผู้ชนะจะมีเพียงแค่หนึ่งเดียว ซึ่งนักขุดที่มีพลังขุดสูงจะมีโอกาสหาคำตอบที่ถูกต้องได้เร็วกว่า


4) ยืนยันบล็อกเชน

หลังจากนักขุดสามารถแก้โจทย์ของบล็อกปัจจุบันที่มีธุรกรรมของนาย ก สำเร็จแล้วจะทำประกาศบล็อกดังกล่าวไปยังเครือข่าย หาก Full Node ส่วนใหญ่เห็นชอบกับบล็อกดังกล่าว บล็อกดังกล่าวจะถูกเพิ่มลงในบล็อกเชน สถานะธุรกรรมของนาย ก ได้รับการยืนยันแล้วหนึ่งครั้ง


ตอนนี้นาย ข จะได้รับ 2 Bitcoin จากนาย ก และนาย ข สามารถส่งของให้นาย ก ได้แล้ว


วิธีขุด Bitcoin เป็นอย่างไร?

เครื่องมือขุด Bitcoin


การขุด Bitcoin เป็นการแข่งขัน ที่หากใครแก้สมการทางคณิตศาสตร์ได้ก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ และได้รับส่วนแบ่งของรางวัลที่เป็นเหรียญ BTC ไป ดังนั้นอุปกรณ์ที่นำมาใช้ขุด Bitcoin จึงควรมีประสิทธิภาพขั้นต่ำที่สุดคือ มีความสามารถในการประมวลผลสูง


นอกเหนือไปจากความสามารถในการประมวลผล พลังงานไฟฟ้าก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขุดอีกอย่างหนึ่ง และเนื่องจากเราต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการขุดแทบจะตลอดวัน การใช้พลังงานไฟฟ้าได้ในราคาถูกจะช่วยประหยัดต้นทุนในการขุดได้ ขณะที่ตัวอย่างเช่นในประเทศไทยที่ราคาค่าไฟไม่ถูกนัก การขุด Bitcoin จึงต้องคำนวณต้นทุนตรงนี้เข้าไปด้วยเพื่อประเมินว่าการขุดจะคุ้มทุนจากค่าไฟได้หรือไม่ ซึ่งค่าไฟฟ้าก็ถือเป็นต้นทุนตัวหลัก ๆ เลยสำหรับการขุด Bitcoin


สภาพอากาศสำหรับการขุด Bitcoin ก็เป็นอีกปัจจัยที่สามารถสร้างความได้เปรียบจากการขุด Bitcoin ได้ ประเทศในเมืองหนาวจึงค่อนข้างเป็นที่ที่ได้เปรียบสำหรับกิจกรรมนี้ เพราะอากาศเย็นสามารถช่วยลดความร้อนของอุปกรณ์ขณะขุดได้เป็นอย่างดี และช่วยไม่ให้อุณหภูมิของเครื่องคอมฯ ร้อนเกินไปจนเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ ขณะที่ประเทศในเมืองร้อนอาจต้องหาอุปกรณ์สำหรับลดอุณหภูมิมาใช้ ซึ่งจะเป็นต้นทุนอีกตัวที่ต้องแบกรับ


เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว เราลองมาดูกันต่อเลยว่าจะมีวิธีขุด Bitcoin กันอย่างไรบ้าง


1) เตรียมเครื่องมือขุดให้เหมาะสม

สิ่งแรกก่อนเริ่มขุดคือการเตรียมเครื่องมือสำหรับการขุด ซึ่งสองสามปีก่อนขณะที่กระแสดิจิทัลยังไม่บูมเหมือนปัจจุบัน การมีแค่เครื่องคอมพิวเตอร์และการ์ดจอแรง ๆ ก็เพียงพอจะขุด Bitcoin จำนวนมากได้แล้ว แต่สำหรับปัจจุบันการขุด Bitcoin อาจไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเหมือนเดิมเนื่องจากส่วนแบ่งเหรียญที่ขุดได้จะลดลงตามเวลา ขณะที่การแข่งขันขุดเป็นไปอย่างดุเดือดมากขึ้น


 เพื่อให้การขุด Bitcoin เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า นักขุดจำเป็นต้องหาอุปกรณ์ที่ให้คุณภาพการประมวลผลแรงเป็นพิเศษ ในแบบที่เพียงพอสำหรับการแข่งขันขุดกับนักขุดอื่น ๆ ซึ่งมักจะตามมาด้วยราคาที่แพงถึงหลายหมื่นบาทได้เลย


อุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการนี้และเป็นที่รู้จักกันดีในวงการก็คือ ASIC ที่เป็นเครื่องประมวลผลที่กินไฟน้อยกว่า แต่มีความสามารถในการขุดเหรียญมากกว่าคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไป


2) เตรียมกระเป๋าเหรียญคริปโต

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาคือการติดตั้งกระเป๋าเหรียญคริปโต ซึ่งเป็นแหล่งที่จะเอาไว้สำหรับเก็บรักษาเหรียญที่ขุดได้ มีให้เลือกทั้งกระเป๋าเงินแบบออนไลน์ (Hot Wallet) และกระเป๋าเงินแบบออฟไลน์ (Cold Wallet) ซึ่งกระเป๋าเหรียญแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน


กระเป๋าเงินเสมือนจริงนี้ทำให้คุณสามารถจัดการ “Bitcoin Adress” ที่มีรหัสตามมา 2 แบบ นั่นคือ Public Key และ Private Key ได้


Public Key เป็นการประกอบกันขึ้นจากตัวเลขและอักษรที่มักจะมาในรูปแบบหน้าตา


“18ukxpD1eqnVjux13ehEz8r4d8py1dSdzw"


ซึ่งมักจะใช้เป็นรหัสบ่งชี้บัญชีคล้าย ๆ กับเลขบัญชีหรือเลขหน้าบัตรเครดิต และมักเป็นรหัสที่ใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้ด้วย ในขณะที่การใช้งานผ่าน Private Key จะรองรับเฉพาะการทำธุรกรรมเท่านั้น


อย่างไรก็ดี การใช้กระเป๋าเหรียญคริปโตมีข้อควรระวังหลัก ๆ คือ การทำ Private Key หายจะทำให้คุณไม่สามารถเข้าใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้น ๆ ได้โดยไม่มีวิธีช่วยเหลือใด ๆ อีก และคุณจะต้องสูญเสียเหรียญในกระเป๋านั้นตลอดไป


3) เข้าร่วมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ

ปัจจุบันลำพังแค่การใช้เครื่องคอมประสิทธิภาพสูงอย่าง ASIC เพียงลำพังนั้นเป็นเรื่องยากมากที่จะขุดเหรียญได้เป็นคนแรก เนื่องจากพลังการประมวลผลของคนเดียวนั้นยากที่จะสู้พลังการประมวลผลเป็นกลุ่มของนักขุดจากทั่วโลกได้


ดังนั้นการเข้าร่วมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ หรือ “Mining Pool” จะเป็นทางเลือกที่ดี


ซึ่งการเข้ารวมกลุ่มแบบนี้นักขุดจะให้พลังการประมวลผลให้กับกลุ่ม ขณะที่ Bitcoin ที่ได้รับกลับมาจะถูกแบ่งกระจายให้สมาชิกในกลุ่มตามกำลังการประมวลผลที่ให้กับกลุ่ม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสชนะในการแข่งขันขุด Bitcoin นี้ได้


4) ลงโปรแกรมขุด Bitcoin ในเครื่องคอมฯ

ภายหลังจากที่คุณจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ ติดตั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล และเข้ารวมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว ในทางทฤษฎีคุณก็ยังต้องลงโปรแกรมที่จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบล็อกเชนของ Bitcoin เพื่อให้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งในผู้ขุดเหรียญได้


ปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลายและไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลงโปรแกรมนี้และสามารถรองรับการทำงานได้ในหลากหลายระบบปฏิบัติการ


5) พร้อมสำหรับการขุด Bitcoin

เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างได้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มเปิดเครื่อง เชื่อมต่อเข้าสู่โปรแกรมการขุด ซึ่งหลังจากกรอกข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับพอร์ตและกลุ่มการขุด (Mining Pool) เรียบร้อยแล้ว ก็เพียงแค่เลือกอุปกรณ์ ASIC และปล่อยให้ระบบทำการขุดไปเท่านั้น


เคล็ดลับ

การขุดบิทคอยน์ไม่ใช่วิธีที่เก็งกำไรจากบิทคอยน์ที่เร็วที่สุด วิธีการเก็งกำไรที่เร็วที่สุดจากบิทคอยน์คือการเทรดบิทคอยน์ ข้อมูลเพิ่มเติม>> สอนการเล่นบิทคอยน์สำหรับมือใหม่


mitrade    
💸 ห้ามพลาด!!! 💸    
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁    

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑    
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

จะขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์ (Cloud Mining) ได้อย่างไร?

การขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์ (Cloud Mining) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้การขุด Bitcoin กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ขณะที่เดิมนักขุด Bitcoin จำเป็นต้องลงทุนในอุปกรณ์การขุดต่าง ๆ แต่สำหรับการขุดผ่านคลาวด์นั้นนักขุดแทบไม่จำเป็นต้องกังวลถึงเรื่องอุปกรณ์การขุดแพง ๆ เลย


ในการขุดผ่านคลาวด์นั้นแค่คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ ก็สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการขุด Bitcoin ที่มีประสิทธิภาพได้ ซึ่งทำได้โดยการหาผู้ให้บริการขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์ ซึ่งผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักจะเปิดให้ลงทุนผ่านกองทุนขุด Bitcoin ด้วย และได้รับเงินเป็นผลตอบแทน ยิ่งลงทุนมากก็จะได้ผลตอบแทนมากเป็นเงาตามตัว


โดยมากแล้วแพลตฟอร์มผู้ให้บริการเหล่านี้มักมีฟาร์มขุดเหรียญคริปโตอยู่แล้ว และสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมก็คือเงินลงทุนที่จะมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบำรุงรักษาอุปกรณ์และต้นทุนอื่น ๆ ของการขุด


จะขุด Bitcoin บนมือถือได้อย่างไร?

การขุด Bitcoin บนมือถือ


ในปัจจุบันเรามีโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถในการประมวลผลที่ทรงพลังมากขึ้นและก็สามารถใช้เป็นเครื่องในการขุดผ่านคลาวด์ (Cloud Mining)  ด้วย


แต่วิธีแบบนี้ค่อนข้างทำงานได้ดีเลย แม้จะมีขั้นตอนที่ดูซับซ้อนอยู่บ้างคือต้องมีการลงแอปพลิเคชั่นสำหรับขุด Bitcoin โดยเฉพาะ เช่น iPhone จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนเป็น Apple Developer เพื่อให้สามารถใช้งานได้


โดยเฉลี่ยแล้วหากคุณปล่อยให้ iPhone รุ่นปัจจุบันขุด Bitcoin ตลอด 24 ชั่วโมงคาดว่าจะสามารถขุด Bitcoin ได้ราว 0,000852 ต่อเดือน อย่างไรก็ดีด้วยผลตอบแทน เล็กน้อยแบบนี้คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักที่คุณจะนำโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ คุณภาพดี ๆ มาขุด Bitcoin ตลอดเวลาแบบนี้

จะขุด Bitcoin แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายได้อย่างไร

ยังมีบางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นที่แจกเหรียญคริปโตเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับผู้ใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งแม้เรามองว่าเหรียญ Bitcoin 1 เหรียญจะมีค่ามาก แต่ตัวเหรียญก็สามารถแบ่งแยกออกเป็นหน่วยย่อย ๆ ได้อีกในจำนวนที่น้อยที่สุดถึงทศนิยม 8 หลัก หรือที่เรียกว่า 1 ซาโตชินั่นเอง และหน่วยย่อย ๆ เหล่านี้ก็สามารถนำออกมาแจกจ่ายได้แบบฟรี ๆ บนแพลตฟอร์มเหล่านี้


ตัวอย่างเช่น Freebtico.in เป็นรูปแบบของล็อตเตอรี่เสมือนจริงที่มอบรางวัลออกมาเป็นรายชั่วโมง ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมเล่นอาจต้องเข้าไปแลกเหรียญหรือซื้อตั๋วเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม หรือแพลตฟอร์มที่มีลักษณะใกล้เคียงกันก็เช่น 777Bitco.in ที่เป็นแพลตฟอร์มแจก Bitcoin ในจำนวนที่มากกว่า 11 ล้านซาโตชิในรูปแบบเดียวกัน


นอกจากนี้ยังมีบริการเช่น Paidbooks ที่ให้ผู้ใช้ได้รับ 150 ซาโตชิในการอ่านทุก ๆ 10 นาที ส่วน Bitvisitor ก็ให้โบนัส Bitcoin ทุก ๆ 5 นาทีที่ผู้ใช้งานเข้าไปเยี่ยมเว็บในจำนวนที่กำหนดไว้


นอกจากนี้ยังมีเกมและบริการจำนวนมากที่เสนอผลตอบแทนเป็น Bitcoin เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีจำนวน Bitcoin ที่ได้มากมักจะเป็นมูลค่าไม่มากและไม่ค่อยคุ้มค่า ซึ่งหากนักลงทุนต้องการสร้างผลกำไรที่สมน้ำสมเนื้อมากขึ้นการลงทุนในตลาดซื้อขาย Bitcoin จะเป็นไอเดียที่ดีกว่า

ขุด Bitcoin คุ้มไหมในปี 2024? ต้องมีต้นทุนอะไรบ้าง

จากที่เราไปดูวิธีขุด Bitcoin กันมาแล้ว หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่าวิธีนี้จะเป็นคล้ายกับการสร้างเงินขึ้นจากความว่างเปล่า แต่ความเข้าใจนี้ไม่ถูกต้อง เพราะยังมีต้นทุนอีกหลายตัวที่ยังไม่ถูกรวมเข้าไป


เดิมทสาวกเหรียญคริปโตสามารถขุดเหรียญได้จากแลปท็อปในบ้านหรืออะพาร์ทเมนต์ แต่นับจากปี 2012 เครื่องขุดก็เริ่มกระโดดเข้ามาอยู่ในความสนใจของผู้คนและการขุดเหรียญก็เริ่มบูม บริษัทขนาดใหญ่สามารถขุดเหรียญได้ด้วยอุปกรณ์เป็นพัน ๆ เครื่อง ทิ้งนักขุดธรรมดา ๆ ให้งมอยู่กับอุปกรณ์ราคาแพงและมีโอกาสน้อยที่จะขุดได้ Bitcoin สักครั้ง


“การขุดเหรียญที่บ้านไม่ได้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์” ฮันนะ ฮาลาเบอร์ดา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยธุรกิจ Stern มหาวิทยาลัยนิวยอร์คเคยกล่าวไว้


สำหรับการขุด Bitcoin จะมีบล็อกหนึ่งบล็อกสร้างขึ้นในทุก ๆ 10 นาทีโดยเฉลี่ย หากคุณร่วมแข่งขุด Bitcoin กับนักขุดมากมายข้างนอกนั่น และพวกเขาส่วนใหญ่ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ ก็มักจะมีศักยภาพและความสามารถในการประมวลผลที่มากกว่า จึงเป็นการยากมากที่คนคนหนึ่งจะเข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งรางวัลในการขุดออกมาได้ และหากคุณโชคดีพอที่จะได้มันมา ก็เป็นไปได้ยากที่คุณจะชนะซ้ำอีก แล้วอุปกรณ์การขุดของคุณก็เริ่มที่จะล้าสมัย และกลายเป็นการขุดที่ไม่คุ้มค่า ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนักขุดส่วนใหญ่จึงเข้าร่วมกลุ่มการขุด (Mining Pool) ที่สามารถรวบรวมพลังการประมวลผลของกลุ่มไว้ด้วยกัน จึงมีโอกาสในการชนะในการขุดครั้งใดครั้งหนึ่งได้มากกว่า และสมาชิกในกลุ่มก็จะได้เหรียญรางวัลเป็นส่วนแบ่งตามความสามารถในการประมวลผลของแต่ละคน


นอกจากนี้เพื่อที่จะขุดเหรียญคุณสามารถคาดเดาบิลค่าไฟแพง ๆ ได้เลย จาก หนังสือพิมพ์ The New York Times อ้างว่าในปี 2009 เราจะต้องใช้ไฟบ้านราว 2 เท่าของไฟที่ใช้ในหนึ่งปีสำหรับการขุด Bitcoin 1 เหรียญ แต่สำหรับปัจจุบันต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้นเป็น 9 ปี ซึ่งคิดเป็นตัวเงินก็ประมาณ $12,500 ต่อเดือนเลยทีเดียว 


ในส่วนของอุปกรณ์ขุดก็ไม่ได้มีราคาถูก ขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ สามารถซื้ออุปกรณ์เป็นพัน ๆ เครื่องได้ในครั้งเดียว ทำให้สามารถซื้อได้ในราคาที่ถูก แต่นักขุดตัวคนเดียวไม่สามารถทำได้อย่างนั้น และการซื้ออุปกรณ์จำนวนไม่มากมักจะตามมาด้วยราคาที่แพงกว่า ซึ่งเป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับ


ดังนั้นการทำเงินจากการขุด Bitcoin นั้นจะเป็นภาพในระยะยาวที่ต้องอาศัยเวลา และคุณจำเป็นต้องจ่ายเงินไปเป็นต้นทุนด้วยในระหว่างขั้นตอนการขุดเหล่านั้น


ยิ่งในปัจจุบันความเป็นไปได้นี้ก็ยิ่งน้อยลงไปอีกจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น


อย่าลืมว่าปัจจุบันเรามีนักขุดเป็นร้อยเป็นพันในเครือข่าย ซึ่งนักขุดแต่ละคนก็จะแข่งขันกันเดาค่า “แฮช” ซึ่งเป็นผลลัพทธ์ของสมการทางคณิตศาสตร์ที่ประกอบขึ้นจากเลขฐานสิบหกและมีได้มากถึง 64 หลัก

การขุด Bitcoin มีข้อเสียยังไง?

อ้างจากดัชนีการเผาผลาญพลังงานไฟฟ้าจาก Bitcoin ของ Cambridge (Cambridge Bitcoin Electricity Consumption Index) เครือข่ายการขุด Bitcoin ทั้งหมดใช้พลังงานไฟฟ้าต่อปีเทียบเท่าการใช้งานไฟฟ้าของประเทศอาร์เจนตินาทั้งประเทศในหนึ่งปี ข้อมูลดังกล่าวจึงเริ่มจุดประเด็นที่การขุด Bitcoin มีการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก และพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ของโลกยังผลิตขึ้นจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและถ่านหินเป็นส่วนใหญ่


และนี่ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญปัญหาหนึ่งของสกุลเงินดิจิทัลที่เมื่อมีการประมวลผลพลังงานไฟฟ้าก็จะถูกใช้ไป ยิ่งมีการขุดเหรียญมากขึ้นเท่าไหร่ กิจกรรมนี้ก็จะกลายเป็นตัวร้ายหลักในทรรศนคนดู เนื่องจากกิจกรรมนี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


เพื่อบรรเทาการใช้พลังงานที่สูงขึ้นนี้นักขุดบางส่วนถึงกับมีการหันไปใช้เครื่องผลผิตกระแสไฟฟ้าเองเพื่อให้กระบวนการขุดยังดำเนินต่อไปได้

กลลวงของมิจฉาชีพต่อนักขุด Bitcoin มีอะไรบ้าง

ขุด Bitcoin


เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ได้รับความนิยมชนิดอื่น ๆ Bitcoin ก็มักจะถูกมิจฉาชีพนำมาใช้ในการหลอกลวงเงินทุนจากนักลงทุนในหลากหลายวิธี และเราควรรู้ให้เท่าทันเพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทุนอย่างไม่ควร เช่น 


1) หลอกให้ขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์แบบเปล่า ๆ

การหลอกให้ขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์แบบเปล่า ๆ เป็นหนึ่งในกลลวงที่เก่าแก่ที่สุด และมักจะใช้ได้ผลเสมอในการขโมยเงินทุนจากนักลงทุนหน้าใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ กลโกงแบบคลาสสิคของการหลอกให้ขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์จะเริ่มต้นด้วยการที่บริษัทผู้ให้บริการเรียกให้คุณวางเงินลงทุนใน Bitcoin ในอีกด้านหนึ่งคุณก็จะมีส่วนในแพลตฟอร์มการขุดที่มีการแชร์พลังในการประมวลผลกับบริษัท ซึ่งพลังในการประมวลผลนี้สามารรถนำไปใช้ในการขุด Bitcoin แล้วนำผลกำไรมาแบ่งกันระหว่างสมาชิกในกลุ่ม Pool Mining ได้


อย่างไรก็ดี เงินทุนที่นักลงทุนส่งไปยังบริษัทนั้นเป็นเพียงการจ่ายให้กับนักลงทุนคนก่อนหน้า และบริษัทก็ดูเหมือนน่าเชื่อถือและถูกกฎหมายในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมลงทุนและโอนเงินมาให้กับบริษัทมากขึ้น บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มจะมีการให้สัญญาด้านผลตอบแทนที่ดีอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้โดยมีข้อตกลงที่มีเงื่อนเวลาไม่จำกัด เมื่อไหร่ก็ตามที่บริษัทรวบรวมเงินทุนได้ตามต้องการแล้ว เว็บไซต์ของบริษัทก็อาจจะเริ่มเข้าไม่ได้ ติดต่อไปก็ไม่ได้รับการตอบรับ 


บริษัทหลอกให้ขุด Bitcoin ผ่านคลาวด์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดเกิดขึ้นในปี 2019 ในกรณีนี้มีผู้ถูกจับกุม 3 ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า $722 ล้านผ่านเครือข่าย BitClub ศาลตัดสินว่าคนเหล่านี้ร้องขอเงินทุนจากนักลงทุนเพื่อแลกกับส่วนแบ่งพลังการขุดจาก Mining Pool แต่ทั้งพลังการขุดและ Mining Pool นี้ไม่มีจริง บริษัทเพียงแค่หอบเงินหนีไป และบางครั้งยังจ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุนเพื่อเป็นการชักจูงนักลงทุนรายใหม่ ๆ เข้ามาด้วย


2) หลอกโจรกรรมเหรียญในกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์

การโจรกรรมเหรียญในกระเป๋าเงินเป็นเรื่องที่เศร้าที่สุดสำหรับนักลงทุนในเหรียญคริปโต เพราะเป็นเหตุการณ์ที่มีมิจฉาชีพพยายามเจาะระบบความปลอดภัยของกระเป๋าเงินเข้าไปเพื่อล้วงเอาเหรียญทั้งหมดที่เก็บรักษาไว้ในกระเป๋าเงินนั้นออกมา เหลือไว้แต่กระเป๋าเปล่า ๆ 


การโจรกรรมเหรียญแบบนี้มักเกิดขึ้นได้จากสองสามวิธี ความเป็นไปได้แรกคือ มิจฉาชีพจะขายกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ให้กับผู้ใช้พร้อมกับ Secret SEED แอบซ่อนไว้ข้างใน และเมื่อผู้ใช้ติดตั้งการใช้งานกระเป๋าเงิน มิจฉาชีพก็สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินนี้ได้ไม่ว่าอยู่ที่ใดบนโลกใบนี้และสามารถสูบเงินจนหมดได้ในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น 


นอกจากนี้ยังมีการโจรกรรมเหรียญจากกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์จากผู้ผลิตที่ไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งจะใช้วิธีเดียวกันในการดูดเงินออกจากกระเป๋าเงินของผู้ใช้จนไม่เหลือแม้แต่ซาโตชิเดียว


3) อุปกรณ์ขุดปลอม

กลลวงของมิจฉาชีพอีกอย่างที่มักจะเกาะมากับกระแสกความนิยมการขุด Bitcoin ก็คือการสร้างอุปกรณ์ขุดปลอม ๆ ขึ้นมาหลอกขาย โดยเมื่อไหร่ก็ตามที่มูลค่าของ Bitcoin เพิ่มขึ้น มิจฉาชีพเหล่านี้จะเข้าจู่โจมตลาดด้วยอุปกรณ์ขุดที่รับประกันผลตอบแทนอันน่าเหลือเชื่อ ในบางกรณีอาจมีการส่งอุปกรณ์บางอย่างมาให้ แต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานไม่ได้จริงหรือใช้งานได้ที่ประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควรเป็น


จะมีตัวอย่างเช่น เวลาที่พวกมิจฉาชีพเหล่านี้ใช้บัญชีที่ดูมีความน่าเชื่อถือบนมาร์เก็ตเพลส เช่น Alibaba และเริ่มขายผลิตภัณฑ์ปลอม ๆ ให้ ซึ่งจริงอยู่ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะตรวจสอบประวัติของผู้ขายและเดาว่าพวกเขาจะไม่ทำให้ชื่อเสียงของบริษัทต้องเสื่อมเสีย แต่ในที่สุดในภายหลังก็ปรากฎว่าบริษัทได้สูญเสียการควบคุมเหนือมาร์เก็ตเพลสไป

บทสรุป

ตอนนี้เราก็ทำความรู้จักกับการขุด Bitcoin และวิธีการขุด Bitcoin กันมาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวที่ต้องประเมินความได้เปรียบเสียเปรียบของการขุด Bitcoin นี้ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินทุนจริง ๆ ในลำดับถัดไป


แม้ว่าคุณจะมีทรัพยากรในการขุดบิทคอยน์ที่เพรียบพร้อมแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำการขุดบิทคอยน์ไปอย่างต่อเนื่อง เพราะจากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า หากเราเลือกวิธีการขุดบิทคอยน์ในปัจจุบันนี้ผลตอบแทนที่ได้รับไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นนั่นเอง เราจะต้องมองถึงภาพว่าเป็นจริงแล้วนั้น การขุด Bitcoin ไม่ได้กำไรให้กับนักขุดมือใหม่ได้อย่างจริงจัง


สำหรับทางเลือกในการสร้างผลกำไรจาก Bitcoin นอกเหนือไปจากการขุดก็สามารถทำได้ด้วยการเข้าสู่ตลาดซื้อขายสกุลเงินคริปโต เช่น 


การซื้อ Bitcoin ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือก็แค่เทรด Bitcoin ผ่านเครื่องมือทางการเงินอย่าง CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของหรือถือครองสกุลเงินดิจิทัลใด ๆ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการจัดเก็บและการย้ายเข้าย้ายออกเหรียญ ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูงกว่าเพราะได้หลีกเหลี่ยงความเสี่ยงที่ถูกแฮก เทรด Bitcoin ผ่านโบรกเกอร์ CFD ที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่าง Mitrade ฝึกฝนเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50,000 ดอลลาร์ >>>


mitrade
dago แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100
dago ฝากถอนเงินฟรีและรวดเร็ว
dago เทรดด้วยอัตราทดที่ยืดหยุ่น
dago ค่าคอมมิชชั่น 0 และสเปรดต่ำ
CFD อาจจะทำให้คุณสูญเสียเงินต้นทั้งหมด โปรดอ่านพิจรนา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงของเรา นำเสนอ โดย Mitrade Holding Ltd.SIB License 1612446
ตราสารอนุพันธ์อาจจะทำให้คุณขาดทุนทั้งหมด โปรดอ่านพิจรนา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงของเรา นำเสนอ โดย Mitrade Holding Ltd.SIB License 1612446

ข้อมูลเพิ่มเติ่ม>>


*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
Ethereum(ETH) คืออะไร? ทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องรู้Ethereum คือ Programmable Blockchain หรือแพลตฟอร์ม Blockchain ที่รองรับแอพริเคชั่นหลากหลายด้วยการใช้ Smart contract รองรับการมาของ Web3 ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเรา
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 15 มี.ค. 2023
Ethereum คือ Programmable Blockchain หรือแพลตฟอร์ม Blockchain ที่รองรับแอพริเคชั่นหลากหลายด้วยการใช้ Smart contract รองรับการมาของ Web3 ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเรา
placeholder
เหรียญ IOST คืออะไร? ดีไหม? การวิเคราะห์แนวโน้ม IOST COINIOST คืออะไร? IOST ย่อมาจาก ‘Internet of Service Token’ โดยมีจุดมุ่งหมายแรกว่าจะเป็นผู้ให้บริการบล็อคเชนบนอินเทอร์เน็ตที่ซึ่งพร้อมรับการเข้ามาใช้เป็นจำนวณมาก (Scalability)
ผู้เขียน  ภัสนัย จิรฤกษ์มงคลInsights
วันที่ 25 เม.ย. 2023
IOST คืออะไร? IOST ย่อมาจาก ‘Internet of Service Token’ โดยมีจุดมุ่งหมายแรกว่าจะเป็นผู้ให้บริการบล็อคเชนบนอินเทอร์เน็ตที่ซึ่งพร้อมรับการเข้ามาใช้เป็นจำนวณมาก (Scalability)
placeholder
Stellar Lumens คืออะไรและแนวโน้มเหรียญ XLM ในปี 2023 เป็นอย่างไรในบทความนี้เราพร้อมที่จะอธิบายอย่างละเอียดว่า Stellar Lumens หรือ XLM Coin คืออะไร มีระบบการทำงานอย่างไรบ้าง มีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งวิเคราะห์แนวโน้มในปี 2023 เหรียญ XLM น่าลงทุนหรือไม่
ผู้เขียน  ชัญญาพัชร์ ประวาสุขInsights
วันที่ 15 มี.ค. 2023
ในบทความนี้เราพร้อมที่จะอธิบายอย่างละเอียดว่า Stellar Lumens หรือ XLM Coin คืออะไร มีระบบการทำงานอย่างไรบ้าง มีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งวิเคราะห์แนวโน้มในปี 2023 เหรียญ XLM น่าลงทุนหรือไม่
placeholder
Solana(SOL) คืออะไร? เหรียญ SOL ดีไหม? อนาคตของเหรียญ SOL จะเป็นไงบ้าง?Solana เหรียญสาย Smart Contract น้องใหม่ไฟแรงที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว วันนี้เรามาสำรวจกันว่า Solana(SOL) คืออะไร เหรียญ SOL ดีไหมและอนาคตของเหรียญ SOL จะเป็นไงบ้าง
ผู้เขียน  ภัสนัย จิรฤกษ์มงคลInsights
วันที่ 15 มี.ค. 2023
Solana เหรียญสาย Smart Contract น้องใหม่ไฟแรงที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว วันนี้เรามาสำรวจกันว่า Solana(SOL) คืออะไร เหรียญ SOL ดีไหมและอนาคตของเหรียญ SOL จะเป็นไงบ้าง
placeholder
เหรียญชิบะอินุ (Shiba Inu Coin) คืออะไรและน่าลงทุนไหมในปี 2023 บทความเราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้าเหรียญชิบะ (Shiba coin) ว่าคืออะไร สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหนและเหมาะแก่การลงทุนในปี 2023 หรือไม่
ผู้เขียน  ชัญญาพัชร์ ประวาสุขInsights
วันที่ 14 เม.ย. 2023
บทความเราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้าเหรียญชิบะ (Shiba coin) ว่าคืออะไร สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหนและเหมาะแก่การลงทุนในปี 2023 หรือไม่
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์