ก๊าซธรรมชาติ (NATGAS) ปรับขึ้น 3.37% ณ วันที่ 10 ส.ค. เวลา 00:00(ET) อยู่ที่ $2.762 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับขึ้น 0.62%

การปรับตัวขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญไปในทิศทางบวกของแบบจำลองสภาพอากาศระยะกลางที่สังเกตพบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่อัปเดตล่าสุดระบุว่า ยังคงมีโดมความร้อน (heat dome) ปกคลุมอยู่เหนือพื้นที่ 48 รัฐตอนล่างของสหรัฐฯ (Lower 48) โดยเฉพาะในภาคใต้และแถบชายฝั่งตะวันออก ซึ่งคาดว่าจะยังคงความรุนแรงเช่นนี้ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม แนวโน้มอุณหภูมิดังกล่าวได้ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ความต้องการใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า (power-burn demand) โดยตรง เนื่องจากบริษัทสาธารณูปโภคต่างๆ ได้เพิ่มการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดสำหรับระบบทำความเย็น
ขณะเดียวกัน ข้อจำกัดด้านอุปทานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนรองให้กับการปรับตัวขึ้นนี้ โดยรายงานการปิดซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซในบางพื้นที่และปริมาณการผลิตก๊าซแห้ง (dry gas) ที่ลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้อุปสงค์และอุปทานรายวันมีความตึงตัวขึ้น นอกจากนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับสูงของสถานีส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลักๆ ยังบ่งชี้ว่าความต้องการก๊าซป้อน (feed-gas) ยังคงแข็งแกร่ง ส่วนสภาพแวดล้อมราคาในต่างประเทศซึ่งเผชิญกับความผันผวนของราคาอ้างอิงในตลาดยุโรปและเอเชียนั้น ยังคงเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการส่งออกอย่างเต็มกำลังความสามารถสูงสุด ซึ่งเป็นการกำหนดราคาขั้นต่ำ (floor-pricing) ให้กับอุปทานในประเทศโดยปริยาย แม้ว่าระดับปริมาณก๊าซสำรองในปัจจุบันจะอยู่ในเกณฑ์ดีก็ตาม
ในแง่ของปริมาณก๊าซสำรอง ตลาดกำลังปรับเปลี่ยนการสะท้อนราคา (repricing) ต่อทิศทางการเพิ่มขึ้นของก๊าซสำรองที่คาดไว้ในช่วงที่เหลือของฤดูกาลกักเก็บ (injection season) ซึ่งการผสานกันระหว่างความต้องการระบบทำความเย็นในประเทศที่อยู่ในระดับสูงและความต้องการส่งออกที่สม่ำเสมอ ได้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการอัดก๊าซเข้าคลังสำรองรายสัปดาห์ในปริมาณที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยนักลงทุนสถาบันกำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าปริมาณก๊าซสำรองส่วนเกินในปัจจุบันเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปี อาจลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ในระหว่างที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล (shoulder season)
ในทางเทคนิค การเคลื่อนไหวของราคาได้สะท้อนถึงการซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขายชอร์ต (short-covering) ในระดับหนึ่งจากกองทุนเชิงระบบ (systematic funds) ที่เคยเก็งกำไรว่าสภาพอากาศในเดือนสิงหาคมจะเย็นลงกว่าปกติ และเมื่อราคาสปอตทะลุผ่านแนวต้านสำคัญ แรงส่งของราคาก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจากสภาพคล่องที่เบาบางซึ่งเป็นลักษณะปกติของช่วงการซื้อขายที่ซบเซากลางฤดูร้อน ทั้งนี้ ตลาดยังคงมีความอ่อนไหวสูงต่อการปรับเปลี่ยนคาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศในช่วง 8 ถึง 14 วันข้างหน้า เนื่องจากหากอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติยังคงลากยาวออกไปอีก ก็มีแนวโน้มที่จะส่งแรงกดดันในทิศทางขาขึ้นต่อสัญญาก๊าซธรรมชาติล่วงหน้า Henry Hub ในระยะสั้นนี้ต่อไป
ในเชิงเทคนิค ก๊าซธรรมชาติ (NATGAS) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 0.010 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 44.743 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 60.807 แสดงถึงสภาวะขาย โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด: