USD/CHF (USDCHF) ปรับขึ้น 0.50% ณ วันที่ 3 ส.ค. เวลา 11:05(ET) อยู่ที่ $0.81088 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับลง 0.90%

การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสมีปัจจัยหนุนหลักมาจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ตลาดต้องปรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไปในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน (hawkish) มากขึ้น โดยการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจากสถาบัน ISM บ่งชี้ถึงการขยายตัวที่แข็งแกร่งของกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสวนทางกับกระแสคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกช่วงอายุสัญญา เนื่องจากนักลงทุนได้ปรับลดความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งช่วยหนุนความได้เปรียบด้านอัตราผลตอบแทนของเงินดอลลาร์สหรัฐ
เงินฟรังก์สวิสเผชิญกับแรงกดดันด้านขาลงเพิ่มเติมจากแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกันอย่างต่อเนื่องระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ในขณะที่เฟดยังคงมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อในสภาวะเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น แต่ SNB กลับส่งสัญญาณว่ามีความผ่อนคลายกับระดับราคาในปัจจุบันมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์จะมีจุดยืนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นนี้ทำให้เงินฟรังก์กลายเป็นสกุลเงินเพื่อการระดมทุนที่น่าดึงดูดสำหรับการทำแครี่เทรด (carry trade) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบรรยากาศการเปิดรับความเสี่ยงทั่วโลกเปลี่ยนเป็นบวกหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีเกินคาด
กระแสเงินทุนของสถาบันยังสะท้อนให้เห็นถึงการโยกย้ายเงินลงทุนออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งกว่าเมื่อเทียบกับยุโรปภาคพื้นทวีป เงินฟรังก์จึงสูญเสียความน่าดึงดูดในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงรับ นอกจากนี้ การขาดปัจจัยกระตุ้นทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้นยังช่วยลดความจำเป็นในการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลงไปอีก ส่งผลให้เงินดอลลาร์สามารถแข็งค่าขึ้นเหนือฟรังก์สวิสอย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับการตอกย้ำจากการทะลุผ่านระดับทางจิตวิทยาที่สำคัญในทางเทคนิค ซึ่งดึงดูดแรงซื้อตามแนวโน้มจากกองทุนเชิงปริมาณ (quantitative funds) และโต๊ะซื้อขายของสถาบันการเงิน
เมื่อมองไปข้างหน้า ความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวนี้จะขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลการจ้างงานที่จะเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้ จะช่วยยืนยันความแข็งแกร่งที่พบในภาคการผลิตหรือไม่ ในขณะนี้ ปัจจัยหนุนร่วมระหว่างแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าของสหรัฐฯ และส่วนต่างอัตราผลตอบแทนที่กว้างขึ้น ได้กลายเป็นแนวรับทางปัจจัยพื้นฐานให้กับเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ หาก SNB ไม่ได้ปรับเปลี่ยนถ้อยแถลงไปในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน (hawkish) มากขึ้น หรือความผันผวนทั่วโลกไม่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน คาดว่าเงินฟรังก์สวิสจะยังคงปรับตัวตามหลังในคู่สกุลเงินนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า (carry) และศักยภาพการเติบโตของสกุลเงินสหรัฐฯ
ในเชิงเทคนิค USD/CHF (USDCHF) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -0.002 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 52.248 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 58.844 แสดงถึงสภาวะขาย โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด: