Trump ดับฝันสันติภาพทำน้ำมันพุ่ง กระชากทองร่วง พร้อมส่งไม้ต่อประธาน Fed คนใหม่ท่ามกลางวิกฤตเงินเฟ้อที่ยังไม่จบ

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.เมื่อคำพูด Trump ทำน้ำมันพุ่ง… แต่ทองดันร่วง
กลายเป็นประเด็นร้อนทันทีเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจาก Donald Trump โพสต์ข้อความสั้นๆ ว่ายอมรับไม่ได้ต่อข้อเสนอสันติภาพจากอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานทะลุ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบอเมริกาแตะระดับ 100 ดอลลาร์ทันที
แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือราคาทองคำกลับร่วงลงมาอยู่ที่ 4,693 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงไปกว่า 22 ดอลลาร์ ทั้งที่ปกติแล้วสงครามควรหนุนทอง
เหตุผลเบื้องหลังคือตลาดกำลังกลัวว่าน้ำมันที่แพงขึ้นจะกลายเป็นเชื้อไฟให้เงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกนาน ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
กลไกนี้เองที่ทำให้ทองคำถูกเทขายออกมาในฐานะสินทรัพย์ที่อาจมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ย
2.จับตา CPI พรุ่งนี้ บททดสอบความร้อนแรงของเงินเฟ้อ
ความผันผวนที่เราเห็นวันนี้เป็นเพียงการอุ่นเครื่อง เพราะของจริงรออยู่ในคืนวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2026 เวลาหนึ่งทุ่มครึ่งบ้านเรา กับการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนเมษายนของสหรัฐฯ
ตลาดคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 3.7% ซึ่งถือว่ายังร้อนแรงเกินไปสำหรับเป้าหมายของธนาคารกลาง ประเด็นที่นักลงทุนต้องขุดลึกลงไปคือ Core CPI ที่ตัดเรื่องพลังงานและอาหารออกไป
หากตัวเลขนี้ยังพุ่งสูงขึ้น จะเป็นสัญญาณอันตรายว่าเงินเฟ้อได้ลุกลามเข้าไปในภาคบริการและสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมันชั่วคราว
หากผลออกมาสูงกว่าคาด เราอาจเห็นทองคำหลุดแนวรับสำคัญที่เส้นค่าเฉลี่ย 20 วันบริเวณ 4,691 ดอลลาร์ได้ง่ายๆ แต่ถ้าตัวเลขเย็นลง ทองคำก็มีสิทธิ์เด้งกลับไปทดสอบแนวต้านที่ 4,711 ดอลลาร์อีกครั้ง
3.ปิดตำนาน Jerome Powell และการมาของ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่
อีกหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2026 คือการสิ้นสุดวาระ 8 ปีของ Jerome Powell ประธาน Fed ผู้พาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านมรสุมโควิดและเงินเฟ้อครั้งใหญ่ โดยวุฒิสภามีจ่อคิวโหวต Kevin Warsh เข้ามารับตำแหน่งแทน
ซึ่งความท้าทายของ Kevin Warsh นั้นหนักหนาสาหัสตั้งแต่วันแรก เพราะเขาต้องรักษาสมดุลระหว่างความเป็นอิสระของ Fed กับแรงกดดันทางการเมืองจาก Donald Trump ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
หาก Kevin Warsh เลือกเดินตามใบสั่งการเมือง ตลาดอาจสูญเสียความเชื่อมั่นและมองว่า Fed กำลังปล่อยให้เงินเฟ้อหลุดมือ ซึ่งความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้คือความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้ประเมินราคาเข้าไปอย่างเต็มที่
4.หุ้นไทยรับไม้ต่อจาก Wall Street ลุ้นแรงส่งกลุ่มพลังงานและเทค
หันมามองตลาดหุ้นบ้านเราวันนี้ คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากฝั่งสหรัฐฯ ที่ S&P 500 และ Nasdaq เพิ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากกระแสการลงทุนใน AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีความน่าสนใจมากขึ้นตามทิศทางตลาดโลก
นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากการปฏิเสธดีลอิหร่านของ Donald Trump จะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กับหุ้นกลุ่มพลังงานที่เป็นบิ๊กแคปในตลาดหุ้นไทย ช่วยพยุงดัชนีให้แกว่งตัวในแดนบวกได้
อย่างไรก็ตามต้องระวังความผันผวนจากการที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนในประเทศได้ในระยะสั้น
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


