ขุด Bitcoin ยังไง?วิธีขุด Bitcoin สำหรับมือใหม่ 2026

Bitcoin (BTC) ก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทั่วโลกให้ความสนใจต่อเนื่อง และสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เสมอ สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าในปี 2026 นี้ ขุด Bitcoin ยังไง อยากเริ่มจะเริ่มยังไง ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง ต้นทุนค่าไฟในไทยขุดแล้วจะคุ้มทุนหรือไม่ วันนี้ เราได้รวบรวมทุกอย่างไว้ให้แล้ว
สรุปเข้าใจง่ายใน 1 นาที ปี 2026 ขุด Bitcoin ยังไง?
| สรุป | อธิบาย |
| อุปกรณ์ที่ต้องใช้ | เครื่องขุด ASIC เฉพาะทางเท่านั้น (เช่น Antminer S21 Series หรือ Whatsminer M60 Series) คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก หรือการ์ดจอ (GPU) ไม่สามารถขุด BTC แข่งกับเครือข่ายได้แล้ว |
| ผลตอบแทนต่อบล็อก | 3.125 BTC ต่อบล็อก (+ ค่าธรรมเนียมธุรกรรม) หลังผ่านปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ครั้งที่ 4 ในปี 2024 และจะลดเหลือ 1.5625 BTC ในปี 2028 |
| ต้นทุนหลักที่ต้องจ่าย | 1. ค่าเครื่อง ASIC (50,000 - 300,000+ บาท/เครื่อง) 2. ค่าไฟฟ้า เฉลี่ย 7,000 - 12,000+ บาท/เดือน/เครื่อง |
| ขุดที่บ้านคุ้มไหม? | ไม่คุ้มสำหรับค่าไฟบ้านปกติในไทย (~4.20–4.50 บ./หน่วย) เพราะค่าไฟจะสูงกว่ามูลค่าเหรียญที่ขุดได้ จะคุ้มค่าเฉพาะผู้ที่มีต้นทุนค่าไฟต่ำพิเศษ (< 2.50 บ./หน่วย เช่น มิเตอร์ TOU หรือพลังงานแสงอาทิตย์) |
| วิธีเริ่มต้น | เลือกเครื่อง ASIC → ติดตั้งกระเป๋า Crypto Wallet → สมัคร Mining Pool (เช่น F2Pool, AntPool) → ตั้งค่าซอฟต์แวร์ → เริ่มเปิดเครื่องขุด |
| ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับรายย่อย | การซื้อสะสมโดยตรง (DCA) บนกระดานเทรด หรือการเทรดเก็งกำไรส่วนต่างราคาผ่าน CFD โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องและไม่ต้องจ่ายค่าไฟ |
5 ขั้นตอนวิธีขุด Bitcoin สำหรับมือใหม่
นี่คือ 5 ขั้นตอนหลักในการเริ่มต้นขุด Bitcoin อย่างถูกต้อง
1. เตรียมฮาร์ดแวร์ขุดให้เหมาะสม (ASIC Miner)
ในอดีตเราอาจใช้ซีพียู (CPU) หรือการ์ดจอ (GPU) เล่นเกมมาขุดบิทคอยน์ได้ แต่ปัจจุบันความยากของเครือข่าย (Mining Difficulty) พุ่งสูงขึ้นมหาศาล อุปกรณ์เดียวที่ขุด Bitcoin ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ เครื่อง ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) ซึ่งเป็นชิปที่สร้างมาเพื่อประมวลผลอัลกอริทึม SHA-256 โดยเฉพาะ
สิ่งที่ต้องพิจารณา: ดูที่อัตราแรงขุด (Hashrate เช่น 150–250 TH/s) เทียบกับอัตราการกินไฟ (วัตต์ต่อ Terahash หรือ J/TH) ยิ่งค่า J/TH ต่ำ แสดงว่าเครื่องยิ่งประหยัดไฟและสร้างกำไรสุทธิได้ดีกว่า
2. เตรียมกระเป๋าเงินดิจิทัล (Crypto Wallet) ให้พร้อม
เหรียญ Bitcoin ที่ขุดได้จะต้องถูกโอนเข้ามาเก็บไว้ในกระเป๋าเงินของคุณ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ:
Hot Wallet (กระเป๋าออนไลน์): สะดวกในการโอนย้ายไปขายต่อ เช่น วอลเล็ตบน Exchange หรือแอปมือถือ
Cold Wallet (Hardware Wallet): แนะนำสำหรับความปลอดภัยสูงสุดในการเก็บรักษาระยะยาว เพราะเก็บ Private Key แบบออฟไลน์ ป้องกันการถูกแฮกผ่านอินเทอร์เน็ตได้ 100%
3. เข้าร่วมกลุ่มเหมืองขุด (Mining Pool)
การขุดเดี่ยว (Solo Mining) แทบเป็นไปไม่ได้ที่รายย่อยจะแก้สมการเจอบล็อกเอง นักขุดทั่วโลกจึงนำกำลังขุดมารวมกันใน Mining Pool (เช่น F2Pool, AntPool, Binance Pool, ViaBTC)
เมื่อพูลขุดเจอบล็อก รางวัล 3.125 BTC จะถูกแบ่งกระจายให้สมาชิกตามสัดส่วนแรงขุดที่ส่งเข้าไป แนะนำให้เลือกพูลที่ใช้ระบบจ่ายเงินแบบ PPS+ (Pay Per Share Plus) หรือ FPPS เพื่อรับรายได้สม่ำเสมอทุกวัน
4. ตั้งค่าระบบและโปรแกรมขุด
เครื่อง ASIC ยุคใหม่จะมีระบบปฏิบัติการและ Dashboard ควบคุมในตัวผ่านเว็บบราวเซอร์ (เช่น Braiins OS หรือเฟิร์มแวร์มาตรฐานของเครื่อง) เพียงเชื่อมต่อเครื่องเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้าน จากนั้นกรอก Mining Pool URL, Worker Name และ ที่อยู่กระเป๋าเงิน (Wallet Address) ให้ถูกต้อง
5. เริ่มต้นเปิดเครื่องขุดและดูแลระบบ 24 ชม.
เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ เครื่องจะเริ่มคำนวณและส่งแฮชไปยังพูลทันที สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อเนื่องคือ:
การระบายความร้อนและการไหลเวียนอากาศ: เครื่อง ASIC ปล่อยความร้อนสูงมากและมีเสียงพัดลมดัง 70–80 dB ต้องตั้งในพื้นที่ปิดมิดชิดที่ระบายอากาศได้ดี
ความเสถียรของอินเทอร์เน็ตและไฟฟ้า: อินเทอร์เน็ตไม่จำเป็นต้องเร็วมาก แต่ต้องเสถียรและไม่หลุดบ่อย
การขุดบิทคอยน์คืออะไร
หากอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด การขุด Bitcoin (Bitcoin Mining) คือกระบวนการที่คอมพิวเตอร์ทั่วโลกทำหน้าที่เป็น "พนักงานจดบัญชีและตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม" บนเครือข่ายบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Network)
เนื่องจาก Bitcoin ไม่มีธนาคารกลางคอยดูแล ระบบจึงกำหนดให้นักขุดนำพลังการประมวลผลคอมพิวเตอร์มาช่วยยืนยันความถูกต้องของรายการโอนเงิน เพื่อป้องกันการปลอมแปลงหรือการใช้เงินซ้ำซ้อน (Double Spending)
การขุด Bitcoin มีหลักการทำงานอย่างไร
เพื่อให้เข้าใจอย่างง่าย เราจะอธิบายการทำงานของการขุด Bitcoin โดยยกตัวอย่าง
สมมติว่า นาย ก ต้องการซื้อของจากนาย ข ทำให้นาย ก โอนเงินค่าของให้นาย ข จำนวน 2 Bitcoin
1) ประกาศ
วอลเล็ตของนาย ก ประกาศการชำระเงิน 2 Bitcoin ยังวอลเล็ตของนาย ข (ธุรกรรม) ไปยัง Full Node ทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับวอลเล็ตของนาย ก ซึ่ง Full Node คือวอลเล็ตพิเศษที่รับ-ส่งธุรกรรมซึ่งบรรจุข้อมูลทั้งหมดของบล็อกเชน
2) กระจายข้อมูล
Full Node จะทำการตรวจสอบธุรกรรมของนาย ก กับธุรกรรมอื่น ๆ ที่รอดำเนินการ หากธุรกรรมของนาย ก ไม่ขัดแย้งกับธุรกรรมอื่น ๆ Full Node จะทำการเผยแพร่ข้อมูลธุรกรรมนาย ก ผ่านเครือข่าย Bitcoin
นาย ข จะยังไม่ได้รับ Bitcoin จากนาย ก ในขั้นตอนนี้ เนื่องจากธุรกรรมของนาย ก ยังไม่ได้ถูกเพิ่มลงในบล็อกเชน
3) นักขุดทำงาน
นักขุดมีข้อมูลทั้งหมดของบล็อกเชนและทำการตรวจสอบธุรกรรมใหม่ที่เพิ่งประกาศบนเครือข่าย นักขุดจะทำงานเพื่อรวบรวมธุรกรรมที่ถูกต้องและใหม่ทั้งหมดลงในบล็อกปัจจุบัน
นักขุดจะแข่งขันกันเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องของบล็อกปัจจุบัน โดยที่ผู้ชนะจะมีเพียงแค่หนึ่งเดียว ซึ่งนักขุดที่มีพลังขุดสูงจะมีโอกาสหาคำตอบที่ถูกต้องได้เร็วกว่า

4) ยืนยันบล็อกเชน
หลังจากนักขุดสามารถแก้โจทย์ของบล็อกปัจจุบันที่มีธุรกรรมของนาย ก สำเร็จแล้วจะทำประกาศบล็อกดังกล่าวไปยังเครือข่าย หาก Full Node ส่วนใหญ่เห็นชอบกับบล็อกดังกล่าว บล็อกดังกล่าวจะถูกเพิ่มลงในบล็อกเชน สถานะธุรกรรมของนาย ก ได้รับการยืนยันแล้วหนึ่งครั้ง
ตอนนี้นาย ข จะได้รับ 2 Bitcoin จากนาย ก และนาย ข สามารถส่งของให้นาย ก ได้แล้ว
ประโยชน์ของการขุดบิทคอยน์มีอะไรบ้าง
ทำไมใครๆก็สนใจขุดบิทคอยน์ เรามีคำตอบมาไว้ที่นี่แล้ว
ผลตอบแทนทางการเงินที่เป็นผลตอบแทนต่อบล็อก: นักขุดจะได้รับ Bitcoin จากการไขปริศนาการเข้ารหัสและเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน ณ ปัจจุบัน รางวัลคือ 3.125 BTC ต่อบล็อก ในขณะเดียวกันนักขุดยังเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกรรม Bitcoin ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีกิจกรรมเครือข่ายสูงได้
ศักยภาพการลงทุนระยะยาว: ราคาของ Bitcoin แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป และการขุดให้โอกาสในการสะสม BTC ในต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของราคาในอนาคต
การกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน: การขุด Bitcoin สามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุนได้ซึ่งตรงกับเป้าหมายการลงทุนของใครหลายคนว่าลงทุนในตระกร้าหลายใบย่อมดีกว่าใบเดียว
ทำกำไรจากความผันผวนของราคาบิทคอยน์: ในปัจจุบันอาจมีวิธีการสร้างกำไรจากการลงทุนมากมาย แต่สำหรับบิทคอยน์แล้วมีความผันผวนอย่างมากซึ่งอาจเป็นช่องว่างการทำกำไรของใครหลายคนได้
มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการขุด Bitcoin อะไรบ้าง
การขุด Bitcoin มีการอัปเดตที่สำคัญที่อาจลิสต์ได้ดังนี้
Bitcoin Halving (2024): ในเดือนเมษายน 2024 รางวัลจากการขุดลดลงจาก 6.25 BTC เป็น 3.125 BTC ทำให้รายได้ของนักขุดลดลงและเพิ่มความกดดันต่อประสิทธิภาพการทำงาน ในอดีต การแบ่งครึ่งส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin และกิจกรรมการขุด โดยมีการปรับเปลี่ยนความยากของเครือข่ายและอัตราแฮชหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว
การผสานรวม AI และ HPC: ปัจจุบันนักขุดกำลังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการคำนวณประสิทธิภาพสูง (HPC) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการขุด นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมและเพิ่มผลกำไรในตลาดที่มีการแข่งขัน
การควบรวมและซื้อกิจการที่เพิ่มขึ้น: ด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและรางวัลที่ลดลง บริษัทขุดหลายแห่งจึงรวมตัวกันเพื่อบรรลุการประหยัดต่อขนาด ในไตรมาสที่ 1 ปี 2024 เพียงไตรมาสเดียว ระดมทุนได้มากกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
พลังงานและความยั่งยืน: การตรวจสอบการใช้พลังงานของหน่วยงานกำกับดูแลได้ผลักดันให้ผู้ขุดหันไปใช้แหล่งพลังงานแบบหมุนเวียน เช่น การระบายความร้อนด้วยการจุ่มเพื่อลดการใช้พลังงาน
ประสิทธิภาพของ ASIC: ความก้าวหน้าในฮาร์ดแวร์การขุด โดยเฉพาะการนำเฟิร์มแวร์ที่กำหนดเองมาใช้ ทำให้ผู้ขุดสามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องเก่าได้ในขณะที่ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แนวโน้มนี้ช่วยลดผลกระทบทางการเงินจากผลตอบแทนที่ลดลง
การเปลี่ยนแปลงของค่าธรรมเนียมธุรกรรม: การนำโปรโตคอลโทเค็นใหม่มาใช้ เช่น รูน ทำให้ค่าธรรมเนียมธุรกรรมเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลา ค่าธรรมเนียมเหล่านี้มีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการทำกำไรของผู้ขุดเนื่องจากผลตอบแทนแบบบล็อกลดลง
ในปี 2026 ยังสามารถขุด Bitcoin ฟรี หรือขุดบนมือถือ/PC ได้ไหม?
คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่ได้ผลและไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง" โดยมีข้อเท็จจริงที่ควรรู้ดังนี้:
การขุดบนคอมพิวเตอร์ทั่วไป / การ์ดจอ (PC / GPU): ไม่สามารถสู้แรงขุดของเครื่อง ASIC ได้ หากฝืนเปิดขุด ค่าไฟที่เสียไปจะมากกว่ามูลค่าบิตคอยน์ที่ได้รับหลายร้อยเท่า และทำให้คอมพิวเตอร์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
แอปขุด Bitcoin บนสมาร์ทโฟน: แอปพลิเคชันส่วนใหญ่ที่อ้างว่าขุดได้บนมือถือ แท้จริงแล้วเป็นเพียงการให้ดูโฆษณา หรือจำลองตัวเลขขึ้นมา ผลตอบแทนที่ได้จริงมีมูลค่าเพียงเศษสตางค์ (หลักไม่กี่สิบสตางค์ต่อเดือน) ซึ่งไม่คุ้มกับแบตเตอรี่และความร้อนของตัวเครื่อง
เว็บไซต์แจก Bitcoin ฟรี (Faucets): เว็บไซต์ที่ให้คลิกรับ Satoshi แลกกับการอ่านบทความหรือทำแบบสอบถาม ให้ผลตอบแทนน้อยมากจนไม่สามารถสร้างเป็นรายได้หลักได้
เคล็ดลับการลงทุน: สำหรับนักลงทุนรายย่อย การขุดบิทคอยน์ไม่ใช่หนทางเดียวในการสร้างผลกำไร ปัจจุบันการเทรดเก็งกำไรความผันผวนของราคาบิทคอยน์สามารถเริ่มต้นได้ง่ายกว่ามาก อ่านเพิ่มเติม >> บิทคอยน์เล่นยังไง? วิธีการเล่นบิทคอยน์สำหรับมือใหม่
ขุด Bitcoin ยังไง

การขุด Bitcoin เป็นการแข่งขัน ที่หากใครแก้สมการทางคณิตศาสตร์ได้ก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ และได้รับส่วนแบ่งของรางวัลที่เป็นเหรียญ BTC ไป ดังนั้นอุปกรณ์ที่นำมาใช้ขุด Bitcoin จึงควรมีประสิทธิภาพขั้นต่ำที่สุดคือ มีความสามารถในการประมวลผลสูง
นอกเหนือไปจากความสามารถในการประมวลผล พลังงานไฟฟ้าก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขุดอีกอย่างหนึ่ง และเนื่องจากเราต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการขุดแทบจะตลอดวัน การใช้พลังงานไฟฟ้าได้ในราคาถูกจะช่วยประหยัดต้นทุนในการขุดได้ ขณะที่ตัวอย่างเช่นในประเทศไทยที่ราคาค่าไฟไม่ถูกนัก การขุด Bitcoin จึงต้องคำนวณต้นทุนตรงนี้เข้าไปด้วยเพื่อประเมินว่าการขุดจะคุ้มทุนจากค่าไฟได้หรือไม่ ซึ่งค่าไฟฟ้าก็ถือเป็นต้นทุนตัวหลัก ๆ เลยสำหรับการขุด Bitcoin
สภาพอากาศสำหรับการขุด Bitcoin ก็เป็นอีกปัจจัยที่สามารถสร้างความได้เปรียบจากการขุด Bitcoin ได้ ประเทศในเมืองหนาวจึงค่อนข้างเป็นที่ที่ได้เปรียบสำหรับกิจกรรมนี้ เพราะอากาศเย็นสามารถช่วยลดความร้อนของอุปกรณ์ขณะขุดได้เป็นอย่างดี และช่วยไม่ให้อุณหภูมิของเครื่องคอมฯ ร้อนเกินไปจนเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ ขณะที่ประเทศในเมืองร้อนอาจต้องหาอุปกรณ์สำหรับลดอุณหภูมิมาใช้ ซึ่งจะเป็นต้นทุนอีกตัวที่ต้องแบกรับ
เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว เราลองมาดูกันต่อเลยว่าจะมีวิธีขุด Bitcoin กันอย่างไรบ้าง
1) เตรียมเครื่องมือขุดให้เหมาะสม
สิ่งแรกก่อนเริ่มขุดคือการเตรียมเครื่องมือสำหรับการขุด ซึ่งสองสามปีก่อนขณะที่กระแสดิจิทัลยังไม่บูมเหมือนปัจจุบัน การมีแค่เครื่องคอมพิวเตอร์และการ์ดจอแรง ๆ ก็เพียงพอจะขุด Bitcoin จำนวนมากได้แล้ว แต่สำหรับปัจจุบันการขุด Bitcoin อาจไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเหมือนเดิมเนื่องจากส่วนแบ่งเหรียญที่ขุดได้จะลดลงตามเวลา ขณะที่การแข่งขันขุดเป็นไปอย่างดุเดือดมากขึ้น
เพื่อให้การขุด Bitcoin เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า นักขุดจำเป็นต้องหาอุปกรณ์ที่ให้คุณภาพการประมวลผลแรงเป็นพิเศษ ในแบบที่เพียงพอสำหรับการแข่งขันขุดกับนักขุดอื่น ๆ ซึ่งมักจะตามมาด้วยราคาที่แพงถึงหลายหมื่นบาทได้เลย
อุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการนี้และเป็นที่รู้จักกันดีในวงการก็คือ ASIC ที่เป็นเครื่องประมวลผลที่กินไฟน้อยกว่า แต่มีความสามารถในการขุดเหรียญมากกว่าคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไป
2) เตรียมกระเป๋าเหรียญคริปโต
เมื่อเตรียมอุปกรณ์ได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาคือการติดตั้งกระเป๋าเหรียญคริปโต ซึ่งเป็นแหล่งที่จะเอาไว้สำหรับเก็บรักษาเหรียญที่ขุดได้ มีให้เลือกทั้งกระเป๋าเงินแบบออนไลน์ (Hot Wallet) และกระเป๋าเงินแบบออฟไลน์ (Cold Wallet) ซึ่งกระเป๋าเหรียญแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน
กระเป๋าเงินเสมือนจริงนี้ทำให้คุณสามารถจัดการ “Bitcoin Adress” ที่มีรหัสตามมา 2 แบบ นั่นคือ Public Key และ Private Key ได้
Public Key เป็นการประกอบกันขึ้นจากตัวเลขและอักษรที่มักจะมาในรูปแบบหน้าตา
“18ukxpD1eqnVjux13ehEz8r4d8py1dSdzw"
ซึ่งมักจะใช้เป็นรหัสบ่งชี้บัญชีคล้าย ๆ กับเลขบัญชีหรือเลขหน้าบัตรเครดิต และมักเป็นรหัสที่ใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้ด้วย ในขณะที่การใช้งานผ่าน Private Key จะรองรับเฉพาะการทำธุรกรรมเท่านั้น
อย่างไรก็ดี การใช้กระเป๋าเหรียญคริปโตมีข้อควรระวังหลัก ๆ คือ การทำ Private Key หายจะทำให้คุณไม่สามารถเข้าใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้น ๆ ได้โดยไม่มีวิธีช่วยเหลือใด ๆ อีก และคุณจะต้องสูญเสียเหรียญในกระเป๋านั้นตลอดไป
3) เข้าร่วมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ
ปัจจุบันลำพังแค่การใช้เครื่องคอมประสิทธิภาพสูงอย่าง ASIC เพียงลำพังนั้นเป็นเรื่องยากมากที่จะขุดเหรียญได้เป็นคนแรก เนื่องจากพลังการประมวลผลของคนเดียวนั้นยากที่จะสู้พลังการประมวลผลเป็นกลุ่มของนักขุดจากทั่วโลกได้
ดังนั้นการเข้าร่วมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ หรือ “Mining Pool” จะเป็นทางเลือกที่ดี
ซึ่งการเข้ารวมกลุ่มแบบนี้นักขุดจะให้พลังการประมวลผลให้กับกลุ่ม ขณะที่ Bitcoin ที่ได้รับกลับมาจะถูกแบ่งกระจายให้สมาชิกในกลุ่มตามกำลังการประมวลผลที่ให้กับกลุ่ม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสชนะในการแข่งขันขุด Bitcoin นี้ได้
4) ลงโปรแกรมขุด Bitcoin ในเครื่องคอมฯ
ภายหลังจากที่คุณจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ ติดตั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล และเข้ารวมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว ในทางทฤษฎีคุณก็ยังต้องลงโปรแกรมที่จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบล็อกเชนของ Bitcoin เพื่อให้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งในผู้ขุดเหรียญได้
ปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลายและไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลงโปรแกรมนี้และสามารถรองรับการทำงานได้ในหลากหลายระบบปฏิบัติการ
5) พร้อมสำหรับการขุด Bitcoin
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างได้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มเปิดเครื่อง เชื่อมต่อเข้าสู่โปรแกรมการขุด ซึ่งหลังจากกรอกข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับพอร์ตและกลุ่มการขุด (Mining Pool) เรียบร้อยแล้ว ก็เพียงแค่เลือกอุปกรณ์ ASIC และปล่อยให้ระบบทำการขุดไปเท่านั้น
เคล็ดลับ การขุดบิทคอยน์ไม่ใช่วิธีที่เก็งกำไรจากบิทคอยน์ที่เร็วที่สุด วิธีการเก็งกำไรที่เร็วที่สุดจากบิทคอยน์คือการเทรดบิทคอยน์ ข้อมูลเพิ่มเติม>> บิทคอยน์เล่นยังไง? วิธีการเล่นบิทคอยน์สำหรับมือใหม่ |

ต้นทุนการขุด Bitcoin ในไทยปี 2026: ค่าไฟเท่าไร ขุดแล้วคุ้มไหม?
หัวใจสำคัญที่สุดของการขุด Bitcoin คือสมการ "รายได้จากเหรียญที่ขุดได้ ต้องมากกว่าค่าไฟฟ้าและค่าเสื่อมเครื่อง"
โครงสร้างต้นทุนที่ต้องเตรียม
1. ต้นทุนคงที่ (CapEx): ค่าเครื่องขุด ASIC (ประมาณ 60,000 – 250,000+ บาท/เครื่อง) + อุปกรณ์เดินสายไฟ เบรกเกอร์ และระบบระบายอากาศ
2. ต้นทุนผันแปร (OpEx): ค่าไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง (ต้นทุนกว่า 85-90% ของการขุด) + ค่าธรรมเนียม Mining Pool (ประมาณ 1–2%) + ค่าบำรุงรักษา
ตัวอย่างสูตรคำนวณค่าไฟจริงในไทย
สมมติใช้เครื่องขุด ASIC ระดับมาตรฐาน กำลังไฟ 3,500 วัตต์ (3.5 kW) เปิดทำงาน 24 ชั่วโมงตลอดทั้งเดือน (30 วัน):
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อวัน: 3.5 kW × 24 ชั่วโมง = 84 หน่วย (kWh)/วัน
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อเดือน: 84 หน่วย × 30 วัน = 2,520 หน่วย/เดือน
| ประเภทอัตราค่าไฟฟ้า | อัตราค่าไฟเฉลี่ยต่อหน่วย | ค่าไฟฟ้าต่อวัน | ค่าไฟฟ้าต่อเดือน (1 เครื่อง) | สถานะความคุ้มทุน |
| ไฟบ้านปกติ (อัตราก้าวหน้า) | ~4.50 บาท/หน่วย | ~378 บาท/วัน | ~11,340 บาท/เดือน | เสี่ยงขาดทุนสูง (ค่าไฟแพงกว่ารายรับเหรียญ) |
| มิเตอร์ TOU (Off-Peak) | ~2.80 บาท/หน่วย | ~235 บาท/วัน | ~7,056 บาท/เดือน | พอมีกำไรบางๆ (ขึ้นกับราคา BTC และ Difficulty) |
| เหมืองอุตสาหกรรม / พลังงานหมุนเวียน | < 1.80 บาท/หน่วย ($0.05/kWh) | < 151 บาท/วัน | < 4,536 บาท/เดือน | ได้เปรียบสูง อยู่รอดได้ในระยะยาว |
สรุปความคุ้มค่า: หากคุณต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราบ้านพักอาศัยทั่วไปในไทย การซื้อเครื่องมาขุดเองที่บ้านแทบไม่มีโอกาสคืนทุน แต่หากมีแหล่งไฟราคาถูกหรือไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ส่วนเกิน จึงจะมีความเป็นไปได้ในการทำกำไร
เปรียบเทียบ: ขุดเอง (ASIC) vs ขุดคลาวด์ (Cloud Mining) vs ซื้อ/เทรด Bitcoin โดยตรง
| เกณฑ์เปรียบเทียบ | 1. ซื้อเครื่องขุดเอง (Home/Farm ASIC) | 2. เช่าขุดคลาวด์ (Cloud Mining) | 3. ซื้อถือ Spot / เทรดเก็งกำไร CFD |
| เงินทุนเริ่มต้น | สูงมาก (50,000 - 300,000+ บาท) | ปานกลาง (3,000 - 50,000 บาท) | ยืดหยุ่น เริ่มต้นได้ตั้งแต่ $50 (ประมาณ 1,700 บาท) |
| ความยุ่งยากในการดูแล | สูงมาก (ต้องคุมความร้อน เสียง ฝุ่น ค่าไฟ) | ต่ำ (ผู้ให้บริการดูแลฮาร์ดแวร์ให้) | สะดวกที่สุด ซื้อขายผ่านแอปได้ทันที 24 ชม. |
| ความเสี่ยงหลัก | เครื่องตกรุ่นเร็ว, ค่าไฟกินกำไร, ค่าซ่อม | ความเสี่ยงเจอแพลตฟอร์มหลอกลวง (Scam), ค่าธรรมเนียมแฝง | ความผันผวนของราคาตลาด (บริหารความเสี่ยงได้ด้วย Stop Loss) |
| โอกาสทำกำไร | ได้เหรียญตามแรงขุด (ช้าและต้องรอคืนทุน) | ได้ผลตอบแทนตามสัญญาเช่า (มักคืนทุนยาก) | ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง (2 ทิศทางในตลาด CFD) |
| ความเหมาะสม | ผู้ที่มีแหล่งไฟราคาถูกมาก หรือมีโรงงาน | ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงสัญญาเช่าได้ | มือใหม่และนักลงทุนรายย่อยทั่วไป |
สรุป
ตอนนี้เราก็ทำความรู้จักกับการขุด Bitcoin และวิธีการขุด Bitcoin กันมาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวที่ต้องประเมินความได้เปรียบเสียเปรียบของการขุด Bitcoin นี้ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินทุนจริง ๆ ในลำดับถัดไป
แม้ว่าคุณจะมีทรัพยากรในการขุดบิทคอยน์ที่เพรียบพร้อมแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำการขุดบิทคอยน์ไปอย่างต่อเนื่อง เพราะจากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า หากเราเลือกวิธีการขุดบิทคอยน์ในปัจจุบันนี้ผลตอบแทนที่ได้รับไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นนั่นเอง เราจะต้องมองถึงภาพว่าเป็นจริงแล้วนั้น การขุด Bitcoin ไม่ได้กำไรให้กับนักขุดมือใหม่ได้อย่างจริงจัง
สำหรับทางเลือกในการสร้างผลกำไรจาก Bitcoin นอกเหนือไปจากการขุดก็สามารถทำได้ด้วยการเข้าสู่ตลาดซื้อขายสกุลเงินคริปโต เช่น
การซื้อ Bitcoin ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือก็แค่เทรด Bitcoin ผ่านเครื่องมือทางการเงินอย่าง CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของหรือถือครองสกุลเงินดิจิทัลใด ๆ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการจัดเก็บและการย้ายเข้าย้ายออกเหรียญ ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูงกว่าเพราะได้หลีกเหลี่ยงความเสี่ยงที่ถูกแฮก เทรด Bitcoin ผ่านโบรกเกอร์ CFD ที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่าง Mitrade ฝึกฝนเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50,000 ดอลลาร์ >>>

การขุด Bitcoin ยากไหม
ใช่ การขุด Bitcoin อาจเริ่มต้นได้ไม่ง่ายเพราะวิธีการขุดต้องใช้ฮาร์ดแวร์เฉพาะ (ASIC miners) และกำลังไฟฟ้าจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นนักขุดแข่งขันกันเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน และมีเพียงผู้ที่เร็วที่สุดเท่านั้นที่จะได้รับรางวัล
การขุด Bitcoin ถูกกฎหมายหรือไม่?
การขุด Bitcoin ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากเป็นการลักลอบ หรือดัดแปลงใช้ไฟฟ้าหลวงจะมีโทษทางแพ่งและอาญา
การขุด Bitcoin ต้องใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วหรือไม่
ไม่ การขุด Bitcoin ไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออิน เทอร์เน็ตที่รวดเร็ว แต่การเชื่อมต่อที่เสถียรและเชื่อถือได้จะช่วยให้การขุดบิทคอยน์ราบรื่นมากกว่า
*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน



