TradingKey - ในช่วงการซื้อขายของตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวันพุธที่ 18 มีนาคม ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถ้วนหน้า โดยดัชนี Nikkei 225 พุ่งขึ้นเหนือระดับ 55,000 จุด หรือเพิ่มขึ้น 2.6% ขณะที่ดัชนี KOSPI ซึ่งเป็นดัชนีหลักของเกาหลีใต้ทะยานขึ้น 4.6% ทะลุระดับ 5,900 จุด ทั้งนี้ เนื่องจากสัญญาฟิวเจอร์ส KOSPI 200 พุ่งขึ้นมากกว่า 5% ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีจึงได้ประกาศใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์สำหรับดัชนี KOSPI และระงับการซื้อขายผ่านโปรแกรมเป็นเวลา 5 นาที
หุ้นกลุ่มหน่วยความจำปรับตัวขึ้นเป็นวงกว้าง โดยในตลาดหุ้นญี่ปุ่น หุ้น Kioxia พุ่งขึ้นกว่า 6% Tokyo Electron บวกกว่า 3% และ Advantest ปรับตัวขึ้นกว่า 6% ส่วนหุ้นบิ๊กแคปของเกาหลีใต้อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างพุ่งขึ้นกว่า 7%
การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้รับแรงหนุนหลักจากผลประกอบการของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนก่อนหน้า โดยเมื่อวันที่ 17 หุ้นกลุ่มชิปของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า และ Micron Technology (MU) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปิดเหนือระดับ 5 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ส่งผลให้เป็น 1 ใน 16 บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในดัชนี S&P 500 ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 2 เดือนหลังจากที่ Micron มีมูลค่าแตะระดับ 4 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ หุ้น SanDisk (SNDK) , Western Digital (WDC) , Seagate (STX) และหุ้นอื่นๆ ต่างก็ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน
Micron ประกาศภายหลังปิดทำการตลาดเมื่อวันจันทร์ว่า ชิป HBM4 สำหรับแพลตฟอร์ม AI รุ่นถัดไปอย่าง Vera Rubin ของ NVIDIA (NVDA) ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนมากแล้ว ซึ่งช่วยคลายความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความสามารถในการก้าวขึ้นเป็นซัพพลายเออร์ ขณะที่นายเช แท-วอน ประธาน SK Hynix กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ปัญหาการขาดแคลนเวเฟอร์ชิปทั่วโลกคาดว่าจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 โดยอาจขาดแคลนมากกว่า 20% ด้าน Samsung Electronics ระบุว่าความต้องการชิปที่แข็งแกร่งจากกระแส AI จะยังคงอยู่ไปจนถึงปี 2026 ปัจจุบันมีเพียง Micron, SK Hynix และ Samsung Electronics เท่านั้นที่สามารถผลิตชิป HBM4 ได้