จับตาผลประชุม Fed คืนนี้ ส่อแววตรึงดอกเบี้ยลากยาวท่ามกลางวิกฤตพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ ดันเงินเฟ้อพุ่งทะลุปรอท
- ซานตาคลอสแรลลี่เดือนธันวาคม: หุ้นสหรัฐและยุโรปกำลังจะทำจุดสูงสุดใหม่หรือไม่?

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.จับตาผลประชุม Fed คืนนี้ ส่อแววตรึงดอกเบี้ยลากยาว
ไฮไลต์สำคัญที่สุดของค่ำคืนนี้คือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ซึ่งแทบจะการันตีได้เลยว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% - 3.75% อย่างแน่นอน เนื่องจากแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ความหวังในการลดดอกเบี้ยระยะอันใกล้พังทลายลง
ตลาดกำลังประเมินว่ากรอบเวลาการลดดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนไปไกลถึงช่วงปลายปี 2026 หรืออาจไม่มีการลดเลยในปีนี้ แม้ว่าประธานาธิบดี Donald Trump จะออกมากดดันอย่างหนักให้ Jerome Powell รีบหั่นดอกเบี้ยลงก็ตาม แต่ด้วยตัวเลขหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ทะลุ 38.86 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ Fed ขยับตัวได้ยากมาก
สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาดูให้ดีคือรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยหรือ Dot Plot และถ้อยแถลงของประธาน Fed ว่าจะมีมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจที่แข็งกร้าวขึ้นมากน้อยเพียงใด
2.วิกฤตพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ ดันเงินเฟ้อพุ่งทะลุปรอท
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อตลาดพลังงานโลกจนเกิดการประเมินว่านี่คือการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
หลังจากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซและแหล่งก๊าซในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันทั่วโลกหายไปถึง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้จบแค่หน้าปั๊มน้ำมัน แต่กำลังลุกลามไปถึงต้นทุนภาคการเกษตรและโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งภาวะเงินเฟ้อที่เหนียวแน่นและฝังลึกแบบนี้กำลังกลายเป็นฝันร้ายที่สร้างความปวดหัวอย่างหนักให้กับธนาคารกลางทั่วโลกในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจระยะต่อไป
3.ทองคำทรงตัวระดับ 5,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางฟองสบู่หนี้เอกชน
แม้โลกจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ราคาทองคำกลับแกว่งตัวในกรอบแคบๆ แถวระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติเพราะโดยธรรมชาตินักลงทุนมักจะแห่ซื้อทองคำในยามสงคราม ทว่าการคาดการณ์ที่ว่า Fed จะตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนานและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น กลับกลายเป็นปัจจัยสกัดกั้นไม่ให้ราคาทองคำพุ่งทะยานไปไกลกว่านี้
ด้านตลาดสินเชื่อภาคเอกชนมูลค่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์กำลังเผชิญกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ โดยมีการเตือนว่าอัตราการผิดนัดชำระหนี้อาจพุ่งสูงถึง 8% จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้นักลงทุนเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์กระดาษ และเริ่มหันมามองหาสินทรัพย์ที่มีอยู่จริงเพื่อเป็นหลุมหลบภัยระยะยาว
4.SET ทะลุแนวต้านสำคัญ กลยุทธ์หลบภัย Stagflation
ตัดภาพมาที่ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET กลับมามีแรงส่งเชิงบวกอย่างน่าสนใจ โดยสามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,430 จุดขึ้นมาได้สำเร็จ เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนเริ่มผ่อนคลายความกังวลจากศึกตะวันออกกลางลงบ้าง โมเมนตัมนี้ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,450 - 1,466 จุด โดยมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,430 และ 1,420 จุดตามลำดับ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ที่มีหุ้นในพอร์ตโดยเฉพาะกลุ่มที่ทนทานต่อภาวะเงินเฟ้อชะงักงันหรือ Stagflation ถือครองต่อไป ส่วนใครที่กำลังหาจังหวะเข้าซื้อรอบใหม่ ควรอดใจรอให้ดัชนีย่อตัวลงมาก่อน และที่สำคัญที่สุดคือต้องเผื่อใจรับความผันผวนจากถ้อยแถลงของ Fed ในคืนนี้ที่อาจมีสัญญาณเชิงลบกลับมากดดันภาพรวมตลาดได้ทุกเมื่อ
อ่านเพิ่มเติม
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


