เทรดฟอเร็กซ์ การเทรด สกุลเงินดิจิตอล สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ดัชนี การลุงทุน แพลตฟอร์มการเทรด เรียนรู้การเทรด มุมมองเชิงลึก หุ้น

เทรด Forex ทองคำ Bitcoin และตราสารอื่น ๆ ออนไลน์

ทริกช่วยเทรด: วิธีดูปฏิทินเศรษฐกิจ(Economic Calendar)ยังไงให้มีกำไรท่ามกลางความผันผวน
So Preciso
2020-06-15 1699

ตามหน้าเว็บไซต์ข่าวการเงินมักมีข้อมูลมากมายให้นักลงทุนเลือกเสพ ทั้งอินเด็กซ์ทั่วโลกแบบเรียลไทม์ ข่าว บทความรวมถึงปฏิทินเศรษฐกิจ แต่ในทั้งหมดนี้ผู้คนมักเลือกมองข้ามส่วนเล็ก ๆ ที่เรียกว่าปฏิทินเศรษฐกิจ หรือ Economic Calendar ไปเพราะดูเหมือนไม่สำคัญและไกลตัว ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลตัวนี้สำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนมากอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องคอยหาโอกาสทำกำไรจากความผันผวนของตลาด และหากท่านเป็นหนึ่งในคนที่มองข้ามความสำคัญของปฏิทินเศรษฐกิจนี้ไปแล้วละก็ ลองใช้เวลาสักครู่มาดูกันว่าในปฏิทินเศรษฐกิจมีอยู่ในนั้นบ้าง มีวิธีดูปฏิทินเศรษฐกิจยังไง ใช้งานได้อย่างไร และทำไมจึงสำคัญจนทำให้เทรดเดอร์บางคนต้องเปิดเช็กทุกเช้าก่อนเริ่มเทรด!

เนื้อหาบทความ [ซ่อน]
ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) คืออะไร มีความสำคัญต่อเทรดเดอร์อย่างไร

ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) คือ ตารางการเผยแพร่ข้อมูลทางการ เช่น ตัวเลขจีดีพีของแต่ละประเทศ กำหนดการประชุมคณะกรรมการทางการเงินที่มีผลต่ออัตราดอกเบี้ย การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ดัชนีอุตสาหกรรม ตัวเลขผู้ว่างงาน หรือแม้แต่จำนวนสินค้าคงคลังของสินค้าสำคัญ ๆ อย่างน้ำมันดิบ โดยนำข้อมูลเหล่านี้มาเรียงตามวันและเวลาที่ประกาศ ทำให้นักลงทุนได้รู้ว่าสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันเป็นอย่างไร และมีตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญ ๆ อะไรรออยู่บ้าง เมื่อไหร่ตัวเลขเหล่านั้นจึงจะประกาศ และเมื่อประกาศมาแล้วผลของตัวเลขนั้นมีนัยอย่างไรต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจต่อไปในอนาคตบ้าง ดังนั้น ปฎิทินเศรษฐกิจจึงมีความสำคัญต่อนักลงทุนและเทรดเดอร์ในฐานะ


  ●   ช่วยให้ประเมินความเสี่ยงได้ การมองเห็นกำหนดการและข้อมูลต่าง ๆ ที่จะประกาศมาในอนาคตทำให้นักลงทุนประเมินสถานการณ์การลงทุนของตัวเองได้ว่าจะต้องข้ามผ่านความผันผวนของตลาดในรูปแบบใดบ้าง และประเมินได้ว่าจะเป็นความผันผวนที่รุนแรงเพียงใด เช่น ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐที่มักประกาศทุกวันศุกร์จะเป็นปัจจัยที่กระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ตัวเลขนี้จะมีผลกระทบต่อตลาดสูงไม่ว่าจะออกมาในทางที่ดีกว่าที่ตลาดคาดหรือแย่กว่าที่ตลาดคาด ซึ่งจะทำให้ตลาดเกิดความผันผวนสูง นำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อพอร์ตการลงทุนที่มีอยู่


  ●   ช่วยให้วางแผนการลงทุนได้ดีขึ้น การมองเห็นความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นในตลาดทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนรับมือสถานการณ์ได้ว่าจะเลือก Fight or Flight - สู้หรือหนี เช่นตัวอย่างที่ยกมา เมื่อตลาดเกิดความเสี่ยงสูงขึ้นจากข้อมูลตัวเลขการจ้างงานที่ประกาศ นักลงทุนหรือนักเก็งกำไรอาจวางแผนปิดสถานะทั้งหมดก่อนกำหนดการเพื่อปิดความเสี่ยงที่จะกระทบกับพอร์ตการลงทุน หรือ อาจวางแผนเข้าหาโอกาสเก็งกำไรในความผันผวน และสร้างโอกาสขึ้นมาจากความผันผวนนั้นเอง ซึ่งในกำหนดการในปฏิทินเศรษฐกิจจะมีข้อมูลเตรียมพร้อมให้นักลงทุนได้ประกอบการตัดสินใจอยู่ในนั้นด้วย


  ●   เป็นความสะดวกสบายที่นักลงทุนไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลตัวเลขทั้งหมดนี้เอง! ปฏิทินเศรษฐกิจไม่เพียงบอกตารางเวลาที่เผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังบอกด้วยว่าข้อมูลเดิมเป็นอย่างไร มีการคาดการณ์อย่างไร ทำให้นักลงทุนไม่ต้องกลับไปเปิดหาข้อมูลเหล่านี้แต่ละตัว ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกและช่วยลดภาระในการหาข้อมูลไปได้มาก


มีอะไรซ่อนอยู่ในปฏิทินเศรษฐกิจ

เมื่อปฏิทินเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อนักลงทุนรวมถึงเทรดเดอร์เสียขนาดนี้ แต่สำหรับมือใหม่หัดดูปฏิทินอาจจะลายตาไปบ้างเพราะตัวเลขตัวหนังสือตัวย่อเต็มไปหมดก็อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะในบรรดาตัวเลขและอินดิเคเตอร์มากมายที่มีอยู่ในปฏิทิน เรามีอินดิเคเตอร์สำคัญ ๆ ที่ควรจับตามองอยู่นิดเดียว


  ●   Gross Domestic Product (GDP) ตัวเลขจีดีพีเป็นเครื่องชี้วัดการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง ๆ การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่จะเป็นบวก แสดงถึงการเติบโตของเศรษฐกิจในทุกปี ประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่มักมีการเติบโตอยู่ราวปีละ 2-3% ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนามักมีจีดีพีเติบโตราว 3-6% การรายงานตัวเลขจีดีพีในระดับสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้แสดงว่าเศรษฐกิจมีการเติบโตดี จะส่งผลต่อราคาของตลาดหุ้นโดยตรง และหากรายงานแย่กว่าคาดก็จะส่งผลในทางกลับกัน


  ●   Consumer Price Index (CPI) ดัชนีราคาผู้บริโภคมักเป็นตัวเลขที่ใช้ชี้วัดอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นตัวเลขแสดงราคาสินค้าที่เปลี่ยนไปเทียบกับราคาสินค้าปีฐาน เป็นตัวเลขที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของกำลังซื้อของผู้บริโภค CPI ที่รายงานตัวเลขสูงกว่าที่คาดไว้แสดงถึงผู้บริโภคมีกำลังซื้อแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้และส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นโดยตรง แต่หากรายงานแย่กว่าที่คาดไว้แสดงถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอก็จะส่งผลในทางกลับกัน


  ●   Producer Price Index (PPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต เป็นตัวเลขชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาและวัตถุดิบของผู้ผลิตเทียบกับราคาของปีฐาน ชี้วัดความแข็งแกร่งของการลงทุนในฝั่งผู้ผลิต ตัวเลข PPI ที่ออกมามากกว่าที่คาดไว้แสดงถึงการขยายตัวของฝั่งผู้ผลิตมากกว่าที่คาดไว้จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น แต่หากรายงานแย่กว่าที่คาดจะหมายถึงการขยายตัวของฝั่งผู้ผลิตน้อยกว่าที่คาดไว้จะส่งผลในทางตรงกันข้าม


  ●   Nonfarm Payroll/ Unemployment rate หรือตัวเลขการว่างงาน ตัวเลขการว่างงานที่สูงจะส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศ ยิ่งหากตัวเลขออกมาสูงมากจะเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจได้ เพราะการว่างงานที่สูงจะส่งผลให้คนไม่มีเงิน ไม่มีการบริโภค นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะงักงัน ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของตลาดหุ้นโดยตรง ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคาคกลางและรัฐบาลของแต่ละประเทศต้องหามาตรการทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ออกมาเพิ่มเติมด้วย


  ●   Interest rate decisions การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหนึ่งของธนาคารกลางของแต่ละประเทศในการกระตุ้นหรือชะลอความร้อนแรงของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ ทั้งยังส่งผลต่อค่าเงินอีกด้วย โดยเฉพาะหากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างอเมริกาประกาศขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์ตลาดจะก่อให้เกิดความผันผวนสูงต่อตลาดการเงินทุกตลาด การลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้จะส่งผลให้ความต้องการออมเงินลดลง คนต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นจึงเป็นผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นหรือราคาอสังหาริมทรัพย์ อีกด้านหนึ่งการลดดอกเบี้ยส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง เป็นผลให้ราคาทองคำและน้ำมันสูงขึ้น จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยตัวเดียว ส่งผลต่อสินทรัพย์ทางการเงิน ทั้งดอกเบี้ยพันธบัตร ตลาดหุ้น ราคาโภคภัณฑ์และค่าเงิน นับเป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง ไม่ว่าท่านจะเป็นนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ก็ตาม


เมื่อเราทำความรู้จักกับอินดิเคเตอร์สำคัญ ๆ ในปฏิทินเศรษฐกิจกันไปบ้างแล้ว น่าจะทำให้นักลงทุนอ่านปฏิทินเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น แต่เครื่องมือที่เรียกว่าปฏิทินเศรษฐกิจไม่ได้มีดีแค่การรายงานตัวเลขสำคัญ ๆ เหล่านี้เท่านั้น แต่เรายังสามารถปรับเปลี่ยนออปชั่น ตั้งค่าการแสดงข้อมูลให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของแต่ละคนอีกด้วย


วิธีใช้และปรับแต่งค่าปฏิทินเศรษฐกิจ

15921923308572

ปฏิทินเศรษฐกิจของแต่ละเพจจะมีรูปแบบไม่แตกต่างกันนัก เช่น ปฏิทินเศรษฐกิจในเพจ MiTrade เมื่อเปิดขึ้นมาจะพบกับตารางที่มีแถบด้านบนแสดงวันที่ที่นักลงทุนสามารถคลิกเลือกดูเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวันได้ เมื่อเลือกแล้วจะพบตารางแสดง


GMT+7 แสดงเวลาที่จะมีการประกาศตัวเลขแต่ละตัวซึ่งทางเว็บ MiTrade เปลี่ยนค่าให้แสดงเวลาในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

 

ความสำคัญ ระดับดาวแสดงถึงความสำคัญของแต่ละเหตุการณ์ ถ้า 3 ดาวแสดงว่าเป็นตัวเลขที่สำคัญและจะส่งผลต่อตลาดได้มาก ขณะที่ 1 ดาวหมายถึงการรายงานตัวเลขทั่วไปที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก


ถัดมาจะบอกประเทศ และ เหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งยังมี ตัวเลขก่อนหน้า และ คาดการณ์ ให้นักลงทุนประกอบการพิจารณาอีกด้วย

 

แต่เนื่องจากตัวเลขที่เยอะอาจทำให้นักลงทุนตาลายและพลาดข้อมูลที่สำคัญ เรายังสามารถปรับแต่งปฏิทินเศรษฐกิจนี้ให้เหมาะกับนักลงทุนแต่ละคนได้ด้วยการคลิกวงกลมมุมขวาบนก็จะพบรายการให้เลือก 


15921926066477


สี่บรรทัดด้านบนนักลงทุนสามารถเลือกให้ตารางแสดงตัวเลขเฉพาะบางประเทศที่สนใจ เป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ ๆ ที่การรายงานตัวเลขจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาด

 

แถบกิจกรรมพิเศษ ให้นักลงทุนเลือกได้ว่าจะให้แสดงวันหยุด กับ การรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจ


แถบด้านล่างสุด นักลงทุนสามารถเลือกได้ว่าจะให้ระบบกรองเฉพาะการรายงานตัวเลขที่มีความสำคัญแค่ไหนมาแสดงผลในตารางบ้าง


และเมื่อลองปรับค่าให้ระบบเลือกแสดงดังรูป ข้อมูลปฏิทินเศรษฐกิจที่กรองได้ก็จะมีข้อมูลลดน้อยลง และเหลือเฉพาะข้อมูลที่เราสนใจและคิดว่าจะมีผลต่อตลาดที่เราจับตามองอยู่ ช่วยให้ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น


15921926315864ทั้งหมดนี้นักลงทุนควรเปิดดูอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้สามารถประเมินสถานกาณ์ได้ว่าสัปดาห์ที่จะมาถึงนี้จะมีเหตุการณ์ใดกระทบกับสภาพของตลาดให้เกิดความผันผวนได้บ้าง และหากมีเหตุการณ์ที่ว่านั้นจะส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด เพื่อนำมาประกอบการวางแผนการลงทุนของนักลงทุนต่อไป

ส่งท้าย

จะเห็นได้ว่าปฏิทินเศรษฐกิจ หรือ Economic Calendar นั้นมีความสำคัญและช่วยอำนวยความสะดวกหลาย ๆ อย่างให้กับนักลงทุน ช่วยให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงต่อสถานการณ์การลงทุนเพื่อเตรียมวางแผน ไม่ว่าจะ สู้ หรือ หนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะสู้ จะสู้อย่างไร มีทางหนีทีไล่อย่างไรบ้าง และเมื่อเรารู้วิธีดูปฏิทินเศรษฐกิจอย่างนี้แล้วการนำออกมาใช้บ่อย ๆ จะช่วยให้นักลงทุนใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างคล่องแคล่วมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในแบบที่มองปราดเดียวก็รู้ได้เลยว่าทั้งสัปดาห์ที่จะมาถึงนี้อารมณ์ตลาดและแนวโน้มการซื้อขายของตัวเองจะเป็นอย่างไร และนี่เองที่ทำให้ ปฏิทินเศรษฐกิจ จากเครื่องมือที่นักลงทุนมักมองข้าม กลายมาเป็นเครื่องมือจำเป็นที่เทรดเดอร์หลายคนต้องหมั่นตรวจเช็กทุกเช้าก่อนเทรดไปอย่างช่วยไม่ได้


ทดลองปฏิทินเศรษฐกิจของ Mitrade เดี๋ยวนี้ >>>




เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

Share this story