วิธีดูกราฟราคาทองสำหรับมือใหม่ อ่านแท่งเทียน แนวรับแนวต้าน และจุดซื้อขาย

อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

การลงทุนในทองคำเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนหลายคน แต่การจะประสบความสำเร็จในตลาดนี้ จำเป็นต้องมีความรู้และทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านและตีความกราฟราคาทอง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด


บทความนี้จะแนะนำวิธีดูกราฟราคาทองสำหรับมือใหม่ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจแนวโน้มตลาด และระบุจังหวะการซื้อขายที่เหมาะสม

สรุปสั้นๆ อ่านกราฟทองอย่างไรให้รู้ว่าควรซื้อ ขาย หรือรอ?

ก่อนตัดสินใจจากกราฟราคาทอง ลองเช็ก 5 จุดนี้ก่อนเสมอ เพราะสัญญาณจากแท่งเทียนเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอสำหรับการลงทุน


สิ่งที่ต้องดูถ้าเห็นแบบนี้ควรตีความอย่างไรสิ่งที่ควรทำ
ช่วงเวลาดูกราฟกราฟ H1, H4 หรือ Daily ให้สัญญาณไปทางเดียวกันแนวโน้มมีน้ำหนักมากขึ้นใช้เป็นกรอบหลักก่อนดูจุดเข้า
แนวโน้มราคาทำจุดสูงใหม่หรือต่ำใหม่ต่อเนื่องตลาดมีทิศทางชัดเจนเทรดตามแนวโน้มง่ายกว่าสวนทาง
แนวรับ/แนวต้านราคาเข้าใกล้โซนที่เคยเด้งหรือกลับตัวแรงซื้อแรงขายมักชัดขึ้นรอดูสัญญาณยืนยันก่อนตัดสินใจ
แท่งเทียนมี Doji, Hammer, Engulfing หรือแท่งกลับตัวตลาดเริ่มลังเลหรือมีแรงกลับตัวใช้ร่วมกับแนวรับแนวต้าน ไม่ใช้เดี่ยว ๆ
จุดเสี่ยง/จุดตัดขาดทุนจุดตัดขาดทุนไกลเกินไปเมื่อเทียบกับเป้าหมายความเสี่ยงอาจไม่คุ้มรอจังหวะใหม่แทนการรีบเข้า


สรุปสั้นๆ คือ ถ้าราคาอยู่ใกล้แนวรับ มีสัญญาณกลับตัว และความเสี่ยงยังควบคุมได้ อาจเริ่มมองเป็นจังหวะรอซื้อได้ แต่ถ้าราคาหลุดแนวรับหรือสัญญาณยังไม่ชัด การรออาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า


เพราะจากประสบการณ์ของผู้ใช้จริง รวมถึงมือใหม่ที่มักจะไม่ได้มีปัญหาแค่ว่า “ไม่มีกราฟให้ดู” อย่างเดียว แต่อยู่ที่ไม่รู้ว่าควรเริ่มดูจากจุดไหนก่อน


หรือบางทีเปิดกราฟแล้วเห็นราคาวิ่งแรง มือใหม่มักรีบเข้าเทรดทันทีโดยยังไม่ได้เช็กแนวโน้มใหญ่ แนวรับแนวต้าน หรือสัญญาณยืนยันให้ครบ


ดังนั้น การอ่านกราฟทองให้มีประโยชน์จึงไม่ควรดูแค่แท่งเทียนหรืออินดิเคเตอร์เพียงตัวเดียว แต่ควรใช้กราฟเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจที่มีเช็กลิสต์ชัดเจน มีการกำหนดความเสี่ยง และรู้ว่าเมื่อไรควรรอมากกว่ารีบเข้าเทรด



กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้


เทรดทองเดี๋ยวนี้ >     

*ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣ 

*เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰 

*โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁

วิธีดูกราฟราคาทอง แบบ Real-time

การดูกราฟทองคำเป็นเครื่องมือสำคัญของนักลงทุนทุกคน ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้ดียิ่งขึ้น มาดูกันว่ามีอะไรต้องรู้บ้าง


สอนวิธีดูกราฟราคาทองคำ

1. ชื่อสินทรัพย์ และช่วงเวลา

ทอง: ชื่อของสินทรัพย์

15 นาที: ช่วงเวลาของแท่งเทียนแต่ละแท่ง (ในกราฟนี้คือ 15 นาที)


2. เครื่องมือการวิเคราะห์

  • ปุ่มรูปแบบกราฟ: ใช้สำหรับเปลี่ยนกราฟเป็นรุปแบบต่างๆ เช่น Candlesticks หรือ Line

  • ปุ่ม อินดิเคเตอร์: ใช้เพิ่มตัวชี้วัดทางเทคนิคต่างๆ

  • และแถบด้านข้างเช่น เส้นแนวโน้ม พู่กัน เป็นต้น


3. ข้อมูลราคาปัจจุบัน

  • ราคาเปิด (Open)

  • ราคาสูงสุด (High)

  • ราคาต่ำสุด (Low)

  • ราคาปิดล่าสุด (Close)


4. แกนราคา (แนวตั้ง)

แสดงระดับราคาของทองคำในหน่วยดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ในภาพนี้ ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 2,634 ถึง 2,670 ดอลลาร์


5. แกนเวลา (แนวนอน)

แสดงช่วงเวลาของกราฟ จากซ้ายไปขวา

ในภาพนี้ แสดงตั้งแต่ 14 ถึง 15 เดือนตุลาคม


6. แท่งเทียน (Candlesticks)

  • แท่งสีเขียว: ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (ราคาขึ้น)

  • แท่งสีแดง: ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (ราคาลง)

  • ส่วนบนและล่างของเส้น (wick): แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลานั้น


7. แนวโน้มของราคา

จากภาพ เห็นได้ว่าราคาทองมีแนวโน้มขาลงในระยะสั้น ในช่วงวันที่ 15


8. ตัวเลือกช่วงเวลา

1m, 5m, 15m, 30m, 1h, 2h, 4h, D, W, Ml: ใช้เปลี่ยนระยะเวลาที่แสดงในกราฟ

กราฟแท่งเทียนมีลักษณะอย่างไร ?

 กราฟแท่งเทียน


ราคาเปิด (Open Price) : หมายถึงราคาซื้อขายแรกที่เกิดขึ้นตั้งแต่เปิดตลาดของวันนั้น

ราคาสูงสุด (High Price) : หมายถึงการเคลื่อนไหวของราคาทองที่ขึ้นไปสูงสุดของวันนั้น

ราคาต่ำสุด (Low Price) : หมายถึงการเคลื่อนไหวของราคาทองที่ลงไปต่ำสุดของวันนั้น

ราคาปิด (Close Price) : หมายถึงราคาสุดท้ายที่เกิดขึ้นจากการสิ้นสุดการซื้อขายสิ้นสุดของวันนั้น


  • Doji เป็นรูปแบบของกราฟแท่งเทียนที่บอกถึงความลังเลในตลาด 



Doji

แนวโน้ม: จะตีความหมายได้ว่าแรงขายที่มีมากในวันแรกริ่มอ่อนตัวลง มีแรงซื้อเข้ามาในวันที่สองทำให้ราคาเกิดความสมดุลใหม่และอาจเปลี่ยนทิศ


โดยรูปแบบ Doji หลัก ๆ แล้วมี 3 รูปแบบ ได้แก่

รูปแบบ Doji หลัก ๆ แล้วมี 3 รูปแบบ


1.Long legged Doji

รูปร่างคล้ายเครื่องหมายบวก มีจุดเปิดและจุดปิดอยู่ตรงกลาง ไส้เทียนยาวออกไปทั้งด้านบนและด้านล่าง เป็นตัวที่บ่งบอกถึงการสู้กันระหว่างแรงซื้อกับแรงขาย แต่สุดท้ายไม่มีผู้ชนะ ทำให้ราคาทองปิดกลับมาที่จุดเปิด


2.Gravestone Doji

มีรูปร่างคล้ายป้ายหลุมศพ มีจุดเปิดและปิดต่ำ ไส้เทียนยาวขึ้นไปทางด้านบน บ่งบอกว่าราคาปรับตัวสูงขึ้นมากเกินไป จึงมีการขายจำนวนมาก ทำให้ราคาเปิดหรือต่ำกว่าในตอนแรก บ่งบอกถึงสัญญาณจุดกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง


3.Dragonfly Doji 

รูปร่างคล้ายแมลงปอ มีจุดเปิดและจุดปิดสูง ไส้เทียนยาวลงไปด้านล่าง บ่งบอกว่าราคาทองคำปรับทิศทางต่ำลงมากเกินไปแล้วจึงมีการซื้อจำนวนมาก ทำให้ราคาปิดกลับมาที่จุดเปิด


  • Hammer รูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง


Hammer

แนวโน้ม: การเกิด Hammer บ่งบอกถึงแรงขายในช่วงแรกแต่มีการซื้อกลับเข้ามาอย่างมากระหว่างวันทำให้แนวโน้มมีโอกาสกลับตัวเป็นขาขึ้น ส่วนจะมากเกิดใกล้จุดต่ำสุดของตลาดขาลง โดยราคามีการปรับตัวลดลง เนื่องจากแรงขายอ่อนแรงลงและมีแรงซื้อกลับมาค่อนข้างมาก แรงซื้อจึงดันให้ราคาทองคำปิดในราคาจุดสูงสุดหรือสูงขึ้นได้ จึงทำให้ตัวแท่งเทียนสั้น และไส้เทียนล่างยาวมีรูปร่างเหมือนค้อน


  • Inverted Hammer รูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง


Inverted Hammer

แนวโน้ม: ไส้เทียนด้านบนยาว บ่งบอกถึงการเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาถึงการเข้าสู่ตลาดขาขึ้น ส่วนมากเกิดใกล้จุดต่ำสุดของตลาดขาลง เกิดจากแรงซื้อที่มากทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นและเมื่อถึงจุดหนึ่งจะมีการขายจำนวนมาก ทำให้ราคาปิดกลับมาอยู่ใกล้ราคาเปิด ส่งผลให้ไส้เทียนยาวขึ้นไปด้านบน


หมายเหตุ: การดูกราฟแท่งเทียนแบบค้อน (Hammer) ควรดูแท่งเทียนต่อไปหลาย ๆ แท่งด้วย เพื่อดูแนวโน้มราคาทองคำว่าจะมีโอกาสกลับตัวขึ้นหรือไม่ ถ้าหากแท่งเทียนต่อไปเป็นแท่งสีเขียว จะถือว่ามีแนวโน้มที่ราคาทองคำสูงขึ้น


  • Hanging Man รูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นใกล้จังหวะสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้น

Hanging Man

แนวโน้ม: เกิดจากแรงขายที่เข้ามามากกว่าปกติ และฝั่งซื้อเริ่มหมดแรง บ่งบอกถึงโอกาสกลับตัวเป็นขาลง แท่งเทียนจะปรากฏหลังจากมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากแรงซื้ออ่อนแรงลงและมีแรงขายกลับมาค่อนข้างมาก แรงขายจึงดันให้ราคาทองคำปิดในราคาจุดต่ำสุดหรือหรือต่ำลงกว่าเดิมได้ และราคาก็มักจะอ่อนค่าลงต่อเนื่องด้วยเช่นกัน


  • Bullish Engulfing & Bearish Engulfing

Bullish Engulfing  รูปแบบการกลับตัวมักเกิดขึ้นในตลาดสภาวะขาลง

Bullish Engulfing

แนวโน้ม: เกิดจากราคาของวันที่สอง แม้จะเปิดต่ำมาก แต่สามารถกลับแต่จะกลับมาปิดได้สูงในเวลาถัดมาที่บ่งบอกถึงราคาทองคำมีแนวโน้มจากขาลงเป็นขาขึ้น หรือสามารถเอาชนะขาลงได้


Bearish Engulfing รูปแบบการกลับตัวมักเกิดขึ้นในตลาดสภาวะขาขึ้น


Bearish Engulfing


แนวโน้ม: มีการเปิดตัวสูงแต่ปิดตัวต่ำของแท่งที่สองบ่งบอกถึงแรงซื้อที่ไม่มากพอ และแรงขายที่เข้ามาควบคุมเกมส์ให้ระวังราคาทองคำมีแนวโน้มเปลี่ยนเป็นขาลง

วิธีการใช้กราฟแท่งเทียนเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ

เมื่อรู้ลักษณะของกราฟแท่งเทียนกันไปแล้วเรามีประโยชน์ของการอ่านกราฟทองด้วยกราฟแท่งเทียนมาฝากนักลงทุนกันด้วย


วิธีการอ่านกราฟทองด้วยกราฟแท่งเทียนนั้นมีประโยชน์มาก สำหรับผู้ที่ต้องการเทรดทองคำขั้นต้น เพราะกราฟแท่งเทียนนั้นมีรูปแบบที่อ่านง่าย ดูง่าย ไม่ซับซ้อน มือใหม่ก็อ่านกราฟแท่งเทียนได้ง่าย ๆ ทำให้เป็นกราฟรูปแบบแรก ๆ ที่มือใหม่เพิ่งเริ่มต้นเทรดควรฝึกอ่านให้เป็น เพราะนอกจากจะใช้อ่านกราฟทองคำได้แล้ว ยังใช้อ่านกราฟ Forex ได้ด้วย


กราฟแท่งเทียน


ที่มา: finnomena


  • รูปร่างของแท่งเทียน 1 แท่ง โดยเปรียบเทียบราคาปิดของวันว่าฝั่งแรงซื้อหรือฝั่งแรงขายเป็นฝ่ายชนะ

  • ความยาวของแท่งเทียน โดยแท่งเทียนที่มีความยาวจะบอกว่าแรงซื้อหรือแรงขายมีความรีบร้อนในการซื้อขายจึงทำให้ราคามีความผันผวน แท่งเทียนสั้นๆ แสดงถึงความเอื่อยเฉื่อยขาดความกระตือรือร้น

  • ปริมาณการซื้อขายที่มากของแท่งเทียนจะเป็นตัวเสริมความมั่นใจในการแปลความหมายแท่งเทียนนั้น ๆ เนื่องจากมีคนสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมซื้อขายเป็นจำนวนมาก ถ้าปริมาณการซื้อขายน้อยให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอารมณ์หรือทิศทางของราคานั้น ๆ 

  • การเปรียบเทียบระหว่างแท่งเทียน โดยเปรียบเทียบแท่งเทียนในปัจจุบันกับแท่งเทียนก่อนหน้า เช่น แท่งเทียนส่วนใหญ่มีอารมณ์ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

  • ราคาต่ำสุดในแต่ละแท่งเทียนยกตัวขึ้นในช่วงหุ้นขาขึ้นหรือไม่ ราคาสูงในแต่ละแท่งเทียนลดต่ำลงในช่วงหุ้นขาลงหรือไม่ เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มทิศทางของราคาหุ้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

  • กลุ่มของแท่งเทียนมีการทับซ้อนกันของแท่งเทียนมากหรือน้อย เพื่อดูว่าแรงซื้อและแรงขายมีความรีบร้อนในการซื้อหรือขายหุ้นหรือไม่


รูปแสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันมาก และกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อย

รูปแสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันมาก และกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อย


รูปที่แสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันมาก และกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อยในช่วงหุ้นขาขึ้น

รูปที่แสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันมาก และกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อยในช่วงหุ้นขาขึ้น


รูปแสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อยในช่วงหุ้นขาลง

รูปแสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อยในช่วงหุ้นขาลง 


และถ้าเราพบว่ามีแท่งเทียนแท่งใหม่ที่มีอารมณ์ของแรงซื้อแรงขายที่ตรงข้ามกับทิศทางของแท่งเทียนจำนวนหลายๆ แท่งก่อนหน้า จะเป็นจุดที่ราคามีการกลับตัว จึงควรให้ติดตามการซื้อขายหุ้นตัวนั้นอย่างใกล้ชิดเพื่อหาจังหวะในการซื้อขาย


ลองเปลี่ยน Time Frame ให้สั้นลงเพื่อให้เห็นรายละเอียดการเคลื่อนที่ของราคาที่เพิ่มมากขึ้น

ราคาทองขึ้น – ลงเกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง ?

นักลงทุนหลายคนคงเกิดความสงสัยว่า ราคาทองขึ้น-ลง ทุกวันนี้เกิดจากอะไรบ้าง ไม่เพียงแต่เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกเยอะเลยขึ้นอยู่ว่าเราอยู่ในสถานการณ์ไหนบ้าง ไปดูกันเลย


1.ความต้องการ (อุปสงค์ และ อุปทาน) 

อุปสงค์ (Demand)  = ความต้องการซื้อ 


อุปทาน (Supply)    = ความต้องการขาย หรือ การเสนอขาย 


ดังนั้น ถ้ามีคนต้องการซื้อทองเยอะ ราคาทองคำ ก็จะสูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่ค่อยมีคนซื้อ แต่อยากให้มีคนซื้อทองคำราคาทองคำ ก็จะต่ำลง 


ตัวอย่างเช่น 

ในช่วงปี 2023 ถึงต้นปี 2024 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงหลังจากการปรับขึ้นหลายครั้งในปีก่อนหน้า และส่งสัญญาณว่าอาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2024 หากเงินเฟ้อลดลงตามเป้าหมาย สถานการณ์นี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวลดลง ปัจจัยเหล่านี้สนับสนุนให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นตามไปด้วย


2.นโยบายการเงินของรัฐและอัตราดอกเบี้ย

ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจ และราคาทองคำมีความซับซ้อนมากขึ้น อัตราดอกเบี้ยสูงไม่ได้สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเสมอไป เนื่องจากธนาคารกลางใช้นโยบายนี้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แม้เศรษฐกิจอาจชะลอตัว


ในช่วงตลาดผันผวน ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนสนใจ แต่อัตราดอกเบี้ยสูงอาจทำให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ เช่น พันธบัตร น่าสนใจมากขึ้น


โดยทั่วไป เงินเฟ้อสูงมักส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อต่ำหรือเงินฝืดอาจทำให้ราคาทองลดลง

 

3.ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าแทบทุกชนิดและเป็นตัวทำให้เกิดสภาวะอัตราเงินเฟ้อ โดยอัตราเงินเฟ้อกับราคาทองคำนั้นเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับราคาทองคำ ช่วงไหนน้ำมันแพงมาก ๆ อัตราเงินเฟ้อก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางตรงกันข้ามช่วงไหนราคาน้ำมันถูก เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง ราคาทองคำก็มักถูกลงตาม


4.สกุลเงินดอลลาร์

เมื่อสกุลเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อไหร่ ทองคำก็มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น เช่น เงินยูโร เงินเยน หรือพิจารณาจาก US Dollar Index ก็ได้เช่นกัน ราคาทองคำโลกจะสูงขึ้น เพราะคนมองว่าทองคำดูกลายเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะกับการสะสมมูลค่ามากกว่า ไม่ด้อยค่าลดลงอย่างสกุลเงินดอลลาร์ แต่ในทางกลับกัน หากค่าเงินดอลลาร์แข็งตัวขึ้น จะส่งผลราคาทองคำปรับตัวลดลง และนักลงทุนทองคำจะหันมาลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์แทน 


5.ฤดูกาล ทองคำจะปรับตัวขึ้น

ช่วงตามฤดูกาล มักจะมีความต้องการซื้อทองคำเพิ่มมากขึ้นและส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นตามเหตุปัจจัยอุปสงค์อุปทาน โดยเฉพาะเทศกาลใหญ่ๆ ของ 2 ประเทศ คือ

   1. เทศกาลตรุษจีน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 

   2. เทศกาลติวาลีของอินเดียในช่วงไตรมาส 4


6.ความเสี่ยงทางด้านการเมือง

ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำ ในช่วงที่เกิดวิกฤตหรือความตึงเครียดระหว่างประเทศ ราคาทองคำมักมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือ สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


สรุปการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ปี 2566-ปัจจุบัน

ตารางด้านล่างสรุปข้อมูลราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ โดยใช้ราคาขายออกต่อบาททองคำเป็นหลัก เพื่อให้เห็นภาพว่าราคาทองไทยขยับจากช่วง 30,000 บาทในปี 2566 มาสู่ระดับ 60,000 บาทในปี 2569 ได้อย่างไร 


เปรียบเทียบราคาทองตั้งแต่ปี 2566-ปัจจุบัน

ปีภาพรวมราคาราคาต่ำสุดราคาสูงสุด
2566+3,800 บาท29,650 บาท34,400 บาท
2567+8,850 บาท33,400 บาท44,550 บาท
2568+22,800 บาท42,550 บาท67,400 บาท
2569*+1,250 บาท62,500 บาท

81,950 บาท


  • ปี 2566 ราคาทองยังอยู่ในกรอบสามหมื่นต้น แต่เริ่มขยับขึ้นชัดในช่วงปลายปี

  • ปี 2567 ราคาทองไทยเร่งขึ้นแรงกว่าเดิม และทำระดับสูงใหม่เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • ปี 2568 เป็นปีที่ราคาทองไทยปรับขึ้นโดดเด่น จากแรงหนุนทั้งราคาทองโลกและค่าเงินบาท

  • ปี 2569 ข้อมูลยังเป็นตัวเลขระหว่างปี ราคาผันผวนสูง หลังขึ้นทำจุดสูงใหม่ช่วงต้นปี ก่อนย่อลงและเริ่มฟื้นตัว


หมายเหตุ: ตารางนี้อ้างอิงและตรวจสอบราคาล่าสุดสมาคมค้าทองคำ ณ 22 ก.ค. 2569 โดยราคาทองคำแท่งขายออกล่าสุดอยู่ที่ 65,950 บาทต่อบาททองคำ ตัวเลขปี 2569 เป็นข้อมูลระหว่างปี จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการประกาศราคาครั้งใหม่

3 ขั้นตอนเริ่มต้นเทรดทอง

1. เลือกโบรกเกอร์ให้ดีเหมาะกับไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันมีการให้บริการเทรดทองคำหลายแพลตฟอร์มมากมาย ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีบัญชีเทรดหลากหลายประเภท ที่มีแพลตฟอร์มเทรด Forex และ CFD ที่คุณรู้สึกว่าใช้งานได้ง่ายและตรงกับความต้องการ 


2. เลือกเวลาเทรดที่เหมาะสม หาเวลาที่ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความต้องการของทองคำเวลาหนึ่ง ตรวจสอบจากปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการทองคำโลก เช่น การศึกษาข้อมูลลทางเศรษฐกิจ และการศึกษาราคาทองคำเป็นช่วงๆ 


3. เลือกใช้กลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสม กลยุทธ์การเทรดจะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์กราฟราคาทองคําเพื่อหาว่าตลาดจะเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางใด โดยนักลงทุนควรเริ่มจากทดสอบกลยุทธ์ในบัญชีทดลองก่อนการเปิดบัญชีซื้อขายจริงถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากอาจทำให้เราสูญเสียเงินได้โดยไม่ทันตั้งตัว  


mitrade
💸 ห้ามพลาด!!! 💸
เทรดทองคำกับโบรกเกอร์ชั้นนำในโลก🎁🎁🎁


แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

สรุปทั้งหมด

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงข้อควรรู้เริ่มต้นก่อนการเริ่มดูกราฟทองจากสัญญาณแท่งเทียน ที่จะบ่งบอกให้เรารู้ความเคลื่อนไหวของตลาดซึ่งจะต้องอาศัยความเข้าใจในบริบทอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก, ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยการเพิ่มขึ้นลดลงของทองคำร่วมด้วย หรือการอ่านบทความตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ก็จะมีเทคนิคกลยุทธ์ของการดูกราฟทองคำให้เราได้อ่านและศึกษาขั้นตอนกัน

คำถามที่พบบ่อย

มือใหม่ควรดูกราฟทองกรอบเวลาไหนดี?

มือใหม่ควรเริ่มจากกรอบเวลาใหญ่ก่อน เช่น H4 หรือ Daily เพื่อดูแนวโน้มหลักของราคาทอง แล้วค่อยใช้ H1 เพื่อดูจังหวะที่ละเอียดขึ้น การเริ่มจากกรอบเวลาสั้นเกินไปอาจทำให้เจอสัญญาณหลอกบ่อยและตัดสินใจเร็วเกินจำเป็น

แท่งเทียนแบบไหนบอกว่าราคาทองอาจกลับตัว?

แท่งเทียนที่มักใช้ดูการกลับตัว เช่น Doji, Hammer, Inverted Hammer, Bullish Engulfing และ Bearish Engulfing แต่ควรดูตำแหน่งที่เกิดร่วมด้วย หากเกิดใกล้แนวรับหรือแนวต้านสำคัญ สัญญาณมักมีน้ำหนักมากกว่าการเกิดกลางกราฟ

แนวรับแนวต้านของทองดูอย่างไร?

แนวรับคือบริเวณที่ราคาทองเคยลงมาแล้วมีแรงซื้อดันกลับขึ้น ส่วนแนวต้านคือบริเวณที่ราคาเคยขึ้นไปแล้วเจอแรงขายกดลง นักลงทุนมักใช้จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดเดิมบนกราฟเพื่อหาโซนเหล่านี้ โดยควรมองเป็นพื้นที่ราคา ไม่ใช่ตัวเลขเป๊ะจุดเดียว

RSI ใช้กับกราฟทองได้ไหม?

ใช้ได้ โดย RSI มักช่วยดูภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป แต่ไม่ควรใช้ RSI เพียงตัวเดียว ควรดูร่วมกับแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และรูปแบบแท่งเทียน เพื่อลดโอกาสตัดสินใจจากสัญญาณหลอก

กราฟทองแบบเรียลไทม์ดูจากที่ไหน?

กราฟทองแบบเรียลไทม์ดูได้จากแพลตฟอร์มเทรด เว็บไซต์วิเคราะห์ตลาด หรือกราฟ XAUUSD ที่แสดงราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ สิ่งสำคัญคือควรเลือกแหล่งข้อมูลที่อัปเดตต่อเนื่อง มีกรอบเวลาให้เลือก และมีเครื่องมือพื้นฐาน เช่น กราฟแท่งเทียน เส้นแนวโน้ม และอินดิเคเตอร์

ดูกราฟทองแล้วควรซื้อทันทีไหม?

ไม่ควรซื้อทันทีจากสัญญาณเดียวบนกราฟ ควรเช็กแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน แท่งเทียน และความเสี่ยงก่อนเสมอ หากสัญญาณยังไม่ชัด การรอให้ราคายืนยันก่อนอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าผิดจังหวะได้

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

goTop
quote
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
หาเงินออนไลน์ ถูกกฎหมาย! แนะนำ 9 วิธีหาเงินออนไลน์การหาเงินหลักล้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปในยุคที่ไร้พรมแดนและทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียได้อย่างเท่าเทียมกัน ห้ามพลาดกับวิธีหาเงินออนไลน์ทั้ง 9 แบบที่เรานำมาฝาก
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 11 ก.ย. 2024
การหาเงินหลักล้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปในยุคที่ไร้พรมแดนและทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียได้อย่างเท่าเทียมกัน ห้ามพลาดกับวิธีหาเงินออนไลน์ทั้ง 9 แบบที่เรานำมาฝาก
placeholder
ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และ ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คืออะไร และ มีอะไรบ้างต้นทุนในธุรกิจ ทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ บทความนี้ เรามาทำความรู้จักกันว่า ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และ ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คืออะไร และมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 20 ก.ย. 2024
ต้นทุนในธุรกิจ ทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ บทความนี้ เรามาทำความรู้จักกันว่า ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และ ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คืออะไร และมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย
placeholder
10 อันดับแอพหาเงินสร้างรายได้เสริมปี 2026ยังจำเป็นอยู่ไหมกับการทำงานกินเงินเดือนที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ปัจจุบันที่ใคร ๆ ต่างก็นั่งทำงานหารายได้จากหลายช่องทางต้องบอกว่าหมดยุคแล้วกับตอกบัตรเข้าออฟฟิศ และนี่คือทั้งหมดของแอพหาเงินที่เรารวบรวมมาเป็นตัวเลือกสำหรับการสร้างรายได้แบบง่าย ๆ ที่บ้านสำหรับปีนี้ที่เรานำมาฝากกัน
ผู้เขียน  MitradeInsights
5 เดือน 19 วัน อังคาร
ยังจำเป็นอยู่ไหมกับการทำงานกินเงินเดือนที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ปัจจุบันที่ใคร ๆ ต่างก็นั่งทำงานหารายได้จากหลายช่องทางต้องบอกว่าหมดยุคแล้วกับตอกบัตรเข้าออฟฟิศ และนี่คือทั้งหมดของแอพหาเงินที่เรารวบรวมมาเป็นตัวเลือกสำหรับการสร้างรายได้แบบง่าย ๆ ที่บ้านสำหรับปีนี้ที่เรานำมาฝากกัน
placeholder
เทรดเดอร์คืออะไร? คู่มือทำเงินฉบับมือใหม่ เข้าใจง่ายใน 3 นาทีตอนนี้โลกกำลังกำลังวุ่นวายสุดๆ คนทั่วไปอาจจะมองว่านี่คือวิกฤต แต่สำหรับ เทรดเดอร์ นี่คือนาทีทองที่จะโกยเงิน แต่ปัญหาของคนอยากเริ่มเทรดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? วันนี้เราจะอธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ ว่า เทรดเดอร์คืออะไร? แล้วถ้าอยากเริ่มเป็นเทรดเดอร์ ต้องเริ่มตรงไหน ไปดูกันเลย
ผู้เขียน  MitradeInsights
4 เดือน 16 วัน พฤหัส
ตอนนี้โลกกำลังกำลังวุ่นวายสุดๆ คนทั่วไปอาจจะมองว่านี่คือวิกฤต แต่สำหรับ เทรดเดอร์ นี่คือนาทีทองที่จะโกยเงิน แต่ปัญหาของคนอยากเริ่มเทรดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? วันนี้เราจะอธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ ว่า เทรดเดอร์คืออะไร? แล้วถ้าอยากเริ่มเป็นเทรดเดอร์ ต้องเริ่มตรงไหน ไปดูกันเลย
placeholder
อุปสงค์ อุปทาน คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไรต่อการลงทุนท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์โลกและวิกฤตการณ์ในอิหร่าน หลักการอุปสงค์ อุปทาน ยังคงเป็นฟันเฟืองพื้นฐานที่สุดที่ขับเคลื่อนราคาสินทรัพย์ทุกชนิด ตั้งแต่หุ้น พลังงาน ทองคำ ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ อุปสงค์ อุปทานคืออะไร? และสำหรับนักลงทุน จะสามารนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ผู้เขียน  MitradeInsights
4 เดือน 09 วัน พฤหัส
ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์โลกและวิกฤตการณ์ในอิหร่าน หลักการอุปสงค์ อุปทาน ยังคงเป็นฟันเฟืองพื้นฐานที่สุดที่ขับเคลื่อนราคาสินทรัพย์ทุกชนิด ตั้งแต่หุ้น พลังงาน ทองคำ ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ อุปสงค์ อุปทานคืออะไร? และสำหรับนักลงทุน จะสามารนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์