ทองคำ/ยูโร (XAUEUR) ปรับขึ้น 2.18% ณ วันที่ 5 ส.ค. เวลา 01:50(ET) อยู่ที่ $3609.63 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับขึ้น 1.87%

การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาทองคำในรูปสกุลเงินยูโรนั้น มีปัจจัยหนุนหลักจากการปรับคาดการณ์ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ใหม่ขนานใหญ่ หลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเลขบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังติดต่อกันหลายรายการทั่วยูโรโซน การชะลอตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการร่วงลงอย่างรุนแรงของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตในภูมิภาค ได้กระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่า ECB จำเป็นต้องเร่งวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงในรูปสกุลเงินยูโรลดลง ซึ่งช่วยลดค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำแท่ง และผลักดันให้มีการหมุนเวียนของเงินทุนออกจากตราสารหนี้แบบดั้งเดิมไปสู่โลหะมีค่า
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นและความกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังในภูมิภาค ได้ช่วยฟื้นฟูสถานะของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยชั้นนำ โดยนักลงทุนสถาบันต่างมองหาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นได้ยากแต่ส่งผลกระทบสูง (tail risks) และความเป็นไปได้ที่อุปทานพลังงานจะหยุดชะงัก ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่อ่อนไหวสำหรับเศรษฐกิจยุโรป การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในรูปสกุลเงินยูโรนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในตัวเองของโลหะมีค่าในตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงส่วนชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ร่วมตลาดต่างพากันป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงินในภูมิภาคและการลดลงของอำนาจซื้อภายในยูโรโซน
ในมุมมองทางเทคนิค การทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ตั้งไว้ได้กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อจากโปรแกรมการซื้ออย่างเป็นระบบและเม็ดเงินไหลเข้าตามแรงส่งของตลาด (momentum) ในขณะที่สกุลเงินยูโรกำลังเผชิญกับแรงกดดันเฉพาะตัวจากแนวโน้มทางการคลังที่ย่ำแย่ลงในหลายประเทศสมาชิก ทองคำจึงถูกนำมาใช้เป็นสกุลเงินทางเลือกเชิงกลยุทธ์ สมดุลของตลาดในปัจจุบันบ่งชี้ว่าอุปสงค์ถูกขับเคลื่อนโดยการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในการจัดสรรพอร์ตลงทุน มากกว่าการเก็งกำไรชั่วคราว เนื่องจากผู้จัดการกองทุนต่างให้ความสำคัญกับการรักษาเงินต้น ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการค้าโลกที่ทวีความแบ่งแยกและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อในภาคบริการ
เมื่อมองไปข้างหน้า ทิศทางของการเคลื่อนไหวนี้มีแนวโน้มที่จะขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยออกมา และถ้อยแถลงของ ECB เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดวงจร (terminal rate) หากความต่างระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกาเหนือยังคงดำเนินต่อไป ทองคำในรูปสกุลเงินยูโรอาจทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญต่อความอ่อนแอเชิงเปรียบเทียบของสกุลเงินในภูมิภาคต่อไป ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาไปที่กิจกรรมการซื้อทองคำของธนาคารกลางและกระแสเงินทุนของกองทุน ETF ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณทรงตัว ส่งผลให้เกิดแนวรับที่แข็งแกร่งสำหรับราคา ในขณะที่การปรับสถานะลงทุนของสถาบันต่าง ๆ กำลังมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์เชิงรับมากขึ้น
ในเชิงเทคนิค ทองคำ/ยูโร (XAUEUR) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 1.286 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 54.080 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 23.466 แสดงถึงสภาวะซื้อ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด: