ขุด Bitcoin ยังไง?วิธีขุด Bitcoin สำหรับมือใหม่ 2026

อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos
สารบัญ
สรุปเข้าใจง่ายใน 1 นาที ปี 2026 ขุด Bitcoin ยังไง? 5 ขั้นตอนวิธีขุด Bitcoin สำหรับมือใหม่การขุดบิทคอยน์คืออะไรการขุด Bitcoin มีหลักการทำงานอย่างไรประโยชน์ของการขุดบิทคอยน์มีอะไรบ้างมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการขุด Bitcoin อะไรบ้างในปี 2026 ยังสามารถขุด Bitcoin ฟรี หรือขุดบนมือถือ/PC ได้ไหม?ขุด Bitcoin ยังไงต้นทุนการขุด Bitcoin ในไทยปี 2026: ค่าไฟเท่าไร ขุดแล้วคุ้มไหม?เปรียบเทียบ: ขุดเอง (ASIC) vs ขุดคลาวด์ (Cloud Mining) vs ซื้อ/เทรด Bitcoin โดยตรงสรุป

Bitcoin (BTC) ก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทั่วโลกให้ความสนใจต่อเนื่อง และสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เสมอ สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าในปี 2026 นี้ ขุด Bitcoin ยังไง อยากเริ่มจะเริ่มยังไง ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง ต้นทุนค่าไฟในไทยขุดแล้วจะคุ้มทุนหรือไม่ วันนี้ เราได้รวบรวมทุกอย่างไว้ให้แล้ว

สรุปเข้าใจง่ายใน 1 นาที ปี 2026 ขุด Bitcoin ยังไง?

สรุปอธิบาย
อุปกรณ์ที่ต้องใช้เครื่องขุด ASIC เฉพาะทางเท่านั้น (เช่น Antminer S21 Series หรือ Whatsminer M60 Series) คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก หรือการ์ดจอ (GPU) ไม่สามารถขุด BTC แข่งกับเครือข่ายได้แล้ว
ผลตอบแทนต่อบล็อก3.125 BTC ต่อบล็อก (+ ค่าธรรมเนียมธุรกรรม) หลังผ่านปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ครั้งที่ 4 ในปี 2024 และจะลดเหลือ 1.5625 BTC ในปี 2028
ต้นทุนหลักที่ต้องจ่าย1. ค่าเครื่อง ASIC (50,000 - 300,000+ บาท/เครื่อง)
2. ค่าไฟฟ้า เฉลี่ย 7,000 - 12,000+ บาท/เดือน/เครื่อง
ขุดที่บ้านคุ้มไหม?ไม่คุ้มสำหรับค่าไฟบ้านปกติในไทย (~4.20–4.50 บ./หน่วย) เพราะค่าไฟจะสูงกว่ามูลค่าเหรียญที่ขุดได้ จะคุ้มค่าเฉพาะผู้ที่มีต้นทุนค่าไฟต่ำพิเศษ (< 2.50 บ./หน่วย เช่น มิเตอร์ TOU หรือพลังงานแสงอาทิตย์)
วิธีเริ่มต้นเลือกเครื่อง ASIC → ติดตั้งกระเป๋า Crypto Wallet → สมัคร Mining Pool (เช่น F2Pool, AntPool) → ตั้งค่าซอฟต์แวร์ → เริ่มเปิดเครื่องขุด
ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับรายย่อยการซื้อสะสมโดยตรง (DCA) บนกระดานเทรด หรือการเทรดเก็งกำไรส่วนต่างราคาผ่าน CFD โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องและไม่ต้องจ่ายค่าไฟ

5 ขั้นตอนวิธีขุด Bitcoin สำหรับมือใหม่

นี่คือ 5 ขั้นตอนหลักในการเริ่มต้นขุด Bitcoin อย่างถูกต้อง


1. เตรียมฮาร์ดแวร์ขุดให้เหมาะสม (ASIC Miner)

ในอดีตเราอาจใช้ซีพียู (CPU) หรือการ์ดจอ (GPU) เล่นเกมมาขุดบิทคอยน์ได้ แต่ปัจจุบันความยากของเครือข่าย (Mining Difficulty) พุ่งสูงขึ้นมหาศาล อุปกรณ์เดียวที่ขุด Bitcoin ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ เครื่อง ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) ซึ่งเป็นชิปที่สร้างมาเพื่อประมวลผลอัลกอริทึม SHA-256 โดยเฉพาะ


  • สิ่งที่ต้องพิจารณา: ดูที่อัตราแรงขุด (Hashrate เช่น 150–250 TH/s) เทียบกับอัตราการกินไฟ (วัตต์ต่อ Terahash หรือ J/TH) ยิ่งค่า J/TH ต่ำ แสดงว่าเครื่องยิ่งประหยัดไฟและสร้างกำไรสุทธิได้ดีกว่า


2. เตรียมกระเป๋าเงินดิจิทัล (Crypto Wallet) ให้พร้อม

เหรียญ Bitcoin ที่ขุดได้จะต้องถูกโอนเข้ามาเก็บไว้ในกระเป๋าเงินของคุณ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ:


  • Hot Wallet (กระเป๋าออนไลน์): สะดวกในการโอนย้ายไปขายต่อ เช่น วอลเล็ตบน Exchange หรือแอปมือถือ

  • Cold Wallet (Hardware Wallet): แนะนำสำหรับความปลอดภัยสูงสุดในการเก็บรักษาระยะยาว เพราะเก็บ Private Key แบบออฟไลน์ ป้องกันการถูกแฮกผ่านอินเทอร์เน็ตได้ 100%


3. เข้าร่วมกลุ่มเหมืองขุด (Mining Pool)

การขุดเดี่ยว (Solo Mining) แทบเป็นไปไม่ได้ที่รายย่อยจะแก้สมการเจอบล็อกเอง นักขุดทั่วโลกจึงนำกำลังขุดมารวมกันใน Mining Pool (เช่น F2Pool, AntPool, Binance Pool, ViaBTC)


  • เมื่อพูลขุดเจอบล็อก รางวัล 3.125 BTC จะถูกแบ่งกระจายให้สมาชิกตามสัดส่วนแรงขุดที่ส่งเข้าไป แนะนำให้เลือกพูลที่ใช้ระบบจ่ายเงินแบบ PPS+ (Pay Per Share Plus) หรือ FPPS เพื่อรับรายได้สม่ำเสมอทุกวัน


4. ตั้งค่าระบบและโปรแกรมขุด

เครื่อง ASIC ยุคใหม่จะมีระบบปฏิบัติการและ Dashboard ควบคุมในตัวผ่านเว็บบราวเซอร์ (เช่น Braiins OS หรือเฟิร์มแวร์มาตรฐานของเครื่อง) เพียงเชื่อมต่อเครื่องเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้าน จากนั้นกรอก Mining Pool URL, Worker Name และ ที่อยู่กระเป๋าเงิน (Wallet Address) ให้ถูกต้อง


5. เริ่มต้นเปิดเครื่องขุดและดูแลระบบ 24 ชม.

เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ เครื่องจะเริ่มคำนวณและส่งแฮชไปยังพูลทันที สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อเนื่องคือ:


  • การระบายความร้อนและการไหลเวียนอากาศ: เครื่อง ASIC ปล่อยความร้อนสูงมากและมีเสียงพัดลมดัง 70–80 dB ต้องตั้งในพื้นที่ปิดมิดชิดที่ระบายอากาศได้ดี

  • ความเสถียรของอินเทอร์เน็ตและไฟฟ้า: อินเทอร์เน็ตไม่จำเป็นต้องเร็วมาก แต่ต้องเสถียรและไม่หลุดบ่อย

การขุดบิทคอยน์คืออะไร

หากอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด การขุด Bitcoin (Bitcoin Mining) คือกระบวนการที่คอมพิวเตอร์ทั่วโลกทำหน้าที่เป็น "พนักงานจดบัญชีและตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม" บนเครือข่ายบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Network)


เนื่องจาก Bitcoin ไม่มีธนาคารกลางคอยดูแล ระบบจึงกำหนดให้นักขุดนำพลังการประมวลผลคอมพิวเตอร์มาช่วยยืนยันความถูกต้องของรายการโอนเงิน เพื่อป้องกันการปลอมแปลงหรือการใช้เงินซ้ำซ้อน (Double Spending)

การขุด Bitcoin มีหลักการทำงานอย่างไร

เพื่อให้เข้าใจอย่างง่าย เราจะอธิบายการทำงานของการขุด Bitcoin โดยยกตัวอย่าง


สมมติว่า นาย ก ต้องการซื้อของจากนาย ข ทำให้นาย ก โอนเงินค่าของให้นาย ข จำนวน 2 Bitcoin


1) ประกาศ

วอลเล็ตของนาย ก ประกาศการชำระเงิน 2 Bitcoin ยังวอลเล็ตของนาย ข (ธุรกรรม) ไปยัง Full Node ทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับวอลเล็ตของนาย ก ซึ่ง Full Node คือวอลเล็ตพิเศษที่รับ-ส่งธุรกรรมซึ่งบรรจุข้อมูลทั้งหมดของบล็อกเชน


2) กระจายข้อมูล

Full Node จะทำการตรวจสอบธุรกรรมของนาย ก กับธุรกรรมอื่น ๆ ที่รอดำเนินการ หากธุรกรรมของนาย ก ไม่ขัดแย้งกับธุรกรรมอื่น ๆ Full Node จะทำการเผยแพร่ข้อมูลธุรกรรมนาย ก ผ่านเครือข่าย Bitcoin


นาย ข จะยังไม่ได้รับ Bitcoin จากนาย ก ในขั้นตอนนี้ เนื่องจากธุรกรรมของนาย ก ยังไม่ได้ถูกเพิ่มลงในบล็อกเชน


3) นักขุดทำงาน

นักขุดมีข้อมูลทั้งหมดของบล็อกเชนและทำการตรวจสอบธุรกรรมใหม่ที่เพิ่งประกาศบนเครือข่าย นักขุดจะทำงานเพื่อรวบรวมธุรกรรมที่ถูกต้องและใหม่ทั้งหมดลงในบล็อกปัจจุบัน


นักขุดจะแข่งขันกันเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องของบล็อกปัจจุบัน โดยที่ผู้ชนะจะมีเพียงแค่หนึ่งเดียว ซึ่งนักขุดที่มีพลังขุดสูงจะมีโอกาสหาคำตอบที่ถูกต้องได้เร็วกว่า


นักขุด


4) ยืนยันบล็อกเชน

หลังจากนักขุดสามารถแก้โจทย์ของบล็อกปัจจุบันที่มีธุรกรรมของนาย ก สำเร็จแล้วจะทำประกาศบล็อกดังกล่าวไปยังเครือข่าย หาก Full Node ส่วนใหญ่เห็นชอบกับบล็อกดังกล่าว บล็อกดังกล่าวจะถูกเพิ่มลงในบล็อกเชน สถานะธุรกรรมของนาย ก ได้รับการยืนยันแล้วหนึ่งครั้ง


ตอนนี้นาย ข จะได้รับ 2 Bitcoin จากนาย ก และนาย ข สามารถส่งของให้นาย ก ได้แล้ว

ประโยชน์ของการขุดบิทคอยน์มีอะไรบ้าง

ทำไมใครๆก็สนใจขุดบิทคอยน์ เรามีคำตอบมาไว้ที่นี่แล้ว


  • ผลตอบแทนทางการเงินที่เป็นผลตอบแทนต่อบล็อก: นักขุดจะได้รับ Bitcoin จากการไขปริศนาการเข้ารหัสและเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน ณ ปัจจุบัน รางวัลคือ 3.125 BTC ต่อบล็อก ในขณะเดียวกันนักขุดยังเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกรรม Bitcoin ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีกิจกรรมเครือข่ายสูงได้


  • ศักยภาพการลงทุนระยะยาว: ราคาของ Bitcoin แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป และการขุดให้โอกาสในการสะสม BTC ในต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของราคาในอนาคต


  • การกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน: การขุด Bitcoin สามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุนได้ซึ่งตรงกับเป้าหมายการลงทุนของใครหลายคนว่าลงทุนในตระกร้าหลายใบย่อมดีกว่าใบเดียว


  • ทำกำไรจากความผันผวนของราคาบิทคอยน์: ในปัจจุบันอาจมีวิธีการสร้างกำไรจากการลงทุนมากมาย แต่สำหรับบิทคอยน์แล้วมีความผันผวนอย่างมากซึ่งอาจเป็นช่องว่างการทำกำไรของใครหลายคนได้

มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการขุด Bitcoin อะไรบ้าง

การขุด Bitcoin มีการอัปเดตที่สำคัญที่อาจลิสต์ได้ดังนี้


  • Bitcoin Halving (2024): ในเดือนเมษายน 2024 รางวัลจากการขุดลดลงจาก 6.25 BTC เป็น 3.125 BTC ทำให้รายได้ของนักขุดลดลงและเพิ่มความกดดันต่อประสิทธิภาพการทำงาน ในอดีต การแบ่งครึ่งส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin และกิจกรรมการขุด โดยมีการปรับเปลี่ยนความยากของเครือข่ายและอัตราแฮชหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว


  • การผสานรวม AI และ HPC: ปัจจุบันนักขุดกำลังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการคำนวณประสิทธิภาพสูง (HPC) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการขุด นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมและเพิ่มผลกำไรในตลาดที่มีการแข่งขัน


  • การควบรวมและซื้อกิจการที่เพิ่มขึ้น: ด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและรางวัลที่ลดลง บริษัทขุดหลายแห่งจึงรวมตัวกันเพื่อบรรลุการประหยัดต่อขนาด ในไตรมาสที่ 1 ปี 2024 เพียงไตรมาสเดียว ระดมทุนได้มากกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้น


  • พลังงานและความยั่งยืน: การตรวจสอบการใช้พลังงานของหน่วยงานกำกับดูแลได้ผลักดันให้ผู้ขุดหันไปใช้แหล่งพลังงานแบบหมุนเวียน เช่น การระบายความร้อนด้วยการจุ่มเพื่อลดการใช้พลังงาน


  • ประสิทธิภาพของ ASIC: ความก้าวหน้าในฮาร์ดแวร์การขุด โดยเฉพาะการนำเฟิร์มแวร์ที่กำหนดเองมาใช้ ทำให้ผู้ขุดสามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องเก่าได้ในขณะที่ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แนวโน้มนี้ช่วยลดผลกระทบทางการเงินจากผลตอบแทนที่ลดลง


  • การเปลี่ยนแปลงของค่าธรรมเนียมธุรกรรม: การนำโปรโตคอลโทเค็นใหม่มาใช้ เช่น รูน ทำให้ค่าธรรมเนียมธุรกรรมเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลา ค่าธรรมเนียมเหล่านี้มีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการทำกำไรของผู้ขุดเนื่องจากผลตอบแทนแบบบล็อกลดลง

ในปี 2026 ยังสามารถขุด Bitcoin ฟรี หรือขุดบนมือถือ/PC ได้ไหม?

คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่ได้ผลและไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง" โดยมีข้อเท็จจริงที่ควรรู้ดังนี้:


  • การขุดบนคอมพิวเตอร์ทั่วไป / การ์ดจอ (PC / GPU): ไม่สามารถสู้แรงขุดของเครื่อง ASIC ได้ หากฝืนเปิดขุด ค่าไฟที่เสียไปจะมากกว่ามูลค่าบิตคอยน์ที่ได้รับหลายร้อยเท่า และทำให้คอมพิวเตอร์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว


  • แอปขุด Bitcoin บนสมาร์ทโฟน: แอปพลิเคชันส่วนใหญ่ที่อ้างว่าขุดได้บนมือถือ แท้จริงแล้วเป็นเพียงการให้ดูโฆษณา หรือจำลองตัวเลขขึ้นมา ผลตอบแทนที่ได้จริงมีมูลค่าเพียงเศษสตางค์ (หลักไม่กี่สิบสตางค์ต่อเดือน) ซึ่งไม่คุ้มกับแบตเตอรี่และความร้อนของตัวเครื่อง


  • เว็บไซต์แจก Bitcoin ฟรี (Faucets): เว็บไซต์ที่ให้คลิกรับ Satoshi แลกกับการอ่านบทความหรือทำแบบสอบถาม ให้ผลตอบแทนน้อยมากจนไม่สามารถสร้างเป็นรายได้หลักได้


เคล็ดลับการลงทุน: สำหรับนักลงทุนรายย่อย การขุดบิทคอยน์ไม่ใช่หนทางเดียวในการสร้างผลกำไร ปัจจุบันการเทรดเก็งกำไรความผันผวนของราคาบิทคอยน์สามารถเริ่มต้นได้ง่ายกว่ามาก อ่านเพิ่มเติม >> บิทคอยน์เล่นยังไง? วิธีการเล่นบิทคอยน์สำหรับมือใหม่

ขุด Bitcoin ยังไง

ขุด Bitcoin


การขุด Bitcoin เป็นการแข่งขัน ที่หากใครแก้สมการทางคณิตศาสตร์ได้ก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ และได้รับส่วนแบ่งของรางวัลที่เป็นเหรียญ BTC ไป ดังนั้นอุปกรณ์ที่นำมาใช้ขุด Bitcoin จึงควรมีประสิทธิภาพขั้นต่ำที่สุดคือ มีความสามารถในการประมวลผลสูง


นอกเหนือไปจากความสามารถในการประมวลผล พลังงานไฟฟ้าก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขุดอีกอย่างหนึ่ง และเนื่องจากเราต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการขุดแทบจะตลอดวัน การใช้พลังงานไฟฟ้าได้ในราคาถูกจะช่วยประหยัดต้นทุนในการขุดได้ ขณะที่ตัวอย่างเช่นในประเทศไทยที่ราคาค่าไฟไม่ถูกนัก การขุด Bitcoin จึงต้องคำนวณต้นทุนตรงนี้เข้าไปด้วยเพื่อประเมินว่าการขุดจะคุ้มทุนจากค่าไฟได้หรือไม่ ซึ่งค่าไฟฟ้าก็ถือเป็นต้นทุนตัวหลัก ๆ เลยสำหรับการขุด Bitcoin


สภาพอากาศสำหรับการขุด Bitcoin ก็เป็นอีกปัจจัยที่สามารถสร้างความได้เปรียบจากการขุด Bitcoin ได้ ประเทศในเมืองหนาวจึงค่อนข้างเป็นที่ที่ได้เปรียบสำหรับกิจกรรมนี้ เพราะอากาศเย็นสามารถช่วยลดความร้อนของอุปกรณ์ขณะขุดได้เป็นอย่างดี และช่วยไม่ให้อุณหภูมิของเครื่องคอมฯ ร้อนเกินไปจนเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ ขณะที่ประเทศในเมืองร้อนอาจต้องหาอุปกรณ์สำหรับลดอุณหภูมิมาใช้ ซึ่งจะเป็นต้นทุนอีกตัวที่ต้องแบกรับ


เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว เราลองมาดูกันต่อเลยว่าจะมีวิธีขุด Bitcoin กันอย่างไรบ้าง


1) เตรียมเครื่องมือขุดให้เหมาะสม

สิ่งแรกก่อนเริ่มขุดคือการเตรียมเครื่องมือสำหรับการขุด ซึ่งสองสามปีก่อนขณะที่กระแสดิจิทัลยังไม่บูมเหมือนปัจจุบัน การมีแค่เครื่องคอมพิวเตอร์และการ์ดจอแรง ๆ ก็เพียงพอจะขุด Bitcoin จำนวนมากได้แล้ว แต่สำหรับปัจจุบันการขุด Bitcoin อาจไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเหมือนเดิมเนื่องจากส่วนแบ่งเหรียญที่ขุดได้จะลดลงตามเวลา ขณะที่การแข่งขันขุดเป็นไปอย่างดุเดือดมากขึ้น


เพื่อให้การขุด Bitcoin เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า นักขุดจำเป็นต้องหาอุปกรณ์ที่ให้คุณภาพการประมวลผลแรงเป็นพิเศษ ในแบบที่เพียงพอสำหรับการแข่งขันขุดกับนักขุดอื่น ๆ ซึ่งมักจะตามมาด้วยราคาที่แพงถึงหลายหมื่นบาทได้เลย


อุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการนี้และเป็นที่รู้จักกันดีในวงการก็คือ ASIC ที่เป็นเครื่องประมวลผลที่กินไฟน้อยกว่า แต่มีความสามารถในการขุดเหรียญมากกว่าคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไป


2) เตรียมกระเป๋าเหรียญคริปโต

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาคือการติดตั้งกระเป๋าเหรียญคริปโต ซึ่งเป็นแหล่งที่จะเอาไว้สำหรับเก็บรักษาเหรียญที่ขุดได้ มีให้เลือกทั้งกระเป๋าเงินแบบออนไลน์ (Hot Wallet) และกระเป๋าเงินแบบออฟไลน์ (Cold Wallet) ซึ่งกระเป๋าเหรียญแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน


กระเป๋าเงินเสมือนจริงนี้ทำให้คุณสามารถจัดการ “Bitcoin Adress” ที่มีรหัสตามมา 2 แบบ นั่นคือ Public Key และ Private Key ได้


Public Key เป็นการประกอบกันขึ้นจากตัวเลขและอักษรที่มักจะมาในรูปแบบหน้าตา


“18ukxpD1eqnVjux13ehEz8r4d8py1dSdzw"


ซึ่งมักจะใช้เป็นรหัสบ่งชี้บัญชีคล้าย ๆ กับเลขบัญชีหรือเลขหน้าบัตรเครดิต และมักเป็นรหัสที่ใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้ด้วย ในขณะที่การใช้งานผ่าน Private Key จะรองรับเฉพาะการทำธุรกรรมเท่านั้น


อย่างไรก็ดี การใช้กระเป๋าเหรียญคริปโตมีข้อควรระวังหลัก ๆ คือ การทำ Private Key หายจะทำให้คุณไม่สามารถเข้าใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้น ๆ ได้โดยไม่มีวิธีช่วยเหลือใด ๆ อีก และคุณจะต้องสูญเสียเหรียญในกระเป๋านั้นตลอดไป


3) เข้าร่วมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ

ปัจจุบันลำพังแค่การใช้เครื่องคอมประสิทธิภาพสูงอย่าง ASIC เพียงลำพังนั้นเป็นเรื่องยากมากที่จะขุดเหรียญได้เป็นคนแรก เนื่องจากพลังการประมวลผลของคนเดียวนั้นยากที่จะสู้พลังการประมวลผลเป็นกลุ่มของนักขุดจากทั่วโลกได้


ดังนั้นการเข้าร่วมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ หรือ “Mining Pool” จะเป็นทางเลือกที่ดี


ซึ่งการเข้ารวมกลุ่มแบบนี้นักขุดจะให้พลังการประมวลผลให้กับกลุ่ม ขณะที่ Bitcoin ที่ได้รับกลับมาจะถูกแบ่งกระจายให้สมาชิกในกลุ่มตามกำลังการประมวลผลที่ให้กับกลุ่ม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสชนะในการแข่งขันขุด Bitcoin นี้ได้


4) ลงโปรแกรมขุด Bitcoin ในเครื่องคอมฯ

ภายหลังจากที่คุณจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ ติดตั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล และเข้ารวมกลุ่มกับนักขุดอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว ในทางทฤษฎีคุณก็ยังต้องลงโปรแกรมที่จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบล็อกเชนของ Bitcoin เพื่อให้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งในผู้ขุดเหรียญได้


ปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลายและไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลงโปรแกรมนี้และสามารถรองรับการทำงานได้ในหลากหลายระบบปฏิบัติการ


5) พร้อมสำหรับการขุด Bitcoin

เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างได้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มเปิดเครื่อง เชื่อมต่อเข้าสู่โปรแกรมการขุด ซึ่งหลังจากกรอกข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับพอร์ตและกลุ่มการขุด (Mining Pool) เรียบร้อยแล้ว ก็เพียงแค่เลือกอุปกรณ์ ASIC และปล่อยให้ระบบทำการขุดไปเท่านั้น


เคล็ดลับ

การขุดบิทคอยน์ไม่ใช่วิธีที่เก็งกำไรจากบิทคอยน์ที่เร็วที่สุด วิธีการเก็งกำไรที่เร็วที่สุดจากบิทคอยน์คือการเทรดบิทคอยน์ ข้อมูลเพิ่มเติม>> บิทคอยน์เล่นยังไง? วิธีการเล่นบิทคอยน์สำหรับมือใหม่


mitrade
💸 ห้ามพลาด!!! 💸
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

ต้นทุนการขุด Bitcoin ในไทยปี 2026: ค่าไฟเท่าไร ขุดแล้วคุ้มไหม?

หัวใจสำคัญที่สุดของการขุด Bitcoin คือสมการ "รายได้จากเหรียญที่ขุดได้ ต้องมากกว่าค่าไฟฟ้าและค่าเสื่อมเครื่อง"


โครงสร้างต้นทุนที่ต้องเตรียม

1. ต้นทุนคงที่ (CapEx): ค่าเครื่องขุด ASIC (ประมาณ 60,000 – 250,000+ บาท/เครื่อง) + อุปกรณ์เดินสายไฟ เบรกเกอร์ และระบบระบายอากาศ

2. ต้นทุนผันแปร (OpEx): ค่าไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง (ต้นทุนกว่า 85-90% ของการขุด) + ค่าธรรมเนียม Mining Pool (ประมาณ 1–2%) + ค่าบำรุงรักษา


ตัวอย่างสูตรคำนวณค่าไฟจริงในไทย

สมมติใช้เครื่องขุด ASIC ระดับมาตรฐาน กำลังไฟ 3,500 วัตต์ (3.5 kW) เปิดทำงาน 24 ชั่วโมงตลอดทั้งเดือน (30 วัน):


  • ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อวัน: 3.5 kW × 24 ชั่วโมง = 84 หน่วย (kWh)/วัน

  • ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อเดือน: 84 หน่วย × 30 วัน = 2,520 หน่วย/เดือน


ประเภทอัตราค่าไฟฟ้าอัตราค่าไฟเฉลี่ยต่อหน่วยค่าไฟฟ้าต่อวันค่าไฟฟ้าต่อเดือน (1 เครื่อง)สถานะความคุ้มทุน
ไฟบ้านปกติ (อัตราก้าวหน้า)~4.50 บาท/หน่วย~378 บาท/วัน~11,340 บาท/เดือนเสี่ยงขาดทุนสูง (ค่าไฟแพงกว่ารายรับเหรียญ)
มิเตอร์ TOU (Off-Peak)~2.80 บาท/หน่วย~235 บาท/วัน~7,056 บาท/เดือนพอมีกำไรบางๆ (ขึ้นกับราคา BTC และ Difficulty)
เหมืองอุตสาหกรรม / พลังงานหมุนเวียน< 1.80 บาท/หน่วย ($0.05/kWh)< 151 บาท/วัน< 4,536 บาท/เดือนได้เปรียบสูง อยู่รอดได้ในระยะยาว


สรุปความคุ้มค่า: หากคุณต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราบ้านพักอาศัยทั่วไปในไทย การซื้อเครื่องมาขุดเองที่บ้านแทบไม่มีโอกาสคืนทุน แต่หากมีแหล่งไฟราคาถูกหรือไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ส่วนเกิน จึงจะมีความเป็นไปได้ในการทำกำไร

เปรียบเทียบ: ขุดเอง (ASIC) vs ขุดคลาวด์ (Cloud Mining) vs ซื้อ/เทรด Bitcoin โดยตรง

เกณฑ์เปรียบเทียบ1. ซื้อเครื่องขุดเอง (Home/Farm ASIC)2. เช่าขุดคลาวด์ (Cloud Mining)3. ซื้อถือ Spot / เทรดเก็งกำไร CFD
เงินทุนเริ่มต้นสูงมาก (50,000 - 300,000+ บาท)ปานกลาง (3,000 - 50,000 บาท)ยืดหยุ่น เริ่มต้นได้ตั้งแต่ $50 (ประมาณ 1,700 บาท)
ความยุ่งยากในการดูแลสูงมาก (ต้องคุมความร้อน เสียง ฝุ่น ค่าไฟ)ต่ำ (ผู้ให้บริการดูแลฮาร์ดแวร์ให้)สะดวกที่สุด ซื้อขายผ่านแอปได้ทันที 24 ชม.
ความเสี่ยงหลักเครื่องตกรุ่นเร็ว, ค่าไฟกินกำไร, ค่าซ่อมความเสี่ยงเจอแพลตฟอร์มหลอกลวง (Scam), ค่าธรรมเนียมแฝงความผันผวนของราคาตลาด (บริหารความเสี่ยงได้ด้วย Stop Loss)
โอกาสทำกำไรได้เหรียญตามแรงขุด (ช้าและต้องรอคืนทุน)ได้ผลตอบแทนตามสัญญาเช่า (มักคืนทุนยาก)ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง (2 ทิศทางในตลาด CFD)
ความเหมาะสมผู้ที่มีแหล่งไฟราคาถูกมาก หรือมีโรงงานผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงสัญญาเช่าได้มือใหม่และนักลงทุนรายย่อยทั่วไป

สรุป

ตอนนี้เราก็ทำความรู้จักกับการขุด Bitcoin และวิธีการขุด Bitcoin กันมาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวที่ต้องประเมินความได้เปรียบเสียเปรียบของการขุด Bitcoin นี้ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินทุนจริง ๆ ในลำดับถัดไป


แม้ว่าคุณจะมีทรัพยากรในการขุดบิทคอยน์ที่เพรียบพร้อมแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำการขุดบิทคอยน์ไปอย่างต่อเนื่อง เพราะจากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า หากเราเลือกวิธีการขุดบิทคอยน์ในปัจจุบันนี้ผลตอบแทนที่ได้รับไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นนั่นเอง เราจะต้องมองถึงภาพว่าเป็นจริงแล้วนั้น การขุด Bitcoin ไม่ได้กำไรให้กับนักขุดมือใหม่ได้อย่างจริงจัง


สำหรับทางเลือกในการสร้างผลกำไรจาก Bitcoin นอกเหนือไปจากการขุดก็สามารถทำได้ด้วยการเข้าสู่ตลาดซื้อขายสกุลเงินคริปโต เช่น 


การซื้อ Bitcoin ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือก็แค่เทรด Bitcoin ผ่านเครื่องมือทางการเงินอย่าง CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของหรือถือครองสกุลเงินดิจิทัลใด ๆ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการจัดเก็บและการย้ายเข้าย้ายออกเหรียญ ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูงกว่าเพราะได้หลีกเหลี่ยงความเสี่ยงที่ถูกแฮก เทรด Bitcoin ผ่านโบรกเกอร์ CFD ที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่าง Mitrade ฝึกฝนเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50,000 ดอลลาร์ >>>


mitrade
💸 ห้ามพลาด!!! 💸
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน
คำถามที่พบบ่อย

การขุด Bitcoin ยากไหม

ใช่ การขุด Bitcoin อาจเริ่มต้นได้ไม่ง่ายเพราะวิธีการขุดต้องใช้ฮาร์ดแวร์เฉพาะ (ASIC miners) และกำลังไฟฟ้าจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นนักขุดแข่งขันกันเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน และมีเพียงผู้ที่เร็วที่สุดเท่านั้นที่จะได้รับรางวัล

การขุด Bitcoin ถูกกฎหมายหรือไม่?

การขุด Bitcoin ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากเป็นการลักลอบ หรือดัดแปลงใช้ไฟฟ้าหลวงจะมีโทษทางแพ่งและอาญา

การขุด Bitcoin ต้องใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วหรือไม่

ไม่ การขุด Bitcoin ไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว แต่การเชื่อมต่อที่เสถียรและเชื่อถือได้จะช่วยให้การขุดบิทคอยน์ราบรื่นมากกว่า

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

goTop
quote
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
Ethereum(ETH) คืออะไร? ทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องรู้Ethereum คือ Programmable Blockchain หรือแพลตฟอร์ม Blockchain ที่รองรับแอพริเคชั่นหลากหลายด้วยการใช้ Smart contract รองรับการมาของ Web3 ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเรา
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 10 ต.ค. 2024
Ethereum คือ Programmable Blockchain หรือแพลตฟอร์ม Blockchain ที่รองรับแอพริเคชั่นหลากหลายด้วยการใช้ Smart contract รองรับการมาของ Web3 ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเรา
placeholder
Solana (SOL) คืออะไร? อนาคตน่าลงทุนหรือไม่?Solana คือหนึ่งในบล็อกเชนที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ เพราะนอกจากความเร็วและค่าธรรมเนียมที่ถูกแล้ว Solana พึ่งได้รับอนุมัติ ETF ที่ให้สถาบันการเงินระดับโลกเข้ามาซื้อขายได้อย่างอิสระ แต่คำถามคือ Solana ยังน่าลงทุนหรือไม่? ราคาจะไปถึงเท่าไหร่? วันนี้ เราจะมาวิเคราะห์ Solana พร้อมข้อมูลล่าสุดกัน
ผู้เขียน  ภัสนัย จิรฤกษ์มงคลInsights
วันที่ 27 พ.ย. 2025
Solana คือหนึ่งในบล็อกเชนที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ เพราะนอกจากความเร็วและค่าธรรมเนียมที่ถูกแล้ว Solana พึ่งได้รับอนุมัติ ETF ที่ให้สถาบันการเงินระดับโลกเข้ามาซื้อขายได้อย่างอิสระ แต่คำถามคือ Solana ยังน่าลงทุนหรือไม่? ราคาจะไปถึงเท่าไหร่? วันนี้ เราจะมาวิเคราะห์ Solana พร้อมข้อมูลล่าสุดกัน
placeholder
เหรียญ IOST คืออะไร? ดีไหม? การวิเคราะห์แนวโน้ม IOST COINIOST คืออะไร? IOST ย่อมาจาก ‘Internet of Service Token’ โดยมีจุดมุ่งหมายแรกว่าจะเป็นผู้ให้บริการบล็อคเชนบนอินเทอร์เน็ตที่ซึ่งพร้อมรับการเข้ามาใช้เป็นจำนวณมาก (Scalability)
ผู้เขียน  ภัสนัย จิรฤกษ์มงคลInsights
วันที่ 28 ก.ย. 2023
IOST คืออะไร? IOST ย่อมาจาก ‘Internet of Service Token’ โดยมีจุดมุ่งหมายแรกว่าจะเป็นผู้ให้บริการบล็อคเชนบนอินเทอร์เน็ตที่ซึ่งพร้อมรับการเข้ามาใช้เป็นจำนวณมาก (Scalability)
placeholder
BNB Coin (BNB) คืออะไร? แนวโน้มเหรียญ BNB น่าลงทุนไหมในปี 2025ในบทความนี้ เราจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่อัปเดตเกี่ยวกับ BNB Coin ในปี 2025 ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไรในระบบนิเวศของ Binance และคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ช่วยให้ยังคงเป็นเหรียญที่แข็งแกร่งในตอนนี้ สำหรับนักลงทุนที่กำลังเล็งเหรียญนี้อยู่มาดูกันว่า BNB Coin (BNB) ยังคงคุ้มค่าต่อการลงทุนในปี 2025 หรือไม่
ผู้เขียน  ชัญญาพัชร์ ประวาสุขInsights
วันที่ 29 เม.ย. 2025
ในบทความนี้ เราจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่อัปเดตเกี่ยวกับ BNB Coin ในปี 2025 ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไรในระบบนิเวศของ Binance และคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ช่วยให้ยังคงเป็นเหรียญที่แข็งแกร่งในตอนนี้ สำหรับนักลงทุนที่กำลังเล็งเหรียญนี้อยู่มาดูกันว่า BNB Coin (BNB) ยังคงคุ้มค่าต่อการลงทุนในปี 2025 หรือไม่
placeholder
เหรียญชิบะ (Shiba Inu) คืออะไร? ราคา อนาคต และน่าลงทุนไหมในปี 2026Shiba Inu (SHIB) คือ เหรียญ Altcoin และ Meme Coin บน Ethereum ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนัขพันธุ์ชิบะอินุ เหรียญนี้มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Dogecoin ในฐานะหนึ่งในเหรียญมีมที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ในปี 2026 นี้เหรียญชิบะเติบโตไปในทิศทางไหน และหากสนใจลงทุนต้องเรียนรู้อะไรบ้าง อ่านต่อกันได้เลย
ผู้เขียน  ชัญญาพัชร์ ประวาสุขInsights
8 เดือน 25 วัน อังคาร
Shiba Inu (SHIB) คือ เหรียญ Altcoin และ Meme Coin บน Ethereum ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนัขพันธุ์ชิบะอินุ เหรียญนี้มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Dogecoin ในฐานะหนึ่งในเหรียญมีมที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ในปี 2026 นี้เหรียญชิบะเติบโตไปในทิศทางไหน และหากสนใจลงทุนต้องเรียนรู้อะไรบ้าง อ่านต่อกันได้เลย
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์