Ethereum (ETHUSD) ปรับลง 1.21% ณ วันที่ 1 ส.ค. เวลา 14:35(ET) อยู่ที่ $1837.21 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับลง 1.74%

แรงกดดันขาลงล่าสุดต่อเอเทอเรียม (Ethereum) มีสาเหตุหลักมาจากความคาดหวังด้านสภาพคล่องมหภาคที่เปลี่ยนแปลงไป และการปรับลดสถานะความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์หลังจากผ่านพ้นช่วงสิ้นเดือน ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังคงอยู่ในระดับสูง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลจึงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้จัดสรรพอร์ตการลงทุนระดับสถาบันปรับลดสัดส่วนการลงทุนเพื่อหันไปถือครองเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้น สภาพแวดล้อมเช่นนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเอเทอเรียม ซึ่งแม้ว่าจะมีกลไกการปักหลัก (staking) ที่ให้ผลตอบแทน แต่ก็มักถูกซื้อขายในฐานะตัวแทนที่มีค่าเบต้าสูง (high-beta proxy) สำหรับสภาพคล่องทั่วโลกและการเติบโตทางเทคโนโลยี
การขาดแรงซื้อที่คึกคักในกองทุน Spot ETF ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ซ้ำเติมผลกระทบจากแรงเทขาย เนื่องจากปริมาณคำสั่งซื้อขายใน Order book ที่เบาบางลงส่งผลให้เกิดการคลาดเคลื่อนของราคา (price slippage) ที่รุนแรงขึ้น ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมตลาดมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อการชะลอตัวของกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิที่พบในช่วงการซื้อขายวันสุดท้ายของเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากระแสการยอมรับจากสถาบันในระลอกแรกอาจกำลังเข้าสู่ระยะปรับฐาน (consolidation phase) การขาดแรงหนุนจากฝั่งซื้อในทันทีเช่นนี้มักจะกระตุ้นให้เกิดการลดเลเวอเรจ (deleveraging) ในตลาดตราสารอนุพันธ์ ซึ่งสถานะซื้อ (long) ในสัญญา Perpetual Futures จะถูกล้างสถานะออกไป ส่งผลให้ความผันผวนระหว่างวันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลบนบล็อกเชน (on-chain) การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการฝากสินทรัพย์เข้าสู่แพลตฟอร์มซื้อขายจากกระเป๋าเงินขนาดใหญ่ บ่งชี้ว่ากลุ่มวาฬ (whales) กำลังมองหาสภาพคล่อง ซึ่งอาจเป็นไปเพื่อปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนหรือป้องกันความเสี่ยงจากแนวโน้มขาลงเพิ่มเติม แม้ว่าเครือข่ายเอเทอเรียมจะยังคงเห็นกิจกรรมที่แข็งแกร่งภายในระบบนิเวศ Layer-2 แต่การโอนย้ายมูลค่าออกจากเลเยอร์พื้นฐาน (base layer) อาจทำให้อุปสงค์ในเครือข่ายหลัก (mainnet) ชะลอตัวลงชั่วคราว นอกจากนี้ ตลาดยังคงอ่อนไหวต่อสัญญาณใด ๆ เกี่ยวกับเสถียรภาพของผลตอบแทนในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เนื่องจากส่วนต่างที่แคบลงระหว่างผลตอบแทนจากการปักหลัก (staking) และอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง ได้ลดแรงจูงใจในการล็อกเงินทุนไว้ในเลเยอร์ฉันทามติ (consensus layer)
ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบยังคงเป็นปัจจัยลบที่กดดันวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้าง โดยนักลงทุนกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านการกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้นกับการออกโทเคนตามโปรแกรม (programmatic issuance) และกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์ประเภท liquid staking ทั้งนี้ ท่าทีที่เข้มงวด (hawkish) ใด ๆ จากหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการกระจายศูนย์ของกลุ่มผู้ตรวจสอบธุรกรรม (validator set) มักจะกดดันความเชื่อมั่น ซึ่งนำไปสู่การประเมินมูลค่าเชิงโครงสร้างใหม่ในวงกว้าง ในบริบทปัจจุบัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงท่าทีที่ระมัดระวังของตลาด ขณะที่ผู้เข้าร่วมตลาดต่างรอคอยสัญญาณที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายถัดไปของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และผลกระทบที่จะมีต่อฐานเงินทั่วโลก
ในเชิงเทคนิค Ethereum (ETHUSD) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -18.501 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 48.354 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 100.000 แสดงถึงสภาวะขายมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด: