เงินเฟ้อพุ่ง-สงครามเดือด ทุบทองร่วงยับ ฉุดหุ้นไทยผันผวนหนัก!

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.ทองคำ-เงิน ร่วงยับ! นักลงทุนเทขายหนีตายซบดอลลาร์
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายการเงินที่ตึงตัวยาวนานกลายเป็นฝันร้ายของตลาดโลหะมีค่า ราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักกว่า 900 ดอลลาร์จากจุดสูงสุดเมื่อปลายเดือนมกราคม โดยราคาสปอตหลุดมาอยู่ที่ระดับประมาณ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่แร่เงินก็ถูกเทขายจนราคาดิ่งลงกว่า 50 ดอลลาร์เช่นกัน
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังเทขายสินทรัพย์เพื่อทำกำไรและโยกย้ายไปหาสินทรัพย์อื่นหลังจากที่ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น นอกจากนี้เมื่อต้นทุนการขนส่งทองคำแพงขึ้นจากการปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เสน่ห์ของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยระดับโลกจึงถูกตั้งคำถามและลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
2.สงครามดันน้ำมันพุ่ง บีบ Fed ตรึงดอกเบี้ย
ตลาดการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่เมื่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานอย่างรุนแรง โดยเฉพาะน้ำมันดิบดูไบที่ทะลุ 166 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปแล้ว สร้างความตื่นตระหนกเรื่องวิกฤตเงินเฟ้อไปทั่วโลก
สถานการณ์สุดตึงเครียดนี้บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามคาดในการประชุมวันพุธที่ผ่านมา ทาง Jerome Powell ประธาน Fed ประเมินว่ายังต้องเห็นตัวเลขเงินเฟ้อลดลงชัดเจนกว่านี้ถึงจะเริ่มลดดอกเบี้ยได้ พร้อมทั้งปรับเป้าเงินเฟ้อปี 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 2.7% ต่อปี ทำให้ตลาดประเมินว่าในปีนี้เราอาจได้เห็นการหั่นดอกเบี้ยเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามที่คุกรุ่น
3.เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตสวนทาง ทุบตลาดอสังหาฯ ร่วงหนัก
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดตอกย้ำภาพความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ลดลงเหลือ 205,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
สอดคล้องกับดัชนีภาคการผลิตจาก Philadelphia Federal Reserve ประจำเดือนมีนาคมที่พุ่งทะลุความคาดหมายไปอยู่ที่ระดับ 18.1 สะท้อนการขยายตัวของภาคธุรกิจที่ยังไปได้สวย
แต่พิษของดอกเบี้ยที่สูงก็ทำร้ายตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างรุนแรง ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนมกราคมดิ่งลงถึง 17.6% ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดประเมินไว้มาก ตัวเลขที่ขัดแย้งกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางในบางภาคส่วนของเศรษฐกิจที่เริ่มทนรับภาระต้นทุนการกู้ยืมไม่ไหวอีกต่อไป
4.หุ้นไทยผันผวนหนัก จับตาแนวรับ 1,390 จุด
สำหรับผลกระทบต่อบ้านเรา ตลาดหุ้นไทยยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากแรงกดดันของสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ การที่แหล่งผลิตพลังงานถูกโจมตีจนราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น สร้างความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลงในขณะที่เงินเฟ้อกลับพุ่งสูงขึ้น หรือที่เรียกว่าภาวะ Stagflation
ทางบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ได้ประเมินแนวโน้มดัชนี SET ว่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบและผันผวนสูง โดยให้แนวรับสำคัญที่ 1,390 จุด และแนวต้านที่ 1,430 จุด นักลงทุนจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ จับตาดูหุ้นในกลุ่มพลังงานที่อาจได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันขาขึ้นระยะสั้น และจัดการความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอย่างใกล้ชิด
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


