TradingKey - เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เคลื่อนไหวสวนทางกันในการซื้อขายช่วงเช้า โดยดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เปิดบวกและขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.2% ยืนอยู่ที่ระดับ 7,131.40 จุด ขณะที่ดัชนีนิกเคอิ 225 ของญี่ปุ่น (JPN225) เผชิญแรงกดดันและปรับตัวลง 0.81% สู่ระดับ 68,658.17 จุด

ที่มา: TradingView
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ยังคงนำการปรับตัวขึ้น โดยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ปรับตัวขึ้น 3.46% สู่ระดับ 284,000 วอน (ประมาณ 201 ดอลลาร์) และเอสเคไฮนิกซ์ พุ่งขึ้น 6.38% สู่ระดับ 1,750,000 วอน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ดัชนี KOSPI แข็งแกร่ง
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมีการซื้อขายคึกคักเช่นกัน โดยคิโอเซีย ปรับตัวขึ้น 1.76% สู่ระดับ 62,930 เยน (ประมาณ 395 ดอลลาร์) และซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป บวก 3.89% สู่ระดับ 6,115 เยน เนื่องจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และหน่วยความจำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อคืนนี้ ดัชนีหลักทั้งสามของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงลงทั้งหมด โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.52% สู่ระดับ 7,745.06 จุด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 0.51% สู่ระดับ 53,459.78 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.32% สู่ระดับ 26,644.91 จุด
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวสวนทางตลาด โดยดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียปรับตัวขึ้นประมาณ 1.6% และหุ้นชิปหน่วยความจำทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษ โดยแซนดิสก์ (SNDK) พุ่งขึ้นเกือบ 9% และเวสเทิร์น ดิจิตอล (WDC) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงกดดันบรรยากาศตลาดทั่วโลก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการที่จะขยายเวลาบันทึกความเข้าใจที่ทำไว้กับอิหร่าน ทั้งนี้ กรอบเวลาการเจรจา 60 วันที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ระหว่างทั้งสองฝ่ายได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แต่ยังคงไม่มีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแต่อย่างใด ด้านอิหร่านเตือนว่าหากความพยายามทางการทูตไม่คืบหน้า ก็อาจส่งผลให้ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและภูมิภาคตะวันออกกลางในวงกว้างทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น