หุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่ เทครีบาวด์แรง ขณะ SET รอลุ้นฐาน 1,616 จุด

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1. หุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่ แต่รอบนี้ยังไม่ใช่ไฟเขียวให้ไล่ราคาแบบไม่ดูทาง
ตลาดสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมาเปิดสัปดาห์ด้วยอารมณ์ค่อนข้างดี Dow ปิดเหนือ 53,000 จุดเป็นครั้งแรก ส่วน S&P 500 บวก 0.72% และ Nasdaq บวก 1.12% แรงหนุนหลักยังมาจากหุ้นเทคและชิปที่เด้งกลับแรง โดยภาพรวมทำให้คนถือพอร์ตเริ่มกลับมามองสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังตลาดผ่านช่วงหยุดยาวไปแล้ว
แต่ประเด็นคือรอบนี้ตลาดไม่ได้ขึ้นเพราะทุกอย่างดีพร้อม หุ้นเทคเป็นตัวพาตลาดมากกว่าหุ้นทั้งกระดาน แปลว่าถ้า AI หรือกลุ่มชิปเริ่มสะดุด ดัชนีที่ดูแข็งแรงอาจเสียทรงได้เร็ว จุดนี้ทำให้การไล่ซื้อหุ้นตามดัชนีที่ทำสถิติใหม่ต้องระวังมากกว่าดูแค่ตัวเลขปิดบวก
ข่าวแรงงานสหรัฐฯ ยังเป็นตัวช่วย เพราะการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนเพิ่มเพียง 57,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.2% ตลาดจึงตีความว่า Fed ไม่น่าต้องกลับไปเร่งขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อ PCE เดือนพฤษภาคมยังอยู่ 4.1% เมื่อเทียบรายปี และ core PCE อยู่ 3.4% ภาพนี้จึงไม่ใช่สัญญาณว่า Fed จะผ่อนเกมทันที
สำหรับคนลงทุน ภาพที่ควรจำคือหุ้นกำลังได้แรงหนุนจากความหวังว่า Fed จะไม่แข็งขึ้น แต่ยังไม่ใช่ตลาดที่ปลอดภัยแบบ all-in ถ้าข้อมูลชุดถัดไปทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรกลับมาเด้ง หรือ Fed ส่งสัญญาณระวังเงินเฟ้อเหมือนเดิม ตลาดอาจกลับมาเลือกหุ้นหนักขึ้นทันที
2. ผลตอบแทนพันธบัตรกับบันทึกประชุม Fed คือด่านคุมอารมณ์ตลาดสัปดาห์นี้
แม้หุ้นสหรัฐฯ จะปิดสวย แต่ตลาดพันธบัตรยังบอกว่าความกังวลยังไม่หาย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่แถว 4.47–4.48% ส่วนดัชนีดอลลาร์ยังแกว่งใกล้ 101 จุด แปลว่าตลาดยังไม่ได้มั่นใจเต็มที่ว่าเงินเฟ้อจบแล้วหรือ Fed พร้อมกลับลำเร็ว ๆ นี้
บันทึกการประชุม Fed หรือ FOMC minutes จึงเป็นตัวแปรที่ต้องดูต่อ เพราะถ้าข้อความยังย้ำว่ากรรมการกังวลเงินเฟ้อ ตลาดที่กำลังซื้อหุ้นเทคด้วยความหวังดอกเบี้ยไม่ตึงอาจโดนกดความคาดหวังลง แต่ถ้าภาษาออกมาไม่แข็งมาก ภาพ risk-on อาจยังเดินต่อได้ โดยเฉพาะหุ้นเติบโตที่ไวต่อดอกเบี้ย
3. ทองยังประคองตัว ส่วนน้ำมันถูกกดจาก OPEC+ เพิ่มซัพพลาย
ทองคำยังพอมีแรงประคองแถว 4,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะตลาดยังไม่กล้าทิ้งสินทรัพย์กันเสี่ยงทั้งหมด ต่อให้หุ้นทำสถิติใหม่ แต่เงินเฟ้อที่ยังสูงกับความไม่ชัดของ Fed ทำให้ทองไม่ได้หลุดจากเรดาร์นักลงทุน จุดสำคัญคือทองรอบนี้ไม่ได้ขึ้นจากความกลัวล้วน ๆ แต่แกว่งตามดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรเป็นหลัก
ฝั่งน้ำมันภาพต่างออกไป OPEC+ ตกลงเพิ่มโควตาผลิตเดือนสิงหาคม 188,000 บาร์เรลต่อวัน และตั้งแต่เมษายนรวมแล้วเพิ่มเกือบ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ทำให้ตลาดเริ่มกังวลเรื่องซัพพลายมากขึ้น ราคาน้ำมันที่ไม่เร่งขึ้นช่วยลดแรงกดเงินเฟ้อ แต่ก็ไม่ใช่ข่าวดีเท่ากันทุกกลุ่ม เพราะหุ้นพลังงานอาจเจอแรงกด ถ้าตลาดมองว่าซัพพลายกลับมาเยอะเกินไป
4. SET ก่อนเปิดยังยืนแถว 1,616 จุด แต่เกมนี้ต้องเลือกหุ้น ไม่ใช่ไล่ทั้งกระดาน
ฝั่งไทย SET อยู่ที่ 1,616.88 จุด จุดที่พอช่วยตลาดคือฐานปิดล่าสุดยังอยู่เหนือ 1,600 จุด และกระแสเงินทุนล่าสุดวันที่ 6 ก.ค. ยังเห็นต่างชาติซื้อสุทธิ SET ราว 735 ล้านบาท
แต่ภาพเงินเข้าไม่ได้แปลว่าซื้อได้ทุกตัว เพราะข้อมูลล่าสุดยังเห็นสถาบันขายสุทธิราว 1,925 ล้านบาท และโบรกเกอร์เริ่มวางกรอบแนวต้านแถว 1,620–1,630 จุด หลังตลาดเด้งมาแล้วพอสมควร กลุ่มแบงก์ใหญ่ก็มีแรงขายกดตลาดในข้อมูลล่าสุด ขณะที่ธีมที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเป็นหุ้นเฉพาะกลุ่ม เช่น โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ ส่งออกอาหาร โรงกลั่น และ DR ใหม่ 11 หลักทรัพย์ที่เริ่มเข้าซื้อขายวันนี้
ดังนั้นถ้าจะเล่นหุ้นไทยวันนี้ อย่าดูแค่ว่า SET เขียวหรือแดงตอนเปิดตลาด จุดที่ควรดูจริงคือเงินยังไหลเข้าหุ้นใหญ่เดิมหรือเริ่มหมุนไปธีมใหม่ และดัชนียืนเหนือ 1,600 จุดได้พร้อมมูลค่าซื้อขายพอหรือไม่ ถ้าผ่าน 1,620–1,630 จุดไม่ได้ ภาพตลาดอาจยังเป็นรีบาวด์แบบเลือกตัวมากกว่าขาขึ้นทั้งกระดาน
*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


