Trump ปะทะ Netanyahu เขย่าตลาด! ทองยืน $4,475 น้ำมันใกล้ $95 หุ้นไทยพุ่งเหนือ 1,588 จุด

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.Trump กับ Netanyahu เริ่มมีรอยร้าว ตลาดกังวลสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาในวันนี้ คือความสัมพันธ์ที่เริ่มตึงเครียดระหว่าง Donald Trump และ Benjamin Netanyahu หลังมีรายงานว่า Trump ไม่พอใจแนวทางของอิสราเอลที่ยังเดินหน้าใช้มาตรการทางทหารอย่างแข็งกร้าว ซึ่งอาจกระทบต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการลดความตึงเครียดกับอิหร่าน
แม้ทั้งสองประเทศยังคงเป็นพันธมิตรใกล้ชิด แต่ตลาดเริ่มมองว่าหากความเห็นต่างขยายวงกว้าง อาจทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งคาดเดาได้ยากขึ้น โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 94.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent อยู่ที่ 96.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค
สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาต่อจากนี้ คือสหรัฐฯ จะสามารถควบคุมสถานการณ์และผลักดันการเจรจากับอิหร่านได้หรือไม่ เพราะหากความขัดแย้งลุกลามต่อ ราคาพลังงานทั่วโลกมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก
2.ทองคำยืนเหนือ 4,475 ดอลลาร์ นักลงทุนชั่งน้ำหนักสงครามกับท่าที Fed
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาทองคำโลก XAUUSD ล่าสุดอยู่ที่ 4,475.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยหนุนหลักยังมาจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดก็เริ่มกังวลว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงช้ากว่าที่คาด ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งลดดอกเบี้ย
นักลงทุนจึงอยู่ในภาวะรอดูข้อมูลเศรษฐกิจชุดสำคัญ โดยเฉพาะตัวเลขแรงงานและเงินเฟ้อในช่วงสัปดาห์นี้ หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อาจกดดันราคาทองในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์สงครามรุนแรงขึ้น ทองคำก็ยังมีโอกาสได้รับแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
3.Futures สหรัฐฯ แกว่ง นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อและหุ้น AI
ตลาด Futures สหรัฐฯ เช้าวันนี้เคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว โดย S&P 500 Futures อยู่ที่ประมาณ 7,625 จุด เพิ่มขึ้น 0.02% ขณะที่ Dow Jones Futures ลดลง 0.04% และ Nasdaq 100 Futures ลดลง 0.11%
แม้ดัชนีหลักของสหรัฐฯ จะยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่บรรยากาศการลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้น หลังราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นสร้างความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน หุ้นในกลุ่ม AI ยังคงเป็นตัวนำตลาด โดยก่อนหน้านี้ Marvell Technology พุ่งกว่า 32% และ Hewlett Packard Enterprise ปรับตัวขึ้นเกือบ 20% จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มจับตาว่าการลงทุนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะสร้างผลตอบแทนได้ตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่
4.หุ้นไทยบวกแรง 19.69 จุด รับแรงซื้อหุ้นใหญ่ นักลงทุนลุ้นด่าน 1,600 จุด
ตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นในภูมิภาควันนี้ โดยดัชนี SET ปิดที่ 1,588.06 จุด เพิ่มขึ้น 19.69 จุด หรือ 1.26% ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 93,010 ล้านบาท
แรงหนุนหลักมาจากหุ้นขนาดใหญ่อย่าง GULF, DELTA และ ADVANC ที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างชัดเจน หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อปัจจัยภายในประเทศและกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น
การที่ดัชนีกลับมายืนเหนือระดับ 1,580 จุดได้สำเร็จ ทำให้เป้าหมายสำคัญถัดไปอยู่บริเวณ 1,600 จุด ซึ่งถือเป็นแนวต้านทางจิตวิทยาที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ความผันผวนจากราคาน้ำมัน สงครามตะวันออกกลาง และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อกระแสเงินทุนทั่วโลกได้ตลอดเวลา
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


