Fibonacci คืออะไร เข้าใจวิธีตีเส้นและวิธีการใช้งาน Fibonacci ใน 8 นาที

อัพเดทครั้งล่าสุด
coverImg
แหล่งที่มา: DepositPhotos

Fibonacci ในการเทรดคือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ระดับสัดส่วน เช่น 23.6%, 38.2%, 50% และ 61.8% เพื่อหาโซนแนวรับ แนวต้าน และวางแผนจุดเข้า–ออก โดยควรใช้ยืนยันร่วมกับแนวโน้มและ Price Action ไม่ใช่สัญญาณที่รับประกันการกลับตัวของราคา。บทความนี้อธิบายวิธีลาก Fibonacci Retracement อ่านแต่ละระดับ และใช้ร่วมกับ EMA/RSI อย่างไร

Fibonacci Retracement คืออะไร และใช้ตีเส้นอย่างไร

Fibonacci Retracement คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้วัดสัดส่วนการย่อตัว (Pullback) ของราคาหลังจากที่ตลาดเกิดแนวโน้มชัดเจน เพื่อค้นหาแนวรับ-แนวต้านที่มีนัยสำคัญทางสถิติและจิตวิทยามวลชน


ขั้นตอนการตีเส้น Fibonacci Retracement 3 ขั้นตอน:


1.ระบุทิศทางแนวโน้มหลัก (Trend Confirmation): ยืนยันว่ากราฟอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) หรือขาลง (Downtrend) ชัดเจน

2.กำหนดจุดสวิงและลากเส้นจากซ้ายไปขวา:

  • ในแนวโน้มขาขึ้น: ลากจากจุดต่ำสุด (Swing Low) ไปยังจุดสูงสุด (Swing High)

  • ในแนวโน้มขาลง: ลากจากจุดสูงสุด (Swing High) ไปยังจุดต่ำสุด (Swing Low)


3.สังเกตปฏิกิริยาของราคา ณ โซนสังเกตการณ์ (Observation Zones): มองระดับสัดส่วน 23.6%, 38.2%, 50.0% และ 61.8% เป็นแนวเฝ้าระวังและรอการยืนยันจากแท่งเทียน (Price Action) ไม่ตั้งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติล่วงหน้า


ตารางสรุประดับนัยสำคัญของ Fibonacci Retracement

  • 23.6% (Shallow Retracement): การย่อตัวระดับตื้น บ่งชี้ว่าแนวโน้มหลักแข็งแกร่งมาก แต่อาจมีความผันผวนสูงและเสี่ยงต่อการหลุดแนวรับได้ง่าย

  • 38.2% (Standard Retracement): แนวรับ/แนวต้านด่านแรกที่มีความน่าเชื่อถือ มักพบในตลาดที่มีโมเมนตัมต่อเนื่อง

  • 50.0% (Halfway Retracement): แนวรับแนวจิตวิทยาสำคัญ แม้ไม่ใช่ตัวเลข Fibonacci แท้ แต่เป็นจุดพักตัวครึ่งทางที่นักเทรดทั่วโลกจับตามอง

  • 61.8% (Golden Ratio / Golden Zone): ระดับสัดส่วนทองคำที่มีความแม่นยำทางสถิติสูงสุด เป็นจุดที่เกิดแรงซื้อ/แรงขายสวนทางอย่างหนาแน่น

  • 78.6% (Deep Retracement): แนวรับด่านสุดท้ายของการย่อตัว หากราคาปิดหลุดระดับนี้ โครงสร้างแนวโน้มเดิมอาจเสียทรงหรือเปลี่ยนทิศทาง

ทำความรู้จัก Fibonacci คืออะไร คำนวณมาได้อย่างไร

Fibonacci คือซีรีส์ตัวเลขที่มีความเชื่อมโยงกัน ได้แก่ 0, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233, 377, 610, 987… คนส่วนใหญ่อาจรับรู้มาว่าสัดส่วนนี้ถูกนำมาใช้โดย ลีโอนาโด ดาวินชี แต่ตัวเลข Fibonacci มีการคิดค้นมาก่อนแล้วตั้งแต่ช่วง 400 -200 ปีก่อนคริสตกาล


▲ ตัวเลข Fibonacci มาจากไหน

แม้ชื่อของ Fibonacci จะเพิ่งตั้งชึ้นในสมัยกลางของยุโรป แต่ประวัติการค้นพบของอนุกรมตัวเลขเหล่านี้ต้องนับย้อนกลับไปไกลกว่านั้น กล่าวกันว่าตัวเลข Fibonacci ถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่ช่วง 400 -200 ปีก่อนคริสตกาลด้วยนักคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย และถูกนำมาใช้ในสังคมของอินเดียตั้งแต่ช่วงต้นของ 200 ปีก่อนคริสตกาล แม้ไม่ได้ใช้ชื่อเรียกเดียวกับที่เรารู้จักในปัจจุบันก็ตาม


▲ วิธีคำนวณตัวเลข Fibonacci

การคำนวณตัวเลข Fibonacci ทำได้ด้วยการนำเลขสองตัวก่อนหน้ามาบวกกัน เช่น 


0

1

1 มาจาก 0 + 1

2 มาจาก 1 + 1

3 มาจาก 1 + 2

5 มาจาก 2 + 3

8 มาจาก 3 + 5

13 มาจาก 5 + 8

21 มาจาก 8 + 13


เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นอนุกรม 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233, 377, 610, 987, 1597, 2584, 4181, 6765….


ความมหัศจรรย์ของอนุกรมเหล่านี้คือ ไม่ว่าเราจะนำตัวเลขที่อยู่ในลำดับมาดำเนินการทางคณิตศาสตร์อย่างไรก็จะให้ค่า ๆ หนึ่งที่เท่ากันทั้งหมด เช่น


  • นำตัวเลขด้านหน้า มาหารด้วย ตัวเลขด้านหลัง เช่น 34/55 จะได้ค่าเข้าใกล้ 0.618 เสมอ

  • นำตัวเลขด้านหลัง มาหารด้วย ตัวเลขด้านหน้า เช่น 377/233 จะได้ค่าเข้าใกล้ 1.618 เสมอ

  • นำตัวเลขด้านหน้า มาหารด้วย ตัวเลขถัดไปด้านหลังสองตำแหน่ง เช่น 610/1597 จะได้ค่าเข้าใกล้ 0.382 เสมอ


ซึ่งเราจะได้เห็นสัดส่วนนี้ในเครื่องมือ Fibonacci ที่ใช้สำหรับการเทรดต่าง ๆ ด้วย


▲ นำตัวเลข Fibonacci มาใช้ในการเทรดได้อย่างไร

ในแวดวงการเทรด สัดส่วน Fibonacci ไม่ใช่กฎเกณฑ์ตายตัวของธรรมชาติที่ควบคุมราคาในตลาด แต่ทำหน้าที่เป็น "โซนราคาอ้างอิงที่มีนัยสำคัญทางสถิติและจิตวิทยามวลชน"


เนื่องจากนักเทรด สถาบันการเงิน และระบบเทรดอัตโนมัติทั่วโลกต่างเฝ้ามองระดับราคาเดียวกัน จึงทำให้เกิดการกระจุกตัวของคำสั่งซื้อขาย ณ ระดับเหล่านี้ ทั้งนี้ เทรดเดอร์ต้องใช้ Fibonacci เป็นเพียงโซนเฝ้าระวัง และต้องรอสัญญาณยืนยันจาก Price Action หรืออินดิเคเตอร์อื่นก่อนเปิดสถานะเสมอ

เครื่องมือที่ช่วยให้นำ Fibonacci มาใช้ในการเทรด

ตารางเปรียบเทียบเครื่องมือตระกูล Fibonacci ทั้ง 5 ประเภท

เครื่องมือใช้เพื่อจุดที่ใช้ลากเหมาะสำหรับ
1. Fibonacci Retracementหาจุดย่อตัว (Pullback) ของราคาเพื่อเข้าเทรดตามเทรนด์2 จุด (Swing High/Low)ตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน
2. Fibonacci Extensionหาเป้าหมายราคาทำกำไร (Take Profit) เมื่อราคาเบรกเอาต์2 หรือ 3 จุดช่วงทำ All-Time High / New Low
3. Fibonacci Projectionวัดระยะคลื่นถัดไปโดยคำนึงถึงขนาดคลื่นพักตัว3 จุด (เริ่ม-สูงสุด-ย่อ)Elliott Wave / ประเมินรอบราคา
4. Fibonacci Timezoneคาดการณ์รอบเวลาที่อาจเกิดการกลับตัว1 หรือ 2 จุดวิเคราะห์วัฏจักรเวลา
5. Fibonacci Fansสร้างแนวรับแนวต้านแบบไดนามิกที่มีองศาความชัน2 จุด (ต่ำสุด-สูงสุด)การติดตามความเร่งของแนวโน้ม


ตัวเลข Fibonacci ถูกนำมาใช้ในการเทรดด้วย 5 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ได้แก่


1.Fibonacci Retracement

เป็นเครื่องมือที่ใช้หาจุดย่อของราคาเพื่อเข้าซื้อเมื่อราคาปรับฐาน โดยนำสัดส่วนของราคาระหว่างสองจุดมาคำนวณเป็นสัดส่วนตามลำดับ Fibonacci ให้ค่าเป็นชาแนลเส้นแนวนอนตามลำดับ เช่น 0.0%, 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 100% เส้นแนวนอนต่าง ๆ ที่พล็อตได้สามารถนำมาใช้เป็นแนวรับแนวต้านสำหรับการ Swing Trade คือมีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้เป็นแนวรับสำหรับแนวโน้มขาขึ้น และใช้เป็นแนวต้านสำหรับแนวโน้มขาลง 


▲ วิธีใช้

กางลากเครื่อง Fibonacci Retracement เชื่อมจุดต่ำสุดกับสูงสุด 2 จุดจากซ้ายไปขวา จะได้ช่วงราคาที่มีแนวโน้มจะเป็นแนวรับแนวต้านที่คำนวณมาจากตัวเลข Fibonacci 0.0%, 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 100% ตามที่ตั้งค่าไว้ นอกจากนี้ยังมีตัวเลขอื่น ๆ ที่นิยมนำมาใช้ เช่น 25%, 50%, 75% เป็นต้น จะพบว่าการปรับฐานหรือรีบาวน์ของราคาจะอยู่ในช่วงรอบใดกรอบหนึ่ง


วิธีใช้ Fibonacci Retracement


2.Fibonacci Extension

เป็นเครื่องมือที่ใช้หาเป้าหมายราคาเพื่อหาจุดทำกำไร (Exit) เมื่อราคา Breakout ด้วยการคำนวณระยะยืดตัวจากระยะปรับฐานก่อนหน้าเป็นสัดส่วนกับลำดับ Fibonacci จนได้เป็นเส้นชาแนวแนวนอนยืดตัวที่ระยะ 113.6%, 127.2%, 141.4%, 161.8%, 200% ฯลฯ ตามลำดับ และสามารถใช้กะระยะยืดตัวได้ไกลถึง 261.8% 


▲ วิธีใช้

Fibonacci Extension ใช้คำนวณสัดส่วนจากระยะปรับฐานเพื่อคาดการณ์ระยะยืดตัว ทำได้โดยวาง Fibonacci Extension เชื่อมจุด swing high/low ถึงจุดปรับฐานโดยลากจากซ้ายไปขวา เครื่องมือจะแสดงระยะยืดตัวเป็นสัดส่วน 113.6%, 127.2%, 141.4%, 161.8%, 200%, 261.8% ตามที่ตั้งค่าไว้


วิธีใช้ Fibonacci Extension


3.Fibonacci Projection

เป็นการรวมการใช้งานของ Fibonacci Retracement และ Fibonacci Extension มาไว้ด้วยกัน ด้วยการใช้ตัวเลข Fibonacci มาดูว่าราคาจะสามารถย่อต่อได้ในกรอบเท่าไหร่ หรือสามารถเบรคเอาท์และยืดตัวไปได้ที่เป้าหมายเท่าไหร่ ซึ่งตัวเลข Fibonacci ที่ใช้มีตั้งแต่ 61.8% ไปจนถึงมากกว่า 100% ขึ้นไป เครื่องมือตัวนี้มีชื่อเรียกได้หลากหลายตามแพลตฟอร์มกราฟที่เลือกใช้ เช่น Fibonacci Expansion, Fibonacci Projection, Trend Based Fibonacci Extension


▲ วิธีใช้

การใช้ Fibonacci Projection ก็คล้ายกับการรวมการใช้งาน Fibonacci Retracement กับ Fibonacci Extension เข้าไว้ด้วยกัน คือจะมีการวางเครื่องมือเชื่อม 3 จุด จากคลื่นหลักลงมาที่จุดปรับฐานเพื่อหาทั้งระยะย่อตัว (Retracement) และระยะยืดตัว (Extension) ไปพร้อมกัน



วิธีใช้ Fibonacci Projection


4.Fibonacci Timezone

Fibonacci Timezone เป็นการนำตัวเลข Fibonacci มาใช้ในแนวตั้งด้วยตัวแปรในแกน x ที่เป็นเวลา ทำให้สามารถบ่งชี้ช่วงเวลาที่น่าจะมีนัยสำคัญของรูปแบบราคาที่อาจเป็นจุดเหวี่ยงตัวของราคาที่สำคัญหรือจุดกลับตัวได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นบนสัดส่วนตัวเลข 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233...


▲ วิธีใช้

ทำได้โดยใช้เครื่องมือ Fibonacci Timezone พล็อตจุดตั้งต้นที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาขึ้นหรือจุดสูงสุดของแนวโน้มขาลง เครื่องมือจะสร้างเส้นแนวตั้งแบ่งช่วงเวลาตามสัดส่วน Fibonacci ที่จะใช้ตัวเลข 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233... 


วิธีใช้ Fibonacci Timezone


5.Fibonacci Fans 

จาก Fionacci Retracement / Extention/ Projection เป็นการนำ Fibonacci มาใช้ในรูปแบบชาแนลในแกน y ซึ่งแสดงเฉพาะตัวแปรด้านราคา ส่วน Fibonacci Timezone & Ratio นำมาใช้ในรูปแกน x ก็แสดงเฉพาะตัวแปรด้านเวลา ซึ่งทั้งคู่มีข้อดีแต่ก็มีข้อจำกัดของตัวเอง Fibonacci Fan จึงเป็นการนำตัวเลข Fibonacci มาใช้ทั้งสองทางคือคาดการณ์ทั้งค่าที่เป็นราคาและเวลา ทำให้เส้นที่ได้มีลักษณะเป็นสโลปที่มีความชันตามสัดส่วน Fibonacci และสามารถนำมาใช้หาแนวรับแนวต้านได้เช่นเดียวกับ Fibonacci Retracement 


▲ วิธีใช้

เลือกเครื่องมือ Fibonacci Fan ลากเชื่อม 2 จุดที่เป็นจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดโดยลากจากซ้ายไปขวา จะปรากฏเส้นสโลปของเครื่องมือ สามารถใช้เป็นแนวรับแนวต้านสำหรับการเทรดได้


วิธีใช้ Fibonacci Fans

การใช้ Fibonacci อย่างง่าย

จากเครื่องมือ Fibonacci ที่เราได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว คราวนี้เราจะนำเครื่องมือเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้อย่างง่ายในแนวโน้มต่าง ๆ ที่เราได้พบเจอบ่อย ๆ 


การใช้ Fibonacci เพื่อหาจุดเข้าทำรายการ (Entry) เมื่อราคาเหวี่ยงกลับ (Pullback)

รูปแบบราคาแบบเหวี่ยงกลับ (Pullback) เกิดขึ้นเมื่อตลาดกำลังมีแนวโน้มที่มาพร้อมกับการปรับฐานเป็นระยะ ทำให้มีจุดเหวี่ยงของราคาให้ Swing Trade (ดูเพิ่มเติม) ได้ และเครื่องมือ Fibonacci ที่เหมาะสมคือ Fibonacci Retracement  


  • ในแนวโน้มขาขึ้น Fibonacci Retracement จะถูกนำมาหาช่วงราคาที่น่าจะเป็นจุดปรับฐานด้วยการวางเครื่องมือเชื่อมจุด Swing Low และ Swing High เข้าด้วยกันจากซ้ายไปขวาก็จะได้แนวรับต่าง ๆ ตามสัดส่วน Fibonacci ขึ้นมาเพื่อเป็นจุดเข้าซื้อ (Long) 


  • ในแนวโน้มขาลง Fibonacci Retracement จะถูกนำมาหาช่วงราคาที่น่าจะเป็นจุดเหวี่ยงกลับด้วยการวางเครื่องมือเชื่อมจุด Swing High และ Swing Low เข้าด้วยกันจากซ้ายไปขวาก็จะได้แนวต้านต่าง ๆ ตามสัดส่วน Fibonacci ขึ้นมาเพื่อเป็นจุดขาย (Short) 


การใช้ Fibonacci เพื่อหาจุดเข้าทำรายการ (Entry) เมื่อราคาเหวี่ยงกลับ (Pullback)


การใช้ Fibonacci เพื่อหาจุดทำกำไร (Exit) เมื่อราคาเบรคเอาท์ (Breakout)

  • รูปแบบราคาเบรคเอาท์ (Breakout) เกิดขึ้นเมื่อแนวโน้มราคาทะลุกรอบแนวรับแนวต้านด้วยโมเมนตัมที่แรงจนเกิดแนวโน้มใหม่ที่แข็งแกร่งในแบบที่เราสามารถนำเครื่องมือ Fibonacci มาใช้เพื่อหาเป้าหมายทำกำไรได้ด้วย Fibonacci Extension


  • ในแนวโน้มขาขึ้น เมื่อราคาเบรคเอาท์และเริ่มวิ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ Fibonacci Extension จะถูกนำมาหาราคาเป้าหมายด้วยการวางเครื่องมือเชื่อมจุด Swing High ก่อนหน้าไปที่จุดปรับฐานก่อนการเบรคเอาท์ โดยลากจากซ้ายไปขวาก็จะได้แนวเป้าหมายต่าง ๆ ตามสัดส่วน Fibonacci เพื่อเป็นเป้าหมายในการขาย (Exit)  


  • ในแนวโน้มขาลง เมื่อราคาเบรคเอาท์กรอบล่างและเริ่มหลุดทำจุดต่ำสุดใหม่ Fibonacci Extension จะถูกนำมาหาราคาเป้าหมายด้วยการวางเครื่องมือเชื่อมจุด Swing Low ก่อนหน้าต่อไปที่จุดสูงของการรีบาวน์ก่อนการเบรคเอาท์ โดยลากจากซ้ายไปขวาก็จะได้แนวเป้าหมายต่าง ๆ ตามสัดส่วน Fibonacci เพื่อเป็นเป้าหมายในการซื้อคืน (Exit)


การใช้ Fibonacci เพื่อหาจุดทำกำไร (Exit) เมื่อราคาเบรคเอาท์ (Breakout)


การใช้เครื่องมือ Fibonacci เพื่อเทรดในกรอบราคา (Range)

โดยทั่วไปเครื่องมือ Fibonacci ถูกนำมาใช้ร่วมกับรูปแบบราคาที่มีแนวโน้มเป็นหลัก แต่ก็สามารถนำมาใช้กับรูปแบบราคาที่เคลื่อนไหวในกรอบได้เช่นกันด้วยเครื่องมือ Fibonacci Retracement


รูปแบบราคาที่เคลื่อนที่ในกรอบจะมีลักษณะราคาที่ออกข้างโดยไม่ทำจุดสูงสุดใหม่หรือจุดต่ำสุดใหม่ ซึ่งสามารถนำ Fibonacci Retracement มาใช้ด้วยการวางเครื่องมือเชื่อมจุดสูงและต่ำก่อนหน้า แล้วสังเกตกรอบการเคลื่อนตัวของราคาและสามารถซื้อที่แนวรับและขายที่แนวต้านได้ เมื่อราคาหลุดกรอบบนหรือกรอบล่างของกรอบจะเป็นการยุติการเคลื่อนที่ของราคาในกรอบและมีแนวโน้มที่จะเกิดแนวโน้มใหม่


การใช้เครื่องมือ Fibonacci เพื่อเทรดในกรอบราคา (Range)


การใช้เครื่องมือ Fibonacci เพื่อหาจุดกลับตัว (Reversal)

เช่นเดียวกับรูปแบบราคาเคลื่อนที่ในกรอบ เครื่องมือ Fibonacci มักไม่ค่อยนำมาใช้สำหรับการหาจุดกลับตัว แต่ก็สามารถนำมาใช้เป็นจุดสังเกตได้เช่นกันด้วยเครื่องมือ Fibonacci Retracement 


การหาจุดกลับตัวเพื่อกำหนดจุดซื้อขายเมื่อราคามีการเปลี่ยนกลับแนวโน้ม ทำได้เมื่อราคาก่อนหน้ามีแนวโน้มที่แข็งแกร่งและเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ ในกรณีนี้นอกจากที่เราสามารถใช้ Fibonacci Retacement เพื่อเทรดในกรอบแล้ว การหลุดกรอบ Fibonacci ที่กางไว้ในทิศทางตรงกันข้ามยังสามารถนำมาคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเป็นทิศทางตรงกันข้ามหรือการกลับตัวได้ และจุดที่ราคาหลุดกลับมาจะเป็นจุดขายสำหรับการเปลี่ยนกลับแนวโน้มจากขาขึ้นเป็นขาลง และเป็นจุดซื้อเมื่อราคาเปลี่ยนกลับจากแนวโน้มขาลงเป็นขาขึ้น


การใช้เครื่องมือ Fibonacci เพื่อหาจุดกลับตัว (Reversal)

ข้อดีและข้อจำกัดของการนำ Fibonacci ไปใช้

จากที่เราได้ดูกันมาแล้วว่า Fibonacci คืออะไร และนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดได้อย่างไร คราวนี้เราจะมาดูกันบ้างว่าเครื่องมือตัวนี้มีข้อดีที่จะช่วยเสริมความได้เปรียบและข้อเสียอันเป็นจุดอ่อนที่ต้องระวังอะไรบ้าง


ข้อดีของการใช้เครื่องมือ Fibonacci 


เป็นเครื่องมือที่ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน อ่านค่าและตีความได้ง่าย


สามารถใช้เป็นแนวรับแนวต้านสำหรับคาดคะเนเป้าหมายราคาและวางจุดตัดขาดทุนได้


สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับเครื่องมือตัวอื่น ๆ ได้หลากหลาย


ข้อเสียของการใช้เครื่องมือ Fibonacci

เครื่องมือ Fibonacci เป็นอัตวิสัยหรือเป็นการตีความส่วนบุคคล นักเทรดบางคนอาจใช้แล้วได้กำไร ขณะที่บางคนใช้แล้วอาจขาดทุน


การใช้ Fibonacci เป็นเพียงการคาดคะเนเป้าหมายราคาในระดับต่าง ๆ แต่สัดส่วนที่เกิดขึ้นและใช้ได้จริงจำเป็นต้องใช้เครื่องมืออื่นช่วยยืนยัน การนำ Fibonacci ไปใช้เทรดเพียงตัวเดียวอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

การประยุกต์ใช้ Fibonacci กับเครื่องมือทางเทคนิคอื่น ๆ

จากข้อจำกัดของเครื่องมือ Fibonacci ที่อาจไม่แม่นยำพอหากนำไปใช้ประกอบการเทรดเพียงตัวเดียว คราวนี้เราจึงจะมาลองประยุกต์การเทรดเครื่องมือ Fibonacci กับเครื่องมือทางเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำสำหรับการเทรดให้มากขึ้น


Fibonacci + EMA

Exponential Moving Average - EMA เป็นอินดิเคเตอร์กลุ่มแนวโน้มที่เป็นการนำราคาย้อนหลังมาหาค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักที่ให้น้ำหนักกับค่าที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดมากกว่าค่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ทำให้ได้เส้นค่าเฉลี่ยที่มีความอ่อนไหวต่อราคาล่าสุดและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ดี ซึ่งเครื่องมือนี้นิยมนำมาใช้บอกแนวโน้มและหาแนวรับแนวต้านของราคา


การนำ Fibonacci มาใช้ร่วมกับ EMA เป็นการใช้ EMA มาระบุแนวโน้ม และใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาแนวรับแนวต้านสำหรับจุดเข้าทำรายการ 


ขั้นตอนที่ 1: ระบุแนวโน้มที่เกิดขึ้น

ติดตั้งอินดิเคเตอร์ EMA แล้วสังเกตว่าราคากำลังเคลื่อนอยู่เหนือกว่าหรือต่ำกว่าเส้น EMA


  • แนวโน้มราคากำลังเป็นขาขึ้น หากราคาเคลื่อนอยู่เหนือเส้น EMA 

  • แนวโน้มราคากำลังเป็นขาลง หากราคาเคลื่อนอยู่ใต้เส้น EMA 


ขั้นตอนที่ 2: สังเกตการปรับฐานของราคา

เมื่อระบุแนวโน้มราคาได้แล้วให้รอจนกว่าแนวโน้มราคาเริ่มอ่อนตัวและวกย้อนกลับ จากนั้นเริ่มวาง Fibonacci Retracement เชื่อมจุด Swing สูง-ต่ำก่อนหน้าจากซ้ายไปขวา จะได้ชาแนลคาดการณ์แนวรับแนวต้านที่จะเกิดขึ้นตามสัดส่วนของ Fibonacci ที่ตั้งค่าไว้


ขั้นตอนที่ 3: กำหนดจุดเข้าทำรายการ (Entry) 

จุดเข้าทำรายการเกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนเข้าใกล้แนวรับแนวต้านที่ระบุโดย Fibonacci Retracement โดยการเข้าทำรายการจะแบ่งเปิดสถานะ 3 ครั้งที่การปรับฐานระดับ 23.6%, 38.2%, และ 50.0%


  • สัญญาณซื้อ เกิดขึ้นในแนวโน้มราคาขาขึ้นเมื่อราคาวกกลับลงมาทดสอบแนวรับ Fibonacci Retracement 23.6%, 38.2%, และ 50.0% โดยไม่หลุดเส้น EMA ลงมา ให้ทะยอยซื้อที่แนวรับ เพื่อรอทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้นในแนวโน้มเดิมต่อไป


  • สัญญาณขาย เกิดขึ้นในแนวโน้มราคาขาลงเมื่อราคารีบาวน์ขึ้นมาทดสอบแนวต้าน Fibonacci Retracement 23.6%, 38.2%, และ 50.0% โดยไม่ทะลุเส้น EMA ขึ้นไป ให้ทะยอยขายที่แนวต้าน เพื่อรอทำกำไรเมื่อราคาปรับลงในแนวโน้มเดิมต่อไป


ตัวอย่าง: การเทรด AUD/USD


เครื่องมือที่ใช้: Fibonacci Retracement, EMA(50)

Timeframe: 15mins


1.สังเกตเมื่อราคาปรับลงจากจุด A มาจุด B ราคาเริ่มเคลื่อนใต้เส้น EMA(50) แสดงแนวโน้มขาลง


2.วาง Fibonacci Retracement วัดระยะจุด A ไปจุด B รอจังหวะราคารีบาวน์ ทะยอย Short ที่ระยะ Fibo 0.236, 0.382, 0.5, 0.786 เพื่อรอปิดสถานะที่แนวรับ Fibo 0


ตัวอย่างการเทรด AUDUSD ด้วย Fibonacci + EMA


Fibonacci + RS

Relative Strength Index – RSI เป็นอินดิเคเตอร์กลุ่มโมเมนตัมที่สามารถนำมาบอกความถูกแพงของราคาสินทรัพย์ได้โดยการบ่งชี้จุดที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือ ภาวะที่มีการขายมากเกินไป (Oversold) นอกจากการบอกภาวะถูกแพงของราคาที่เกิดขึ้นแล้ว RSI ยังสามารถบ่งชี้ช่วงที่ราคากับโมเมนตัมมีความขัดแย้งกัน (RSI Divergence) จนอาจกลายเป็นจุดกลับตัวของแนวโน้มได้ด้วย (อ่านเพิ่มเติม RSI คลิก)


การนำ Fibonacci มาใช้ร่วมกับ RSI เป็นการใช้ Fibonacci Extension เพื่อหาแนวรับแนวต้านสำหรับเป็นจุดปิดสถานะ (Exit) และใช้ RSI เป็นตัวยืนยันแนวรับแนวต้านที่เกิดขึ้นด้วยสัญญาณขัดแย้ง (RSI Divergence) 


ขั้นตอนที่ 1: ระบุแนวโน้มที่เกิดขึ้น

การระบุแนวโน้มทำได้ด้วยการสังเกตการทำจุดสูงและจุดต่ำของรูปแบบราคาที่กำลังดำเนินอยู่


  • หากเป็นแนวโน้มขาขึ้น รูปแบบราคาจะมีการยกจุดต่ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับมีการยกจุดสูงขึ้นเรื่อย ๆ 

  • หากเป็นแนวโน้มขาลง รูปแบบราคาจะมีการลดจุดต่ำลงเรื่อย ๆ พร้อมกับมีการลดจุดสูงลงเรื่อย ๆ


ขั้นตอนที่ 2: สังเกตการปรับฐานของราคา

เมื่อราคามีการปรับฐานและเริ่มเบรคเอาท์ ให้เริ่มวางเครื่องมือ Fibonacci Extension เชื่อมจุดสูงและต่ำก่อนหน้าจากซ้ายไปขวา สังเกตแนวระดับราคาที่มีแนวโน้มจะเป็นแนวรับแนวต้านที่เกิดขึ้นตามชาแนล Fibonacci ระดับต่าง ๆ


ขั้นตอนที่ 3: กำหนดจุดปิดสถานะ (Exit)

จุดปิดสถานะ (Exit) เกิดขึ้นเมื่อราคาปะทะเข้ากับแนวรับแนวต้าน Fibonacci ที่สำคัญ ซึ่งดูได้จากการที่ราคาเริ่มมีโมเมนตัมลดลงพร้อมกับการเกิดสัญญาณขัดแย้งของ RSI 


สัญญาณขาย เกิดขึ้นเมื่อราคาวิ่งขึ้นไปชน Fibonacci เลเวลต่าง ๆ และราคาเริ่มชะลอการขึ้นพร้อม ๆ กับ RSI เริ่มฟอร์มรูปแบบ RSI Bearish Divergence จุดที่ราคาเริ่มหลุดกรอบราคาที่ฟอร์มตัวไว้เป็นจุดขาย


สัญญาณซื้อ เกิดขึ้นเมื่อราคาย่อลงไปชนแนวรับ Fibonacci เลเวลต่าง ๆ และราคาเริ่มชะลอการลงพร้อม ๆ กับ RSI เริ่มฟอร์มรูปแบบ RSI Bullish Divergence จุดที่ราคาเริ่มทะลุกรอบราคาที่ฟอร์มตัวไว้เป็นจุดซื้อ


ตัวอย่าง: การเทรด AUD/USD


เครื่องมือที่ใช้: Fibonacci Retracement, RSI(14)

Timeframe: 15mins


  1. สังเกตเมื่อราคาเริ่มย่อและวกกลับไปเป็นแนวโน้มขาขึ้น วางเครื่องมือ Fibonacci Extension จากจุด A ไปจุด B แล้วสังเกตแนวต้านที่ราคาเริ่มชะลอการขึ้น

  2. สังเกตจุดที่อินดิเคเตอร์ RSI เริ่มแสดงสัญญาณขัดแย้งในขาขึ้น และขายเมื่อราคาหลุดกรอบราคาที่ฟอร์มตัวไว้ก่อนหน้า


ตัวอย่างการเทรด AUDUSD ด้วย Fibonacci + RSI


Fibonacci + Reversal Price Action

Price Action คือ รูปแบบของราคาที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างแรงซื้อและแรงขายจนฟอร์มตัวเป็นรูปแบบแท่งเทียนหรือกลุ่มแท่งเทียนชนิดต่าง ๆ ที่สามารถนำมาคาดการณ์รูปแบบของราคาที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบราคาที่แสดงความต่อเนื่อง รูปแบบราคาที่แสดงจุดกลับตัว หรือรูปแบบราคาที่ไม่สามารถเลือกทิศทางได้


การใช้เครื่องมือ Fibonacci คู่กับ Price Action ทำได้ด้วยการใช้ Fibonacci Retracement เพื่อวางแนวรับแนวต้านที่สามารถเกิดขึ้น และใช้ Price Action ที่แสดงจุดกลับตัวเพื่อเป็นตัวยืนยันแนวรับแนวต้านที่เกิดขึ้น


ขั้นตอนที่ 1: ระบุแนวโน้มที่เกิดขึ้น

การระบุราคาใช้รูปแบบราคาที่ยกจุดสูง-ต่ำ หรือ ลดจุดสูง-ต่ำเพื่อบอกแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น


  • หากเป็นแนวโน้มขาขึ้น รูปแบบราคาจะมีการยกจุดต่ำและจุดสูงขึ้นเรื่อย ๆ 

  • หากเป็นแนวโน้มขาลง รูปแบบราคาจะมีการลดจุดต่ำและจุดสูงลงเรื่อย ๆ 


ขั้นตอนที่ 2: สังเกตการปรับฐานของราคา

หลังเกิดแนวโน้มหลักแล้วราคาเริ่มมีการวกตัวกลับ ให้เริ่มใช้เครื่องมือ Fibonacci Retacement เพื่อดูแนวรับแนวต้านต่าง ๆ ที่มีโอกาสเป็นไปได้ตามสัดส่วน Fibonacci เลเวลต่าง ๆ แต่ยังไม่สามารถยืนยันแนวรับแนวต้านได้ว่าจะใช้ค่า Fibonacci เลเวลไหน


ขั้นตอนที่ 3: กำหนดจุดเข้าทำรายการ (Entry)

การเข้าทำรายการจะเกิดขึ้นเมื่อราคาเหวี่ยงตัวปะทะกับแนวรับแนวต้านของ Fibonacci Retracement และ เกิดรูปแบบการกลับตัวของแท่งเทียนที่เป็นตัวยืนยันแนวรับแนวต้านนั้น


  • สัญญาณขาย จะเกิดขึ้นเมื่อการวกกลับของราคาขึ้นชนแนวต้านของ Fibonacci Retacement พร้อมกับการเกิดรูปแบบราคาแบบกลับตัวเป็นขาลง เช่น Doji, Double Tops, Head and Shoulders ฯลฯ การขายจะเกิดขึ้นเมื่อรูปแบบราคายืนยันการเป็นขาลงเต็มรูปแบบ


  • สัญญาณซื้อ จะเกิดขึ้นเมื่อการวกกลับของราคาร่วงลงชนแนวรับของ Fibonacci Retacement พร้อมกับการเกิดรูปแบบราคาแบบกลับตัวเป็นขาขึ้น เช่น Doji, Double Bottom, Inverse Head And Shoulders ฯลฯ การซื้อจะเกิดขึ้นเมื่อรูปแบบราคายืนยันการเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบ


ตัวอย่าง: การเทรด AUD/JPY


เครื่องมือที่ใช้: Fibonacci Retracement, Candle Stick

Timeframe: 15mins


  1. สังเกตเมื่อราคาเริ่มปรับลง รอจนมีการรีบาวน์ของราคา แล้วใช้ Fibonacci Retracement วัดระยะจาก A ไป B 


  2. สังเกตระยะที่ราคาสามารถรีบาวน์กลับไปได้ถึง ในจุดที่ใกล้แนวต้านและมีแท่งเทียนที่เป็น doji ให้เปิดสถานะ Short หรือ ขาย 


  3. ปิดสถานะเมื่อราคาปรับตัวกลับลงมาที่ Fibo 0


ตัวอย่างการเทรด AUDJPY ด้วย Fibonacci + Reversal Price Action


การติดตั้งเครื่องมือ Fibonacci กับกราฟเทคนิค

1.  เลือกเครื่องมือวาดกราฟ: ไปที่แถบเครื่องมือด้านข้าง (Drawing Tools) เลือกหมวดหมู่อินดิเคเตอร์และเครื่องมือ Fibonacci แล้วคลิกที่ "Fibonacci Retracement"

คลิกไอคอนบนแถบเครื่องมือ แล้วเลือก Fib Retracement



2.  จากนั้นใช้เครื่องมือลากเชื่อมจุดที่ต้องการ จะได้แนวเส้น Fibonacci ตามค่าต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้


ใช้เครื่องมือลากเชื่อมจุดที่ต้องการ จะได้แนวเส้น Fibonacci ตามค่าต่าง ๆ



3.  การปรับเปลี่ยนค่าทำได้ด้วยการคลิกที่เครื่องมือ แล้วจะแสดงแถบตั้งค่า คลิกตั้งค่าเพื่อปรับแต่งค่า Fibonacci ได้ตามต้องการ


ปรับแต่งค่า Fibonacci

mitrade
💸 ห้ามพลาด!!! 💸
แจกโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์! 🎁🎁🎁

ค่าคอมฯ 0 สเปรดต่ำ! เงินฝากขั้นต่ำ $50 🤑
ฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 ฟรี 💰
การลงทุนมีความเสี่ยง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

สรุป

นี่คือทั้งหมดของ Fibonacci ที่ถูกนำมาใช้ในการเทรดและคงไม่ต้องสงสัยกันอีกแล้วว่า Fibonacci คืออะไร เพราะเครื่องมือตัวนี้จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับการเทรดของคุณได้เช่นเดียวกับนักเทรดคนอื่น ๆ ทั่วโลก อ่านบทความ Fibonacci ครบจบเรียบร้อยแล้วอย่าลืมลองเปิดกราฟทดลองศึกษาจากสินทรัพย์จริง ๆ ก็จะช่วยให้เห็นภาพของเครื่องมือตัวนี้ได้ดียิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Fibonacci ใช้ได้ผลจริงหรือไม่

Fibonacci ใช้ได้ผลในเชิงสถิติและจิตวิทยาการลงทุน เพราะเป็นเครื่องมือที่เทรดเดอร์ กองทุน และระบบเทรดอัตโนมัติทั่วโลกเฝ้ามองร่วมกัน ทำให้เกิดการรวมตัวของสภาพคล่อง (Liquidity) และคำสั่งซื้อขายหนาแน่น ณ ระดับราคาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม Fibonacci ไม่ใช่เครื่องมือทำนายอนาคตแบบ 100% จึงต้องใช้ยืนยันร่วมกับโครงสร้างราคา และการบริหารความเสี่ยงเสมอ

ตีเส้น Fibonacci ควรตีที่เนื้อเทียน (Body) หรือไส้เทียน (Shadow)?

นักเทรดมืออาชีพนิยมตีที่ "ปลายไส้เทียน" (High / Low) เพราะปลายไส้คือราคาสูงสุดและต่ำสุดจริงที่มีการซื้อขายในตลาดและสะท้อนอารมณ์ตลาดอย่างแท้จริง เว้นแต่กรณีที่แท่งเทียนมีไส้ยาวผิดปกติจากความผันผวนของข่าวเศรษฐกิจรุนแรง เทรดเดอร์บางท่านอาจอนุโลมใช้เนื้อเทียนเพื่อตัดความผิดปกติของข้อมูลออกไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรักษากฎความสม่ำเสมอ โดยใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งจุดเริ่มและจุดสิ้นสุด

Golden Zone ของ Fibonacci คือระดับใด และมีเทคนิคเทรดอย่างไร?

Golden Zone คือ โซนระหว่างระดับ 38.2% ถึง 61.8% (โดยเฉพาะ 61.8% และ 50.0%) ซึ่งเป็นจุดพักตัวที่มีความสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงมากที่สุด เทคนิคการเทรดคือ "ห้ามตั้งคำสั่ง Pending ซื้อขายทิ้งไว้ล่วงหน้า" แต่ให้รอจนกว่าราคาจะเดินทางเข้าสู่โซนนี้ แล้วสังเกตว่าเกิดสัญญาณยืนยันการกลับตัวจากแท่งเทียน (Reversal Candlestick เช่น Pin Bar, Engulfing) หรือเกิดสัญญาณ Bullish/Bearish Divergence ใน RSI ก่อนจึงจะกดเปิดออเดอร์

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

goTop
quote
บทความที่เกี่ยวข้อง
placeholder
10 โบรกเกอร์ Forex โบนัสฟรี 2026 ต้องฝากไหม ถอนกำไรได้ไหม เปรียบเทียบการมองหา โบรกเกอร์ forex โบนัสฟรี เป็นหนึ่งในกลยุทธ์แรกๆ ที่เทรดเดอร์ให้ความสนใจ แต่ในโลกของการลงทุนที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยตัวเลขและผลประโยชน์ คำว่า “ฟรี” มักมาพร้อมกับเงื่อนไขเสมอ บทความนี้ จะพาคุณเจาะลึกว่าโบนัสคืออะไร และมีที่ไหนบ้างที่เป็น โบรกเกอร์ forex โบนัสฟรี ที่ดีที่สุดสำหรับปี 2026
ผู้เขียน  MitradeInsights
9 เดือน 15 วัน อังคาร
การมองหา โบรกเกอร์ forex โบนัสฟรี เป็นหนึ่งในกลยุทธ์แรกๆ ที่เทรดเดอร์ให้ความสนใจ แต่ในโลกของการลงทุนที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยตัวเลขและผลประโยชน์ คำว่า “ฟรี” มักมาพร้อมกับเงื่อนไขเสมอ บทความนี้ จะพาคุณเจาะลึกว่าโบนัสคืออะไร และมีที่ไหนบ้างที่เป็น โบรกเกอร์ forex โบนัสฟรี ที่ดีที่สุดสำหรับปี 2026
placeholder
วิธีอ่านกราฟแท่งเทียนในการเทรด Forex สำหรับมือใหม่หากคุณต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex การอ่านกราฟแท่งเทียนให้แตกฉานถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกราฟแท่งเทียนเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่คุณสามารถพบได้บนทุกแพลตฟอร์ม และเทรดเดอร์หลายคนสามารถทำกำไรก้อนโตจากฟอเร็กซ์โดยอาศัยเพียงการอ่านกราฟแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว บทความนี้จะสอนวิธีการอ่านกราฟแท่งเทียนในการเทรด Forex หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์มือใหม่ทุกท่านนะครับ
ผู้เขียน  MitradeInsights
วันที่ 07 ม.ค. 2025
หากคุณต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex การอ่านกราฟแท่งเทียนให้แตกฉานถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกราฟแท่งเทียนเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่คุณสามารถพบได้บนทุกแพลตฟอร์ม และเทรดเดอร์หลายคนสามารถทำกำไรก้อนโตจากฟอเร็กซ์โดยอาศัยเพียงการอ่านกราฟแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว บทความนี้จะสอนวิธีการอ่านกราฟแท่งเทียนในการเทรด Forex หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์มือใหม่ทุกท่านนะครับ
placeholder
เทรด Forex แอพไหนดี? 10 แอพเทรด Forex ยอดนิยมในไทยปี 2026การมีแอพเทรด Forex ที่น่าเชื่อเป็นสิ่งสำคัญมากโดยเฉพาะการเลือกโบรกเกอร์ที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบและมีความปลอดภัย เนื่องจากโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์จะทำหน้าที่เป็นประตูสู่ตลาดและผู้ดูแลเงินทุนของคุณ แม้ว่าคุณจะมีกลยุทธ์การเทรดที่ประสบความสำเร็จแต่มาจบที่เลือกโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือก็อาจกลายเป็นการขาดทุนทั้งหมดเนื่องจากการฉ้อโกงหรือการประพฤติมิชอบได้
ผู้เขียน  เมธิณี วสุมดีInsights
9 เดือน 08 วัน อังคาร
การมีแอพเทรด Forex ที่น่าเชื่อเป็นสิ่งสำคัญมากโดยเฉพาะการเลือกโบรกเกอร์ที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบและมีความปลอดภัย เนื่องจากโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์จะทำหน้าที่เป็นประตูสู่ตลาดและผู้ดูแลเงินทุนของคุณ แม้ว่าคุณจะมีกลยุทธ์การเทรดที่ประสบความสำเร็จแต่มาจบที่เลือกโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือก็อาจกลายเป็นการขาดทุนทั้งหมดเนื่องจากการฉ้อโกงหรือการประพฤติมิชอบได้
placeholder
เทรด forex โบรกไหนดี?10 อันดับโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือในปี 2026คราวนี้เรามาชวนคุยเรื่องโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือ และนำเสนอ 10 อันดับโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือให้เพื่อน ๆ ได้ลองพิจารณากัน
ผู้เขียน  เมธิณี วสุมดีInsights
7 เดือน 03 วัน ศุกร์
คราวนี้เรามาชวนคุยเรื่องโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือ และนำเสนอ 10 อันดับโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือให้เพื่อน ๆ ได้ลองพิจารณากัน
placeholder
Forex เล่นยังไง? วิธีเทรด Forex สำหรับมือใหม่ 2569ตลาด Forex ถือเป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ทำให้ตลาดนี้มีสภาพคล่องสูงมาก เปิดโอกาสให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรทั่วโลกเข้ามาทำกำไรได้ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นว่า Forex เล่นยังไง? มีขั้นตอนอะไรบ้างที่ต้องรู้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบทีละสเต็ป
ผู้เขียน  MitradeInsights
8 เดือน 07 วัน ศุกร์
ตลาด Forex ถือเป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ทำให้ตลาดนี้มีสภาพคล่องสูงมาก เปิดโอกาสให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรทั่วโลกเข้ามาทำกำไรได้ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นว่า Forex เล่นยังไง? มีขั้นตอนอะไรบ้างที่ต้องรู้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบทีละสเต็ป
ราคาเสนอแบบเรียลไทม์