TradingKey - ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี KOSPI พุ่งขึ้น 9.63% ปิดที่ระดับ 5,584.23 จุด ซึ่งถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นภายในวันเดียวที่มากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลก การพุ่งขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากดัชนีร่วงลงอย่างหนักในช่วงสองวันทำการก่อนหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ โดยพุ่งขึ้นมากกว่า 12% ขณะที่กลุ่มยานยนต์ปรับตัวขึ้นกว่า 10% ด้านปริมาณการซื้อขายขยายตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากกองทุนต่าง ๆ หมุนเวียนเงินทุนกลับเข้าสู่หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ โดยหุ้น Samsung Electronics ทะยานขึ้น 11.27% และ SK Hynix ปรับตัวขึ้น 10.84% ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักเบื้องหลังการฟื้นตัวของดัชนี ทั้งนี้ แม้จะมีความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา แต่ดัชนี KOSPI ยังคงปรับตัวขึ้น 32% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่าหุ้นเกาหลีใต้ประสบกับภาวะ "ขายมากเกินไป" (oversold) หลังจากความขัดแย้งในอิหร่านจุดชนวนให้เกิดกระแสการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่มีท่าทีบานปลายไปมากกว่านี้ในขณะนี้ และราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวในระยะสั้น ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคและคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทในเกาหลีใต้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงพื้นฐาน นักลงทุนจึงแห่กลับเข้าสู่ตลาด ซึ่งช่วยหนุนให้เกิดการดีดตัวทางเทคนิคอย่างรุนแรง โดยในระยะสั้นนี้ การปรับตัวขึ้นดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียงการปรับฐานทางเทคนิคหลังจากที่มีแรงเทขายด้วยความตื่นตระหนกในช่วงต้นสัปดาห์
นายดี.เค. โน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชินฮัน (Shinhan Securities) ตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนต่างชาติซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้ขายสุทธิในหุ้นเกาหลีใต้ ดูเหมือนจะเริ่มเปลี่ยนท่าทีในช่วงเย็นวันพุธ โดยเขาระบุว่ากองทุนจากต่างประเทศได้เปลี่ยนกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในช่วงการซื้อขายภาคเช้าของวันพฤหัสบดี นอกจากนี้นายโนยังเสริมว่า แนวโน้มการลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเกาหลีใต้ ดูเหมือนจะเริ่มบรรเทาลงแล้ว