แนำนำตลาดหุ้นจีน คืออะไรและส่อง 7 ‘หุ้นจีน’ ที่น่าลงทุนสำหรับปี 2566

3 นาที
อัพเดทครั้งล่าสุด 13 พ.ย. 2566 02:03 น.

การลงทุนหุ้นต่างประเทศถือว่าเป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากตลาดหุ้นต่างประเทศทำให้นักลงทุนมีโอกาสลงทุนได้หลากหลาย สามารถกระจายความเสี่ยง รวมถึงเพิ่มความเป็นไปได้ในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น หุ้นต่างประเทศที่ใกล้ตัวและน่าสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้น “หุ้นจีน” เนื่องด้วยเป็นหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ของโลกและมีการเติบโตอย่างมาก ส่งผลให้ศักยภาพในการเติบโตของหุ้นเป็นแบบก้าวกระโดดตามไปด้วย

 

บทความนี้จึงเป็นการแนะนำ ตลาดหุ้นจีน คืออะไร รูปแบบหุ้นจีนมีอะไรบ้าง และ หุ้นจีนน่าลงทุนในปี 2566 ซึ่งล้วนมีความโดดเด่นในแต่ละมิติ และกำลังเป็นที่น่าจับตามองมาให้คุณได้รู้จัก


ตลาดหุ้นจีน คืออะไร?

ตลาดหุ้นจีน คือ ตลาดที่ซื้อขายหุ้นของบริษัทต่างๆ ในประเทศจีน ตลาดหุ้นจีนแบ่งออกเป็น 4 ตลาด ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange), ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (Shenzhen Stock Exchange), ตลาดหลักทรัพย์ปักกิ่ง (Beijing Stock Exchange) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Exchanges and Clearing)


1. ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange: SSE)

เป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและอันดับ 3 ของโลก โดยจดทะเบียนบริษัทต่าง ๆ จากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี พลังงาน การเงิน และอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันเป็นตลาดหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงและเข้าถึงได้ง่าย ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นผ่านโบรกเกอร์ในประเทศไทยได้

 

2. ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (Shenzhen Stock Exchange: SZSE)

เป็นตลาดหุ้นที่มีขนาดเล็กกว่าตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ แต่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยจดทะเบียนบริษัทต่าง ๆ จากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นหลัก เช่น Tencent, Alibaba, Meituan และ Pinduoduo

 

3. ตลาดหลักทรัพย์ปักกิ่ง (Beijing Stock Exchange: BSE)

เป็นตลาดหุ้นที่เพิ่งเปิดใหม่ในปี 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม SMEs ในประเทศจีน โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินและข้อมูลแก่บริษัทเหล่านี้

 

4. ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Exchanges and Clearing: HESK)

เป็นตลาดหุ้นที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนแต่จดทะเบียนบริษัทต่าง ๆ จากทั่วโลก โดยตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอันดับ 5 ของโลก


7 ‘หุ้นจีน’ ที่น่าลงทุนในปี 2566

1. Tencent - บริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันและเกมส์ชั้นนำของโลก

บริษัท Tencent หรือ Tencent Holdings LTD., เป็นบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีน ที่ทำธุรกิจมากมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีแอปพลิเคชันทางโลกออนไลน์ และเกมส์ชั้นนำต่างๆ เพื่อตอบสนองบุคคล ในทุกบริบทของการใช้ชีวิตประจำวัน โดยส่วนมากแอปพลิเคชัน อยู่ในหมวดของ Entertainment รวมไปถึงทำธุรกิจบริการโฆษณาออนไลน์, FinTech, Business Services และอื่น ๆ โดยให้บริการครอบคลุมทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ 


ซึ่งแอปพลิเคชันของ Tencent ที่เราทุกคนแทบเคยใช้ ได้แก่ WeChat, RoV, PUBG, Clash of Clan, JOOX, Spotify, Shopee, JD.com และ QQ  ซึ่งแทบทุกคนเคยใช้บริการของ Tencent หมดโดยไม่รู้ตัว และตอบโจทย์การไลฟ์สไตล์ผ่านแพลตฟอร์มของ Tencent เป็นบริษัทไอทีที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์กับเทรนด์ในอนาคต 

 

2. Alibaba - บริษัท e-commerce อันดับหนึ่งของจีน

บริษัท Alibaba ประกอบด้วยกลุ่มบริษัทย่อย 9 บริษัท โดยธุรกิจหลัก เป็นแพลตฟอร์มทางการค้าขาย สำหรับผู้ที่ต้องการขายสินค้าออนไลน์ทั้งในประเทศและขายไปต่างประเทศ รวมไปถึงธุรกิจระบบรับชำระเงิน โฆษณา และคลาวด์ ซึ่งตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบัน เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน E-commerce ของประเทศจีน ซึ่ง 9 บริษัทของ Alibaba ที่ทุกคนต่างคุ้นเคย ได้แก่  


Taobao ทำธุรกิจแฟลต์ฟอร์มค้าปลีกแบบ C2C (Customer to Customer)  โดยให้คนที่ต้องการขายสินค้ามาเปิดร้านค้าออนไลน์บนแฟลต์ฟอร์มได้ฟรี และจะเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อผู้ขายต้องการทำการตลาดหรือโฆษณาสินค้า 

 

Tmall ทำธุรกิจแพลตฟอร์มค้าปลีกแบบ B2C (Business to Customer) โดยให้ร้านค้าแบรด์ดังเข้ามาขายของในแพลตฟอร์ม จะเก็บค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายและเก็บค่าบริการรายปี

 

รวมไปถึง Aliexpress เป็นแพลตฟอร์มได้การค้าปลีก ,1688.com เป็นแพลตฟอร์มได้การค้าส่ง,Alimama เป็นแพลตฟอร์มการตลาดที่ขนาดใหญ่ที่สุดในจีน

 

Alibaba Cloud คือ ธุรกิจคลาวด์คอมพิวเตอร์ของอาลีบาบา ให้บริการ Data Center, การวิเคราะห์ข้อมูล Big Data  

 

และ Ant Financial เป็น Fintech ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ให้บริการชำระเงินออนไลน์ ผ่านแพลต์ฟอร์ม Alipay  สุดท้ายคือ Cainiao Network เป็นแพลตฟอร์มด้านลอจิสติกส์ 


>>> ซื้อหุ้น Alibaba ยังไง


3. Meituan - บริษัทแอปพลิเคชั่น super app ของเมืองจีน 

ซึ่งครอบคลุมทุกบริการภายในแอปเดียว บริษัท Meituan เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอี E-commerce ที่ใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อผู้บริโภคและผู้ค้า โดยให้บริการ แบบครบวงจรทั้ง บริการจัดส่งอาหาร, บัตรกำนัล คูปองส่วนลดต่างๆ และตั๋วที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและโรงแรม, บริการขนส่งพัสดุ และบริการอื่น ๆ รวมถึงบริการทางด้านการเงิน เช่น การชำระเงินออนไลน์ และสินเชื่อรายย่อย ตลอดจนบริการเรียกรถและบริการจักรยานสาธารณะ 

 

ซึ่ง Meituan Dianping จากการรวมตัวกันของ 2 บริษัท ได้แก่ Meituan มีความโดนเด่นในด้านคูปองส่วนลดต่าง ๆ 

Dianping มีความโดนเด่นในด้านการรีวิวร้านอาหารและร้านค้า

 

ซึ่งทั้งสองก็ได้ตัดสินใจรวมกิจการกัน เป็น Meituan Dianping ซึ่งทำให้กลายเป็นบริษัท O2O (Online – to – Offline ) รายใหญ่ของจีน

 

ในปัจจุบันจะพูดว่า Meituan Dianping ถือว่าเป็น แอป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนจีน เพราะแทบจะมีทุกอย่างที่ใช้ในชีวิตประจำวันซึ่ง คนจีนทุกคนต้องมีแอปนี้ในมือถือ เช่น Meituan Waimai (สั่งอาหาร) และ Maoyan (จองตั๋วหนัง) ยังรวมถึง การจองร้านนวด ร้านทำเล็บ จนถึงบริการรับล้างรถถึงที่ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานต่อเดือนมีมากถึง 600 ล้านคน 


4. Contemporary Amperex Technology - บริษัทแบตเตอรี่รถยนต์สัญชาติจีนอันดับหนึ่งของโลก

บริษัท Contemporary Amperex Technology Co., Limited เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายแบตเตอรี่ค้นคว้า พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายด้วยตนเอง แบตเตอรี่ต่าง ๆ ซึ่งถูกนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) เป็นอุตสาหกรรมมาแรงแห่งอนาคตซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้สูง ซึ่งจะตอบโจทย์กับเทรนด์ยุคใหม่

 

ซึ่งบริษัท เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีลูกค้ารายใหญ่อย่าง BMW, Volkswagen และ Mercedes-Benz   และกลายมาเป็นบริษัทผลิตแบตเตอรี่เบอร์หนึ่งของโลกจากการที่มีความต้องการซื้อรถไฟฟ้าอย่างมากในประเทศจีน และนโยบายรัฐบาลของจีนให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น


5. BYD - บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ เบอร์หนึ่งของโลก 

บริษัท BYD Co. Ltd ย่อมาจาก Build Your Dream เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีจุดเด่นในตนเองเหนือผู้ผลิตคู่แข่งรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่น ๆ อย่างการผลิตแบตเตอรี่และชิปต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง 


BYD แรกเริ่มเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการผลิตแบตเตอรี่และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือน  ต่อมาได้ขยับขยายสู่การเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และแล็ปท็อป ให้กับแบรนด์ต่างๆ เช่น Apple, Dell, Samsung หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ BYD เข้ามาทำธุรกิจยานยนต์ในชื่อ BYD Motor เมื่อปี 2003 ด้วยแนวคิดการเป็นรถยนต์พลังงานสะอาด โดยมีการผลิตทั้งรถยนต์, รถบัส, รถบรรทุก และรถรถยก (Forklift) รวมถึงขยายสู่การผลิต โซลาร์เซลล์และระบบแบตเตอรี่เก็บพลังงานสำรอง จนถึงปัจจุบัน 

 

มากกว่านี้หุ้น BYD ที่ทำให้ทุกคนรู้จักคือ การที่ คุณปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนระดับตำนาน เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ BYD ตั้งแต่ปี 2008  อีกทั้ง BYD มีข่าวลือว่า Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ต้องการให้ BYD ผลิตแบตเตอรี่ให้ เนื่องจาก BYD ได้คิดค้นแบตเตอรี่แบบใหม่สำเร็จในชื่อ Blade Battery ซึ่งว่ากันว่า แบตเตอรี่ชนิดนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากเก็บประจุไฟฟ้าได้มากกว่าและปลอดภัยกว่าแบตเตอรี่ปัจจุบัน 


ถ้าเทียบยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2022 พบว่า อันดับ 1 คือ BYD ซึ่งมาพร้อมยอดขายกว่า 1.18 ล้านคัน ซึ่งคิดเป็น 17.3% ของตลาด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เติบโตขึ้น 257% ทั้งในด้านของปริมาณรถที่ขายได้และส่วนแบ่งของตลาด โดยเมื่อปีที่แล้ว BYD ได้เพียงอันดับ 4 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 7.7% ของตลาดเท่านั้น และอันดับ 2 คือ Tesla ถูกชิงบัลลังก์กลายเป็นที่ 2 ในยอดขาย 9 แสนกว่าคัน ซึ่งคิดเป็น 13.3% ของตลาดและเทรนด์กำลังลดลงเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ปัจจุบัน แซงหน้า Tesla เรียบร้อยแล้ว


>>> วิธีการซื้อหุ้น BYD เป็นยังไง


6. Shanghai international airport – สนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

บริษัท Shanghai international airport ให้บริการท่ากาศยาน (Airport Hub) แก่สายการบินหลักของจีน เช่น Air China และ China Eastern Airline อยู่ตรงเมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์รวมของภูมิภาคในการเดินทางสู่ต่างประเทศและมีพื้นที่ กำลังขยาย Duty Free เพื่อรองรับการเติบโตของรายได้ในสนามบินในอนาคต และรองรับจีนเตรียมพร้อมเปิดประเทศ ให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศ และคนในประเทศออกไปเที่ยวข้างนอกประเทศ และเป็นสนามบินที่จำนวนนักท่องเที่ยวมากสัญจรผ่านมากสุดในจีน


ตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ตะกร้าสินทรัพย์ที่ Goldman Sachs คัดสรรและประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่มเปิดเมืองจีนอย่างร้านค้า ธุรกิจการบิน ร้านอาหารและโรงแรม สามารถสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนี MSCI China ราว 20% แล้ว โดยตัวอย่างในหุ้นกลุ่มนี้ที่ทาง Goldman Sachs ชื่นชอบได้แก่ผู้ผลิตสุราพรีเมียมอันดับ 1 ของจีน Kweichow Moutai (600519 CH), ธุรกิจจำหน่ายสินค้า Duty Free รายใหญ่สุดในโลก China Tourism Group Duty Free (601888 CH) และสนามบินนานาชาติที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากสัญจรผ่านมากสุดในจีนอย่าง Shanghai International Airport (600009 CH)


7. Kweichow Moutai - แบรนด์สุราระดับพรีเมียมอันดับ 1 ของโลก

บริษัท Kweichow Moutai เป็นบริษัทสุราระดับพรีเมียมอันดับ 1 ของจีน ที่มีประวัติมายาวนานกว่า 2,000 ปี ด้วยรสชาติสุราที่นุ่มนวล กลมกล่อม เพราะผ่านกรรมวิธีนึ่ง 9 ครั้ง หมัก 8 ครั้ง และกลั่น 7 ครั้ง โดยมีวัตถุดิบหลักคือ ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี และน้ำที่ต้องมาจากแม่น้ำฉื่อสุ่ยในมณฑลกุ้ยโจวเท่านั้น ทำให้ผลิตได้เพียงปีละครั้ง จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการในกลุ่มนักดื่ม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักสะสมหรือนักเก็งกำไร ทำให้ราคาขายต่อขวดก็ค่อนข้องสูง ด้วยราคาสุราที่อยู่ในระดับสูง Kweichow Moutai จึงถูกจัดให้เป็นสินค้า Luxury ที่มีระดับเดียวกับแบรนด์เนมชื่อดังอย่าง LVMH, Ferrari, Hermes และได้รับฉายาว่าเป็น “สุราประจำชาติจีน” เพราะคนจีนนิยมเสิร์ฟเหล้าเหมาไถในงานเทศกาล การประชุมครั้งสำคัญระดับผู้นำ หรือแม้กระทั่งใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองจากประเทศต่างๆ 


และนี้ก็เป็น 7 หุ้นจีนที่น่าลงทุน เตรียมพร้อมกับการเปิดประเทศและกลับมาเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของจีน ส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกี่ยวกับแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มชั้นนำ ของจีน ที่คนจีนทุกคน หรือคนต่างประเทศ ส่วนใหญ่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว รวมไปถึงหุ้นกลุ่มรถไฟฟ้า แบตเตอรี่ EV ต่างๆ ที่จะตอบโจทย์กับทางเลือกของการใช้รถยนต์ยุคใหม่ และการใช้พลังงานน้ำมันลดลง ตอบโจทย์เทรนด์รักสิ่งแวดล้อม มากกว่านี้ก็เป็นหุ้นกลุ่มเปิดประเทศอย่างหุ้นกลุ่มสนามบินและธุรกิจสุราจำหน่ายสินค้าใน Duty Free ซึ่งเพื่อนๆ หลายคน สามารถลงทุนผ่านการเปิดพอร์ตลงทุนในหุ้นต่างประเทศ 

เทรดหุ้นจึนกับ Mitrade และรับโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์เดี๋ยวนี้ >>


💸 ห้ามพลาด!!! 💸 กิจกรรมแจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์!💰💰💰        


เพียงแค่สร้างบัญชีง่ายๆ ก็จะได้ $10 เรียบร้อย!
ยังรออะไรอีกเหรอ?! 🤑🤑🤑

illustration     


บทความที่คุณอาจจะสนใจด้วย >> 

รูปแบบหุ้นจีนมีอะไรบ้าง?

ประเภทของหุ้นจีนประกอบไปด้วย 6 ประเภทหลัก ดังต่อไปนี้


1. A-Share

เป็นดัชนีหลักของตลาดหุ้นจีน ประกอบด้วยที่ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) โดยการซื้อขายดัชนีหุ้น A-Share จะให้สิทธิแก่บุคคลสัญชาติจีนเท่านั้น นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถลงทุนในหุ้นจีนนี้ได้ และซื้อขายในสกุลหยวน (RMD) ยกเว้นการลงทุนผ่านสถาบันที่ได้รับสิทธิพิเศษ เช่น Qualified Foreign Institutional Investor (QFII), RMB Qualified Foreign Institutional Investor (RQFII) และ Hong Kong - China Stock Connect ที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้ แต่ก็ยังไม่สามารถลงทุนได้อย่างเต็มที่และมีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ


2. B-Share

เป็นดัชนีหุ้นจีนที่ออกโดยบริษัทจีน แล้วจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) และตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้น (SZSE)  แต่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ โดยจะใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในการซื้อขาย ซึ่งแตกต่างจากหุ้น A-Share ที่ออกโดยบริษัทจีนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นเช่นกัน แต่อนุญาตให้นักลงทุนสัญชาติจีนและนักลงทุนสถาบันต่างชาติลงทุนได้เท่านั้น


3. H-Share

เป็นดัชนีหุ้นจีนที่ฐานบริษัทดำเนินกิจการภายในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไปจัดตั้งบริษัทนอกประเทศจีนแล้วจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HESK) ซึ่ง H ย่อมาจาก Hang Seng China Enterprise Index (HSCE) มีการเปิดให้นักลงทุนทั่วโลกลงทุนอย่างไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ซึ่งได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงและมีการซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)


4. Red-Chip

เป็นดัชนีหุ้นของบริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่นอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วมักจะจัดตั้งในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HESK) โดยมีรัฐบาลจีนเป็นผู้ร่วมถือหุ้นบางส่วน โดยซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ซึ่งนักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้อย่างเต็มที่

 

5. P-Chip

เป็นดัชนีหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HESK) ถือหุ้นโดยบุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่ใช่รัฐบาลจีน ซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) เปิดให้นักลงทุนทั่วโลกลงทุนเช่นเดียวกับดัชนีหุ้น Red-Chip ซึ่งมีความสะดวกสบายสำหรับนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างมาก


6. ADRs

ADRs ย่อมาจาก American Depository Receipts เป็นดัชนีหุ้นของบริษัทที่มีฐานธุรกิจในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ แต่มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) หุ้น ADRs มักมีสภาพคล่องสูงและเข้าถึงได้ง่ายกว่าหุ้น A-Share จดทะเบียนในประเทศจีน เนื่องด้วยมาตรการที่ยืดหยุ่นมากกว่า

เพิ่มเติมบทสรุป(ประมาณ 120 คำ)

ทั้งหมดนี้เป็นการแนะนำ ตลาดหุ้นจีน คืออะไร รูปแบบหุ้นจีนมีอะไรบ้าง และ หุ้นจีนน่าลงทุนในปี 2566 ที่ได้คัดสรรอย่างครบทุกมิติเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจให้กับนักลงทุนหลายคนที่กำลังให้ความสนใจในตลาดหุ้นจีน ซึ่งถือเป็นตลาดหุ้นที่กำลังมาแรงและมีอัตราการเติบโตอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังจากการเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ประเทศจีนมีความสามารถในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว รุดหน้าหลาย ๆ ประเทศไป ทำให้สะท้อนได้ว่าหุ้นจีนมีความน่าสนใจและเป็นทางเลือกยอดนิยมของนักลงทุนในขณะนี้อย่างยิ่ง

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดในปี 2024‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
ผู้เขียน  MitradeInsights
‘อยากเล่นหุ้นต้องทํายังไง’ ‘เริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลย ต้องทำยังไง’ คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าสู่โลกการลงทุน ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่แบบละเอียดมาฝากกัน
placeholder
เปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี? 10 โบรกเกอร์ที่น่าเปิดพอร์ตหุ้นในปี 2023 นักลงทุนมือใหม่อาจจะเกิดคำถามว่า จะเปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี? บทความนี้จึงได้รวบรวม 10 โบรกเกอร์ที่น่าเปิดพอร์ตหุ้นในปี 2023 ตามมาดูกันเลย
ผู้เขียน  MitradeInsights
นักลงทุนมือใหม่อาจจะเกิดคำถามว่า จะเปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี? บทความนี้จึงได้รวบรวม 10 โบรกเกอร์ที่น่าเปิดพอร์ตหุ้นในปี 2023 ตามมาดูกันเลย
placeholder
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
การลงทุนในหุ้น คือการดำเนินกลยุทธทางธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไรที่งดงามที่สุด หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือ ลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด เช่นเดียวกัน การลงทุนหุ้น แม้ว่าเงินทุนหลักของเราคือการจ่ายค่าซื้อหุ้นเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายจ่ายแอบแฝงที่ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้น แต่โบรกเกอร์แต่ละแห่ง มีรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2567 เพื่อช่วยสำหรับในการที่จะทำให้รายได้เราเพิ่มพูนขึ้น เรามาเลือกไปพร้อมๆ กันครับ
placeholder
ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
ผู้เขียน  MitradeInsights
การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว
placeholder
8 โบรกเกอร์ Forex แจกโบนัสฟรีสำหรับลูกค้าใหม่ 2566คราวนี้เราได้รวบรวมลิสต์โบรกเกอร์ Forex แจกโบนัสฟรีสำหรับลูกค้าใหม่ 2566 มาไว้เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ Forex ใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น!
ผู้เขียน  MitradeInsights
คราวนี้เราได้รวบรวมลิสต์โบรกเกอร์ Forex แจกโบนัสฟรีสำหรับลูกค้าใหม่ 2566 มาไว้เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ Forex ใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น!
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์